อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก

    บทที่ 49 โบนัสจากประธาน

    บทที่ 49 โบนัสจากประธาน

     

    “อาจารย์เติ้งมีตำแหน่งเป็นถึงพันเอก เธอจะสามารถเรียนรู้ได้จากเขาไม่น้อย แม้ว่าฉันจะเห็นว่าเธอมีพรสวรรค์ที่น่าสนใจ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าพรสวรรค์นั้นจะแสดงออกมาได้อย่างรวดเร็วแบบนี้ ดังนั้นที่ฉันเรียกเธอมาพบวันนี้ก็เพื่อแสดงความชื่นชมต่อเธอ ฉันอยากให้เธอเห็นว่าฉันกำลังคาดหวังการแสดงของเธออยู่”

                

    ประธานจางกล่าวอย่างจริงจัง แม้ว่าเขาจะประหลาดใจกับการที่เด็กหญิงอย่างอันซูหยวนเข้าตาอาจารย์เติ้งจากสถาบันนักล่าอันดับหนึ่ง เพราะอย่าลืมว่าตั้งแต่แรก เขาเห็นพรสวรรค์ของอีกฝ่ายในฐานะของผู้ใช้อาวุธหนักอย่างหอกเหล็กรูปร่างประหลาดที่เธอใช้ในห้องทดสอบ ทว่าอาจารย์เติ้งนั้นเป็นผู้โจมตีจากระยะไกล ทั้งสองอย่างนี้เป็นพรสวรรค์ที่แตกต่างกันมาก 

     

    ส่วนใหญ่แล้ว คนที่เชี่ยวชาญในการต่อสู้ระยะประชิดก็มักจะไม่สามารถต่อสู้ระยะไกลได้ดี ในขณะที่ผู้ต่อสู้ระยะไกลได้ดี ร่างกายของพวกเขาก็จะไม่ค่อยเหมาะในการต่อสู้ระยะประชิด เรียกได้ว่านักล่าส่วนใหญ่จะต้องเลือกว่าพวกเขาจะเน้นการโจมตีไปในรูปแบบไหน ถึงแม้จะมีพวกที่ฝึกฝนทั้งสองอย่างพร้อมๆกัน แต่พวกเขาก็จะเป็นได้แค่พวกนักล่าครึ่งๆกลางๆเท่านั้น ผลงานของคนพวกนี้จะไม่โดดเด่น

                

    คราแรกหลังจากได้ยินว่าอันซูหยวนเลือกเอาอาวุธโจมตีระยะไกลจากคลังขององค์กร เขาก็คาดการณ์ได้ว่าทางนั้นต้องการฝึกฝนการโจมตีระยะไกลด้วย 

     

    อาจจะเล็งเห็นว่าตนเองมีจุดอ่อนเมื่อต้องต่อสู้กับพวกที่โจมตีระยะไกล เนื่องจากพวกที่มีความสามารถในการโจมตีจากที่ไกลๆนั้น พวกเขามักจะไม่เข้าใกล้ศัตรู เป็นผลให้พวกนักล่าที่เชี่ยวชาญการโจมตีระยะใกล้ไม่สามารถทำอะไรพวกมันได้ง่ายๆ

                

    เขาเองก็เห็นว่าการซื้ออุปกรณ์ติดตัวเอาไว้ เผื่อหาโอกาสในการโจมตีศัตรูนั้นไม่ใช่เรื่องผิด ทว่าก็ไม่ได้คาดหวังเลยว่าเด็กสาวคนนี้จะแสดงความสามารถของตนเองออกมาหลังจากได้อาวุธธนูจนเข้าตาอาจารย์ช่างเลือกอย่างอาจารย์เติ้ง

                

    ตัวเขาเคยร่วมรบกับอาจารย์เติ้งคนนี้อยู่สองสามครั้ง รู้ว่าอีกฝ่ายทรงพลังขนาดไหน ทักษะที่ทางนั้นเรียกใช้ถือว่าเป็นทักษะระดับสูงที่ช่วยเปลี่ยนผลการต่อสู้ได้ด้วยซ้ำ ไม่น่าแปลกใจเลยที่เขาจะได้รับตำแหน่งพันเอกด้วยความสามารถเช่นนี้

