ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่718 คิดจะสร้างชื่อ

      แม้แต่ หนิงเอ๋อ นางยังมี สีหน้าตาตื่นเป็นอย่างมาก “เจ้า! เจ้า! เป็นไปได้อย่างไร” ฝ่ามือนางที่พยายามจะดึงกลับมา ถูก ฝ่ามืออี้เฉิน ล็อกเอาไว้แน่น ครั้นเมื่อนางหมุนวาดฝ่ามือ อีกข้างเข้าโจมตีอี้เฉิน ระยะประชิดได้ เสียงแค่นสบถด่า ของหญิงสาวก็ดังออกมาก้อง

 


      “เอาฝ่ามือของข้าไปกินเสียไอ้เวร”  ฝ่ามือที่พุ่งปราดเต็มเปี่ยม ไปด้วยพลังทำลายล้าง หนิงเอ๋อ เตรียมจะหวดฟาดเข้าใส่กลางหน้าอก อี้เฉินในเสี้ยวพริบตา

 


       ด้านอี้เฉินที่ยกฝ่ามือขึ้นมาปัดป้อง การโจมตีฝ่ามือของสตรี แม้จะไม่รุนแรงเท่าฝ่ามือหลักของนาง แต่ก็ทำให้ฝ่ามืออี้เฉิน สั่นไหวขึ้นมาไม่หยุด ภาพที่ทั้งคู่เกี่ยวพัน โจมตีกันไปหลาย10กระบวนท่า ส่งให้เกิดเสียง ปัง!! ปัง!! ดังออกมาก้องไม่ขาด

 


       ทว่าอี้เฉินก็ไม่ยินยอม ที่จะปล่อยข้อมือขาวของ หนิงเอ๋อให้นางเป็นอิสระ ภาพฉากการต่อสู้ของพวกเขา ที่ต่อสู้พัวพันกัน ไปหลายร้อยกระบวนท่าต่อ หน้าครรลองสายตาหมู่ชน ขับเขี้ยวขึ้นสู่ท้องฟ้า จึงเต็มไปด้วยความทุลักทุเล พร้อมใบหน้า หนิงเอ๋อ ที่แดงซ่าน ด้วยความเขินอาย ไม่คิดว่าอี้เฉินผู้นี้จะเกาะนางไว้แน่น
 


       “ชาติปางก่อนเจ้าเป็นปลิงหรืออย่างไร ถึงได้เกาะข้า ไม่เลิกเช่นนี้ไอ้เวรเอ๊ย ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ” หนิงเอ๋อ นางกล่าวด้วยใบหน้าพองลมตุ๊บป่อง ฝ่ามือนางเอง หวดฟาด ใส่อี้เฉินไม่ยั้ง ปัง! งง!

 


อี้เฉินปะทะฝ่ามือกับนาง เอ่ยบอกพร้อมรอยยิ้มกว้าง “หากเจ้าอยากให้ข้าปล่อย เจ้าควรยอมแพ้ข้าได้แล้วกระมัง แม่นางหนิงเอ๋อ”

 


“ฝันไปเถอะอี้เฉิน ข้าจะตีเจ้าให้ช้ำในตายเลย หากเจ้าไม่ปล่อยข้า”

 


       ชายหนุ่มนามเอ๋อร์เตาเขาถึงกับเดือดดาล ครั้นเห็น หนิงเอ๋อ บัดนี้นาง ตกอยู่ในกำมือของอี้เฉิน ทว่าเพียงเสี้ยวพริบตา ที่อี้เฉินออกแรงบีบฝ่ามือ บริเวณข้อมือขาว หนิงเอ๋อ จนนางรับรู้ถึงความรู้สึกเจ็บปวด มันก็ทำให้นางเม้มริมฝีปากแดงน้อย ของนางไว้จนแน่น ครั้นรับรู้ว่าอี้เฉินออมแรงให้นาง หากชายหนุ่มผู้นี้ คิดจะจบการประลอง เขาคงจะทำได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
 


       ก่อนที่ จู่ๆ หนิงเอ๋อนางจะหยุด ฝ่ามือกะทันหัน ภาพนั้น ต่างก็พาให้ผู้ชม เบิกตาออกกว้าง อ้าปากค้าง ไม่อยากเชื่อภาพ เบื้องหน้าที่พวกเขาเห็น เมื่อหนิงเอ๋อ นางกล่าวยอมแพ้ ด้วยตัวของนางเอง “ข้าแพ้แล้ว”


 

อี้เฉินที่จับแขนของหนิงเอ๋อไว้ ค่อยๆ บินทะยานลงต่ำ ส่งหญิงสาวแตะพื้นสนามประลอง ด้วยความอ่อนโยน

 


