เมื่อฝ่าาเอลเซียยอมรับคำขอร้องจากผม คุณเอลสันกับเมลก็บอกว่าจะพาผมกลับมาพักที่บ้านของทั้งสองคน แต่ฝ่าาอยากจะให้ผมพักอยู่ที่พระราชวังดอกไม้แต่ก็โดยทั้งสามคนปฎิเสธสวนกลับมาทันที
ระหว่างเดินทางไปที่พักก็พบกับคุณเอลฟ์มากมายเหมือนจะมาดูผมเพราะรู้ข่าวว่ามีมนุษย์เข้ามาในหมู่บ้านสินะ เมื่อเดินมาถึงหน้าบ้านของคุณเอลสันก็เป็บ้านที่สวยเหมือนกับคนอื่นๆในหมู่บ้าน
เเต่มีขนาดใหญ่กว่าเหมือนจะเเยกออกมาเป็บ้านหลังเดี่ยวเเละมีบริเวณกว้างมากกว่าคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด
“ถึงเเล้วละ ขอเเนะนำนะที่นี้คือบ้านของข้า”
“เป็บ้านที่สวยมากเลยนะครับ”
“พูดอย่างนั้นข้าก็ดีใจ เดี่ยวรอแปปนึงนะ”
คุณเอลสันเดินไปที่ประตูพร้อมเคาะประตูเเล้วพูดว่า ❝กลับมาเเล้ว❞ หลังจากนั้นก็มีคนมาเปิดประตูให้ เป็เอลฟ์หน้าตาสะสวย ผมสีทอง คล้ายกับเมลเลยเเต่ดูเป็ผู้ใหญ่กว่า หรือว่าคนนี้จะเป็
“ขอเเนะนำนะ นี้คือภรรยาของข้า เอเลน เฟริดอล”
“สวัสดีครับ ผมชื่อเลโอ”
“สวัสดีจ้ะ ได้ยินเื่จากสามีเเละลูกสาวมาเเล้ว เข้ามาข้างในก่อนสิจ้ะ”
เป็คนที่อารมณ์ดีเหมือนกับเเม่เลยเเฮะ หลังจากนั้นก็เข้าไปในบ้าน บรรยากาศภายในให้อารมณ์เเบบผ่อนคลายอยู่เเล้วสบายใจ
“นั่งก่อนค่ะเลโอ เดี่ยวฉันไปเอานํ้ามาให้”
เมลพาผมมานั่งที่โซฟา เเล้วตัวเองเดินเข้าไปหยิบนํ้าในครัว ดูแลคนอื่นดีจริงๆเลยนะเมลเนี่ย ขนาดรู้ว่าผมเป็ผู้กล้าแล้วยังทำตัวปกติเหมือนเดิม
“เดี่ยวอาหารเย็นใกล้จะเสร็จเเล้ว รอแปปนึงนะจ้ะ”
เหมือนพวกเราจะกลับมาตอนคุณเอเลนทำอาหารเย็นอยู่พอดี อาหารของโลกนี้ที่จะได้กินเป็ครั้งเเรกหรอรสชาติจะเป็ยังไงนะ หลังจากนั้นคุณเอเลนก็เดินเข้าไปทำอาหารในครัวต่อ
“ข้าต้องขอขอบคุณเ้าอีกครั้งที่ช่วยชีวิตลูกสาวข้าไว้”
“ไม่เป็อะไรเลยจริงๆครับ เเถมผมก็ได้ของตอบเเทนมาเเล้วด้วย”
ทั้งเื่ที่พัก เื่ที่ได้เข้าพบกับฝ่าาเอลเซียเเล้วได้รู้เื่ของโลกนี้ เเถมคุณเอลสันก็พาเข้าในหมู่บ้านเอลฟ์อีก
“นี้นํ้าค่ะ”
เมลกลับมาจากในครัวพร้อม ยื่นเเก้วนํ้าให้ผมดื่ม ฮ้า…รสชาติก็คือนํ้าปกติเเต่เหมือนจะมีกลิ่นหอมของดอกไม้เล็กน้อยให้ความรู้สึกสดชื่น
“อาหารพร้อมเเล้วจ้ะ”
“เดี่ยว ผมช่วยครับ”
ผมลุกขึ้นไปช่วยคุนเอเลนยกอาหารมาวางบนโต๊ะกินข้าว เพราะถ้าไม่ช่วยอะไรเลยเนี่ยมันก็รู้สึกยังไงอยู่ละน้า
อาหารที่ถูกจัดวางอยู่บนโต๊ะตอนนี้มีสเต็กเนื้อ ซุป สลัด เเละก็ขนมปัง เครื่องดื้มเป็นํ้าผลไม้ อาหารจะออกไปเเนวยุโรป
ว่าเเต่เอลฟ์ของโลกนี้กินเนื้อด้วยสินะ เหมือนจะเคยอ่านเจอว่าเอลฟ์จะไม่กินเนื้อสัตว์
“นั้นก็มาทานอาหารกันเถอะ”
คุณเอลสันชวนทุกคนไปนั่งกินอาหารกันที่โต๊ะ โดยผมนั่งข้างเมลคุณเอลสันกับคุณเอเลนนั่งข้างหน้า พอเริ่มตักอาหารคำเเรกเข้าปากก็ปรากฎว่า
“อร่อย!”
