ห้าวันผ่านไป การฝึกหนักยังไม่หยุดลง ศิษย์หลายคนเริ่มบ่นปวดกล้ามเนื้อ
บ้างมีแผลจากการฝึกซ้ำ แต่ไม่มีใครหยุดพักแม้แต่วันเดียว เพราะต่างรู้ดีว่าอีกไม่กี่วันข้างหน้าจะมีการประลองกับศิษย์จากสำนักเทียนหลง
หนึ่งในสำนักระดับสองที่เลื่องชื่อเรื่องการฝึกเข้มข้นและพลังร้ายกาจ
ในยามเช้า กลุ่มของเซียฉินเริ่มแบ่งเวลาฝึกให้เป็นรอบ — ฝึกกระบวนท่า, ประสานทีม,
และฝึกกับคู่จำลอง — โดยไม่ใช้โอสถฟื้นฟูใด ๆ มากเกินจำเป็น เพื่อฝึกให้ร่างกายเคยชินกับความเหนื่อยล้าอย่างแท้จริง
หงเทียนประลองกับเหวินอวี่ซึ่งใช้ธาตุดินเป็นหลัก หงเทียนเรียนรู้การใช้แรงสะท้อนจากพื้นดินเพื่อเร่งจังหวะกระโดดโจมตีอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ขณะที่เหวินอวี่สามารถใช้เวทป้องกันตนเองได้หลายจังหวะต่อเนื่องโดยไม่หมดแรงเหมือนวันก่อน
ฉู่เหยียนทดลองใช้หอกมือซ้ายตามแผนที่วางไว้ เขาพบว่าการควบคุมพลังธาตุลมเข้ากับการฟาดหอกด้านข้าง
ทำให้สามารถเปลี่ยนจังหวะกระบวนท่าได้ฉับไวและลดแรงต้านในอากาศ แม้ยังไม่สมบูรณ์ แต่ก็เปิดแนวทางใหม่ให้ตนเอง
หลี่เหยินประยุกต์เวทน้ำกับธาตุดินในระดับเบื้องต้น สร้างสภาพพื้นเปียกลื่นเพื่อชะลอการเคลื่อนไหวของศัตรูในแบบจำลองสนามรบ
ซึ่งเป็นเทคนิคที่แม้จะง่ายแต่หากใช้ในจังหวะเหมาะสมก็จะกลายเป็นกับดักร้ายแรง
ไป๋อี้หานกับเซียฉินฝึกเทคนิคเข้าจู่โจมระยะประชิดแบบประสานสายตา
โดยมีการกำหนดรหัสเคลื่อนไหวเบื้องต้นเพียงสี่คำเพื่อสื่อสารในระหว่างต่อสู้
เช่น "ม้วน", "ตัด", "หลอก", "ถอย" ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและลดการสื่อสารที่เป็นจุดอ่อนในการต่อสู้จริง
ในยามเย็น เซียฉินกลับมาที่หอพัก ร่างกายเต็มไปด้วยคราบฝุ่นและเหงื่อ แต่ดวงตายังคงแน่วแน่
เขานั่งลงริมหน้าต่าง หยิบตำราฝึกกระบี่ขึ้นมาเปิด พลางจดรายละเอียดใหม่ที่ค้นพบ
“หากคลื่นที่สองออกช้าไปเพียงครึ่งจังหวะ มันจะกลายเป็นช่องโหว่โดยสมบูรณ์” เขาพึมพำ พลางร่างท่าทางใหม่ไว้บนแผ่นผ้า
ข้างนอกหน้าต่าง แสงสุดท้ายของวันกำลังจางลง ฉู่เหยียนเดินเข้ามา สภาพเหงื่อเปียกทั้งตัว มือถือหอกที่มีรอยกระแทกชัด
“ข้าว่าจะลองฝึกกระโดดสวนแนวลมอีกทีพรุ่งนี้... รู้สึกว่าถ้าใช้แรงเหวี่ยงขากับเวทธาตุลมให้เหมาะสม จะหลบแล้วสวนได้ในจังหวะเดียว”
เซียฉินยิ้มเล็กน้อย ยื่นยันต์ธาตุลมให้ “ลองเสริมปราณดู เผื่อจะมีผลดีกว่าเดิม”
แม้แต่หลินซือเหยาก็เริ่มทดลองผสานพลังธาตุดินกับพลังรักษาเบื้องต้น
ทำให้สามารถรักษาอาการเจ็บเล็ก ๆ จากการฝึกได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้โอสถ ซึ่งช่วยลดเวลาหยุดพักให้ทีมได้อย่างมาก
เหวินอวี่ในอีกมุมหนึ่งของห้อง ใช้ธาตุน้ำสร้างม่านไอน้ำเบาบางเพื่อเร่งการฟื้นตัวของกล้ามเนื้อหลังฝึกหนัก
เทคนิคนี้แม้ไม่พบในตำรา แต่เกิดจากการสังเกตและทดลองด้วยตนเอง
กลางคืนวันนั้นเอง
เสียงเคาะประตูหอฝึกขั้นกลางดังขึ้นอย่างไม่ปกติ
อาจารย์ฉางเหวินเปิดประตูพบศิษย์อาวุโสของสำนักเทียนหลงในชุดคลุมสีน้ำเงินเข้ม นำหนังสือประกาศฉบับหนึ่งมามอบให้
“สำนักเทียนหลงขอเสนอให้มีการ ‘ทดสอบฝีมือร่วมกัน’ ระหว่างศิษย์ใหม่ทั้งสองสำนัก
เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเตรียมพร้อมก่อนการแข่งขันระดับภูมิภาค”
อาจารย์ฉางเหวินอ่านจบ ก่อนพยักหน้าเบา ๆ
“หากไม่ใช่เพื่อคัดเลือก...ข้าก็ไม่ขัดข้อง”
รุ่งเช้าวันถัดมา
ประกาศถูกปิดไว้หน้าหอฝึกขั้นกลางและลานหลักของศิษย์ภายใน
"ประกาศ: อีกเจ็ดวันจะมีการทดสอบฝีมือระหว่างศิษย์ใหม่ของสำนักชิงเหอ และศิษย์เยี่ยมชมจากสำนักเทียนหลง
ศิษย์ทั้งลานแตกตื่นทันที
“ข้าเพิ่งจับท่าได้ไม่กี่จังหวะเอง!”
“แต่อีกฝ่ายคือสำนักระดับสองนะ…”
เซียฉินเดินเข้ามาอ่านข้อความจบ ก่อนหันกลับไปหาพวกพ้อง
“เจ็ดวัน...มากพอจะที่พวกเราจะเพิ่มพลังขึ้น” เขาพูดเสียงแน่น
เสียงลมจากยอดเขาพัดใบไม้ปลิวไปตามทางเดิน — ราวกับเวลาของการเตรียมตัวได้เริ่มต้นแล้ว