ตำนานสามภพ ภาค พลิกชะตายุทธภพ จบแล้ว(มีE-Book)

    บทที่ 5 ตอนที่ 22 เหนือการควบคุม 1/2

    ภายในอาณาเขตอักขระมนตรา ก่อนที่อุกกาบาตจะตกลงมา 

            ต่อให้เทพศพโลหิตจะบรรลุทั้งเจตจำนงแห่งกระบี่และเจตจำนงแห่งโลหิต แต่ว่า การโจมตีของเทพศพโลหิตกลับไม่อาจทำอันตราย กับ เนี่ยหลุนและเรนได้เลยแม้แต่น้อย เพราะว่าเนี่ยหลุนก็บรรลุระดับของเจตจำนงแห่งวิญญาณ ความแข็งแกร่งของอาคมดาราสิบแฉกที่ประสานไว้บนร่างกายของยักษ์ขาว สามารถเข้าปะทะกับกระบี่ของเทพศพโลหิตได้อย่างไม่เพลี่ยงพล้ำ ส่วนทางด้านของเรน ถึงจะอยู่ภายในร่างของอูหลินเฟิงมานาน และ แทบจะไม่ได้ออกมา แต่ว่าเรนก็วิญญาณแฝดที่แข็งแกร่งที่สุด ก่อนตายก็บรรลุถึงแก่นแท้แห่งอักขระแล้ว เมื่อได้รับร่างกายใหม่เรนก็บรรลุถึงครึ่งก้าวเจตจำนงอักขระและครึ่งก้าวเจตจำนงแห่งดาบพร้อมๆกัน ทำให้ดาบเรเปียร์น้ำแข็งที่เสริมอักขระสามารถต้านทานกระบี่ของเทพศพโลหิตได้อย่างง่ายดาย 

            “โธ่เว้ย!! ไอ้เจ้าพวกเดรัจฉาน!!” เทพศพโลหิตตะโกนออกมาอย่างเดือดดาล หลังจากที่ปะทะกันมาเรื่อยๆ ปรากฏว่า ตัวของเทพศพโลหิต ไม่อาจจะรับมือความแข็งแกร่งของเรนในร่างของชิกิงามิมังกรและเนี่ยหลุนในร่างของยักษ์ขาวได้ ค่อยๆโดนการโจมตีของอีกฝ่ายทำร้ายร่างกายเรื่อยๆ แม้ว่าปราณโลหิตจะสามารถทำให้มารศพโลหิตสามารถรักษาร่างกายตนเองได้ แต่ว่าหากเป็นแบบนี้ต่อไปพลังภายในร่างกายที่ได้รับมาจากการกลืนกินเลือด ก็จะค่อยๆหายไป 

    เทพศพโลหิตโดนการโจมตีเวทน้ำแข็งที่ประสานไว้ด้วยอักขระมนตราสีขาว และ อาคมดาราสิบแฉก จนสภาพในตอนนี้เรียกว่ายับเยินเป็นอย่างมาก แม้ว่าด้วยพลังของเทพศพโลหิตที่บรรลุถึงเจตจำนงแห่งโลหิตจะสามารถรักษาตัวเองได้อย่างรวดเร็ว แต่ว่ายิ่งรักษาตนเองดูเหมือนว่าพลังลมปราณในร่างกายก็จะยิ่งลดน้อยลงและดูเหมือนว่าระดับลมปราณก็จะตกลงจากชนชั้นราชันขั้นกลาง เหลือเพียงแค่ชนชั้นราชันขั้นต้นเท่านั้น

            การต่อสู้กับสิ่งที่ไม่มีเลือดภายในร่างกาย ถือเป็นจุดอ่อนอันใหญ่หลวงของเทพศพโลหิตที่มีความสามารถในการควบคุมเลือดของศัตรูได้ ผ่านการแฝงเลือดของตนเองเข้าสู่ร่างกายของศัตรู เรียกได้ว่าอีกฝ่ายวางแผนว่าดียิ่งนัก และ คู่ต่อสู้ทั้งสองยังสามารถใช้พลังธาตุเหมันต์ที่แข็งแกร่งได้อีกด้วย ปราณโลหิตรูปแบบของเหลวไม่อาจใช้ได้ ทั้งเรนและเนี่ยหลุน เรียกได้ว่าเป็นดาวพิฆาตของเทพศพโลหิต 

