ค่ำคืนยังคงปกคลุมแดนรกร้างที่เฉินหยวนยืนอยู่ แต่ความมืดในคืนนี้แตกต่างไปจากคืนใดที่เขาเคยเดินผ่านมา—มันหนา, หนัก, และเหมือนซ่อนลมหายใจของสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีรูปร่าง แต่จ้องมองเขาอยู่ในทุกจังหวะของหัวใจที่เต้นขึ้นลงอย่างไม่เป็นจังหวะหลังศึกเมื่อครู่
ศัตรูยุคสวรรค์โบราณทั้งห้าถูกทำลายหรือหนีไปแล้ว
แต่สิ่งที่หลงเหลืออยู่…ใช่แล้ว—ความเงียบ
ความเงียบที่เหมือนคำเตือน
ความเงียบที่ไม่ได้ว่างเปล่า
แต่ รออะไรบางอย่าง ให้ตื่นขึ้น
เฉินหยวนยืนอยู่ท่ามกลางกองซากพลังสวรรค์เก่า เสื้อคลุมยับขาดเป็นริ้ว เส้นผมสีดำยาวสยายกลางลม มุมปากยังมีเลือดสีดำฉาบบาง ๆ ซึ่งเป็นเลือดหลังจากที่พลังสายเลือดโบราณภายในเขาถูกปลุกขึ้นมาในตอนท้ายของศึกที่แล้ว
ดวงตาคู่นั้น—ตาแห่งสัจธรรมเงา—เรืองขึ้นทีละอึดใจ
เหมือนจะบอกเขาว่า “ยังไม่จบ ยังไม่ควรหยุดหายใจตอนนี้”
เขายกมือแตะกลางอก
ความร้อนจากเลือดโบราณยังไหลวนอยู่ด้านในเหมือนไฟที่ยังไม่ดับดี
“นี่คือ…ผลกระทบของการใช้มันแบบไม่พร้อมงั้นหรือ”
เขาพึมพำ
สายเลือดนั้น—สายเลือดที่แม่เขาฝังไว้ สายเลือดที่ฟ้าเก่าและสวรรค์โบราณหวาดกลัว—กำลังกัดกินเส้นปราณของเขาช้า ๆ เพื่อทวงบางสิ่งคืน
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะตั้งสติ เสียงเหมือนกระดูกโลกกำลังแตกร้าวก็ดังขึ้นมาจากใต้นภา
กึก…
กึกกัก…กึกกั่กกกก…
พื้นใต้เท้าของเขาสั่น
แต่ไม่ใช่แผ่นดิน
เป็นชั้นฟ้าชั้นที่หนึ่งที่สั่น
เฉินหยวนช้อนตาขึ้น
เส้นรอยแตกสีทองวิบไหวเปิดออกเหนือศีรษะเหมือนเส้นเลือดแตกในดวงตาของทวยเทพ
และแรงดึงประหลาดก็กระชากร่างเขา
กระชากจิตเขา
กระชากสายเลือดของเขา
เหมือนฟ้าชั้นสูงกำลังเรียกเขากลับบ้าน—บ้านที่เขาไม่เคยรู้จัก แต่กำเนิดมาพร้อมหนี้ที่ยังไม่ได้ชำระ
“เจ้าตื่นแล้ว…สายเลือดแห่งรอยแยก”เสียงหนึ่งก้องขึ้นในหัว ไม่ใช่เสียงของคน มันเหมือนเสียงของหลายร้อยคนที่พูดพร้อมกัน ลึกเหมือนอยู่ใต้โลก พื้นผิวเสียงสั่นไหวเหมือนเป็นเศษของสวรรค์ที่แตกแล้วถูกปะรอยใหม่
เฉินหยวนกัดฟัน
พลังสายเลือดพุ่งขึ้นควบคุมร่างกายเอง
เขาตะโกนในใจ
“ใครกัน!?”
