เสียงนกร้องแ่เบานอกห้องขับกล่อมเช้าวันใหม่ทั้งสามที่ตื่นแต่เช้าเพื่อที่จะเตรียมตัวออกไปทานข้าวเช้าพร้อม ๆ กันภาพของเจมส์ที่กำลังบ่นอยู่กับพี่ภูมิเื่การตื่นเช้าก็กลายเป็กิจวัตรประจําวันของทั้งสองไปแล้วเฟิร์นที่กำลังแต่งหน้าอยู่หน้ากระจก พี่ภูมิที่กำลังแต่งตัวอยู่ในห้องน้ำขณะที่เจมส์นั่งทำหน้าสะลึมสะลืออยู่บนเตียง
“เฮ้ยเฟิร์นหน้าบวมเชียว” คำพูดแรกที่เจมส์พูดกับเฟิร์น
เฟิร์นเงยหน้าขึ้นมาช้า ๆคิ้วกระตุกนิดหน่อยราวกับไม่แน่ใจว่าควรจะรู้สึกยังไงดี
“เหี้ยมาก”เสียงะโของพี่ภูมิออกมาจากห้องน้ำ “คนเหี้ยไรทักผู้หญิงแบบนั้น”
“ทักอะไรไม่ดูหน้าตัวเองก่อนเลยนะมึงเนี่ย”พี่ภูมิเปิดประตูห้องน้ำและเดินออกมาทำหน้าใส่เจมส์
“เล่นต้มมาม่ากินกันก่อนนอนไม่ให้หน้าบวมได้ไงหล่ะ”พี่ภูมิอธิบายทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าที่หน้าและตาของเฟิร์นบวมนั้นอาจเป็เพราะเธอร้องไห้อยู่ครึ่งคืน
“อ่อผมหมายถึงน่ารักแบบบวม ๆ อะ แบบตุ้ยนุ้ยไง เหมือนกระต่ายอ้วนตอนตื่นนอน!”เขาพยายามแก้ตัวทันทีที่เห็นหน้าเฟิร์นมองเหมือนจะกัดหัวเขา
สายตาของเฟิร์นที่มองไปที่พี่ภูมิสามารถสื่อได้โดยไม่ต้องเอ่ยคำขอบคุณออกมา
หลังจากที่ทุกคนเตรียมตัวเรียบร้อยก็เดินทางไปทานอาหารเช้าที่ร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขาวิวตรงหน้าคือทิวเขาสลับซับซ้อนที่ถูกละเลียดด้วยหมอกจาง ๆเสียงน้ำไหลจากลำธารเล็ก ๆ ใต้ร้านราวกับกำลังบรรเลงท่วงทำนองต้อนรับวันใหม่
“ผมจะสั่งพิเศษเนื้อล้วนชามใหญ่ คูณสองเลยนะครับ หิวมากกก” เจมส์ประกาศก่อนที่จะไปนั่งโต๊ะเสียอีก
“กูว่าให้ร้านใช้ถังแทนชามเลยมั้ยง่ายดี” ภูมิแซวพลางหัวเราะ เฟิร์นเองก็หลุดขำออกมารอยยิ้มของเธอทำให้ภูมิหายห่วงเธอมาบ้าง
“อากาศดีเนอะ”เฟิร์นพูดพลางหย่อนขาลงจากระเบียงไม้
“ดีจนอยากนั่งอยู่แบบนี้ทั้งวันเลย”เจมส์ตอบก่อนจะดูดก๋วยเตี๋ยวเสียงดัง “อู้วว ร้อน!”
“กินดี ๆเดี๋ยวสำลักติดคอตายพอดี” พี่ภูมิบ่นเจมส์และหยิบทิชชูให้ ภาพของทั้งสองดูเหมือนเป็พ่อที่ดูแลลูกมากกว่าพี่กับน้อง
เฟิร์นที่มองภาพนั้นอยู่ยิ้มออกมากเบา ๆ และเธอก็หันกลับไปมองวิวสายตาของเธอที่มองวิว แสงจากอาทิตย์ยามเช้าที่ส่องใส่ใบหน้าของเธอทำให้พี่ภูมิอดใจไม่ไหวที่จะหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายภาพนั้นเก็บไว้อย่างรวดเร็วสิ่งที่เขาเห็นผ่านเลนส์กล้องกลับเป็ภาพของเธอคนนั้น “ฝ้าย”ภาพที่เธอนั่งอยู่ที่เดียวกันและหันมามองและยิ้มให้เขารอยยิ้มที่ทำให้เขาหลงรักเธอจนลืมเธอไม่ลงภาพที่เขาคิดถึงนี้ทำให้เขาไม่กล้าละสายตาจากกล้องของเขาเพราะว่ากลัวภาพที่เขาเห็นนั้นจะหายไป
ขณะที่พี่ภูมินิ่งไปเสียงเบา ๆ จากเจมส์ที่นั่งข้าง ๆ เขาก็แทรกเข้ามา
“เฟิร์นสวยหว่ะ”เสียงเคลิ่มและรอยยิ้มกว้าง ๆ บนใบหน้าของเจมส์เผยออกมาอย่างชัดเจนคำพูดของเจมส์เหมือนเรียกสติของภูมิกับมา
“อืม”พี่ภูมิพูดกับเจมส์ “บอกกูทำไม ไปบอกเค้าสิ”
“พูดง่ายเนอะผมเขินอะ” เจมส์ทำท่าทางเป็เขินอาย
พี่ภูมิไม่ตอบอะไรเจมส์ เขาลุกขึ้นและเริ่มถ่ายรูปบรรยากาศรอบ ๆ
“แล้วเราจะไปไหนต่อเหรอ?” เฟิร์นถาม
พี่ภูมิเหลือบตามามองแล้วยิ้มตอบ “ปาย”
“ปาย! จริงดิพี่!เยสสส” เจมส์ถึงกับยกมือขึ้นฟ้า “ในที่สุด! ความฝันของผม!”
“ไม่เคยไปเหรอ?” เฟิร์นถาม
“ไม่เคย อยากไปมากถึง มากที่สุด” เจมส์ตอบอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
พี่ภูมิหัวเราะแล้วลุกขึ้น“ไปกันเถอะ เดี๋ยวจะถึงปายค่ำเกินไป”
ระหว่างทางไปปาย ถนนคดเคี้ยวเหมือนลายเส้นในสมุดวาดเขียนของเด็กประถมมีหมอกจาง ๆ คลอเคลียยอดไม้ รถของพี่ภูมิค่อย ๆไต่ความสูงขึ้นสู่เส้นทางที่เลาะเลียบูเา
บรรยากาศในรถสบาย ๆ เพลงอินดี้เบา ๆ ดังจากลำโพงเจมส์ย้ายจากเบาะหลังมานั่งหลังคนขับเพื่อที่จะพูดคุยกับเฟิร์นและพี่ภูมิเขาพูดไม่หยุด วางแผนว่าไปถึงจะทำอะไร ไปที่ไหน เล่าทุกสิ่งที่ทำให้เขาอยากไปปาย
หลังจากขับรถผ่านเนินเขาหลายลูกพี่ภูมิจอดรถตรงหน้าสะพานไม้เก่าแก่ที่ทอดข้ามลำธารสายหนึ่ง
“สะพานประวัติศาสตร์ปาย”เขาเอ่ยเสียงเบา “แวะกันหน่อยแล้วกัน”
สะพานไม้เหล็กเก่าแก่สีหม่นเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยน้ำหนักของเื่เล่ามากมายที่เคยเกิดขึ้น ณ จุดนี้ยามบ่ายที่แดดส่องลอดช่องเมฆลงมากระทบพื้นไม้
ทั้งสามลงจากรถ เฟิร์นเดินช้า ๆ ไปตามสะพานพลางมองวิวรอบด้านด้วยแววตาเหม่อลอย พี่ภูมิยกกล้องขึ้นถ่ายเธอเงียบ ๆในขณะที่เจมส์เดินเข้ามาข้าง ๆ พี่ชาย
“พี่ ๆ”เจมส์เอ่ยเสียงเบา “คือ… ผมว่าผมชอบเฟิร์นจริง ๆ ว่ะ”
พี่ภูมิยังคงถ่ายภาพต่อโดยไม่หันมาแต่เสียงของเขานั้นจริงจัง “แน่ใจเหรอ?”
“แน่ใจดิพี่”เจมส์ตอบทันที “ผมไม่เคยเจอใครที่อยู่ด้วยแล้วมัน...รู้สึกดีแบบนี้”
พี่ภูมิหันมามองน้องชาย“แล้วถ้าเขายังไม่พร้อมล่ะ?”
“พี่แค่ไม่อยากให้มึงไปทำร้ายใครโดยไม่ตั้งใจนะเจมส์บางทีคนที่ดูเหมือนหัวเราะได้ อาจจะกำลังร้องไห้ในใจก็ได้” พี่ภูมิเสริม
เจมส์นิ่งและพยักหน้าช้าๆ “ผมจะค่อย ๆ เดินนะพี่ ไม่วิ่ง ไม่เร่ง ไม่เร้า ผมแค่...อยากอยู่ข้าง ๆ เขาเฉยๆ”
“มึงอยากทำอะไรก็ทำกูแค่อยากเตือนไว้เฉย ๆ ไม่อยากให้ทั้งเฟิร์นทั้งมึงต้องเสียใจ”
“ขอบคุณนะพี่”เจมส์ตอบด้วยสีหน้าจริงจัง
พี่ภูมิยกกล้องขึ้นอีกครั้ง ถ่ายภาพเงาสะพานที่ทอดยาวไปจนสุดฟาก
อีกฝั่งของสะพาน เฟิร์นนั่งลงบนราวไม้ มองไกลออกไปยังทิวเขาเสียงลมพัดเบา ๆ ผมของเธอปลิวตามแรงลมดวงตานิ่งสนิทเหมือนกำลังพูดคุยกับบางสิ่งที่ไม่มีตัวตน
เธอถอนหายใจขณะที่จ้องโทรศัพท์ที่ปิดอยู่สายตาของเธอกวาดไปยังท้องฟ้าเหมือน้าขอคำตอบให้กับคำถามที่เธอไม่กล้าถาม
เสียงฝีเท้าเบา ๆดังขึ้นข้างหลัง เธอหันไปเห็นพี่ภูมิกับเจมส์เดินมาหา
“ได้รูปสวยมั้ยคะ?” เธอยิ้มจาง ๆ
“มีแต่รูปสวย ๆเต็มเลย” พี่ภูมิตอบ
ท่ามกลางภาพของสะพานไม้เก่าแก่ที่เชื่อมอดีตกับปัจจุบันไว้ด้วยกันพวกเขายังไม่รู้หรอกว่า ความรู้สึกบางอย่าง กำลังเริ่มต้นขึ้นเงียบ ๆเหมือนสายหมอกที่ค่อย ๆ ลอยขึ้นจากลำธารยามเย็น