อร่อยจริงๆ มีการหมักเครื่องปรุงลงในเนื้อสเต็กให้เนื้อมันมีรสชาติกลมกล่อม ส่วนนํ้าซุปก็มีรสชาติของผักให้ความรู้สึกสดชื่น อร่อย!
“ดีใจที่ถูกปากนะจ้ะ มีให้เติมอีกกินเยอะๆเลยจ้ะ”
เเล้วทุกคนก็เริ่มทานอาหารกันอย่างอร่อย พร้อมคุยเื่ต่างๆกันตามประสาครอบครัว อบอุ่นจัง
เเต่เเล้วคุณเอเลนก็ยิงคำถามสุดน่าใใส่ผม
“ว่าเเต่เลโอ คิดยังไงกับเมลหรอจ้ะ”
พรูดด!! ใจนเกือบจะพ่นอาหารออกจากปาก
“เเม่ค่ะ!”
เมละโออกมาด้วยสีหน้าเเดงกํ่า
“เอ่อ หมายความว่ายังไงหรอครับ?”
“เเหม่ๆ เธอก็เป็ผู้ชายน่าจะรู้ความหมายนะจ้ะ หรือว่าจะเป็พวกไก่อ่อนกันเอ๋ย”
แบบนี้มันโดนแกล้งแหงๆเลยนี้หว่า!
“เมล....ก็เป็เพื่อนหนะครับ”
“เเค่เพื่อนหรอจ้ะ?”
“เอ่อ...”
เมลตอนนี้ทั้งหน้าเเดงเเละยังหันมาจ้องผมตาไม่กระพริบอีก ทำให้ผมอํ้าอึ้งพูดไม่ออกมากกว่าเดิมอีก
สถานการณ์ตอนนี้มัน....อะไรเนี่ย
“คุณ...ถามตรงไปเเล้วนะ”
“อุ้ยตายจริง เหมือนจะตรงไปสินะคะ”
คุณเอลสันเห็นผมอํ้าอึ้งพูดไม่ออก จึงพูดเพื่อช่วยผมจากสถานการณ์นี้ (ขอบคุณมากครับ!)
“นั้นก็เปลี่ยนคำถาม ชูคิดว่าเมลเป็คนยังไงหรอจ้ะ”
ยังไม่จบเรอะ! คำถามนี้มันก็ยากอยู่ดีหละครับ! เเถมยังพูดต่อหน้าเ้าตัวอีก เมลพอได้ยินคำถามนี้ก็ตั้งใจฟังยิ่งกว่าเดิมอีก เเย่ละเเบบนี้
“เอ่อ....เมลเป็คนที่สวยเเล้วก็เอาใจใส่คนอื่นเก่งหนะครับ”
อ๊ากกก! น่าอาย น่าอายเกินไปเเล้วว! พอเมลได้ยินดังนั้นก็หน้าเเดงจนนั่งเเน่นิ่งไม่ขยับเลย คุณเมลครับ!