เสียงนั้นตอบเหมือนหัวเราะเยาะ
“ข้า…ผู้ถูกผนึก ข้า…หนึ่งในสวรรค์เก่า
และเจ้า…คือกุญแจที่แม่ของเจ้าทิ้งไว้”
ดวงตาเฉินหยวนเบิกกว้างทันที
เลือดในกายร้อนวาบจนเหมือนไฟลวก
เขากัดฟันแน่น
เส้นปราณทั้งร่างปั่นป่วนเหมือนจะระเบิดออกมาจากภายใน
ฟึ่บ—
เขาทรุดเข่าลงกับพื้น
ลมหายใจถี่
หัวใจเต้นแรงเหมือนจะฉีกอกออก
เป็นภาพของหญิงคนหนึ่งผมยาวสีดำเหมือนคืนเดือนดับ
ดวงตาลึกแต่ไม่เย็นชา ใจดีแต่แฝงความเศร้าในชั้นลึกสุด
ใช่—แม่ของเขา
แต่ไม่ใช่แม่ในแบบที่เขาจำได้
ในภาพ เธอเดินท่ามกลางสงครามของ “สวรรค์เก่า”
ถือค่ายกลแตกหักในมือ
แสงสีชมพูม่วงของดอกบัวไร้รูปหมุนรอบเธอ
และตรงหน้าคือเงาของชายผู้หนึ่ง
ใบหน้าเบลอราวกับสวรรค์ไม่ต้องการให้ใครเห็น
แม่ของเขาพูดกับชายผู้นั้น
เสียงแผ่ว…แต่หนักแน่นจนกระแทกหัวใจเฉินหยวน
“ลูกของเรา…จะเป็นผู้ที่ปิดฉากสวรรค์นี้
หรือไม่ก็…ถูกสวรรค์นี้ฆ่า”
เฉินหยวนแทบหยุดหายใจ
เสียงในหัวนั้นก็หัวเราะเบา ๆ
“นั่นคือชะตาที่เจ้าเกิดมาพร้อมกับมัน เฉินหยวน
ไม่ว่าจะรับหรือไม่รับ เจ้าก็เป็นเส้นที่ถูกขีดไว้แล้วในสวรรค์ที่แตกนี้”
เขาผลักเสียงนั้นออก
บีบบาดเจ็บในอกให้แน่น แล้วเงยหน้าขึ้น
สายเลือดรอบตัวเปล่งแสงแดงเข้ม
เปลี่ยนบรรยากาศรอบเขาเป็นพายุปราณที่บ้าคลั่ง
เขาคำรามออกมาในใจ
“สวรรค์ไหนจะขีดชะตาข้าก็ได้—แต่ข้าจะเขียนมันใหม่ด้วยมือของตัวเอง!”
เสียงนั้นสงบลง
เหมือนกำลังประเมินเขาใหม่
“เจ้าคือผู้ต่อต้านเส้นลิขิต…น่าสนใจ
งั้นก้าวเข้ามา—บันไดฟ้าชั้นที่เจ้าไม่มีวันหวนกลับ”
เส้นรอยแตกสีทองเหนือศีรษะเปิดออกจนสุด
แสงของสวรรค์โบราณพุ่งลงมาเหมือนสายฟ้าที่มีชีวิต
มันจับตัวเขา
โอบรัดเขา
ลากจิตเขาสู่มิติที่ไม่มีฟ้า ไม่มีดิน ไม่มีเวลา
เป็นสถานที่ที่ไม่มีผู้ใดกล้าเหยียบ
แม้แต่ผู้ฝืนฟ้าในตำนานของยุคก่อน
แต่นั่นคือที่ที่คำตอบทั้งหมดอยู่
ที่ความจริงของแม่เขาถูกผนึก
ที่ “ผู้ถูกผนึก” รอ
และที่ชะตาหรือความตายยื่นมือมาหาเขา
ลมพลังโบราณหมุนรอบตัวเขาเหมือนจะฉีกกระดูกทีละชิ้น
แต่เฉินหยวนยังยืนตรง
ยืนด้วยความดื้อด้านที่ไม่มีฟ้าไหนปั้นได้
เขาพูดกับฟ้าที่แตกหักนั้นว่า—
“ถ้าเจ้าอยากให้ข้าเดินขึ้นไป
ข้าจะขึ้นไป
แต่ไม่ใช่ฐานะ ‘ผู้สืบทอด’—
ข้าจะไปในฐานะผู้ทำลายและผู้สร้างใหม่”
และแสงทั้งหมดก็หายไป
เหลือเพียงร่างของเฉินหยวนที่ถูกกลืนเข้าสู่เส้นทางที่ไม่มีใครเคยรอดออกมา