ห้องประชุมที่เคยเงียบสงบในตอนเช้า บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดและบรรยากาศที่หนักอึ้ง แสงไฟนีออนสีขาวส่องลงบนโต๊ะประชุมไม้สักตัวเดิม ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยแฟ้มคดี ภาพถ่าย ข้อมูลต่างๆ และเศษกระดาษที่ถูกขยำทิ้ง
หลงเทียนยืนอยู่หน้ากระดานไวท์บอร์ดที่เต็มไปด้วยแผนผังความเชื่อมโยง ขีดเขียนด้วยปากกาเมจิกสีแดงและสีน้ำเงิน ภาพถ่ายของเหยื่อทั้งสามคนถูกติดเรียงรายกัน เหยื่อแต่ละรายถูกฆ่าด้วยวิธีการที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
หลิวฟางถูกพบในสวนสาธารณะ ถูกรัดคอด้วยผ้าพันคอไหมสีแดง หวังลี่ถูกพบในตรอกเปลี่ยว ถูกแทงด้วยของมีคมที่หน้าอก ส่วนจางเหมยถูกพบในโรงแรมร้าง ถูกกดน้ำในอ่างอาบน้ำ
“อย่างที่ทุกคนเห็น” หลงเทียนเริ่มด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เหยื่อแต่ละรายถูกฆ่าด้วยวิธีการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง หลิวฟางถูกรัดคอ หวังลี่ถูกแทง และจางเหมยถูกกดน้ำ แต่สิ่งที่เชื่อมโยงพวกเธอเข้าด้วยกันคือ รอยแผลเป็รูปพระจันทร์เสี้ยวที่ข้อมือซ้าย รอยแผลนี้ดูเหมือนจะถูกกรีดด้วยของมีคมบางอย่าง หลังจากการเสียชีวิต”
เขาหันไปมองเ้าหน้าที่คนอื่นๆ ในห้อง
“รายงานชันสูตรศพระบุว่าเหยื่อทั้งสามเสียชีวิตใน่เวลาที่แตกต่างกัน หลิวฟางเสียชีวิตเมื่อสองสัปดาห์ก่อน หวังลี่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และจางเหมยเมื่อคืนนี้”
“เราได้ตรวจสอบประวัติของเหยื่อแล้ว” หวังจิน เ้าหน้าที่าุโกล่าว “พวกเธอไม่มีความสัมพันธ์กัน ไม่รู้จักกันเป็การส่วนตัว และไม่ได้ทำงานในสายงานเดียวกัน หลิวฟางเป็ครูสอนดนตรี หวังลี่เป็พนักงานเสิร์ฟ และจางเหมยเป็นักศึกษา”
หลินเยว่ เ้าหน้าที่สาวสวยเสริม
“เราได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ นอกจากชายแปลกหน้าที่ชาวบ้านเห็นใกล้ที่เกิดเหตุของหวังลี่และจางเหมย แต่ภาพจากกล้องวงจรปิดไม่ชัดเจนพอที่จะระบุตัวตนได้”
บรรยากาศในห้องประชุมเงียบลง ทุกคนต่างครุ่นคิดถึงความเชื่อมโยงที่ยังหาไม่เจอ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังเบาๆ เป็ระยะ
เหมยฮัวที่นั่งอยู่เงียบๆ ตลอดการประชุม ยกมือขึ้นเบาๆ
“ขออนุญาตค่ะ”
หลงเทียนพยักหน้าให้เธอ
“เชิญครับ คุณเหมยฮัว”
“ฉันคิดว่าเราอาจจะมองข้ามบางสิ่งไป” เหมยฮัวกล่าวอย่างมั่นใจ
“เรากำลังพยายามหาความเชื่อมโยงระหว่างเหยื่อ แต่เราอาจจะต้องมองไปที่พฤติกรรมของฆาตกรแทน”
ทุกคนในห้องมองมาที่เธอด้วยความสนใจ
“วิธีการฆ่าที่แตกต่างกัน บ่งบอกว่าฆาตกรอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงวิธีการฆ่าไปเรื่อยๆ” เหมยฮัวอธิบาย
“เขาอาจจะกำลังทดลอง หรือกำลังพัฒนาวิธีการฆ่าของตัวเอง หรืออาจจะ้าหลีกเลี่ยงการถูกจับได้ โดยการเปลี่ยนวิธีการ”
“แต่รอยแผลเป็รูปพระจันทร์เสี้ยว แสดงให้เห็นว่าฆาตกร้าทิ้งสัญลักษณ์บางอย่างไว้” เหมยฮัวกล่าวต่อ
“เขาอาจจะ้าแสดงตัวตน หรือ้าส่งสารบางอย่าง”
“และที่สำคัญที่สุด” เหมยฮัวเน้นเสียง
