แม็คของส้ม [จบแล้ว]

    แม็คของส้ม : 9

    แม็คของส้ม ตอนที่ 9
    ฉันมองของขวัญในมืออย่างชั่งใจ เมื่อวานหลังจากผับปิดพี่แม็คจะมาส่งฉันที่หอแต่ขับรถไม่ไหวเพราะดื่มมากไป ดังนั้นฉันเลยกลับพร้อมมุก แต่ก่อนจะกลับเขาก็ลากฉันขึ้นไปบนห้องทำงานแล้วจัดการยัดของขวัญใส่มือมันเป็นคีย์การ์ดคอนโดพี่แม็คเขาบอกว่าเผื่อฉันอยากเช็คความเรียบร้อยก็ให้ไปได้ตลอดเวลา แต่ฉันไม่เชื่อว่าเหตุผลจะมีแค่นี้หรอก คนอย่างเขาต้องวางแผนไว้แน่ๆและมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆเมื่อสามวันถัดมาพี่แม็คก็ทักมาหาแต่เช้า เช้าที่ว่านี่คือเจ็ดโมงเช้าเลยอ่ะ เมื่อคืนก็ส่งข้อความมาว่าถึงห้องแล้วตอนเกือบๆตีห้า เขายังไม่ได้นอนแหงส่วนฉันตอนตั้งแต่ตอนเย็นแล้วตื่นตีหนึ่งจากนั้นก็ดูซีรี่ย์ยิงวาวมาถึงตอนนี้ กะว่าไปทำบุญเสร็จแล้วค่อยกลับมานอนยาวไงLine ~~~macximum : ตื่นเช้าปวดหัวจังเลยครับsomm : ตื่นเช้าหรือยังไม่ได้นอน?macximum : พี่นอนไม่หลับเพราะคิดถึงส้มอันนี้เว่อร์แล้วล่ะ....somm : ถ้าจะขนาดนั้นก็ตื่นเถอะค่ะ ไม่ต้องนอนต่อแล้วmacximum : ตามบทน้องควรจะบอกว่า ‘เดี๋ยวรีบไปหาเลยค่ะ’ รึป่าวsomm : ฝันเฟื่องแล้วพี่แม็คmacximum : ฝันเปียกอีกแล้วอ่ะส้มไอ้พี่บ้า...!somm : เข้าห้องน้ำไปเลยค่ะ ใช้แม่นางทั้งห้าช่วยไปก่อนmacximum : (ส่งสติกเกอร์ตกใจ)macximum : คิดถึงจริงๆนะครับ ไม่ได้เจอมาสองวันแล้ว คิดถึงม้ากมาก
    ที่พี่แม็คบอกก็คือคืนวันพฤหัสกับวันศุกร์ฉันไม่ได้ไปที่ร้านเขาไง เราเลยไม่ได้เจอกัน แต่มันแค่สองวันเองป่ะ เขาชอบแอคติ้งเกินจริงแบบนี้แหละsomm : วันนี้ส้มต้องไปทำบุญวันเกิดนะ ที่บอกไปตั้งแต่วันพุธแล้วเขาก็บอกว่าจะไปด้วย แต่ดันเมาแล้วยังไม่ได้นอนอีก สภาพงี้ไปไม่ไหวหรอก!macximum : น้องงงงงง พี่ลืมไปเลย วันนี้พี่ขับรถไม่ไหวsomm : ส้มไปคนเดียวได้ค่ะนี่คือไม่ได้โกรธหรือประชดอะไรเลยนะ ฉันสาบานเลยmacximum : ไปพรุ่งนี้ได้ไหม พี่อยากไปด้วยจริงๆฉันอ่านแต่ยังไม่ได้คอบ เขาเลยส่งข้อความมาซ้ำmacximum : พี่ขอโทษ ไว้พรุ่งนี้เราไปด้วยกันนะmacximum : นะครับแล้วสุดท้ายฉันก็ใจอ่อนไง เห็นแก่ความตั้งใจของเขาหรอกนะ ฉันเลยตอบตกลงsomm : ค่ะmacximum : sent you a stickerพี่แม็คส่งสติกเกอร์ดีใจมา แต่ฉันมองว่ามันดูระริกระรี้อ่ะ เขามันคนแรด!somm : งั้นก็นอนค่ะ เจอกันพรุ่งนี้macximum : ไม่มีแรงออกไปหาข้าวกิน ตอนเที่ยงมาส่งข้าวพี่ด้วยนะครับmacximum : ถ้าส้มไม่มาพี่จะไม่มีอะไรกิน แสบท้อง น้ำย่อยอาละวาด เป็นโรคกระเพาะ อาเจียน วิงเวียน ปวดศรีษะฉันอ่านที่เขาส่งมาแล้วงงใจ โรครุมเร้ามากไปไหม ใกล้ตายแล้วมั้งนั่น!macximum : คีย์การ์ดก็มีแล้ว เปิดเข้ามาเลยนะmacximum : พี่รอนะครับ จุ๊บๆฉันอึ้งเมื่ออ่านข้อความที่เขาส่งมาถึงบรรทัดสุดท้าย แต่แล้ววินาทีต่อมาก็รู้สึกเห่อร้อนที่ใบหน้าจนต้องยกมือมากุมแก้มตัวเอง จุ๊บๆบ้าอะไรล่ะเขินนะเว้ยยยยย!!!...ห้าชั่วโมงต่อมาเวลา 12.30 น.@คอนโดพี่แม็คและแล้วฉันก็ยืนถือถุงกับข้าวมาอยู่หน้าห้องพี่แม็ค ใจจริงก็ไม่ได้อยากมาหรอกน่า แต่ฉัันกลัวเขาหิวไง แค่นั้นจริงๆนะยืนทำใจอยู่เกือบสิบนาทีแล้วก็ยังไม่กล้าเข้าไป ฉันไม่เคยอยู่ในห้องกับผู้ชายสองต่อสองเลยไง แต่มาถึงขั้นนี้จะกลับไปก็กระไรอยู่ ฉันเลยสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ผ่อนลมออกจนโล่งแล้วก็เปิดประตูเข้าไปสิ่งแรกที่รู้สึกคือ....ห้องโคตรรก!!!!มันไม่ได้สกปรกหรอก แต่รกมาก!! ข้าวของวางไม่เป็นระเบียบสักอย่าง รองเท้าวางอยู่ในตำแหน่งที่เหมือนถอดแล้วเตะให้พ้นทาง เสื้อก็เหมือนพอเอามันหลุดออกจากตัวได้ก็โยนมั่ว ดีนะที่ยังไม่มีกางเกงในของเขาโผล่ออกมารับแขกอ่ะ ไม่งั้นฉันวางถุงกับข้าวแล้วกลับห้องตัวเองแน่!มองผ่านโซฟาตัวใหญ่เข้าไปก็เจอประตูสองบาน บานนึงเปิดอ้าซ่า มองไปข้างในเห็นเหมือนตู้เสื้อผ้านั่นคงจะเป็นห้องแต่งตัว ถ้างั้นอีกห้องนึงคงเป็นห้องนอนเขาแน่ฉันเดินไปที่บานประตูปิดสนิทแล้วเคาะก๊อก ก๊อก!ไม่มีเสียงตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก....ก๊อกๆๆ ก๊อก!ก็ยังเงียบอยู่.... ตายแล้วหรอนั่น?