บทที่ 6
รถม้าและโจร
ขบวนรถม้าขบวนนึงสัญจรอยู่บนถนนเส้นหนึ่งนอกเมืองเป่ยซู มีผู้คุ้มกันมากมายคุ้มกันอยู่บริเวณรอบรอบรถม้าขบวนนี้
บ่งบอกถึงสถานะของผู้ที่เป็เ้าของขบวนรถม้าขบวนนี้ว่ามีฐานะไม่ธรรมดา พวกผู้คุ้มกันพวกนั้นเป็พวกภูมิคุ้มกันร่างกายใหญ่โต
พวกมันเองก็ดูเหมือนว่าจะมีทักษะยุทธอยู่พอตัว ทั้งหมดคุ้มกันขบวนรถม้านี่อย่างแ่าเดินทางมุ่งตรงไปบนถนนเส้นนี้
หลังจากเดินทางมาสักพักหัวหน้าที่เป็ผู้นำขบวนรถม้าหยุดรถม้าลงก่อนที่จะส่งเสียงสัญญาณ “ หยุดก่อน!!! ”
เมื่อมีเสียงจากผู้นำขบวนรถมาที่อยู่ด้านหน้าสุดะโมาถึงด้านหลัง ขบวนรถม้าทั้งขบวนเองก็หยุดลงพาทำให้ผู้คนมากมายภายในสถานที่อย่างนี้สงสัยกันยกใหญ่
ผู้นำขบวนเป็ชายวัยกลางคนร่างกายสูงใหญ่มีดาบเล่มใหญ่เหน็บพาดเอาไว้ที่เอว มองดูภายนอกก็ล่วงรู้ได้ทันทีว่าคนพวกนี้เป็ผู้ฝึกฝนวรยุทธ ดวงตาจ้องมองไปด้านหน้า
เมื่อมองตรงไปพบเห็นว่ามีกลุ่มคนมากความขบวนการเดินทางในครั้งนี้เอาไว้ “ เ้าเป็ผู้ใด”
“ เหตุใดจึงเดินทางมาขวางหน้าไว้ ”
“ นี่เป็ขบวนรถม้าของตระกูลหลิวแห่งเมืองหลวง ”
“ พวกเ้าเดินทางมาขวางรถม้านี้รู้หรือไม่ว่ามีโทษทัณฑ์อันใด ” มันประกาศออกมาด้วยน้ำเสียงกึกก้อง
ส่งเสียงสนทนากับพวกกลุ่มชายฉกรรจ์หลายคนที่มาขวางหน้ารถม้าเอาไว้ หลังจากที่ส่งเสียงประกาศต่อมันผู้นำขบวนรถม้าก็ขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างสงสัย
ดวงตาจ้องมองไปสิ่งที่ตัวของผู้นำขบวนรถม้ามองเห็นก็คือเ้าคนพวกนั้นหัวเราะออกมา พร้อมกับพวกมันที่นำเอาอาวุธออกมาจากด้านหลังของตนเอง
ไม่ว่าจะเป็กระบี่หรือดาบก็ถูกนำเอาออกมาเตรียมพร้อม ผู้นำขบวนรถมารู้ทันทีเ้าคนพวกนั้นย่อมไม่เป็มิตรอย่างแน่นอน
ดาบที่เหน็บอยู่ข้างเอวถูกนำออกมาพร้อมกับส่งเสียงเตือนพวกที่อยู่ด้านหลัง ” พวกโจรดักปล้น ”
“ เตรียมตัว ” แต่ทันทีที่ผู้นำขบวนรถม้าประกาศออกมา ส่งเสียงเตือนให้กับพวกที่อยู่ด้านหลัง
พวกที่อยู่ด้านหลังรีบนำเอาอาวุธของตนออกมาอย่างรวดเร็วผู้คุ้มกันจำนวนมากวิ่งเคลื่อนพลมาด้านหน้า
เตรียมพร้อมเข้าปะทะกับกลุ่มโจรที่มาดักปล้นขบวนรถม้าในครั้งนี้ ทว่า..หลังจากสิ้นเสียงของผู้นำขบวนรถม้ากล่าวออกมา
เื่ที่ไม่คาดฝันมันเองก็เกิดขึ้น ศีรษะของผู้นำขบวนรถม้าถูกบางอย่างตัดเข้าจนขาดลอยขึ้นอากาศ
ลำตัวและศีรษะถูกแยกออกจากกันพาให้เป็ภาพอันน่าตกตะลึงของเหล่าผู้คุ้มกันทั้งหมด ตาของพวกมันเบิกกว้างขึ้น
