วรรณรสเดินละจากพิมพ์สุดาแล้วรีบขึ้นหอพัก ในใจสับสนวุ่นวายใจมาก การทำอะไรที่ไม่เป็ครรลองครองธรรมมันก็จะดูวุ่นวายสำหรับชีวิตของเขามาก วรรณรสอยากใช้ชีวิตเรียบ ๆ สบาย ง่าย ๆ แต่เมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับตัวเองก็ยังไม่พร้อมจะตั้งรับวรรณรสเดินยังไม่ถึงห้องพักทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
“ผมถึงคอนโดแล้วนะ แล้วคุณละจะนอนหรือยัง”
“คะฉันง่วงแล้ว”วรรณรสตอบไปเพื่อผ่าน ๆ จริง ๆแล้วเขาเพิ่งฉะมากับพิมพ์สุดา ยังไม่หายร้อนใจเลย
“พรุ่งนี้ผมไปรับคุณที่หอพักได้ไหม ผมจะตื่นเช้าหน่อยแล้วเราก็ไปหาอะไรทานตอนเช้าก่อนแล้วค่อยไปทำงานพร้อมกัน”
“โอ้ยไม่คะ อย่าให้ฉันต้องมานั่งตอบคำถามคนทั้งบริษัทเลยคะแค่นี้ก็รู้สึกจะมีเื่วุ่นวายเข้ามาในชีวิตแล้วคะ”
“นี้คุณ ถ้าคุณพร้อม ผมพร้อมตลอดเวลาเลยนะ”
“เื่อะไร”
“ก็เื่ที่เราต้องบอกทุกคนที่บริษัทไงว่าเราเป็แฟนกัน”ชินภัทรพูดออกมาอย่างชัดเจนและยิ้มที่มุมปากเมื่อพูดเื่การเป็แฟนกับวรรณรส
“ไม่ได้คะ ฉันยังไม่พร้อม”
“โอเค ไม่พร้อมก็ไม่พร้อม เอาไว้พรุ่งนี้เจอกัน ที่รักของผมผมรักคุณนะ” ชินภัทรวางสายจากวรรณรส แล้วก็เตรียมตัวจะเข้านอนพร้อมลุยงานในวันพรุ่งนี้แต่เขาต้องสะดุ้งเมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เป็เบอร์ที่ไม่ได้จำไว้ในโทรศัพท์
“สวัสดีครับ ผมชินภัทรพูดสายครับ”
“ชิน เหรอ นี้อาเอง”พ่อของพิมพ์สุดา โทรหาชินภัทร
“ครับคุณอา มีเื่อะไรให้รับใช้เหรอครับ”
“อามีเื่รบกวนหน่อย คืออาอยากให้พิมพ์สุดาไปฝึกงานกับหลานอาอยากให้พิมพ์สุดาทำงานเป็จริงเป็จังสักที เผื่ออาจะเปิดบริษัทเล็ก ๆ ให้พิมพ์สุดาเขาดูแลกิจการยังไงก็ให้ชินช่วยดูแลหน่อยนะ ถ้าพิมพ์สุดาได้อยู่ใกล้ ๆ ชินอาว่าเขาน่าจะทำงานได้ดี”
“พิมพ์เขาเคยทำงานที่อเมริกามาแล้ว คิดว่าไม่มีปัญหาหรอกครับอา อันที่จริงพิมพ์เขามาบอกผมเองก็ได้ครับไม่ต้องรบกวนคุณอาผมกับพิมพ์เราก็เป็เพื่อนกันมานานแล้ว เื่แค่นี้ไม่มีปัญหาครับ”
“ขอบใจมากนะชิน ไว้วันหลังมากินข้าวบ้านอานะจะได้พูดคุยเื่แผนธุรกิจกันด้วย”
“ได้ครับอา” หลังจากพูดจบ ชินภัทรเริ่มกังวลใจแล้วคิดว่าพิมพ์สุดาต้องมีแผนบางอย่างที่เขาเข้ามาฝึกงานที่บริษัทของเขา