            “ลนลานแล้วงั้นเหรอ เทพตกชั้น” เนี่ยหลุนยังคงกล่าวท้าทายออกมาเช่นเดิม วงแหวนอาคมมากมายปรากฏขึ้น ลูกศรหลากธาตุพุ่งออกมาจากวงแหวนอาคมดาราสิบแฉกอย่างต่อเนื่อง เนี่ยหลุนที่บรรลุเจตจำนงแห่งวิญญาณแทบจะไม่เปลืองพลังวิญญาณของตนเองเลย สามารถใช้วงแหวนอาคมได้แทบจะตลอดเวลา หากเป็นแบบนี้ต่อไปอีกไม่นานเนี่ยหลุนจะสามารถทำให้พลังของเทพศพโลหิตลดลงได้มหาศาล 

            “คิดว่าของแค่นี้จะทำอะไรข้าได้หรือไง!!” เทพศพโลหิตกล่าว ถึงแม้จะพูดออกไปแบบนั้นแต่ภายในใจของมารศพโลหิตวิตกเป็นอย่างมาก ถือเป็นครั้งแรกที่เทพศพโลหิตถูกกดดันมากมายขนาดนี้ การต่อสู้โดยการใช้โลหิตเหลวก็ไม่อาจทำได้ การบังคับเลือดภายในร่างกายของอีกฝ่ายก็ไม่อาจทำได้ ทำได้เพียงแค่ตั้งรับการโจมตีไปเรื่อยๆ เท่านั้น

            “ถ้าเป็นแบบนี้ล่ะก็ พวกเราเพิ่มระดับการโจมตีให้รุนแรงขึ้นดีกว่า รีบปิดฉากเจ้านี่ซะ” เรนกล่าว จากนั้นร่างกายของเรนก็ระเบิดพลังเวทออกมา กล่าวคำร่ายเวทออกมาทันที “ความเย็นยะเยือกอันบริสุทธิ์จงแช่แข็งศัตรูแห่งข้า พลังแห่งความเย็นอันสุดขั้วจงก่อสร้างอสูรร้าย เวทมนตร์น้ำแข็ง ไฮดรา”

    เรน ประสานพลังอักขระเสริมพลังเข้ากับเวทน้ำแข็ง สร้างไฮดราเก้าหัวขึ้นมาจากน้ำแข็ง เพียงแค่การเรียกออกมาอุณหภูมิภายในที่แห่งนี้ก็ลดลงอย่างรวดเร็ว ปรับเปลี่ยนพื้นที่ภายในอาณาเขตอักขระมนตรา ให้กลายเป็นทุ่งน้ำแข็งทันที

            ศาสตร์ควบคุมโลหิตเรียกได้ว่าแทบจะโดนผนึกโดยสมบูรณ์ ในตอนนี้เทพศพโลหิตแทบจะไม่อาจเรียกโลหิตออกมาเพิ่มได้ ความเย็นที่เพิ่มขึ้นทำให้เมื่อโลหิตออกมาจากร่างกายของเทพศพโลหิตก็ถูกแช่แข็งในทันที สถานการณ์ของเทพศพโลหิตในตอนนี้เรียกได้ว่าย่ำแย่ยิ่งนัก จ้องมองไปยังไฮดราน้ำแข็งเก้าหัวที่ส่งความเย็นสุดขั้วออกมา

            ‘ไม่อยากจะเชื่อว่าข้าคนนี้ จะโดนไอ้พวกเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมสองคนกดดันได้ถึงขนาดนี้’ เทพศพโลหิตพยายามคิดหาทางรอดออกไปจากอาณาเขตอักขระแห่งนี้ ภายในอาณาเขตอักขระที่แฝงไว้ด้วยพลังแห่งมิติ อาศัยพลังของเทพศพโลหิต แม้ว่าระดับพลังในตอนนี้ของเทพศพโลหิตจะสูงถึงราชันขั้นต้น แต่ว่าความสามารถโดยรวมกับแพ้ทางของเด็กหนุ่มทั้งสองตรงหน้าอย่างมาก