                

    การที่อันซูหยวนเป็นนักเรียนของเขา ก็เท่ากับมีเครื่องหมายการันตีความแข็งแกร่งแล้ว กับคนแบบนี้...จางอู่หยางต้องการตรวจสอบดูอีกครั้งว่าควรจะเพิ่มการสนับสนุนดีหรือไม่ หรือว่าควรจะปล่อยไปเช่นนี้ก่อนดี

                

    แน่นอนว่าคำตอบของอันซูหยวนที่มอบให้เขาในวันนี้ตรงใจเขาไม่น้อย กับคนที่ซื่อสัตย์ต่ออาจารย์ของตนเอง ทั้งๆที่เพิ่งมาจากเขตชั้นนอกซึ่งมีชีวิตอย่างไรไม่จำเป็นต้องพูดถึงอีก คนเช่นนี้ควรจะต้องพยายามคว้าโอกาสให้กับตนเองไม่ว่าจะเป็นเรื่องถูกหรือผิด แต่อันซูหยวนกลับต่างออกไป

                

    ตั้งแต่แรกเห็น เขาก็รู้แล้วว่าเด็กสาวคนนี้น่าสนใจ นานมากแล้วที่สายตาของเขาไม่ได้มองไปที่ใครคนเดียวเป็นเวลานานเช่นนี้ ซึ่งจางอู่หยางให้ความสนใจกับเด็กสาวมาก ตั้งแต่ก่อนที่จะรู้ว่าอีกฝ่ายมีพรสวรรค์ในการโจมตีแล้วด้วยซ้ำ

                

    แค่เห็นเธอมีความเร็วที่น่าสนใจ จางอู่หยางถึงกับใช้สัญชาตญาณของตนเองเพื่อรับหญิงสาวเข้ามาเป็นคนขององค์กร เขาถึงกับลืมคำนวนไปด้วยซ้ำว่าการลงทุนกับอีกฝ่าย จะต้องใช้เวลากี่ปีจึงจะคืนทุน 

                

    แน่นอนว่าเขาไม่เคยรับใครเข้ามาแล้วไม่ให้อีกฝ่ายทำกำไรให้ ทว่า...มันก็มีหลายคนที่ต้องรอการคืนทุนนานกว่าสิบปี ซึ่งในกรณีแบบนั้น สำหรับเขาแล้วถือว่าเป็นสินค้าชำรุด ดังนั้นที่ผ่านมา เขาจึงไม่เคยรับใครเข้าองค์กรด้วยตนเองเลย

                

    เห็นคนอายุมากกว่าตนเองเป็นสิบปีกำลังจับจ้องมาด้วยสายตาประเมินมูลค่า อันซูหยวนก็ยืดหลังของเธออีกเล็กน้อย เธอรู้สึกว่าเจ้านายกำลังประเมินว่าเธอควรจะได้รับเงินเดือนมากเท่าไรหลังจากนี้ ดังนั้นจึงพยายามอยู่อย่างสงบ ทำตัวว่านอนสอนง่ายไปก่อน

     

    “ฉันเห็นว่าเธอกำลังจะซื้อชุดป้องกันใช่ไหม”

     

    “ใช่ค่ะ” อันซูหยวนตอบกลับ 

     

    “อืม นั่นคงจะเป็นค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ถึงอย่างนั้นก็เป็นสิ่งจำเป็น เธอควรจะเลือกมันให้ดี ฟังก์ชั่นเสริมก็สำคัญเหมือนกัน”

     

    “ค่ะ ฉันเลือกเพิ่มฟังก์ชั่นเสริมเข้าไปในชุดจำนวนมากค่ะ”

     

    “ดีแล้ว ในเมื่อเธอซื้อชุดไปแล้ว อย่างนั้นฉันจะให้ของขวัญเป็นอย่างอื่นก็แล้วกัน” จางอู่หยางพยักหน้ารับ เขาส่งสัญญาณให้คนสนิทของตนเองเข้ามาก่อนจะพูดประโยคสำคัญที่ทำให้อีกฝ่ายถึงกับชะงักไป

                