เช้าวันต่อมา วรรณรสมาทำงานตามปกติวรรณรสหวั่นใจเื่ของพิมพ์สุดามาก เพราะตอนนี้พิมพ์สุดารู้แล้วว่าเขามีความสัมพันธ์กับชินภัทรแล้วเื่นี้พิมพ์สุดาก็จะไม่อยู่เฉยแน่ ๆ หลังจากที่ได้พูดคุยกันเมื่อวาน ความสงบเงียบในการทำงานของเขาอาจจะไม่มีอีกแล้ววรรณรสเดินมารอขึ้นลิฟท์เพื่อทำงานชั้น 17 ทันใดนั้นพิมพ์สุดาก็เดินควงแขนมากับชินภัทรวรรณรสรีบกดลิฟท์เพื่อจะรีบเข้าไปก่อนแล้วกดลิฟท์ขึ้นไปก่อน พิมพ์สุดาเห็นแล้วว่าวรรณรสเป็คนกดลิฟท์
“รอด้วยคะ ไปด้วยคะ” วรรณรสต้องจำเป็กดลิฟท์ออก
“แหมไปชั้นเดียวกันไม่รอเลยเหรอคะ ดูลูกน้องคุณซิคะชินไม่คิดจะรอหัวหน้าเลยอะ จะกดลิฟท์ขึ้นไปก่อนด้วยซ้ำ” พิมพ์สุดาพูดใส่วรรณรสชินภัทรแกะมือที่พิมพ์สุดาจับแขนไว้ออก เพราะเขาเกรงใจวรรณรสจะเข้าใจผิด
“ขอโทษคะไม่คิดว่าจะไปด้วยกัน”
“ไม่ไปด้วยกันได้ยังไงคะ ก็ทำงานชั้นเดียวกัน” วรรณรสไม่พูดอะไรต่อพอถึงชั้น 17 ก็รีบเดินเข้าห้องทำงานตัวเอง ซึ่งเป็ห้องเดียวกันกับชินภัทร
“ชินคะ ให้พิมพ์นั่งตรงไหนคะ ห้องนี้มันแคบมากนะคะถ้าจะให้พิมพ์มานั่งอีกคน พิมพ์ว่าให้คุณวรรณเขาไปนั่งข้างนอกดีกว่าคะ”
“คือต่อไปนี้พิมพ์จะมาทำงานที่นี้คะแล้วพิมพ์ก็อยากนั่งห้องเดียวกับชินคะ”
“ให้ฉันย้ายไปเลยไหมคะ” วรรณรสหันไปมองชินภัทรชินภัทรคิดว่าถ้าพิมพ์สุดามาทำงานห้องเดียวกันกับวรรณรสอาจทำให้เขากับวรรณรสพูดกันไม่สะดวก จึงคิดให้วรรณรสออกไปนั่งทำงานข้างนอก
“งั้นเดี๋ยวผมให้คนมาย้ายโต๊ะคุณวรรณออกข้างนอกแล้วกันจะได้ดูไม่อึดอัด” วรรณรสรู้สึกเสียใจที่ชินภัทรทำตามความ้าของพิมพ์สุดา
“ดีคะ งั้นให้คนมาย้ายเลยนะคะ พิมพ์อยากทำงานกับคุณแล้วคะพิมพ์ไม่อยากเสียเวลาคะ” ตอนนี้เหมือนพิมพ์สุดาจะเปิดศึกกับวรรณรสแล้ว
“นี่คุณวรรณ คุณก็เอาข้าวของออกมารอข้างนอกซิคะฉันจะได้เอาของของฉันไปวางแทนที่คุณ จะได้ไม่เสียเวลา จะมานั่งเฉย ๆ ทำไมคะรู้ไหมว่าคนอื่นเขาเสียเวลา” วรรณรสเดินหยิบกระเป๋าออกไปข้างนอกพร้อมกับอุปกรณ์นิดๆ หน่อย ๆ ไปวางไว้ข้างนอก แล้วก็เดินตรงไปที่ห้องกาแฟของสำนักงานโดยที่ปล่อยให้พิมพ์สุดายืนโกรธหน้าแดงก่ำอยู่คนเดียวการเริ่มต้นของสัปดาห์นี้ทำให้วรรณรสเบื่อหน่ายมากเมื่อต้องมาเจอกับพิมพ์สุดาที่ไม่ยอมลดลาวาศอกให้กับเขาเลย