Return to my world ?!!

    ตอนที่36 สังคมอุดมปัญญา

              หลังจากที่เลิกงาน ชัยวัฒน์ ก็ตรงดิ่งกลับบ้านทันที ที่บ้านที่ชัยวัฒน์อาศัยอยู่มันมีแค่ตัวเขาเองเพียงคนเดียวเท่านั้น พ่อและแม่ของชัยวัฒน์จากไปก่อนวัยอันควรนานแล้ว 



              แต่ตัวชัยวัฒน์เองก็ต่อสู้ดิ้นรนจนตัวเขาจบหมอมาได้จากการทำงานส่งเสียตัวเองเรียน 


              

              หลังจากที่เขาได้ใช้ทุนให้กับรัฐบาลและเรียนต่อแพทย์เฉพาะทางจนจบ ชัยวัฒน์ก็มาเป็นหมอของโรงพยาบาลแห่งนี้ หลังจากนั้นไม่นานเขาก็พบรักกับหมอสาวสวยที่ทำงานอยู่ที่เดียวกันจนตกลงแต่งงานกัน 



              แต่ชัยวัฒน์ก็ไม่สามารถประคับประคองชีวิตการแต่งงานของตัวเองได้ เขาจึงหย่ากับภรรยาแสนสวยของเขา หลังจากที่ใช้ชีวิตแต่งงานเพียงไม่ถึง 1ปีด้วยเหตุที่เธอให้กับเขาก็คือ เธอหมด passion ในตัวของเขาแล้ว



              หลังจากเหตุการณ์ที่ชัยวัฒน์ต้องหย่ากับภรรยา เขาก็ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างให้กับการงานของเขา แต่เดิมชัยวัฒน์เป็นเพียง หมอที่ไม่ได้มีความสามารถพิเศษอะไร เขาเพียงแค่ใช้ชีวิตโดยการตรวจคนใข้ไปวันๆ โดยที่เขาไม่ได้สนใจใดๆในความก้าวหน้าทางอาชีพ



              แต่หลังจากที่ภรรยาของชัยวัฒน์ทิ้งเขาไป ชัยวัฒน์ก็เริ่มที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่จนตัวเขาเองได้เป็นผู้อำนวยการเฉกเช่นทุกวันนี้ กว่าที่ชัยวัตน์จะได้นั่งในตำแหน่ง มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย มันไม่ใช่แค่ขยันและทำงานเก่งเท่านั้นก็จะสามารถได้ตำแหน่งนี้มาครอบครอง



              ชัยวัฒน์จ่ายค่าตอบแทนมากมายซื้อความไว้ใจจากเหล่าผู้บริหารและบรรดาผู้ถือหุ้นแต่ก็ยังมีกลุ่มผู้บริหารและผู้ถือหุ้นบางกลุ่มที่ไม่ค่อยจะยินดีกับตัวเขาเท่าไรนัก



              นั้นก็คือกลุ่มผู้ถือหุ้นและผู้บริหารที่อยู่ในตระกูลของผู้ก่อตั้งโรงพยายาลนั้นเองที่ไม่พอใจเขา คนเหล่านั้นต้องการให้คนในตระกูลของตนเองมานั่งอยู่ในเก้าอี้ตำแหน่งตัวนี้ 



              พวกเขาพยายามกดดันชัยวัฒน์ด้วยทุกวิถีทาง ในหลายๆครั้งชัยวัฒน์โดนแย่งผลงานไปให้กับคนที่กลุ่มพวกนี้สนับสนุนให้มานั่งเก้าอี้ตัวแทนเขา 



              มันทำให้ชัยวัฒน์เองต้องเผชิญหน้ากับแรงต้านมหาศาลจากทั้งข้างนอกและในกลุ่มผู้บริหารและผู้ถือหุ้นเองเนื่องจากตัวเขาไม่มีผลงานที่เป็นรูปประธรรม เพราะผลงานต่างๆที่เขาได้ทำไว้โดนแย่งไปจนหมด