            แต่ก่อนที่ทั้งเรนและเนี่ยหลุนจะโจมตีออกไป คนทั้งหมดภายในอาณาเขตอักขระก็สัมผัสได้ถึงการโจมตีที่รุนแรง บางอย่างกระทบเข้ากับผิวของอาณาเขตอักขระมนตรา นั่นก็คืออุกกาบาตขนาดเล็กที่เกิดขึ้นจากการปะทะกันของพลังจากสัตว์อสูรระดับชนชั้นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ เพียงแค่อุกกาบาตขนาดเล็กนั่นเฉี่ยวกระทบเข้ากับผิวของอาณาเขตอักขระมนตรา อักขระจำนวนมากก็ถูกทำลายลงไปทันที

            “ฮ่าฮ่าฮ่า แม้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น  แต่เหมือนสวรรค์จะเป็นใจให้กับข้า” เทพศพโลหิตตะโกนออกมาอย่างชอบใจเมื่อเห็นว่าอาณาเขตอักขระมนตราเกิดช่องโหว่ เทพศพโลหิตไม่รอช้าระเบิดลมปราณรีบพุ่งออกไปทันที

            “โถ่เว้ย โจมตี” เรนรีบสั่งให้ไฮดราโจมตีทันทีแต่ว่า ความเร็วของไฮดรากลับไม่สามารถไล่ตามความเร็วของเทพศพโลหิตได้ทัน แม้แต่วงแหวนอาคมดาราสิบแฉกก็ไม่สามารถโจมตีได้ทันเช่นกัน

            “มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ การโจมตีเมื่อกี้คืออะไรกัน” เนี่ยหลุนกล่าวออกมาอย่างเจ็บใจ หากว่าไม่มีการโจมตีเมื่อครู่จนทำลายอาณาเขตอักขระมนตรา อีกไม่นานก็คงจะสามารถลดระดับลมปราณของเทพศพโลหิตจนสามารถสังหารได้อย่างง่ายดายแล้วแท้ๆ แต่กลับมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น

            “รีบตาม!!! ถ้าเกิดว่าเจ้านั่นเข้าใกล้จอมยุทธ์คนอื่นได้...ก็แย่แน่” เรนเองก็ไม่รู้เช่นเดียวกันว่าเกิดอะไรขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่าการหาคำตอบ คือการหยุดยั้งเทพศพโลหิตที่สามารถออกไปได้ เพราะเมื่อใดก็ตามที่เทพศพโลหิตเข้าใกล้จอมยุทธ์คนอื่นของกองกำลังพันธมิตรแล้วสามารถดูดเลือดของคนอื่นไปได้ก็จะสามารถฟื้นคืนพลังของตนเองได้อีกครั้ง

            ถึงแม้ว่าเลือดของจอมยุทธ์เหล่านั้นจะไม่ได้ดีเท่ากับ เลือดของสัตว์อสูรมากมายที่อยู่ภายในร่างกายของอสุรกายไร้ผิวก็ตาม แต่นั่นก็มากเพียงพอที่จะทำให้เทพศพโลหิตฟื้นฟูลมปราณที่เสียไปภายในการต่อสู้กับเรนและเนี่ยหลุนได้

    ทั้งเรนและลุครีบพุ่งตัวตามไปทันที แล้วก็ได้ส่งสัญญาณผ่านยันต์สื่อสารทันที ‘จอมยุทธ์ของกองกำลังพันธมิตรรีบหนีไปให้หมด!!!’

            แต่ก็น่าเสียดายที่คำเตือนนั้นช้าเกินไป เทพศพโลหิตใช้ความเร็วสูงสุดของตนเอง และใช้ประสาทสัมผัสของตนเองสัมผัสถึงการคงอยู่ของ กองกำลังพันธมิตรที่ยังเหลือรอดอยู่ และตรงไปยังทุกๆ จุดที่สามารถสัมผัสได้ถึงตัวตนของคนที่ยังรอดชีวิตอยู่

            “นั่นมันอะไรกัน!! เคลื่อนที่เข้ามาเร็วนัก” จอมยุทธ์คนหนึ่งกล่าวขึ้นมาเมื่อสามารถสัมผัสได้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างพุ่งตัวเข้ามาอย่างรวดเร็ว

            “นั่นมัน!! เทพศพโลหิต!!” จอมยุทธ์อีกคนที่อยู่ด้วยร้องตะโกนออกมาอย่างล้นลานเมื่อเห็นว่าสิ่งที่พุ่งเข้ามาหาพวกเขาคืออะไร