    อันซูหยวนมองดูท่าทางของพวกเขาก็เข้าใจได้ว่ามันน่าจะต้องเป็นของล้ำค่าแน่ ไม่อย่างนั้นผู้ติดตามของท่านประธานจางคงไม่เป็นแบบนั้น อย่างไรก็ตาม...เพราะนั่นเป็นการตัดสินใจของประธาน สุดท้ายแล้วผู้ติดตามก็ทำได้แค่นำสิ่งที่เขาต้องการออกมาเท่านั้น

                

    รอเกือบห้านาทีกว่าที่ของนั้นจะมาถึง อันซูหยวนมองดูอุปกรณ์ทรงกลมที่อีกฝ่ายยื่นออกมาให้ เธอไม่รู้ว่าสิ่งนี้คืออะไรด้วยซ้ำ จนกระทั่งประธานจางอู่หยางอธิบายเกี่ยวกับวิธีการใช้งานมันให้เธอ

     

    “นี่คืออุปกรณ์เพื่อช่วยเหลือในการเดินทาง ด้วยสิ่งนี้จะทำให้เธอสามารถลอยขึ้นไปอยู่เหนือพื้นดินได้ประมาณหนึ่งเมตร มีอัตราความเร็วสูงสุดประมาณ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งในยามคับขัน มันจะช่วยให้เธอรอดพ้นจากอันตรายได้ ถึงอย่างนั้น...การเปิดใช้งานก็มีข้อแลกเปลี่ยนอีกเช่นกัน”

     

    “นอกจากจะต้องการสสารจากซากพืชซากสัตว์กลายพันธุ์แล้ว ก็ยังต้องใช้พลังงานของผู้ควบคุมด้วย ในการเปิดใช้งาน 1 กิโลเมตรจะใช้พลังงานเฉลี่ย 10 หน่วย ถือว่าเป็นจำนวนที่ไม่น้อยเลย ดังนั้นถ้าจะใช้งานก็จำเป็นต้องวางแผนล่วงหน้า ไม่อย่างนั้นพลังงานอาจจะหมดก่อนก็ได้”

                

    จางอู่หยางกล่าวถึงเงื่อนไขในการใช้งานให้ซูหยวนเข้าใจ หญิงสาวมองดูก้อนกลมๆขนาดเท่ากำมือด้วยสายตาทึ่งๆ เธอเปรียบเทียบความเร็วของมันได้เท่ากับการใช้รถยนต์ในยุคก่อนเลย ส่วนสสารจากซากพืชซากสัตว์กลายพันธุ์นั้น แท้จริงแล้วก็คือพวกเลือดของซากพืชซากสัตว์กลายพันธุ์นั่นแหละ 

                

    ตามปกติแล้วไม่ค่อยมีคนรวบรวมซากของพวกมันมากนัก จะมีก็แค่พวกผู้เก็บขยะเท่านั้น บางส่วนที่เหลือจากการกลั่นเป็นสารอาหารแล้ว ก็ถูกนำไปเป็นสสารซากพืชซากสัตว์กลายพันธุ์ราคาถูก โดยจะมีคนใช้งานหรือไม่ก็ตามแต่จุดประสงค์ของแต่ละคนกันไป บางคนก็นำไปใช้กับอุปกรณ์พิเศษเหล่านี้ บางคนเอาไปศึกษาวิจัย หรือบางคนก็เอาไปเป็นสารอาหารรดน้ำพืชผลทางการเกษตรก็มี

                

    เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหาในการใช้งานอุปกรณ์ ทว่าอุปกรณ์ที่ทรงพลังนี้กลับกินพลังงานไม่น้อยเลย ถ้ามันมีประโยชน์แค่ช่วยในการเดินทางจริงๆ เช่นนั้นก็ถือว่าสิ้นเปลืองพลังงานมาก 

                

    แน่นอนว่าซูหยวนไม่ได้ปฏิเสธการรับสินค้านี้มา เธอมีความคิดบางอย่างในใจเกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์นี้ ถ้าหากว่าในอนาคตเธอสามารถผลิตน้ำมันขึ้นมาได้ มันอาจจะกลายเป็นพลังงานที่ทดแทนการดูดซับพลังงานจากเธอหรือเปล่า