               คนกลุ่มนี้คือกลุ่มคนที่ชัยวัฒน์ไม่สามารถทำอะไรด้วยได้ ถึงแม้ว่าครอบครัวของกลุ่มผู้ก่อตั้งจะเหลือหุ้นของโรงพยายาลอยู่ในมือคนละไม่มาก เนื่องจากพวกเขานำมันไปขายกิน แต่ถ้าหากกลุ่มคนเหล่านี้รวมตัวกันเมื่อไร แม้แต่ผู้ถือหุ้นใหญ่ก็ยังต้องเกรงใจพวกเขา



              ในวันนี้ ชัยวัฒน์ ก็จะหลุดออกจากปัญหาเหล่านี้ได้สักที วันนี้เขาได้พบกับสถานการณ์ที่จะช่วยให้เขาไม่ต้องกลัวบรรดาลูกหลานผู้ก่อตั้งอีกต่อไป อย่าว่าแต่ตำแหน่งผู้อำนวยการเลย ด้วยผลงานที่เขากำลังจะสร้าง มันอาจทำให้ตัวเขาได้ไปสู่ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงได้ในอนาคตอันใกล้ เขาจะไม่ต้องทนดักดานกับเก้าอี้ผู้อำนวยการอีกต่อไป 



              ทันทีที่เขากลับมาถึงบ้าน เขาก็รีบตรงดิ่งไปที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ส่วนตัวของเขาทันที บ้านที่เขาอาศัยอยู่ปัจจุบันเป็นเพียงคอนโดที่อยู่ห่างจากโรงพยายาลแค่ 15 นาทีเท่านั้นเขาขายเรือนหอที่เขาเคยอยู่กับอตีดภรรยาเพื่อที่จะมาซื้อคอนโดแห่งนี้ 



              สภาพภายในคอนโดของชัยวัตน์ค่อนข้างที่จะรกรุงรัง เนื่องจากตัวเขาทำงานอย่างหนักจนไม่มีเวลาที่จะทำความสะอาดห้อง เขาจึงจ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดเป็นรายสัปดาห์แทน ความรกรุงรังพวกนี้คือร่องรอยการใช้ชีวิตใน5วันที่ผ่านมา อีกเพียงแค่ 2 วันเท่านั้นแม่บ้านที่เขาจ้างถึงจะมาทำความสะอาดที่นี่ ห้องนี้เลยมีสภาพอย่างที่กล่าวไป



              ชัยวัฒน์เปิดโคมไฟที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ส่วนตัว เพื่อให้แส่งสว่างแกตัวเอง เขาไม่ชอบความสกปรก ชัยวัฒน์จึงไม่เปิดไฟภายในห้องเพื่อที่จะได้มองไม่เห็นว่าคอนโดของเขากำลังอยู่ในสภาพใด หลังจากนั้นเขาก็เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัวของเขาขึ้นมา เขาเข้าไปยังเวปไซต์สังคมอุดมไปด้วยปัญหา ที่เขาเข้าใช้เป็นประจำทันที



              ชัยวัฒน์เองชอบมาตั้งกระทู้ระบายในห้องศาลาประชาคม เขาชอบตั้งกระทู้ที่เกี่ยวกับเงินเดือนและหน้าที่การงาน แต่วันนี้ ชัยวัฒน์ไม่ได้ต้องการที่จะมาระบายเขาจึงสร้างไอดีบัตรผ่านขึ้นมาเพื่อที่เขาจะสามารถตั้งกระทู้ได้โดยไม่ต้องใช้บัตรประชาชนยืนยันในการสมัคร



              หลังจากที่สมัครไอดีบัตรผ่านเสร็จ ชัยวัฒน์ก็กดตั้งกระทู้ทันที เขาเลือกที่จะตั้งชื่อกระทู้ให้ดูน่าสนใจเพื่อล่อเป้าให้ผู้คนที่ชอบเสพดราม่าเข้ามาเยี่ยมชมกระทู้ของเขา