ร่างกายเองก็แข็งทื่ออย่างไม่ขยับทันทีที่ร่างของผู้นำขบวนรถม้านี้ตกลงจากหลังม้าสู่พื้น มีร่างของชายคู่หนึ่งที่สวมใส่ชุดสีดำทั้งกายปรากฏกายอยู่้าหลังม้าอย่างเงียบสงัด
เคลื่อนไหวนี้อยู่ในระดับสูงท่าร่างอันรวดเร็วที่พุ่งเข้ามาไม่ปรากฏแม้กระทั่งเสียงกระทบของฝ่าเท้า มันทำให้พวกภูมิคุ้มกันภายในสถานที่แห่งนี้รู้ได้ในทันทีคนผู้นี้ย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
ชายไร้นามที่ปรากฏกายออกมาอยู่บนหลังม้า สวมใส่ชุดสีดำสนิทตัวทั้งร่างกายไม่มีอันใดเป็จุดเด่นนัก แต่บนใบหน้าเป็ชายวัยยี่สิบกลาง มันมีใบหน้าที่ขาวซีดแถมยังเ็า
ดวงตาของชายผู้นั้นมองตรงไปยังรถม้าที่บรรทุกคนอยู่ด้านใน “ รถม้าของคุณหนูตระกูลหลิว… ข้ามาเรียนเชิญคุณหนูหลิวเดินทางไปกับข้า ”
ชายผู้นั้นประกาศกล่าวออกมา หลังจากที่มันนั้นส่งเสียงประกาศออกมาจึงทำให้เหล่าผู้คนภายในสถานที่แห่งนี้นั้นรู้ว่า
เ้าพวกกลุ่มคนที่ปรากฏกายออกมาไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป พวกมันไม่ใช่เพียงแค่โจรที่ดักปล้นแต่ว่าเป็คนที่มุ่งร้ายมาที่คุณหนูหลิวอย่างชัดเจน
ตระกูลหลิวเป็ตระกูลที่มีอำนาจแห่งเมืองหลวงภายในอาณาจักรเปลวเพลิงแห่งนี้ เพราะแบบนั้นมันจึงมีผู้คนมากมายที่มุ่งร้าย
พวกผู้คุ้มกันมากมายที่อยู่รอบๆรีบพุ่งเข้าไปขวางหน้ามันล้อมรอบรถม้าของคุณหนูหลิวเอาไว้เพื่ออารักขา
แต่ทันทีที่ชายไร้นามชุดดำผู้นั้นกำลังจะลงมือ มันกำลังจะขยับเขยื้อนมุ่งตรงเข้าไปสู่รถม้า
อยู่ๆร่างกายของชายผู้นั้นก็ชะงักลง ท่าร่างที่กำลังจะถูกใช้ออกมาก็หยุดชะงัก ดวงตาของมันมองตรงไปยัง้าหลังคารถม้าของคุณหนูหลิวที่เป็เป้าหมาย
ในตอนนี้ปรากฏขอทานน้อยผู้หนึ่งยืนอยู่้าหลังคาแต่งกายสกปรกแถมยังสวมใส่เสื้อผ้าที่ขาดรุ่ย ที่แท้แล้วขอทานน้อยที่ปรากฏกายออกมาก็คือจางอี้
จางอี้มองไปที่พวกกลุ่มคนที่ขวางขบวนรถม้านี่เอาไว้ จางอี้กล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ พวกเ้าเป็โจรใช่หรือไม่ ”
ชายที่ยืนอยู่บนหลังม้าด้วยท่าทางสงบนิ่งเอียงคอดวงตาของมันมองไปยังขอทานน้อยผู้นี้อย่างประหลาดใจ
ชายไร้นามที่สวมใส่ชุดดำผู้นี้ ประเมินขอทานผู้นี้ด้วยสายตาที่ไม่ธรรมดา มันทำการกล่าวออกมาอย่างรวดเร็วหลังจากประเมินหนึ่งคราด้วยสายตาของตนเองแล้ว “ เื่นี้ไม่เกี่ยวอันใดกับเ้า ”