            “หนี!!!” หลังจากนั้นจอมยุทธ์จำนวนมากที่อยู่บริเวณใกล้เคียงก็เรียกได้ว่าแทบจะแตกกระเจิงออกไปคนละทิศละทาง แต่ว่าน่าเสียดายที่การเคลื่อนไหวของพวกเขาช้าเกินไป เทพศพโลหิตสามารถเข้ามาใกล้พวกเขาได้ในระยะห้าสิบ เมตรแล้ว และนั่นก็คือระยะการทำงานของวิชาควบคุมโลหิตของเทพศพโลหิต

            “จงกลายมาเป็นอาหารให้กับข้า” เทพศพโลหิตกล่าว เพียงพริบตาเลือดภายในร่างกายของเทพศพโลหิตก็ถูกทำให้กลายเป็นละอองกระจายไปอย่างรวดเร็ว และ จอมยุทธ์ทั้งหมดต่างก็สูดดมอากาศที่มีละอองโลหิตที่มองไม่เห็นเข้าไปอย่างไม่รู้ตัว

            ปราณโลหิต บงการโลหิต

            “อ๊ากกกกกก!!” เสียงร้องทรมานของจอมยุทธ์จำนวนมากดังขึ้น พร้อมๆ กับที่ร่างของพวกเขาระเบิดออกมา โลหิตจำนวนมากพุ่งออกมาจากร่างกาย เรียกได้ว่าเพียงพริบตาจอมยุทธ์มากกว่ายี่สิบคนก็ถูกสังหารได้โดยง่าย โลหิตของจอมยุทธ์เหล่านั้น ส่วนหนึ่งไหลเข้าหาร่างของเทพศพโลหิตเพื่อเติมพลังที่ขาดหายไป อีกส่วนหนึ่งถูกควบคุมให้กลายเป็นโลหิตเหลวที่แปรเปลี่ยนสภาพได้ พุ่งโจมตีไปยังร่างของเรนและเนี่ยหลุนที่กำลังตามมาอย่างกระชั้นชิด

            “พวกเรามาช้าไปจนได้” เนี่ยหลุนกล่าวออกมาเมื่อเห็น ร่องรอยของเลือดจำนวนมาก แล้วยังสามารถสัมผัสถึงลมปราณที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นของเทพศพโลหิตได้ หลังจากที่ต่อสู้จนสามารถทำให้ระดับพลังของเทพศพโลหิตกลายเป็นราชันขั้นต้น ในตอนนี้อีกฝ่ายกลับสามารถกลายเป็นราชันชั้นกลางได้อีกครั้ง

            “อย่าให้มันไปที่อื่นได้อีก” เรนกล่าวออกมาจากนั้นก็พยายามที่จะวาดอักขระออกมาอีกครั้ง อักขระสีขาวมากมายค่อยๆ ถูกวาดออกมาจากพลังเวทของเรน

            “การโจมตีรูปแบบเดิมๆ คิดว่าจะสามารถใช้กับข้าได้งั้นหรือ” เทพศพโลหิตที่เห็นเรนสร้างอักขระออกมาอีกครั้งก็ได้ พุ่งทะยานออกไปจากจุดเดิมอย่างรวดเร็ว หนีไปอีกครั้ง

            ‘กองกำลังของพวกมันเหลือคนน้อยแบบนี้เลยเหรอ??’ เทพศพโลหิตที่ใช้ประสาทสัมผัสปราณตรวจสอบรอบๆ กระทบว่าจำนวนของจอมยุทธ์มากมายภายในกองกำลังพันธมิตรเหลือน้อยกว่าที่เขาคิด  นั่นก็เพราะว่าความจริงแล้วจอมยุทธ์หลายคนถูกสังหารไปโดยมารสวรรค์ ในตอนนี้กองกำลังพันธมิตรจึงเหลือจำนวนคนไม่ถึงหนึ่งในสี่จากเดิม

            ‘ได้กลิ่นเลือดที่ทรงพลัง?? หรือว่าเป็นพวกสายเลือดจากแดนศักดิ์สิทธิ์? ’ เทพศพโลหิตรีบเปลี่ยนทิศทางพุ่งตัวไปยังทิศทางที่สามารถสัมผัสถึงเลือดอันแสนพิเศษได้ ในตอนนี้เขาคิดจะดูกลืนเลือดเป็นจำนวนมากเพื่อที่จะฟื้นฟูพลังให้เร็วที่สุด