        ผู้คนที่มามุงดู พวกเขาต่างก็พูดคุยซุบซิบ ออกมาเสียงดังก้อง ไม่คิดอี้เฉินจะเอาชนะ ศิษย์นิกายยอดยุทธ์ ได้ง่ายดายถึงเพียงนี้ พวกเขาเป็นถึงคนดินแดนจักรพรรดิ จะพ่ายแพ้ คนดินแดนเทพต่ำต้อยได้อย่างไร “ดูเขาซิ บาดเจ็บไม่ใช่หรือ ข้าว่าแม่นาง หนิงเอ๋อ นางไม่อยากให้จักรพรรดิ ผู้ปกครองดินแดนเทพ ต้องขายหน้าแน่ นางเลยกล่าวยอมแพ้ออกมาเช่นนี้”

 


      “อืมๆ ข้าเองก็คิดเช่นนั้น เขาไม่เห็นจะเก่งกาจอะไร ข้าว่าแม้แต่คุณชายหยู ก็อาจจะจัดการเขาได้ อย่างไม่ยากเย็นนัก” คำพูดนั้นของชายหนุ่ม ที่กล่าวเยินยอคุณชายหยู อย่างออกนอกหน้า ทำให้ชายหนุ่มที่ถือพัด ตั้งตัวตรงยืดอก ด้วยความองอาจทันที

 


       ทว่าผู้ชมที่เห็น เอ๋อร์เตาศิษย์นิกายยอดยุทธ์ เคลื่อนไหว หลายคนต่างก็ดวงตาเป็นประกาย เมื่อจะได้ยินเสียงร้องโอดโอย ของอี้เฉิน จวนพวกเขาจะกลั้นขำ ไว้ไม่อยู่อีกต่อไป “ดูนั้นเร็วเอ๋อร์เตา เหมือนว่าเขาจะเคลื่อนไหวแล้ว”

 


         “ข้าละอยากจะเห็น ผู้มีรายชื่อติดอันดับ ลงประลองเสียจริงๆ เขาจะน่าหวาดเกรงถึงเพียงใด” สายตาทุกคู่ ล้วนจับจ้องไปที่ เอ๋อร์เตาศิษย์ นิกายยอดยุทธ์ ที่ราวกับเป็นมังกร ที่ลืมตาตื่น จากการหลับใหล พร้อมจะเผยเขี้ยวเล็บ ฝังคมเขี้ยวใส่คู่ต่อสู้ ที่อยู่เบื้องหน้า

 


         แต่ทันใดน้ำเสียงหนึ่ง กล่าวพูดขึ้นมา ด้วยความโอหัง ขัดจังหวะ เอ๋อร์เตาไว้ชั่วครู่ในทันใด หลายคนมองปาดเดียวก็ดูออก ว่าชายผู้นี้ คิดอยากจะสร้างชื่อ จากการประลองครานี้ ครั้นเขาสืบฝีเท้า ขึ้นมา ประจันหน้า กับอี้เฉิน เขากล่าวพูดด้วยน้ำเสียง เปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่น ขึ้นมาทันใด “ชายผู้นี้ไม่ต้องถึงมือ ผู้มีรายชื่อติดอันดับ หรอกกระมัง ให้ข้า คุณชายหยูแห่งจวนหนาน จัดการเอง”

 


        อี้เฉินที่ได้ยิน เขาส่ายหัวออกมาทันที “ข้าบอกพวกเจ้าไปแล้วนะ หากต้องการประลองกับข้า พวกเจ้าต้องวางของเดิมพัน ข้าเองก็ไม่อยากเจ็บตัว เพราะการประลองฟรีๆ หรอกนะ” หมู่ชนที่ได้ยิน ต่างก็พากันส่ายหัว มองว่าอี้เฉิน โลภมากเกินไป
 


        ก่อนอี้เฉินจะชำเลืองมอง คุณชายหยู “เจ้ามีของล้ำค่าอะไรมาเดิมพัน หากไม่แล้วละก็ ข้าจะลงจากสนามประลอง” ครั้นอี้เฉินกล่าวพูดเสร็จสิ้น เขาเตรียมที่จะสืบฝีเท้า ลงจากสนามประลองในทันใด

 


        คุณชายหยู พร้อมเหล่าหมู่ชนที่มามุงดู ต่างก็เดือดดาล หากไม่ได้เห็นอี้เฉิน ร้องโอดโอยเกรงว่า พวกเขาคงนอนไม่หลับเป็นแน่ ชายหนุ่มที่ดูชม กล่าวพูดขึ้นมาทันที “ข้ามอบสมุนไพร ระดับจักรพรรดิ ให้เจ้าหนึ่งต้น แค่นี้เจ้าพอใจหรือไม่ รีบประลองได้แล้วเร็วเข้า”

 


        อี้เฉินที่เห็น สมุนไพร ส่องสว่างพร่างพราว เขารีบเก็บมันเข้าไป ภายในแหวนมิติในทันใด “ข้าว่ามันยังน้อยไปหน่อยนะ คุณชายหยู ท่านไม่มีอะไร จะมอบให้ข้าเช่นนั้นหรือ?”