                

    อีกอย่าง ต่อให้มันไม่สามารถปรับปรุงได้ ซูหยวนก็มั่นใจว่าในอนาคตเธอจะมีพลังงานมากพอที่จะใช้มันเพื่อการเดินทางเป็นร้อยๆกิโลเมตร หรือก็คือ...เธอวางแผนที่จะเพิ่มพลังงานในร่างกายของตนเองให้มากเท่าที่จะทำได้

                

    ด้วยอาหารจากฟาร์มของเธอเอง ซูหยวนน่าจะสามารถเพิ่มระดับพลังได้มากกว่า 150 ก่อนจบจากสถาบันศึกษา ซึ่งถือว่าเป็นระดับพลังที่ค่อนข้างสูงเลย เธอได้เห็นการจัดอันดับที่มีข้อมูลในสถาบัน รุ่นพี่ที่จบการศึกษาด้วยระดับพลังมากที่สุดก็คือ 174 หน่วย คนผู้นั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นประธานจางของเธอนี่แหละ

                

    เพราะความแข็งแกร่งและพรสวรรค์ของเขา ดังนั้นจางอู่หยางจึงกลายเป็นตำนานที่นักเรียนจากสถาบันนักล่าอันดับหนึ่ง ไม่สิ! เขาเป็นตำนานที่นักเรียนจากสถาบันทั้งหมดต้องการที่จะก้าวข้ามไปให้ได้

     

    นอกจากความแข็งแกร่งของเขาแล้ว หัวคิดในทางการค้าก็ยอดเยี่ยม กลายเป็นว่าเขานั้นแทบจะเป็นคนที่ผู้คนใฝ่ฝันถึง พวกผู้หญิงเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะอายุน้อยกว่าหรือมากกว่าก็ต้องการที่จะกลายเป็นคนรักของเขาทั้งนั้น

     

    แต่น่าเสียดาย...คนที่สนใจแค่เรื่องเงินๆทองๆอย่างจางอู่หยางจะมีเวลาไปสนใจเรื่องรักๆใคร่ๆได้อย่างไร สุดท้ายตั้งแต่เด็กจนโต มีข่าวลือว่าเขายังไม่เคยคบผู้หญิงเลยแม้แต่คนเดียว

                

    แม้กระทั่งในตอนนี้ที่เขาค่อนข้างสนใจอันซูหยวน ทั้งหมดก็ไม่ใช่ความคิดชอบพอในฐานะอื่นใด มีเพียงความคิดที่ว่าจะสนับสนุนเธอเพื่อให้ทำประโยชน์ให้เขาได้ในอนาคตก็เท่านั้น

                

    อันซูหยวนรับของขวัญชิ้นใหญ่จากหัวหน้ามาไว้ เธอรับปากกับเขาในใจว่าจะทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด หญิงสาวเชื่อว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้ไม่ได้ถูกส่งให้เธอเพื่อเอาไปใช้ในสัปดาห์ออกพื้นที่ล่าครั้งแรกของนักเรียนชั้นปีที่หนึ่ง ท่านประธานจางนั้นเคยเห็นเธอวิ่งเล่นอยู่ในพื้นที่ล่าเขต A อยู่แล้ว ยังเคยให้เธอไปทำงานที่เขต B ให้เขาด้วยซ้ำ ดังนั้นพื้นที่ล่าที่พวกนักเรียนชั้นปีที่ 1 ยังไม่เคยไปนี้ ซูหยวนไม่น่าจะมีปัญหากับมัน

                

    ส่วนตัว เธอคิดว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้คือสิ่งที่เขามอบให้เพื่อให้เธอไปทำภารกิจร่วมกับอาจารย์เติ้งต่างหาก

                

    เนื่องจากเขาเกริ่นถึงสถานะทางกองทัพของอาจารย์เติ้งมาก่อน ทั้งยังบอกว่าเขารู้เกี่ยวกับการออกไปทำภารกิจของกองทัพร่วมกับคนเป็นอาจารย์ ดังนั้นเขาจึงคาดหวังว่าอันซูหยวนจะสร้างผลงานได้ดีในการต่อสู้ที่จะมาถึงนี้

                

    หากเธอได้รับตำแหน่งสูงทางกองทัพ เช่นนั้นก็จะช่วยยกระดับให้องค์กรนักล่าสกุลจางไปอีกขั้น ถือเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับองค์กร และที่สำคัญ...ต่อไปในอนาคต เมื่อมีภารกิจจากกองทัพ อันซูหยวนยังสามารถเป็นตัวกลางเพื่อเลือกภารกิจดีๆมาให้องค์กรได้ด้วย

                

    ถึงแม้ที่ผ่านมา องค์กรนักล่าสกุลจางจะมีสมาชิกหลายคนที่ได้ตำแหน่งทางกองทัพ แต่การมีเพิ่มอีกคนก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย

     

    “อาหารมื้อนี้ฉันเลี้ยงเธอเอง ค่าพลังงานในอาหารเหล่านี้ดีกว่าการใช้แกนพลังงานมาก ลองกินดู แล้วก็ในอนาคต...ฉันจะให้เครดิตเธอสำหรับมากินอาหารที่นี่เดือนละหนึ่งครั้ง แน่นอนว่าสิทธินั้นจะถูกเพิกถอนเมื่อถึงวันที่ฉันเห็นว่าการแสดงของเธอไม่น่าพอใจ”

                

    จางอู่หยางผายมือเชื้อเชิญ เขาแสดงออกว่าอาหารมื้อนี้สำคัญมาก ถ้าเป็นคนอื่นที่ได้ยินแบบนั้นจะต้องตื่นเต้นดีใจจนรีบกล่าวขอบคุณเขาเป็นสิบครั้ง อาหารหนึ่งมื้อตรงหน้านี้มีราคาไม่ต่ำกว่าหลักแสนเครดิตแน่นอน ดังนั้นการที่เขาบอกจะให้เธอได้กินอาหารดีๆนี้ย่อมเป็นสิทธิพิเศษ เป็นโบนัสของพนักงานอย่างเธอที่ทำผลงานได้เข้าตา

                

    แต่...อันซูหยวนกลับรู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมาแทน

                

    สำหรับเธอแล้ว อาหารตรงหน้านับเป็นอะไรได้? ข้าวต้มเปล่ากับผัดผักคือโบนัสสำหรับการที่เธอทำงานหนักงั้นหรือ? เช่นนั้นช่วยจ่ายเป็นเงินเครดิตแทนได้หรือไม่?

                

    ซึ่งอันซูหยวนทำได้แค่เก็บความรู้สึกนี้เอาไว้ในใจเท่านั้น เธอจะพูดออกมาได้อย่างไรว่าไม่เห็นค่าขออาหารมื้อสำคัญในสายตาของพวกเขา ถ้าหากหลุดพูดออกไปจริงๆ ไม่ใช่ว่าจะเป็นการดูถูกหรอกหรือ?

                

    ดังนั้นในเวลานี้ เธอทำได้แค่คลี่ยิ้มออกมาอย่างนึกขอบคุณเท่านั้น ในใจพลันคิดหาคำพูดต่างๆนานาเพื่อที่จะขอแลกโบนัสชิ้นโตนี้เป็นเงินแทน

     

    “เอ่อ ท่านประธานจางคะ” ราวกับจางอู่หยางรับรู้ถึงความรู้สึกไม่ค่อยพอใจของอันซูหยวน คนขมวดคิ้วแล้วรอให้เด็กสาวพูดความต้องการของตนเองออกมาอยู่แล้ว และอันซูหยวนที่ไม่ใช่คนจะยอมรับความรู้สึกอัดอั้นตันใจก็พูดออกมาจริงๆ

     

    “ฉันรู้ว่าอาหารเหล่านี้สำคัญมากต่อนักล่า แต่ตอนนี้ฉันอยากจะขอเปลี่ยนรางวัลเป็นเครดิตแทนได้ไหมคะ”

     