              " มา ดู สิ่ง ที่ โรงพยาบาล ไฮโซ ทำ กับ คน จน ดู ว่า มัน ทำ อย่าง ไร " 



              ชัยวัฒน์พูดในบณะที่เขาพิมพ์ไปด้วย เขาคิดว่าการเอาฐานะทางสังคม อย่างเช่น ความรวย หรือ ความจน มาใช้มันจะช่วยล่อเป้าให้กับกระทู้ของเขาเป็นอย่างดี 



              ในเนื้อหากระทู้ที่เขาใส่ลงไป ชัยวัฒน์เขียนว่าตัวเขาเองเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ และรับรู้ถึงสิ่งที่หมอที่พยายามจะทำร้ายเด็กสาวในคลิปทำกับพวกเธอยังไง และเขาทนไม่ได้เลยเอาคลิปออกปล่อย เพื่อที่ผู้หญิงทั้ง2จะได้รับความเป็นธรรม 



              ในกระทู้ยังเขียนถึงอาการป่วยของพี่สาวของเด็กที่จะถูกทำร้าย เพื่อเรียกคะแนนความสงสารให้กับพวกเธอ ชัยวัฒน์ยังคงรายละเอียดเรื่องค่าใช้จ่ายรายวันที่พวกเธอต้องจ่ายให้กับโรงพยาบาลเพื่อให้คนที่มาเยี่ยมชมกระทู้จะได้รู้สึกว่าพวกเธอลำบากมากแค่ไหน 



              จากนั้นเขาถึงใส่ลิ้งค์คลิปวิดีโออัฟโหลดเอาไว้ลงไป เมื่อเสร็จสิ้นทีนี้เขาต้องเลือกห้องของเวปไซต์ที่จะให้กระทู้ของตนเองจะไปแสดงให้คนในห้องของเวปไซต์ได้เห็น

              



              เขาเลือกที่จะให้กระทู้ของเขาแสดงไปที่ยังห้องสวนลุมพีนีของเวปไซต์ ห้องนี้เป็นห้องเกี่ยวกับสุขภาพและโรงพยาบาล ห้องนี้มักจะมีคนที่อยู่ในวงการสาธารณสุขหรือไม่ก็ แพทย์เข้ามาตอบคำถามให้กับผู้ที่มาตั้งกระทู้เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพของพวกเขาเอง 



              ชัยวัฒน์ยังเลือกให้กระทู้ของตัวเองไปแสดงยังห้องของศาลาประชาคม ห้องนี้เปิดให้เหล่าผู้คนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม มาตั้งกระทู้เพื่อระบาย หรือ ขอคำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาทางกฎหมายหรือว่าปัญหาชีวิตรวมทั้งปัญหาครอบครอบครัว ห้องนี้คือเป้าหมายหลักของเขาข่าวดังๆมากมายมักจะมีที่มาจาก ห้องศาลาประชาคมแห่งนี้



              หลังจากที่ชัยวัตน์ตั้งกระทู้เสร็จเขาก็ปิดคอมพิวเตอร์ของตัวเองทันที แค่นั้นยังไม่พอเขายังปิดโทรศัพท์มือถือของตัวเองเพื่อป้องกันให้โรงพยาบาลโทรตามเขาในตอนที่พวกนั้นพบเห็นคลิปที่เขาอัฟโหลด คนพวกนั้นจะได้รู้ถึงความสำคัญของตัวเขาเองเสียที 



              " ทีนี้พวกแกจะรู้ว่าขาดชั้นไปพวกแกจะเป็นยังไง "



              " เธอเองก็ด้วย มาลินี เธอจะต้องเสียใจที่วันนั้นเธอทิ้งชั้นไป "



              ชัยวัฒน์ได้แต่คำรามในใจ ที่ผ่านมา เขาโดนข่มแหงรังแกจากกลุ่มผู้ถือหุ้นที่อยู่ในครอบครัวผู้ก่อตั้งมาตลอดที่นี้พวกนั้นจะได้เห็นถึงความสำคัญของเขาเสียที เขาจะรอให้ปัญหาลุกลามใหญ่โต แล้วค่อยเข้าไปแก้ปัญหาเหมือนกับพระเอกขี่ม้าขาว