“เเหมๆ”
“คุณเนี่ยน้า”
คุณเอลสันถอนหายใจ รู้สึกว่าจะโดนคุณเอเลนเเกล้งซะเปื่อยเลยเเฮะเเบบนี้
หลังจากนั้นก็นั่งคุยกันสักพักเเล้วเเยกย้ายกันไปพักผ่อน หลังจากนั้นคุณเอลสันพาผมไปที่ห้องนอนที่เอาไว้รับเเขก
“ใช้ห้องนี้ได้เลยนะ”
“ขอบคุณสำหรับหลายๆอย่างนะครับ”
พูดขอบคุณเสร็จผมก็เข้าห้องไป ในห้องจะเตียงเดี่ยวสำหรับนอนคนเดียว มีโต๊ะเเล้วก็หน้าต่างที่สามารถมองเห็นวิวข้างนอกได้ ส่วนเื่อาบนํ้าของที่นี้ในตอนกลางคืนจะตักนํ้าใส่ถังเเล้วนำผ้าชุบนํ้ามาเช็ดตัว ส่วนตอนกลางวันจะไปอาบนํ้าที่เเม่นํ้าก็ได้อะนะ
เเต่ผมมีเวทที่เอาไว้ชะล้างสิ่งสกปรกอย่าง【คลีนนิ่ง】ก็เลยจะสบายหน่อย พอล้างตัวเสร็จ ก็โยนตัวลงบนเตียงทันที
“วันนี้เจออะไรมากเลย”
ได้มาในหมู่บ้านเอลฟ์เเละยังได้เข้าพบกับราชินีของเอลฟ์อีก ถือว่าเป็เื่ที่ดีเลยนะเนี่ย
ส่วนเื่ข้อมูลของโลกนี้ที่ได้ฟังมาจากฝ่าาเอลเซียก็จะมีว่า โลกนี้ชื่อว่า ❛Estella❜ มีเผ่าพันธุ์อยู่หลายเผ่าพันธุ์
มีประเทศที่เป็ประเทศมหาอำนาจของโลกอยู่ 5 ประเทศ โดยไม่นับรวมประเทศของปีศาจ
คือ จักวรรดิเฟานัส อาณาจักรเเห่งลมเเกรนด์ อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ไอรีน ราชอาณาจักรดาเลีย เเละก็อาณาจักรเเห่งไฟไซรัส ส่วนประเทศของเผ่าปีศาจจะมีชื่อว่า อาณาจักรปีศาจทาทาลัส
ฝ่าาเอลเซียบอกไว้ว่าการอัญเชิญผู้กล้าไม่ใช่สิ่งที่ทำกันได้ง่ายๆเพราะงั้นประเทศที่ทำการอัญเชิญผมมาจะต้องเป็ 1ใน5 ประเทศมหาอำนาจ
ส่วนตอนนี้ผมอยู่ที่ป่าราตรีซึ่งเป็ป่าที่อยู่ทางใต้สุดเป็ป่าที่ไกลจากประเทศของมนุษย์ ประเทศที่ใกล้ที่สุดตอนนี้ก็จะเป็อาณาจักรไมร่าที่อยู่ทางทิศเหนือ ถ้าจะออกเดินทางตามหาคนอัญเชิญก็ต้องเริ่มจากที่นั้นละนะ
“มีเื่ให้ทำอีกเยอะเลยนะเนี่ย”
ทั้งเื่การใช้พลังเเละควบคุมพลังของตัวเอง เื่ของการตามหาผู้อัญเชิญ เื่ที่ต้องทำในฐานะผู้กล้า เอาเถอะนอนก่อนค่อยเริ่มพรุ้งนี้เเล้วกัน หลังจากคิดได้ผมก็ได้เข้านอน
พอถึงเวลารุ่งเช้าก็มาคนเดินมาเคาะประตู ❛ก๊อกๆ❜ พร้อมพูดขึ้นว่า
“เลโอตื่นรึยังค่ะ อาหารเช้าเสร็จเเล้วนะคะ”
อืมม....ผมสะลึมสะลือตื่นขึ้นเพราะได้ยินเสียงของเมลมาเรียกลงไปทานอาหารเช้า
“ตื่น....เเล้วครับ ขอเวลาสักแปปนึง เดี่ยวลงไปนะครับ”
“ค่ะ”
ผมไม่ใช้คนตื่นเช้ามาตั้งเเต่ไหนเเต่ไรเเล้ว เลยสติยังตื่นไม่เต็มที่ในตอน่เช้า ผมลุกขึ้นจากเตียงเเล้วใช้เวท【คลีนนิ่ง】ชำระล้างร่างกาย เเล้วเดินลงบรรไดลงไปชั้นล่างก็พบทั้งสามคนกำลังนั่งรอรับประทานอาหารเช้ากันอยู่