“ เ้าไม่จำเป็จะต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวเป็เื่ของข้ากับขบวนรถม้านี้ ”
ที่แท้แล้วชายชุดดำไร้นามผู้นี้ก็เป็คนที่ฉลาดเฉลียวพอตัว มันมองเห็นว่าเด็กหนุ่มที่อยู่ด้านหน้ามีท่าทางไม่ธรรมดามันจึงไม่อยากจะเข้าไปยุ่งเกี่ยว
จางอี้แสยะยิ้มที่มุมปาก “ ข้ากำลังขาดแคลนเงินทองน่ะ ”
“ ในตอนนี้ตั้งใจว่าจะเดินทางไปยังสำนักกระบี่์ แต่ว่าเงินที่มีอยู่มันเองก็หมดลง ”
“ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับข้า? ” ชายผู้นั้นเอ่ยถามด้วยแววตาสงสัย
“ ก็ถ้าพวกเ้าเป็โจรการฆ่าพวกเ้าและปล้นชิงสิ่งของมาก็ไม่ผิดอย่างไรเล่า ” จางอี้ยิ้ม
ทันทีที่จางอี้กล่าวออกมา อยู่ๆก็มีถุงเงินนึงถูกโยนมาจากด้านล่าง จางอี้ชะงักใจสงสัยเอื้อมมือคว้าจับมันเอาไว้แล้วเหลือบมองลงไปพบเห็นว่าถุงเงินนี้ถูกโยนมาจากรถม้าที่ตนเองกำลังยืนอยู่
ผู้คนที่อยู่ด้านในรถม้าเป็คนโยนถุงเงินนี้มาให้ จางอี้มองดูเงินภายในถุงปรากฏว่ามีเงินอยู่หลายเหรียญ “ คุณหนูของพวกเราบอกว่านี่คือเงินค่าจ้างข้าเกิดท่านสามารถฆ่าพวกคนเ่าั้ได้จะจ่ายให้เพิ่มอีก 1 เท่า ” เสียงของสตรีวัยกลางคนดังออกมาจากภายในรถม้า
จางอี้พยักหน้าพร้อมกับแสดงใบหน้าเบิกบานเงินนี้เป็จำนวนมากพอที่จะเดินทางไปยังสำนักขนาดใหญ่ภายในดินแดนแห่งนี้
หลังจากที่เก็บเงินนั้นเข้าภายในเสื้อชายไร้นามปริศนาชุดดำผู้นั้นก็รู้ทันทีว่าขอทานที่อยู่ด้านหน้าเป็ศัตรูของตน
มันพุ่งทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็วถ้าร่างอันว่องไวเพียงแค่ครู่เดียวก็มาบรรลุอยู่ด้านหน้าของจางอี้
จางอี้ผงะถอยหลังคนผู้นั้นใช้ฝ่ามือซัดตรงเข้ามาพร้อมจะใช้การโจมตีนี้ปิดฉากในครั้งเดียว ทว่่าจางอี้ก็ใช้ฝ่ามือของตนเองโจมตีสวนกลับไป สองฝ่ามือปะทะการเกิดแรงสั่นะเืในอากาศ ตรึง!!!
ร่างของทั้งสองกระเด็นออกมาจากจุดนั้นต่างฝ่ายต่างกระเด็นถอยออกมาจากรถม้าคนละสิบก้าว
ชายชุดดำปริศนามอบมือของตนเอง “ แปลกประหลาด ขอบเขตบ่มเพาะเพียงแค่รากฐานขั้นกลางทำไม ”
“ เ้ามีเวลาให้คิดมากขนาดนั้นด้วยอย่างนั้น ” เสียงของขอทานน้อยด้านหน้าดังขึ้น มันเพียงแค่เผลอหยุดคิดไปเพียงแค่เสี้ยววินาทีร่างกายของขอทานน้อยผู้นั้นที่กระเด็นไปไกลหลายสิบก้าวก็มาบรรลุอยู่เบื้องหน้าของมัน
จางอี้ใช้หมัดของตนเองกระแทกเข้าไปที่หน้าอกของมันอย่างเต็มแรง ปั้ง!!!
จบบท