            “ทางนั้นมัน หรือว่า??” เรนสามารถรู้ได้ทันทีว่าเทพศพโลหิตคิดจะไปที่ใด

            “สนามรบของพวกเนี่ยซิน!!” เนี่ยหลุนเองก็สามารถรับรู้ได้เช่นเดียวกันเนื่องจาก เนี่ยซินเองก็เป็นจิตวิญญาณแฝดของเนี่ยหลุน

            “บ้าจริง!! ถ้าเจ้านั่นไปถึงสนามรบของพวกนั้นได้ นอกจากพวกเราแล้วก็ไม่มีใครสามารถหยุดมันได้อีก” เรนกล่าว ในตอนนี้แม้ว่าเขาจะเร่งความเร็วของตนเองให้สูงที่สุด แต่ก็ดูเหมือนจะไม่อาจตามความเร็วของเทพศพโลหิตในตอนนี้ได้ทัน

    ..

            “บ้าจริงทุกคนรีบหนีออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด” อูหลินเฟิงรีบตะโกนออกมา หลังจากที่แบ่งพลังจิตส่วนหนึ่งมองผ่านยันต์สื่อสารที่ให้กับพรรคพวกภายในกองกำลังพันธมิตร

            ‘ครั้งแรกที่ต้องรวบรวมสมาธิจัดการกับอสุรกายจำนวนมาก ตงฟางชุนก็โดนเล่นงาน ครั้งที่สองที่ต้องรวบรวมสมาธิทั้งหมดเพื่อใช้ยมทูตกลืนวิญญาณสังหารมารสวรรค์ ฝั่งของเรนเทพศพโลหิตก็สามารถหลุดออกมาได้ บ้าบอจริงๆ’ อูหลินเฟิงคิด ในจังหวะที่อูหลินเฟิงต้องรวบรวมสมาธิเพื่อทำบางสิ่งบางอย่าง กลับกลายเป็นว่าในจังหวะนั้นสถานการณ์ของฝั่งเขากับเลวร้ายลงเรื่อยๆ ราวกับว่าโชคชะตากำลังเข้าข้างแดนจันทราโลหิต และ ก่อนที่ใครจะได้ขยับตัวตามคำสั่งของอูหลินเฟิงก็ได้มีอุกกาบาตลูกหนึ่งพุ่งเข้ามาใกล้กับที่ที่ทุกคนกำลังอยู่

            แล้วดูเหมือนว่าโชคของแดนจันทราโลหิตจะดียิ่งหนัก ได้มีอุกกาบาตลูกหนึ่งตกเข้าไปใกล้กับหมอกมายาของลุคที่กำลังใช้กักขังเสวี้ยเจ๋ออยู่ ตู้ม!!! แม้ว่าจะตกลงมาไม่โดนหมอกมายาของลุคโดยตรงแต่ว่าแรงระเบิดของการตกกระทบนั้น กลับสามารถทำลายหมอกมายาของลุคให้สลายหายไปได้

            “เฮ้ย!! นี่มันอะไรกันอีกเนี่ย!” ลุครีบตะโกนออกมาเมื่อพลังของเขาหายไป ทำให้พวกเสวี้ยเจ๋อกลับมามองเห็นสถานการณ์โดยรอบอีกครั้ง

            “หือ?? อุกกาบาตพวกนั้นมันอะไรกัน” เสวี้ยเจ๋อเองก็สงสัยเช่นเดียวกันว่า อุกกาบาตจำนวนมากที่อยู่บนฟากฟ้าคืออะไร ในตอนนั้นเองฟู่อู และ โอวหยางไป๋หลงก็รีบทะยานลงมาอยู่ใกล้ๆ กับม่านโลหิตที่กำลังปกป้องร่างของเสวี้ยเจ๋อ กงซุนเมิ่ง และ อสุรกายโลหิตในร่างของตงฟางชุน

            “เป็นพลังที่หลงเหลือจากการปะทะของจักรพรรดิอสูรศักดิ์สิทธิ์สองตัว” โอวหยางไป๋หลงตอบ

            “รีบเข้ามา!! แล้วส่งพลังบางส่วนให้กับอสุรกายไร้ผิวซะ” โอวหยางไป๋หลงและฟู่อูที่ได้ยินคำสั่งก็รีบหลบเข้าไปภายในม่านโลหิตทันที และ ส่งพลังลมปราณบางส่วนไปยังร่างของอสุรกายโลหิตช่วยคงสภาพของม่านโลหิตที่เผาผลาญพลังปราณมหาศาล และ ในจังหวะที่กองกำลังพันธมิตรหลายคนคิดจะหนี หลังจากได้รับคำสั่งของอูหลินเฟิงว่าให้หลบหนีไป ร่างของเทพศพโลหิตก็เข้าสู่สมรภูมิทันที