              อดีตภรรยาของเขาก็เช่นกัน หลังจากที่เธอทิ้งเขาไปไม่นานเธอเองก็ไปสานสัมพันธ์กับคนที่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นที่อยูในครอบครัวผู้ก่อตั้ง ถึงแม้ว่าเธอและชายคนนั้นจะยังไม่ได้แต่งงานกัน แต่ภรรยาเก่าของเขามักจะชวนชายคนนั้นจูงมือออกจากโรงพยาบาลให้เขาต้องทนดูภาพบาดตาบาดใจอยู่เสมอ 



              การที่ชัยวัฒน์พยายามที่จะเป็นผู้อำนวยการส่วนหนึ่งเขาต้องการที่จะแก้แค้นเธอเขาอยากจะเห็นสีหน้าของเธอว่าจะเป็นอย่างไร ถ้าชัยวัฒน์ได้รับตำแหน่งที่ชายคนรักใหม่ของเธอสมควรจะได้รับ และเขาก็ทำมันได้จริงๆ แต่แค่นั้นมันยังไม่สาแก่ใจของเขา



              ชัยวัฒน์อยากจะเห็นสีหน้าของภรรยาเขาจริงๆว่าเธอจะทำหน้ายังไงถ้าเขาได้ขึ้นเป็นผู้บริหารระดับสูงด้วยความสามารถของตัวเขาเอง โดยไม่ต้องรอให้ใครมาสนับสนุนดังเช่นผู้ชายคนใหม่ของเธอที่แม้จะได้รับแรงสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นในครอบครัวของผู้ก่อตั้งแต่ก็ไม่สามารถนั่งได้แม้แต่เพียงเก้าอี้ของผู้อำนวยการ



              แค่คิดชัยวัฒน์อดตื่นเต้นไม่ได้ ต้องหาเครื่องดืมแอลกอฮอล์มาเพื่อดับความตื่นเต้นและเพื่อให้ตัวเขาหลับลงในคืนนี้ เขาเลือกที่จะเปิดไวน์ราคาแพงที่เขาเก็บมานานเพื่อฉลองให้กับความสำเร็จของตัวเองในอนาตดอันใกล้ หลังจากดื่มจนหมดขวดเขาก็หลับไป




    ●●●




              ปื๊ดตื่นขึ้นมาในตอนเช้ามืดของเช้าวันใหม่วันนี้เขามีนัดในตอนเช้ากับแม่ของเขา



              เนื่องจากแม่ของเขาต้องการพาเขาไปทำบุญและนำรถที่ปื๊ดพึ่งซื้อมาใหม่ไปเจิมเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับตัวรถ และ ล้างสิ่งไม่ดีออกไปตัวของเขา



              หลังจากที่ตื่นขึ้นมา ปื๊ดก็อาบน้ำแต่งตัวลงไปข้างล่างในทันที แม่ของปื๊ดกำลังง่วนกับการทำอาหารเพื่อไปทำบุญอยู่ในครัวโดยมีพี่สาวของเขาค่อยช่วยเป็นลูกมืออยู่ข้างๆ



              " มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับแม่ "       



              " ไม่เป็นไรลูกนี้ก็ใกล้จะเสร็จแล้ว ว่าแต่เราอาบน้ำแต่งตัวรึยัง เดี๋ยวจะไปไม่ทันนะลูก "

              

              

              " เรียบร้อยครับแม่ "

              

              

              " ดีงั้นรอให้แม่เสร็จจากนี่แล้ว แม่กับพี่สาวแกจะรีบไปอาบน้ำแต่งตัว จะได้ไปกันซะที "

              

              

              ระหว่างที่รอแม่และพี่สาวของตัวเองเสร็จธุระ ปื๊ดหยิบมือของเขาขึ้นและเปิดดูโซเชียลมีเดียของตนเอง เขาต้องการรู้ว่าแผนที่เขาบอกชัยวัฒน์ไปถูกนำไปดำเนินการหรือไม่ 