 


        คำพูดนั้นของอี้เฉิน ทำให้คนดินแดนจักรพรรดิ ต่างก็เดือดดาลเป็นโทสะ อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน พร้อมเสียงสบถด่าดังออกมาไม่ขาด “ไอ้เวรนี้ มันเป็นขอทานหรืออย่างไร ได้ทีมันขอของล้ำค่า พวกเราใหญ่”

 


“ฮ่าๆ สงสัยว่าดินแดนเทพของมัน จะขาดแคลนของล้ำค่า ถึงได้มาทำตัวเช่นนี้”

 


       อี้เฉินเขาส่งรอยยิ้มกว้าง ออกมาให้ คุณชายหยู ไม่ได้ใส่ใจเสียงผู้คนก่นด่าแม้แต่น้อย ทำให้ชายหนุ่ม ที่อยู่เบื้องหน้าอี้เฉิน ห่างคิ้วเขาสั่นกระตุกออกมาน้อยๆ ก่อนจะโยน โอสถระดับ5ออกมาพร้อม กับม้วนตำราเก่า หน้าตาประหลาดออกมา ราวกับเป็นแท่งหิน ทับหน้ากระดาษ “เจ้าพอใจหรือยัง”

 


       อี้เฉินที่เห็นม้วนตำราเก่า หน้าตาประหลาด เขารู้สึกแปลกใจกับของล้ำค่าอันนี้ไม่น้อย แม้แต่ผู้คนรอบด้าน พวกเขายังรับรู้ ว่าม้วนตำรามีความเก่าแก่เป็นอย่างมาก จนมันแทบกลายเป็นหิน ทว่าพวกเขาไม่รู้สึกถึง ความวิเศษของมันแม้แต่น้อย รวมถึงอี้เฉินด้วยเช่นกัน

 


        ครั้นอี้เฉินเตรียมจะเอ่ยพูด จู่ๆ เขาก็ต้องรีบอุดปากเงียบ ในทันใด  เมื่อปู่ดวงเฮงภายในลูกบาศก์มิติ บอกกล่าวอี้เฉิน “นั้นมันม้วนตำราคัดลอกวิชา ของดีหนุ่มน้อย มันสามารถคัดลอกขโมยวิชา ที่มันเคยเห็นได้ ถือว่าเป็นของดีไม่เลว”

 


       อี้เฉินครั้นได้ยินเขารีบเก็บมัน เข้าไปภายในแหวนมิติ อย่างไว ก่อนจะโบกฝ่ามือ เชิญชวนคุณชายหยู ให้เข้ามาโจมตี ภาพนั้นต่างก็ทำให้ผู้ชม รอบด้านเดือดดาล เป็นโทสะ ครั้นเห็นความโอหังของอี้เฉิน “หรือว่ามันจะรู้วิธีใช้งาน เหตุใดมันถึงมีท่าที กลับลำอย่างรวดเร็วเช่นนี้เล่า”

 


       ด้านเอ๋อร์เตา เขาเองก็แปลกใจเช่นกัน ครั้นเห็นท่าทีของอี้เฉินที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว แม้แต่หนิงเอ๋อ ที่ยืนข้างๆ กายชายหนุ่ม นางยังกล่าวเตือนเอ๋อร์เตา ว่าอี้เฉินผู้นี้ไม่ธรรมดา

 


       ก่อนภาพภายในครรลองสายตาหมู่ชน เห็นอี้เฉินถูกพัด คุณชายหยู ไล่ต้อน พร้อมริมฝีปากอี้เฉิน ที่มีเลือดไหลซึม กลิ้งกระเด็นกระดอน จากพัดที่สะบัดออกมาเบื้องหน้าอย่างรุนแรง ส่งร่างฉายมังกรแหวกว่ายพุ่งปราดเข้าใส่อี้เฉิน จนเกิดเสียง แตกระเบิด ดังออกมาก้อง

 


ปัง! ปัง!

 


       ฝูงชนต่างก็โหร้องด้วยความยินดี ครั้นเห็นอี้เฉินริมฝีปาก มีเลือดไหลซึม เปรอะเปื้อนใบหน้าก่อนจะถูกเขาเช็ด ออกอย่างรวดเร็ว เสียง ย้ากกก! ที่ดังออกมาก้อง พร้อมร่างอี้เฉินที่ถอยกรูดกระเด็น กลับมีจอมยุทธ์บางคน ภายในสถานที่แห่งนี้ เริ่มรู้สึกถึงบางอย่างไม่ถูกต้อง ทว่าอี้เฉินเขาล้วนรู้ดีว่า เขาไม่อาจปกปิดสายตา ราชาอมตะที่ส่งปราณจิต ออกมาตรวจดู การประลองได้

 


       คุณชายหยูที่โบกสะบัด โจมตีอี้เฉินอย่างบ้าคลั่ง กลับกลายเป็นเขา ที่หน้ามืดทะมึน ครั้นรับรู้คลื่นรัศมีปราณพลัง ที่ก่อร่างเป็นมังกร พุ่งปราดใส่อี้เฉินแทบไม่ได้ส่งผล ต่ออี้เฉินแม้แต่น้อย

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน