“พี่ๆ พี่รับทำชุดเกราะรึเปล่า”“รับสิ เอาแบบไหนล่ะ”ช่างทำอาวุธประจำร้านถามไถ่อย่างเป็นกันเอง เขาไม่เคยสนใจรูปลักษณ์ของลูกค้าอยู่แล้ว เพราะเขามีประสบการณ์มากพอที่จะรู้ว่าคนเราไม่อาจตัดสินได้จากภายนอก และฮันเตอร์มากฝีมือส่วนใหญ่ก็ล้วนแต่งกายประหลาดกันทั้งนั้น“นี่ ข้าอยากให้พี่เอาเกล็ดนี่ไปทำเป็นชุดเกราะที ข้าอยากให้เป็นชุดใส่ป้องกันหน้าอก”พูดจบเหนือภพก็เหวี่ยงเกล็ดอสูรกริมขึ้นมาบนโต๊ะ มันมีขนาดใหญ่ประมาณกระทะใบใหญ่เลยทีเดียว เกล็ดปลาแสนสวยที่เปล่งประกายสีรุ้งนี้ทำให้ช่างทำอาวุธถึงกับตาโตเลยทีเดียว เขาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลยเพื่อเป็นการทดสอบความทนทานว่าสมควรทำเป็นเกราะหรือไม่ ช่างทำอาวุธตัวใหญ่ก็หยิบค้อนเหล็กขึ้นมาเหวี่ยงฟาดไปที่ตรงกลางเกล็ดอย่างแรงเป๊ง!!เกล็ดสีรุ้งสั่นสะเทือนเล็กน้อยเท่านั้น มันไม่แตกร้าว ไม่บุบสลาย ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนเหนือภพยิ้มน้อยๆอย่างภาคภูมิใจ ก่อนจะบอกช่างว่า“ทนดีใช่มั๊ยล่ะ”ก่อนหน้านี้เหนือภพก็เคยทดสอบอะไรแบบนี้มาแล้ว ทั้งเอาปลายหอกมาขูด ทั้งเอาขวานจาม ทั้งเอาน้ำใส่ใช้เกล็ดแทนกระทะแล้วก็ต้มทั้งอย่างนั้น แต่สุดท้ายเขาก็หาวิธีกินมันไม่ได้อยู่ดี ถ้ามันแข็งนักก็หาวิธีเอามาทำเป็นเกราะซะเลยดีกว่า“มันคืออะไรน่ะ”“เกล็ดอสูรกริม”“ห๊ะ! อสูรกริมในตำนานน่ะหรอ เจ้าเอามาได้ยังไง”ด้วยเสียงอุทานดังก้องของช่างทำอาวุธ ทำให้ช่างคนอื่นๆในบริเวณนั้นเริ่มให้ความสนใจกับบทสนทนานี้มากขึ้น“ก็ช่วยกันรุมมันน่ะสิพี่ แต่มันเก่งเกิน รุมกันตั้งนานมีเกล็ดหลุดมาแค่อันเดียวเอง แถวนั้นมีพรายอสูรด้วยนะ ข้าเอาซากแห้งของมันมาขายได้ตั้งเยอะแหนะ”เหนือภพบอกเล่าด้วยท่าทางสบายๆ ยืดอกขึ้นอวดนิดๆ ราวกับว่าเขาและทีมของเขามีการต่อสู้กับสัตว์อสูรในตำนานอยู่เป็นประจำ ส่วนพวกช่างทำอาวุธทั้งหลายต่างพากันอึ้งอ้าปากค้างกันไปตามๆกัน แค่ดูก็รู้ว่าเหนือภพเป็นคนไร้พรสวรรค์ แต่เขาจะสู้กับสัตว์อสูรอย่างนั้นได้อย่างไร“เจ้า เจ้าอย่าบอกนะว่าเจ้าเป็นคนของกลุ่มภารดา”“กลุ่มอะไรนะ ข้าไม่รู้จัก”“กลุ่มภารดาไง กลุ่มฮันเตอร์ไร้พรสวรรค์ที่ฆ่าสัตว์อสูรเป็นว่าเล่นน่ะ”“เปล่าหรอก ข้าไม่ใช่สมาชิกกลุ่มนั้นหรอก”“อ้าวหรอ งั้นช่างมันเถอะ ว่าแต่เจ้าจะเอาชุดเกราะเมื่อไหร่”“พรุ่งนี้เช้า”“ห๊ะ! เร็วไปมั๊ย”“พรุ่งนี้พวกเราต้องรีบออกเดินทางแล้ว พี่มีความสามารถทำได้รึเปล่าล่ะ”“เฮอะ พูดอะไรยังงั้น ทีมช่างทำอาวุธอันดับหนึ่งของเมืองโกงกางมีหรือจะทำไม่ได้ แต่ดูจากความแข็งของมันและก็เวลาที่เร่งแบบนี้ล่ะก็ราคามันจะสูงหน่อยนะ”“ไม่เป็นไร ข้ารวย ฮ่าๆ”แล้วเหนือภพก็พากลิ่นจันทน์เดินออกร้านมา เส้นทางกลับร้านผ้าไหมในยามค่ำคืนนี้ช่างรื่นรมย์ยิ่งนัก หนึ่งเด็กหนุ่มหนึ่งเด็กสาวที่มีความสูงไล่เลี่ยกัน เดินจับมือเคียงคู่กันไปใต้แสงจันทร์ และโคมไฟริมทาง