              ทันทีที่ปื๊ดเปิดหน้าฟีดขึ้นมาเขาก็เจอเขากับกระทู้ที่ถูกแชร์มาจากเวปไซต์ สังคมอุดมปัญหา ทันทีหน้าฟีดของเขาเต็มไปด้วยคนที่กำลังพูดถึงเรื่องนี้ เขาจึงเปิดเข้าดูที่หน้ากระทู้ต้นทางทันที แล้วมันก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงพยายาบาลจริงๆ 



              ดูเหมือนว่าชัยวัฒน์จะทำได้ดีกว่าที่ปื๊ดคิดไว้ กระทู้ของชัยวัฒน์ถูกแชร์ออกไปมากกว่า 7 หมื่นครั้ง แลมีะเริ่มเพจต่างๆหยิบเรื่องของคลิปเหตุการณ์ที่ถูกโพสต์ไปประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในเพจของตัวเอง และเริ่มมีผู้ที่เห็นเหตุการณ์เริ่มออกมาคอมเมนต์ตามเพจต่างๆมากมาย 



              แม้กระทู้ที่ชัยวัฒน์ตั้งขึ้นมาจะไม่ได้บอกว่าโรงพยาบาลที่เกิดเรื่องคือที่ไหน แต่ก็มีนักสืบโลกไซเบอร์จากเวปสังคมอุดมปัญหายอดนิยม ออกมาใบ่อักษรย่อของโลกพยาบาลจนเป็นที่รู้กันว่าโรงพยาบาลที่อยู่ในคลิปคือที่ใด    



              " นายขุดหลุมฝังตัวเองไว้ได้ยอดเยี่ยมจริง " 

              

              

              ปื๊ดพึมพำกับตัวของเขาเองโดยไม่ได้คิดว่าแม่ของเขาที่พึ่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จจะมาได้ยินในสิ่งที่เขากำลังพูด



              " ใครขุดหลุมฝังอะไรเหรอลูก "



              " ไม่มีอะไรครับแม่ ผมคิดว่าวันนี้หลังจากที่เสร็จธุระจะไปหาต้นไม้มาขุดหลุมปลูก "



              " จะปลูกอะไรลูกก็ปลูกไป แต่อย่าตัดต้นกะเพรา กับ โหระพาเด็ดขาดเข้าใจไหม "



              " ครับผมเองก็ยังไม่แน่ใจว่าจะปลูกดีหรือเปล่า ว่าแต่แม่กับพี่เปรี้ยวเสร็จกันรึยังครับ "

              

              

              " แม่นะเสร็จแล้วจะเหลือก็แต่พี่สาวแกนั้นแหละ ไม่รู้จะแต่งอะไรกันนักกันหนา "

              

              

              " เสร็จแล้วๆ "

              

              

              เปรี้ยวพูดในขณะที่วิ่งลงมาจากห้องนอนของตนเอง เมื่อแม่กับพี่สาวมากันครบแล้วพวกเขาก็ออกเดินทางกันทันที เนื่องจากวัดที่พวกเขาจะไปทำบุญกันเป็นวัดป่า ครอบครัวของปื๊ดจึงจำเป็นต้องออกจากกันตั้งแต่เช้ามืดเพื่อที่จะได้ทันฉันเช้าของวัดที่กำลังจะไป



              ในตอนที่พวกเขามาถึงที่วัดผู้คนกำลังจัดเตรียมอาหารที่แต่ละคนจัดเตรียมกันมาทำบุญอย่างวุ่นวาย แม่และพี่สาวของปื๊ดต่างแยกย้ายกันไปจัดเตรียมอาหารใส่สำรับเพื่อที่จะนำไปถวายพระ ส่วนปื๊ดเองก็ไม่ได้อยู่เฉย เขาช่วยบรรดาเหล่าผู้ที่มาทำบุญจัดเตรียมยกสิ่งของต่างๆจากบรรดาผู้ที่มาทำบุญจนเรียบร้อย บรรดาคณะพระลูกวัดต่างทยอยกันเดินเรียงกันเป็นแถวออกมาเพื่อรอศรัทธาจากญาติโยมที่จะมาทำบุญในช่วงฉันเช้าของวันนี้