“ขอโทษที่ให้รอนะครับ”
“ไม่เป็อะไร เมื่อวานคงจะเหนื่อยละสิ”
คุณเอลสันไม่ว่าอะไรพร้อมทั้งเชิญผมนั่งลงที่โต๊ะหลังจากนั้นพวกเราก็รับประทานอาหารเช้าด้วยกันพร้อมกับคุยเื่ต่างๆไปด้วย หลังจากนั้นคุณเอลสันก็ลุกขึ้นจากโต๊ะ
“นั้นผมไปก่อนนะ”
“ไปดีมาดีนะคะคุณ”
“คุณเอลสันจะไปไหนหรอครับ”
“พ่อของฉันเป็ หัวหน้าฝ่ายดูเเลความปลอดภัยของหมู่บ้านนะคะ”
อย่างนี้นี้เอง หัวหน้ฝ่ายดูเเลความปลอดภัยของหมู่บ้านสินะ เพราะงั้นคนในหมู่บ้านจึงเคารพคุณเอลสันกัน
“ว่าจะไปตรวจความเรียบร้อยรอบๆหมู่บ้านสักหน่อย เเล้วออกไปล่าสัตว์อสูรมาเพื่อเป็วัตถุดิบของคนในหมู่บ้านด้วย”
ล่าสัตว์อสูร?! น่าสนุกเเฮะ
“นั้นผมขอตามไปด้วยนะครับ เผื่อจะช่วยงานอะไรได้บ้าง”
“เอ๊ะ เลโอหรอจ้ะ”
“คุณเเม่ไม่เป็อะไรหรอกค่ะ เลโอเเข็งเเกร่งมากเลยค่ะ”
เมลได้เห็นการต่อสู้ของผมไปครั้งนึงเเล้ว ก็เลยไว้ใจผมสินะ
“ได้สิ”
“ขอบคุณครับ”
“ไปดีมาดีนะคะ”
คุณเมลยืนส่งผมที่กำลังเดินออกจากบ้านด้วยหน้าตายิ้มเเย้ม (นี้มันเหมือนภรรยายืนส่งสามีไปทำงานเลยหนิ!)
หลังจากนั้นก็เดินไปที่ทางหน้าประตูหมู่บ้านกับคุณเอลสัน
ระหว่างทางเอลฟ์ที่เห็นผมก็ทำท่าระเเวงอยู่เหมือนเดิมเเต่ไม่ถึงขนาดเจอกันครั้งเเรก สงสัยเพราะฝ่าาอนุญาติให้ผมอยู่เลยไม่ต้องระเเวงกันขนาดนั้นสินะ
พอเดินมาถึงที่ประตูหมู่บ้านก็พบกับทหารสองคนยืนเฝ้าอยู่ เเต่เหมือนรอบนี้จะเปลี่ยนคนสินะ ไม่เห็นคุณเคิร์ตด้วย น่าจะมีการเเบ่งเวรกันเฝ้า
“สวัสดีครับท่านเอลสัน จะออกไปไหนหรอครับ”
“จะออกไปตรวจรอบหมู่บ้านสักหน่อยหนะ”
“รับทราบครับ เชิญครับ”
ทหารยามเปิดประตู ผมกับคุณเอลสันก็เดินออกมาหน้าหมู่บ้านเเล้วเดินไปตรวจดูรอบๆใช่เวลาไม่นาน ปรากฏว่าไม่มีอะไรผิดปกติ
หมู่บ้านเเห่งนี้มี【บาเรีย】ช่วยป้องกันไว้อยู่เเล้วเลยไม่ต้องกลัวสัตว์อสูรบุกเข้ามา ถ้าจะมีใครบุกเข้ามาต้องทำลาย【บาเรีย】ก่อนละนะ
“เหมือนจะปกติดีสินะครับ”
“นั้นสินะ ต่อไปก็ไปล่าสัตว์อสูร”
คุณเอลสันเปิด【บาเรีย】เเล้วพวกเราทั้งสองคนก็ออกมานอกบาเรีย เมื่อออกมาก็พบกับเอลฟ์อีก 10 คน
(10 คนนี้มัน ที่เราััได้เมื่อตอนนั้นสินะ)
“ขอเเนะนำ นี้คือทีมล่า”
ทีมล่าคือทีมที่เอาไว้ล่าสัตว์อสูรโดยเฉพาะ เเต่ก็ยังมีหน้าที่อื่นๆคือสำรวจเเละจัดการผู้บุกรุก เป็ทีมที่มีสมาชิกทั้งหมด 10 คนประกอลด้วยผุ้ชาย 7 ผู้หญิง 3 เเต่ละคนเป็เอลฟ์ที่มีฝีมือด้านการต่อสู้สูงที่สุดในหมู่บ้านนี้แล้ว
“เจอเป้าหมายรึยัง”
“เจอเเล้วครับ เป็ไวทบอร์มีอยู่ 8 ตัว อยู่ทางตะวันตกไป 3 กม.”
