บทที่ 1– เมืองที่ไร้เงา
เมืองซางอวิ๋นเมืองพาณิชย์ชายแดนทางใต้ของแคว้นเหลียน ตั้งอยู่บนเส้นทางตะวันออกเฉียงเหนือของเทือกเขาหลงอวี๋ที่ซึ่งมีหมอกจาง ๆคลุมยอดเขาตลอดทั้งปีเส้นทางการค้าในเมืองนี้คึกคักเพราะเป็ประตูผ่านระหว่างแคว้นแต่สำหรับผู้คนในเมืองแล้วมันคือดินแดนสงบห่างไกลความวุ่นวายของเมืองหลวง
ซ่งเหยาสตรีวัยสิบเจ็ดที่เติบโตมาในเรือนของคหบดีซ่งผู้มั่งคั่งเป็บุตรบุญธรรมที่ไม่มีใครรู้ที่มาชัดเจนใบหน้าของนางงดงามอย่าง ที่ไม่อาจละสายตาได้และในทุกย่างก้าวของนางมักมีบางสิ่งติดตามอยู่เสมอบางสิ่งที่มองไม่เห็นแต่สามารถััได้กลิ่นหอมอ่อนละมุนที่ตราตรึงผู้คน
กลิ่นนั้นหาใช่กลิ่นดอกไม้ทั่วไปหากแต่มันเป็กลิ่นของสมุนไพรหายากที่นางต้องใช้ชำระร่างกายในทุกคืนพระจันทร์เสี้ยวเพื่อประคองชีวิตจากโรคประหลาดซึ่งติดตัวนางมาั้แ่กำเนิดโรคนั้นทำให้นางต้องดูแลร่างกายอย่างละเอียดถี่ถ้วนหากละเลยเพียงคราหนึ่งก็อาจทำให้นางอ่อนแรงจนแทบไม่อาจลุกขึ้นยืน
ใต้แสงเช้าของฤดูหนาวร่างบางของซ่งเหยาเคลื่อนไหวอย่างสง่างามภายในเรือนไหล่บางคลุมด้วยผ้าพลิ้วลายเมฆสีอ่อนแววตาทอดมองออกไปยังลานบ้านอย่างเงียบงันเสียงลมพัดผ่านแนวไม้ไผ่กลิ่นชาอ่อนลอยมาตามลมเสียงสาวใช้เดินผ่านทางเดินไม้กระทบเป็จังหวะเบาๆ
ใต้ผิวเนียนขาวดุจหยกของซ่งเหยาซ่อนปานสีแดงรูปพระจันทร์เสี้ยวเอาไว้ใต้กระดูกไหปลาร้าด้านซ้ายไม่มีผู้ใดล่วงรู้ถึงความลับนี้เพราะสิ่งนี้ไม่ได้มีติดตัวนางมาั้แ่แรกเกิดหากแต่เกิดขึ้นหลังจากที่นางอายุครบสิบห้าปีเื่ประหลาดเช่นนี้ทำให้นางไม่กล้าเอ่ยกับผู้ใด
ในเช้าวันนั้นซ่งเหยาเดินเล่นรอบเรือนเงยหน้ามองยอดไม้ที่ถูกแสงแดดแรกจับปลายใบสีหน้าของนางผ่อนคลายรอยยิ้มอ่อน ๆ ผุดขึ้นมุมปากอย่างเป็ธรรมชาติ เสียงสาวใช้สาวนางหนึ่งวิ่งมาอย่างรีบร้อนแล้วเอ่ยอย่างกระตือรือร้น
“คุณหนูเ้าคะบิดาท่านกลับมาจากโรงน้ำชาแล้วเ้าค่ะวันนี้มีแขกจากเมืองหลวงติดตามมาด้วยดูท่าทางคงจะมิใช่พ่อค้าสามัญทั่วไปเลยเ้าค่ะ”
ซ่งเหยาหันไปมองด้วยแววตาสงบนิ่งเพียงเอ่ยเบา ๆ ว่า
“ท่านพ่อมักมีแขกแปลกหน้าอยู่เสมอ”
นางไม่ได้รู้สึกยินดีหรือประหลาดใจเป็พิเศษการมีแขกจากเมืองหลวงมิใช่เื่แปลกสำหรับบ้านคหบดีใหญ่ที่มีเครือข่ายค้าขายมากมายอย่างบ้านสกุลซ่งหากนางก็ไม่อาจห้ามตนเองไม่ให้แหงนมองฟ้าแล้วครุ่นคิดตามกลิ่นลมยามบ่ายวันนั้นพาเอากลิ่นชาเจือกลิ่นหอมบางบางเฉพาะตัวของนางลอยวนขึ้นอีกคราลมหายใจของนางชะงัก เล็กน้อยแล้วจึงหันกลับไปยังเรือนของตนตามเดิม
บ่ายวันเดียวกันนั้นที่เรือนรับรองของคหบดีซ่งบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งนั่งอยู่อย่างสง่าผ่าเผยแม้ชุดที่สวมจะเป็ชุดพ่อค้าธรรมดาแต่ท่วงท่ากลับไม่อาจหลอกสายตาผู้ที่เคยชินกับมารยาทของชนชั้นสูงได้เขายกมือคารวะเ้าบ้านอย่างเคารพ ในขณะที่แววตาหลุบต่ำรอยยิ้มที่มุมปากนั้นบางเบาราวกลีบเหมยในหิมะ
ซ่งเหยาเห็นเขาครั้งแรกขณะเดินผ่านลานเรือนนางชะงักฝีเท้าชั่วครู่ไม่ใช่เพราะความสง่างามของเขาแต่เป็เพราะกลิ่นจางบางอย่างที่โชยมาตามลมกลิ่นจางของชาผสมกับกลิ่นหอมลึกที่ชวนให้นางรู้สึกสะดุดใจราวกับเคยได้ัักลิ่นนี้มาก่อน
เขาเงยหน้าขึ้นรอยยิ้มเจือจางค้างบนใบหน้าและในชั่วขณะนั้นดวงตาของเขาและนางสบกันเพียงเสี้ยวลมหายใจทุกอย่างเหมือนหยุดนิ่งไปในพริบตาแต่มีบางสิ่งในอกกลับเต้นไม่เป็จังหวะนางไม่รู้จักเขาและแน่ใจว่าไม่เคยพบหน้าบุรุษผู้นี้มาก่อนทว่าไม่รู้เหตุใดในใจกลับรู้สึกคล้ายจะจดจำรอยยิ้มนั้นได้คล้ายมาจากความฝันที่ผ่านมาเนิ่นนาน