              หลังจากบรรดาพระลูกวัดออกมา พระผู้ใหญ่ประจำวัดอีก3องค์ก็ตามออกมาในภายหลัง ปื๊ดพยายามมองหาหลวงปู่ที่ครอบครัวของเขาให้ความนับถือตั้งแต่ตอนที่ปื๊ดยังเด็กๆแต่ปื๊ดก็ไม่เห็นท่าน ปื๊ดเลยเอ่ยปากถามจากชายคนที่นั่งอยู่ข้างๆตนเอง



             " พี่ชายๆ หลวงปู่ไม่ออกมาฉันเช้าเหรอ "



             " หลวงปู่ท่านสุขภาพไม่ค่อยจะดี ท่านเลยไม่ค่อยได้ออกมารับแรงบุญ "

             

             

             ในตอนที่ปื๊ดยังเด็กๆหลวงปู่องค์ที่เขาถามหามักจะเอ็นดูเขาอยู่เสมอๆ หลวงปูมักจะเอาขนมที่เหล่าญาติโยมมาทำบุญกันให้กับปื๊ดกินเป็นประจำ 



              และเมื่อได้ยินข่าวว่าสุขภาพของหลวงปู่ไม่ค่อยจะดี เขาจึงอยากที่จะเขาไปตรวจดูอาการของหลวงปู่ด้วยตัวของเขาเองดูสักครั้ง



              หลังจากนั้นพิธีต่างๆในการทำบุญช่วงเช้าก็เริ่มขึ้น ปื๊ดก็อยู่ร่วมด้วยจนเสร็จสิ้นพิธีเหล่าผู้ที่มาทำบุญต่างนำอาหารที่นำมาทำบุญที่เหลือจากที่พระฉันมาตั้งวงกินกันต่อภายในศาลาวัด 



              ปื๊ดและครอบครัวเองก็กำลังนั่งกินอาหารกับผู้ที่มาทำบุญคนอื่นๆเช่นกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่พยายามหาทางเข้าใกล้แม่และพี่สาวของตัวเขาเอง   



              ในขณะที่พวกปื๊ดกำลังนั่งกินอาหารกันเขาก็ปล่อยจิตสังหารออกมาอ่อนๆใส่บรรดาหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่มาก้อล่อก้อติดแม่และพี่สาวของเขาอยู่ตลอด ผู้ชายพวกนั้นนั่งกินข้าวด้วยมือที่สั่นเทาตลอดเวลา ตักข้าวตักแกงหกเลอะเทอะเต็มบริเวณที่พวกเขานั่งกัน 



              และเมื่อโดนจิตสังหารกดดันจนทนไม่ไหวพวกเขาก็ทยอยกันขอถอนตัวออกไป และหลังจากนั้นไม่นานก็เหลือแต่เพียงครอบครัวพวกเขา 3 คนเท่านั้นที่ยังนั่งกินอาหารกันอยู่



              " คนพวกนั้นเป็นอะไรกัน จะกินดีๆกันก็ไม่ได้ กินกันอย่างกับหว่านเข้านา "



              แม่ของเขาบ่นขึ้นมา อาหารที่ผู้ชายพวกนั้นทำหกไว้เธอและลูกสาวจะต้องเป็นคนเก็บทำความสะอาดเนื่องจากเป็นวงกับข้าวกับปลาที่ครอบครัวของพวกเธอนั่งกินกัน 



              " พวกเขาคงหิวกันนะครับแม่ หิวกันไม่รู้เวล่ำเวลา แม้แต่ในวัดในวาก็ไม่เว้นกัน "

              

              