เอลฟ์ผู้ชายรูปหล่อผมยาวสีเขียวอ่อนตอบคำถามของคุณเอลสันคนนี้น่าจะเป็หัวหน้าทีม ส่วนเ้าไวทบอร์นี้มันหมู่ป่าที่เราล่าไปสินะ
“ไวทบอร์ 8ตัวสินะ น่าจะเพียงพอกับคนในหมู่บ้าน...นั้นก็ไปกันเลย”
“ครับ....ว่าเเต่จะพามนุษย์ไปด้วยหรอครับ”
คนที่เป็เหมือนหัวหน้าทีมหันหน้ามามองผม สายตาไม่ได้มองเเบบเหยียดหยามเชิงดูถูก เเต่มองว่าผมจะเป็ตัวถ่วงรึป่าว
“เลโอ มีฝีมือสามารถป้องกันตัวเองได้ไม่ต้องห่วง”
“ถ้าท่านว่าเเบบนั้น ผมก็ไม่มีอะไรจะค้านครับ”
หลังจากนั้นพวกเราก็กำลังเดินไปหาเ้าไวทบอร์กัน ระหว่างทางก็ได้มีโอกาสได้พูดคุยกับสมาชิกทีมล่า
โดยหัวหน้าทีมจะมีชื่อว่าริว รองหัวหน้าจะมีชื่อว่านิว คนอื่นๆจะมีชื่อว่า เซน เเม๊กส์ อลัน โอเว่น มอรเเกน เเกริค คาร่าเเละเจน
ที่น่าแปลกใจคือสมาชิกของทีมล่าไม่เเสดงออกว่าเกลียดผม ซึ่งที่เป็มนุษย์เลย
“นี้นายนะ เป็คนช่วยท่านเมลไว้ตอนนั้นสินะ สุดยอดเลย! พวกมนุษย์นี้ก็มีคนดีอยู่สินะ”
“อะ...ครับ”
เเม๊กส์เป็เอลฟ์ผู้ชายผมสั้นสีฟ้า นิสัยร่าเริงเข้ากับคนอื่นง่ายเเละก็เป็คนชั่งพูดเลยเข้ามาชวนผมคุยตลอดทั้งทาง ก็ไม่ใช่ว่ารำคาญหรอกนะเเต่เเบบนี้นี้มัน....
“เเม๊กส์ ทำให้เลโอลำบากใจอยู่นะ”
คาร่าเป็เอลฟ์ผู้หญิงหน้าตาน่ารักผมสั้นผมสีทอง เข้ามาห้ามเเม๊กส์ที่กำลังพูดอย่างสนุกอยู่
“เอ๋! เลโอไม่ได้ลำบากใจสักหน่อยใช่ไหม!”
“อะ...ครับก็ไม่ขนาดนั้น....”
“นั้นไง! ไม่ได้ลำบากใจเลย”
“เขาเรียกตอบตามมารยาทย่ะ!”