“การที่ฆาตกรเลือกเหยื่อที่ไม่มีความสัมพันธ์กัน บ่งบอกว่าเขาอาจจะไม่ได้มีแรงจูงใจส่วนตัวต่อเหยื่อแต่ละคน แต่เขาอาจจะมีแรงจูงใจที่กว้างกว่านั้น เช่น ความ้าที่จะฆ่า หรือความเชื่อบางอย่าง”
หลงเทียนมองเหมยฮัวด้วยความสนใจ แววตาของเขาเปลี่ยนจากความสงสัยเป็ความชื่นชม เขาไม่เคยคิดถึงมุมนี้มาก่อน
“เป็ข้อสังเกตที่น่าสนใจมาก คุณเหมยฮัว” หลงเทียนกล่าว
“ผมเห็นด้วยกับคุณ เราอาจจะต้องมองไปที่พฤติกรรมของฆาตกรมากกว่า”
“ผมอยากให้คุณและเฉินหลงลงพื้นที่สืบสวนในย่านบันเทิงยามค่ำคืน” หลงเทียนกล่าว
“บริเวณนั้นเป็แหล่งรวมตัวของกลุ่มคนหลากหลาย รวมถึงผู้มีอิทธิพลในวงการธุรกิจมืด พวกเขาอาจจะรู้เห็นอะไรบางอย่าง”
เหมยฮัวและเฉินหลงพยักหน้ารับคำสั่ง
เมื่อถึงเวลากลางคืน เหมยฮัวและเฉินหลงได้เดินทางไปยังย่านบันเทิงยามค่ำคืนที่หลงเทียนกล่าวถึง แสงสีนีออนสว่างจ้า เสียงเพลงดังกระหึ่ม และผู้คนเดินกันขวักไขว่ สร้างบรรยากาศที่คึกคักและวุ่นวาย
“เราจะเริ่มจากตรงไหนดีครับ” เฉินหลงถาม
“เราจะแยกกันสืบสวน” เหมยฮัวตอบ “ฉันจะเข้าไปในคาเฟ่ ส่วนคุณไปที่บาร์ ลองสอบถามข้อมูลจากคนแถวนั้นดู”
“แล้วคุณจะปลอมตัวเป็อะไรครับ” เฉินหลงถามด้วยความสงสัย
เหมยฮัวยิ้ม “ฉันจะลองเป็นักร้องคาเฟ่ดู”
ไม่นานนัก เหมยฮัวก็ปรากฏตัวในชุดราตรีสีแดงเพลิง ผมยาวถูกปล่อยสยาย แต่งหน้าเข้ม ทำให้เธอดูสวยและเซ็กซี่อย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน เธอขึ้นไปบนเวทีเล็กๆ ในคาเฟ่ และเริ่มร้องเพลงลูกทุ่งเก่าๆ ด้วยน้ำเสียงหวานซึ้ง
ในขณะเดียวกัน เฉินหลงก็ปลอมตัวเป็นักธุรกิจหนุ่ม สวมสูทและแว่นกันแดด เดินเข้าไปในบาร์ที่อยู่ใกล้ๆ เขาพยายามพูดคุยกับคนในบาร์ และสอบถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ผิดปกติใน่ที่ผ่านมา
ในระหว่างที่เหมยฮัวกำลังร้องเพลงอยู่นั้น เธอก็สังเกตเห็นชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่มุมมืดของร้าน เขามีท่าทางแปลกๆ และดูเหมือนจะจ้องมองเธอเป็พิเศษ เหมยฮัวจึงพยายามร้องเพลงไปพร้อมกับสังเกตชายคนนั้นไปด้วย
ในขณะเดียวกัน เฉินหลงก็ได้ยินบทสนทนาที่น่าสนใจจากกลุ่มชายฉกรรจ์ในบาร์ พวกเขากำลังพูดถึงเื่ “รอยพระจันทร์” และ “หญิงสาวที่หายไป”
เมื่อเหมยฮัวร้องเพลงจบ เธอจึงลงจากเวทีและเดินไปหาเฉินหลงที่บาร์
“ฉันคิดว่าฉันเจออะไรบางอย่าง” เธอกระซิบ
เฉินหลงก็กระซิบตอบ “ผมก็ได้ยินอะไรบางอย่างเหมือนกัน”
ทั้งสองจึงตัดสินใจกลับไปที่สถานีตำรวจ เพื่อรายงานสิ่งที่พวกเขาได้พบ เมื่อกลับถึงสถานีตำรวจ ทั้งสองได้รายงานสิ่งที่พวกเขาได้พบให้หลงเทียนทราบ
“ชายที่เหมยฮัวเห็นในคาเฟ่ อาจจะเป็ฆาตกร” หลงเทียนกล่าว
“และบทสนทนาที่เฉินหลงได้ยินในบาร์ อาจจะเชื่อมโยงกับคดีของเรา”
“เราต้องตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้อย่างละเอียด” หลงเทียนกล่าวต่อ
“ผมเชื่อว่าเราใกล้จะจับตัวฆาตกรได้แล้ว”
เหมยฮัวและหลงเทียนมองหน้ากันด้วยความมุ่งมั่น ทั้งสองรู้สึกว่าพวกเขากำลังเข้าใกล้ความจริงเข้าไปทุกที