            “หนีเร็วเข้า!!!” อูหลินเฟิงรีบตะโกนออกมาเมื่อเห็นร่างของตัวอันตรายเทพศพโลหิตโผล่เข้ามาภายในสมรภูมิแห่งนี้ ในตอนนั้นทุกๆ คนไม่ว่าจะเป็นจงหมิ่น หลางจวิน เนี่ยซิน กู่ซือเอิน และเยว่ฟงที่เพิ่งจะมาถึงไม่นาน ต่างรีบทะยานร่างของตัวเองให้ออกห่างจากตัวของเทพศพโลหิตให้ไกลที่สุด จากนั้นแต่ละคนก็ไปหยุดอยู่ในระยะที่ห่างออกไปจากร่างของเทพศพโลหิตมากกว่าห้าสิบเมตร อยู่นอกเหนือระยะการบงการโลหิตของเทพศพโลหิต

            “เจ้านั่นมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไงกัน?” จงหมิ่นถามออกมาด้วยความไม่เข้าใจ ในระยะเวลากระชั้นชิดเหตุการณ์ต่างๆ มากมายเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

            “เหมือนว่าจะมีอุกกาบาตลูกหนึ่งไปทำลายอาณาเขตอักขระของเรน เทพศพโลหิตถึงหลุดออกมาได้” เนี่ยซินกลับเป็นผู้ตอบคำถามนั้นแทน

            "ดวงซวยจริงๆ"จงหมิ่นกล่าว 

    เทพศพโลหิตที่สามารถมาถึงสนามรบหลักได้ ก็มองไปยังรอบๆ ดูเหมือนว่ากองกำลังของทั้งสองฝ่ายจะสูญเสียพอๆ กัน

            “ฝ่ายเราเหลือเพียงเท่านี้งั้นเหรอ” เทพศพโลหิตกล่าวพร้อมกับจ้องมองไปเสวี้ยเจ๋อที่อยู่ภายในม่านวารี

            “ถูกต้องขอรับ พรรคพวกของเราโดนสังหารไปเป็นจำนวนมาก” เสวี้ยเจ๋อกล่าว

            “ข้าควรต้องสังหารใครเป็นคนแรก” เทพศพโลหิตถาม ในตอนนี้ฝ่ายตรงข้ามออกห่างจากระยะการโจมตีด้วยบงการโลหิต แต่ว่าเทพศพโลหิตก็ยังสามารถโจมตีหอกระยะห้าสิบเมตรได้อยู่ แต่นั่นก็ทำได้เพียงแค่ทิศทางเดียวเท่านั้นจึงเลือกที่จะถามว่าควรกำจัดใครมากที่สุด

            “ชายคนนั้น อูหลินเฟิง คนๆ นั้นเป็นอันตรายต่อแดนจันทราโลหิตอย่างมาก” เสวี้ยเจ๋อชี้ไปยังร่างของอูหลินเฟิง 

    เมื่อได้ยินแบบนั้นเทพศพโลหิตก็มองตรงไปยังร่างของอูหลินเฟิง และเมื่อเห็นใบหน้าที่ดูเหมือนกับเรนที่เพิ่งจะไล่ต้อนตนเองภายในเขตแดนอักขระ โทสะมากมายเกิดขึ้นภายในใจ จ้องมองไปยังอูหลินเฟิงที่อยู่นอกระยะบงการโลหิตอย่างเย็นชา

            “ช่างเป็นการกระทำที่โง่เขลา” เทพศพโลหิตกล่าวด้วยน้ำเสียงอันเย็นยะเยือก พร้อมกับชี้ไปยังร่างของอูหลินเฟิง ‘ดีเลยเจ้านั้นมีระดับลมปราณถึงชนชั้นราชัน เลือดของมันจะต้องทำให้ข้าฟื้นฟูพลังได้อย่างมหาศาลแน่นอน’

            ปราณโลหิต บงการโลหิต

    ..

    ..

    จบตอน

    คล้ายกับเรื่องตำนานสามภพ ภาค พลิกชะตายุทธภพ จบแล้ว(มีE-Book) ที่คุณอ่าน