    “คุณอัน! คุณอาจจะไม่เข้าใจ แม้ว่าอาหารตรงหน้านี้จะมีราคาหลักแสนเครดิต แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนที่มีเงินแสนเครดิตแล้วจะมากินได้นะครับ จำเป็นต้องมีอำนาจ มีเส้นสายและได้รับการยอมรับมากพอจึงจะได้รับอนุญาตให้เข้ามาในร้านนี้ โปรดพิจารณาเงื่อนไขทั้งหมดและตัดสินใจให้รอบคอบเถอะครับ”

                

    คนสนิทที่อยู่ด้านหลังของจางอู่หยางถึงกับผงะเมื่อได้ยินคำขอนั้น เขารีบแทรกขึ้นมาก่อนที่ประธานจะตกลง นี่เป็นเพราะเขาเสียดายโอกาสพิเศษเหล่านั้นแทนเด็กสาวจริงๆ 

     

    “ขอบคุณมากค่ะ แต่คุณก็รู้ฐานะทางบ้านของฉันดี ฉันเองก็กำลังขาดแคลนเงินเพื่อช่วยเหลือครอบครัวอยู่ค่ะ ตอนนี้พวกเขากินแค่อาหารระดับต่ำที่ไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรนอกจากมีชีวิตรอดไปวันๆ ดังนั้นฉันต้องการช่วยเหลือพวกเขาด้วย”

     

    “ฉันรู้ว่านี่เป็นรางวัลที่ล้ำค่ามากๆ แต่ฉันจะพยายามเพื่อให้ตัวเองได้มากินอาหารที่นี่ในอนาคตด้วยตัวเองค่ะ ถึงวันนั้นฉันจะเลี้ยงอาหารคุณและท่านประธานเป็นการตอบแทนบุญคุณที่ช่วยสนับสนุนในครั้งนี้นะคะ”

                

    อันซูหยวนกล่าวขึ้นมาด้วยท่าทางสุภาพ แต่ในน้ำเสียงเต็มไปด้วยความจริงจัง เธอแสดงออกราวกับว่าได้ตัดสินใจมาดีแล้ว และไม่คิดจะเปลี่ยนใจ 

                

    เมื่อจางอู่หยางเห็นแบบนั้น เขาก็แค่นหัวเราะออกมา ไม่มีใครรู้ว่าจริงๆแล้วเขากำลังรู้สึกอย่างไรกันแน่กับการตัดสินใจของเด็กสาวในครั้งนี้

     

    “เอาอย่างนั้นก็ได้” น้ำเสียงราบเรียบดังออกมา อันซูหยวนสัมผัสได้ว่าเขาค่อนข้างไม่พอใจ แต่ก็ยังมีความสนใจอยู่ในนั้นด้วย 

                

    เธอปฏิเสธคำของเขาถึงสองครั้ง แม้ว่าครั้งแรกจะเป็นการปฏิเสธจนสามารถผ่านบททดสอบก็เถอะ ทว่าครั้งที่สองนี้...ส่งผลให้คนเป็นเจ้านายคิดได้อยู่สองอย่าง หนึ่งก็คือเธอโง่มากๆที่ปฏิเสธข้อเสนอที่ยอดเยี่ยมนี้ไปเลือกข้อเสนอที่ต่ำกว่า หรือสอง...เธออวดดีมากเกินไป

                

    อันซูหยวนรู้ว่าทัศนคติเจ้านายเกี่ยวกับเธออาจจะถูกลบคะแนนลงไปบ้าง แต่ทั้งนี้ก็เป็นแค่การก้าวถอยหลังเพื่อวิ่งไปข้างหน้าต่างหาก

                

    ถ้าเธอมัวแต่เกรงใจแล้วรับเอารางวัลที่ไม่ต้องการมา นอกจากจะไม่ช่วยพัฒนาอะไรแล้ว เธอก็ยังเสียโอกาสที่จะใช้เงินไปกับการเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตนเองด้วย พูดให้ถูกก็คือ...ไม่ว่าอีกฝ่ายจะคิดอย่างไร อันซูหยวนก็พึงพอใจกับการตัดสินใจของตนเองครั้งนี้

     

    ……………………………………….

    คล้ายกับเรื่องอันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.78M 1459
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.02M 3752
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    THe Superman

    THe Superman

    นิยาย แฟนตาซี
    333K 566