เช้ามืดวันต่อมา ณ ร้านทำอาวุธอันดับหนึ่งของเมืองโกงกาง“เปิดประตูหน่อย มีใครอยู่มั๊ย ข้ามารับของ”เหนือภพยืนเคาะประตูร้านทางด้านแผนกโรงทำอาวุธ เขาค่อนข้างรีบ เพราะตอนนี้ขบวนสินค้าของสมุทรกำลังเตรียมการใกล้เสร็จแล้ว หากเขาชักช้าอาจจะตกขบวนได้ก๊อก ก๊อก ก๊อก“มีใครอยู่มั๊ย”“เอ้อ มาแล้วๆ ใครน่ะมาแต่เช้าเชียว”และแล้วก็มีช่างคนหนึ่งเดินมาเปิดประตูในสภาพงัวเงีย หน้ามันเยิ้ม ผมฟู ขอบตาดำคล้ำราวกับคนไม่ได้นอนมาทั้งคืน“ข้ามารับชุดเกราะ ชุดเกราะที่มาสั่งทำเมื่อวานน่ะครับ”“ฮ้าววว เสร็จพอดี อ่ะนี่”ช่างทำอาวุธหาวขณะที่ยื่นชุดเกราะสีดำสนิทให้เหนือภพ ชุดเกราะนี้พูดได้ไม่เต็มปากว่ามันคือชุด เพราะมันคือแผงกลมโค้งนิดๆที่ปิดช่วงอกและท้องของเหนือภพ ตรงเอวมีแถบผืนผ้าที่ทอมาจากใยโลหะ เอาไว้คาดรอบเอวเพื่อให้แน่นกระชับกับร่างกาย ส่วนข้างบนของแผงเกราะเป็นสายโซ่โลหะที่สอดประสานพันเกลียวเป็นลวดลายสวยงาม ร้อยติดแผงเกราะจากซ้ายไปขวา เอาไว้สำหรับคล้องคอแบบชุดเอี๊ยม
“ทำไมมันเป็นสีดำหมดเลยล่ะครับ”“ก็เพราะข้าเอายางไม้ร้อยปีมาทาเคลือบให้น่ะสิ มันเหมาะกับเกราะแบบนี้ นอกจากจะเคลือบเสริมความเหนียวแล้ว มันยังกันน้ำได้ด้วย เวลาเจ้าตกน้ำแค่คว่ำหน้าลง เกราะนี้ก็จะพยุงตัวเจ้าให้ลอยน้ำไปได้ตลอดกาล”เหนือภพพยายามจินตนาการตาม แต่เขาก็ยังงงอยู่ว่า นี่เป็นเกล็ดอสูรปลายักษ์มันก็ต้องกันน้ำได้อยู่แล้ว มันน่าแปลกใจตรงไหนกัน“ยังไม่พอนะ เจ้าลองคิดดู สีดำสนิทแบบนี้แหละจะทำให้เจ้าไม่โดดเด่นจนเกินไป เวลาอยู่ในวงต่อสู้เจ้าก็จะไม่โดนเพ่งเล็ง ยิ่งถ้าเป็นตอนกลางคืนเจ้าจะยิ่งได้เปรียบ แทบจะไม่มีใครมองเห็นเจ้าเลยล่ะ”เหนือภพเอียงคอแหงนหน้ามองเพดาน พลางครุ่นคิดตามที่ช่างทำอาวุธบอก“อ้อ อีกอย่างนะ การทาเคลือบแบบนี้จะทำให้อายุการใช้งานของเกราะนานขึ้น ผิวมันจะไม่มีรอยถลอก ต่อให้ผ่านไป 10 ปี 100 ปี หากเจ้าลอกยางเคลือบออก เจ้าก็จะได้เกราะสีรุ้งเงาวับเหมือนใหม่เลย”เหนือภพตาโตทันที แบบนี้สิดี ในอนาคตหากเขาขาดเงินจนจวนตัวจริงๆ เขาคงเอามันไปขายได้ราคางาม“เยี่ยม แล้วค่าทำชุดเกราะนี่ราคาเท่าไหร่ครับ”“1,000 เหรียญเงิน”“ห๊า”เหนือภพเกือบจะเป็นลมหน้ามืดเสียตรงนั้นเลย เขาไม่คิดเลยว่าค่าฝีมือช่างมันจะแพงมากขนาดนี้ แต่สุดท้ายเขาก็ยอมจ่าย เพราะเกล็ดอสูรกริมมันแข็งมากจริงๆ การจะเอาชิ้นส่วนของสัตว์อสูรในตำนานมาประกอบเป็นชุดเกราะก็คงยากไม่น้อยเลยหลังจ่ายเงินเสร็จเรียบร้อย ช่างทำอาวุธก็ปิดร้านในทันทีด้วยต้องการการพักผ่อนอย่างเร่งด่วน ส่วนเหนือภพก็ไม่รอช้า เขารีบสวมใส่ชุดเกราะราคาแพงนี้แล้วรีบวิ่งไปที่ขบวนสินค้าด้วยแรงขาทั้งหมดที่มีตึก! ตึก! ตึก! ตึก! ตึก!ตลอดทางที่เหนือภพวิ่งผ่านไปนั้น เขาไม่ได้รู้ตัวเลยว่า ถนนหินของเมืองได้กระเด็นหลุดออกมา และเกิดหลุมที่มีระยะห่างเท่ากับระยะห่างจังหวะการก้าวเท้าของเขาเอง