เเล้วทั้งคู่ก็โวยวายใส่กัน เเบบนี้เขาเรียกคู่กัดสินะ
“เงียบหน่อย เรามาถึงเเล้ว”
คุณริวผู้เป็หัวหน้าทีมล่ามีนิสัยเงียบสงบ ดูเป็คนจริงจรังและมีฝีมือการต่อสู้ที่สูงที่สุดเพราะงั้นเลยได้รับเลือกให้เป็หัวหน้าทีม พอมองไปข้างหน้าก็พบไวทบอร์ 8 ตัวกำลังยืนกินอาหารอยู่
“เริ่มเลยไหมครับท่านเอลสัน”
“เริ่มได้เลย”
พอคุณเอลสันพูดจบ ทุกคนในทีมล่าก็เเยกกันไปเป็กลุ่มเพื่อที่จะล้อมจับไวทบอร์ในทีเดียว
เร็ว! เเถมไม่ต้องฟังคำสั่งด้วยเหมือนทุกคนจะรู้หน้าที่ของตัวเองเป็อย่างดี
“เลโอ เ้าคอยระวังหลังไว้นะ”
“ได้ครับ”
พูดจบคุณเอลสันก็ยิงธนูเสริมพลังด้วย【เวทลม】ลูกธนูพุ่งด้วยความเร็วไปปักที่หัวของไวทบอร์ตัวนึงจนล้มลงกับพื้น สมาชิกของทีมล่าที่เหลือก็เริ่มลงมือตามทันทีโดยไม่ให้พวกไวทบอร์ที่เหลือตั้งตัวได้
สมาชิกในกลุ่มผู้ชายนำโดยคุณริวพุ่งเข้าไปจัดการไวทบอร์ด้วยการต่อสู้ระยะประชิดเสริมพลังด้วย【เวทเสริมพลัง】ใช้อาวุธเป็มีดสั้นในการจัดการ ส่วนผู้หญิงนำโดยคุณอีฟใช่เวทสนับสนุนอยู่ข้างหลัง
ผ่านไปไม่ถึง 2 นาทีไวทบอร์ที่เหลือโดนกำจัดเรียบโดยผมไม่ได้ทำอะไรเลยเเม้เเต่น้อย (สมาชิกทีมล่าทุกคนมีฝีมือจริงๆ)
หลังจัดการไวทบอร์เสร็จทุกคนก็ช่วยขนร่างของมันกลับมาที่หมู่บ้าน
พอมาถึงหน้าประตูหมู่บ้านก็พบกับเอลฟ์หลายคนยืนโหวกเหวกเสียงดังอยู่
เกิดอะไรขึ้นรึป่าวนะ?
“นั้นไงมันอยู่นั้น!”
เอลฟ์หลายคนพอเห็นหน้าผมก็รีบวิ่งเข้ามาหาผมอย่างเดือดดาล
“ทำอะไรกันหนะพวกเ้า!”
คุณเอลสันที่เห็นดังนั้นก็วิ่งเข้ามาห้ามในทันที
“มันเป็คนลักพาตัวเด็กไปครับ!”
ลักพาตัว? หมายความว่าไง?
“ละ...ลูกของฉัน รีน่าหายตัวไปค่ะหาทั่วหมู่บ้านเเล้วก็ไม่เจอ”
เอลฟ์ผู้หญิงคนนึงพูดอธิบายขณะที่ตัวเองยืนร้องไห้อยู่ เด็กหายตัวไป นี้มันเื่ใหญ่เเล้วเเบบนี้
“มันต้องเป็คนลักพาตัวรีน่าไปเเน่!”
“เป็ไปไม่ได้! เลโอไปล่าสัตว์อสูรกับข้า ข้าเป็พยานให้ได้”
คุณเอลสันพยายามพูดปฎิเสธเพื่อช่วยเหลือผม
“เด็กคนนั้นหน้าตาเป็ยังไงครับ”
ผมถามคำถามโดยไม่สนว่าหลายคนกำลังะโด่าผมอยู่ ตอนนี้ชีวิตเด็กสำคัญที่สุด
“เเกอย่ามาไขสื....”
“ตอบคำถามเขาไปซะ”
จู่ๆก็มีเสียงผู้หญิงดังขึ้น เป็ฝ่าาเอลเซียกับคุณอาเรียเเล้วยังมีคุณเอเลนกับเมลกำลังเดินมาทางนี้
“ฝะ...ฝ่าา”
“ข้าบอกให้ตอบคำถามเขาไปซะ”
“รีน่า....เป็เด็กผู้หญิงผมสีฟ้าอ่อน ผิวขาวใส่ชุดสีเขียวค่ะ”
คุณเเม่เด็กเป็คนตอบ พอได้ยินรูปร่างของเด็กผมก็ใช่【เวทตรวจหาขั้นสูง】เพื่อค้นหาเด็กในทันที
เเต่ก็ไม่พบ หรือว่าจะออกไปนอก【บาเรีย】เเย่เเล้วเเบบนี้
“เหมือนจะออกไปนอก【บาเรีย】เเล้วหนะครับ”
“รู้ได้ยังไงกัน?”