              ปื๊ดไม่ชอบใจคนกลุ่มเมื่อกี้จริงๆถ้าเขาไม่ได้อยู่ต่อหน้าแม่และพี่สาว และที่นี้ไม่ใช่ภายในวัดเขาคงจะเล่นงานจนคนกลุ่มเมื่อสักครู่ ขี้ราดเยี่ยวแตกกันไปข้างหนึ่ง



              [ เดชะบุญของของพวกมึงจริงๆ ถือซะว่าบารมีของหลวงปู่คุ้มกะลาหัวพวกมึงไว้ ]   

              

              

              ปื๊ดคำรามในใจ เขาได้แต่ข่มความโกรธเอาไว้เพราะแม่และพี่สาวของเขานั่งอยู่ใกล้ๆทำจึงไม่ได้แสดงความโกรธใดๆออกมาผ่านที่สีหน้าของตน ขณะที่ครอบครัวของเขากำลังนั่งกินอาหารอยู่นั้น เด็กวัดลูกศิษย์คนสนิทของหลวงปู่ก็เข้ามาหาพวกเขา 



              " สวัสดีครับ แม่ปริม ไม่ได้มาที่วัดนานเลยนะครับ "



              ลูกศิษย์คนสนิทของหลวงปู่เข้ามาไหว้ทักทายกับแม่ของเขาด้วยความสนิทสนม ด้วยความที่ครอบครัวของเขาค่อนข้างที่จะใกล้ชิดกับหลวงปู่ ปื๊ด และ เปรี้ยวเองจึงสนิทกับลูกศิษย์ของหลวงปู่คนนี้ด้วยเช่นกัน  



              " ช่วงนี้ที่บ้านมีเรื่องเยอะนะตาวุฒิ แม่เลยไม่ค่อยได้มาทำบุญที่วัด "



              แม่ของเขาเองก็ให้ความเอ็นดูกับลูกศิษย์คนสนิทด้วยเช่นกัน นอกจากเปรี้ยวและตัวปื๊ดก็คงจะมีแต่ชายหนุ่มตรงหน้าเท่านั้นที่แม่ของปื๊ดจะแทนตัวเองว่าแม่     

     


              " หลวงปู่ให้ผมมาบอกกับแม่ปริมว่าให้ไปพบกับท่านหลังจากเสร็จธุระตรงนี้แล้วครับ "

              

              

              " งั้นปื๊ดลูกกินเสร็จแล้ว ก็รีบตามพี่วุฒิเขาไปก่อนเลย "



              " เดี๋ยวพอแม่กับพี่สาวของเราเสร็จจากเก็บกวาดตรงนี้แล้วแม่กับพี่จะรีบตามไป "

              

              

              ในขณะที่วุฒิเข้ามาหาครอบครัวของปื๊ด พวกเขาก็ทานอาหารกันเสร็จพอดี แม่ของปื๊ดจึงบอกให้ปื๊ดไปพบกับหลวงปู่ก่อนพวกเธอ ปริมเองต้องการให้หลวงปู่เป็นคนเจิมรถของลูกชายของเธออยู่แล้วเช่นกัน เธอจึงเร่งรัดให้ลูกชายของปื๊ดรีบตามวุฒิไป เพราะตัวเธอเองต้องเก็บกวาดอาหารที่พวกผู้ชายพวกนั้นทำหกเอาไว้



              " ครับแม่งั้นผมไปก่อนเลยนะครับ "

              

              

              เมื่อได้ยินคำเร่งรัดจากแม่ปื๊ดก็รีบลุกขึ้นตามวุฒิไปทันที

              

              

              

              

    _______________________________________________________________________________



              ต้องขโทษนักอ่านทุกๆท่านด้วยนะครับ ที่เมื่อวานงดลงโดยที่ไม่ได้แจ้งให้ทราบล้วงหน้า หวังว่าทุกท่านจะมีความสุขกับนิยายกันเช่นเคย ชอบไม่ชอบตรงไหนสามารถติชมกันได้เลย หรือถ้าจะด่าก็เต็มที่ได้ครับ ขอบคุณทุกท่านที่ยังติดตามงานเขียนของผมกันอยู่