“ผมมีเวทเกี่ยวกับการค้นหาอยู่นะครับ ลองค้นหาในนี้อย่างละเอียดเเล้วก็ไม่พบ”
“เป็ไปไม่ได้....เด็กคนเดียวจะออกไปนอก【บาเรีย】ได้ยังไงกัน....”
ใช่เเล้ว【บาเรีย】ต้องมีอุปกรณ์ที่ใช้เปิดเพื่อที่จะออกไปข้างนอก ไม่มีทางที่เด็กผู้หญิงตัวคนเดียวจะออกไปได้ หรือจะมีผู้บุกรุก บุกเข้ามาโดยที่ไม่ต้องทำลาย【บาเรีย】งั้นหรอ
ก็เป็ไปได้น้อยมากอีก เพราะถ้ามีวิธีนั้นจริงๆ ความเสียหายจะต้องมากกว่านี้แน่นอน
หรือว่า....จะออกไประหว่างที่คุณเอลสันเปิด【บาเรีย】
กรอด....เมื่อคิดได้ยังงั้นผมก็กัดฟันเเน่นทันที
เด็กตัวคนเดียว ถ้าอยู่ใกล้ๆก็น่าจะััได้สิ นี้เราทำบ้าอะไรอยู่เนี่ย ถ้าเด็กเป็อะไรขึ้นมา
“เลโอ...”
เมลที่เห็นหน้าผมที่กำลังโทษตัวเองอยู่นั้น ก็ได้เดินเข้ามาจับมือผมไว้ทันทีพร้อมแสดงสีหน้าเป็ห่วง
“น่าจะออกไประหว่างที่เราออกไปล่าสัตว์หนะครับ”
“ถ้างั้นก็ออกไปนอกจริงๆหนะสิ ไม่จริง...”
คุณเเม่ของเด็กที่ได้ยินดังนั้นก็ล้มลงอย่างหมดเเรง
“ท่านเอลสัน เมื่อกี้ออกไปตรวจนอก【บาเรีย】เเล้วพบรอยเท้าที่น่าจะเป็ของเด็กกับรอยเท้าของคนกลุ่มนึงที่ไม่ใช่ของเราครับ”
คุณริวกลับมารายงานตามที่ไปตรวจสอบมาให้คุณเอลสันฟัง เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้นก็ใทันที
“เหมือนจะมีคนลักพาตัวไปจริงๆ ถ้าอย่างนั้นก็ต้องรีบไปช่วย”
“ให้ผมไปเองครับ”
“หมายความว่ายังไง?”
คุณเอลสันใกับสิ่งที่ผมพูดออกมา ทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นก็ใเหมือนกัน
“เรายังไม่ข้อมูลของพวกลักพาตัว เราก็ไม่ควรที่จะทิ้งหมู่บ้านไว้โดยไม่มีคนคุ้มกันนะครับ เผื่อมีอะไรเกิดอะไรขึ้น”
ยังไม่รู้จำนวนเเละเเผนของพวกมัน ถ้าคิดในเเง่ร้ายสุดๆบางทีพวกมันมีสิ่งที่ทำลาย【บาเรีย】ได้ขึ้นมาถ้าคนที่ต่อสู้ออกไปหมดจะเเย่เอาได้ แถมเื่นี้เรายังรู้สึกที่ต้องรับผิดชอบ
“จะให้พวกมนุษย์ที่เป็พวกเดียวกับที่ลักพาตัว ไปช่วยเด็กคนเดียวได้ไง!”
เอลฟ์หลายคนะโอย่างเดือดดาลขึ้นมาอีกครั้ง ถ้ายังสรุปไม่ลงตัวแบบนี้ก็เเย่เเน่ เราจะมัวเสียเวลาไปมากกว่านี้ไม่ได้เเล้ว
“ก็ได้ นั้นก็ฝากเ้าด้วยละกัน”
เป็ฝ่าาเอลเซียที่ตอบรับคำขอจากผมอย่างง่ายดาย เเต่นั้นก็ยังไม่ทำให้หลายคนยอมรับที่จะให้ผมเข้าไปช่วยเด็กคนเดียว
“เเต่ว่าฝ่าา!”
“ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ข้าจะรับผิดชอบเอง”
เมื่อฝ่าาเอลเซียพูดเช่นนั้น หลายคนก็เริ่มยอมรับ
❝ขอบคุณครับฝ่าา ผมจะช่วยเด็กให้ได้❞