ฉันลองเปิดดูก็พบว่าเขาไม่ได้ล็อคห้อง พอเปิดเข้าไปก็เห็นร่างสูงนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียง พี่แม็คไม่ได้ใส่เสื้อ ผ้าห่มที่กองอยู่ช่วงเอวโชว์ให้เห็นขอบกางเกง อุ่นใจขึ้นมานิดนึง... อย่างน้อยถ้าเขาตกใจตื่นแล้วลุกขึ้นมากระทันหันฉันก็จะได้มั่นใจว่าจะไม่เห็นอะไรที่ซ่อนอยู่ใต้กองผ้าห่มไงเหมือนว่าเขาจะหลับลึก แต่ก็เหมือนแกล้งหลับ... ฉันเดินเข้าไปใกล้จนชิดขอบเตียง จ้องมองสำรวจร่างกายช่วงที่โผล่พ้นชายผ้านั่น... แผ่นหลังเขาดูแข็งแรงมากอ่ะ ผิวเนื้อเรียบตึง เห็นมัดกล้ามเนื้อชัดเจน หลังพี่แม็คขาวมาก แอบเห็นรอยคล้ำจากแดดตามขอบแขนเสื้อจางๆด้วย...เขาตั้งใจอ่อยป่ะวะ?“พี่แม็ค หลับอยู่ป่ะคะ?”“...” ไม่มีเสียงตอบรับ แต่สมองน้อยๆของฉันคิดว่าเขาไม่ได้หลับอ่ะลองเดินไปสะกิดต้นแขนเขาก็ยังไม่ขยับโอเค... เชื่อก็ได้ว่าหลับจริง แต่ถ้ากลับเลยมันก็จะดูเสียเที่ยวสิ ยังไม่ได้คุยกันสักคำเลยนะ มาหาแล้วก็อยากเห็นหน้าอยากคุยป่ะละฉันก็คิดถึงเขานิดนึงนั่นแหละ...!แล้วก็นะ จะนั่งดูทีวีโซฟาก็เต็มไปด้วยเสื้อผ้า ฉันเลยต้องเก็บกวาดห้องพี่แม็คบางส่วน กว่าจะเสร็จก็เกือบบ่ายสอง ดีนะที่ฉันกินช้าวมาแล้วตอนสิบโมงอ่ะ เดี๋ยวค่อยรอกินอีกทีตอนพี่แม็คตื่นแล้วกัน...[ Mac’s talk ]แม่ง....ผมหลับไปหกชั่วโมง พอตื่นมาก็เย็นมากแล้ว ตอนนี้ห้าโมงเย็นและผมหวังว่าส้มจะมาหาที่จริงผมนอนหลังจากส่งข้อความคุยกับน้องเสร็จแล้วตื่นมาตอนสิบเอ็ดโมงเช้า ผมเลยกะว่าจะงีบต่อนิดนึงแล้วค่อยย้ำให้น้องรีบมา แต่แม่งเสือกตื่นมาตอนตะวันใกล้จะตกดินพอหยิบมือถือมาดูก็ไม่มีข้อความจากส้ม ไม่มีสายโทรเข้าจากน้องด้วย แต่พอฟังดีๆผมได้ยินเสียงทีวีเล็ดลอดเข้ามา เพื่อความแน่ใจผมเลยเปิดประตูห้องนอนเบาๆแล้วแอบดูด้านนอก พอเห็นน้องนั่งดูทีวีอยู่ก็ใจชื้น ผมรีบอาบน้ำแล้วออกไปหาส้มทันทีด้วยความอยากแกล้งผมเลยไม่ใส่เสื้อ เอาเพียงแค่ผ้าขนหนูผืนเล็กที่ใช้เช็ดผมพาดบ่าเอาไว้ส้มทำหน้าตาบูดบึ้ง สงสัยจะโมโหหิวว่ะ“ไม่ตื่นพรุ่งนี้เช้าเลยล่ะพี่แม็ค!” แหนะ โมโหร้ายสะด้วย“ขอโทษครับ ทำไมส้มไม่เข้าไปปลุกพี่ล่ะ” ผมถามแล้วนั่งลงข้างๆ เบียดจนส้มถอยไปชิดขอบโซฟาข้างนึง“เข้าไปปลุกแล้วค่ะ คนบ้าอะไรนอนเหมือนซ้อมตาย!” ส้มตอบแล้วย่นจมูกใส่ผมอย่างน่ารัก ผมอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปบีบปลายจมูกเชิดนั่นอย่างหมั่นเขี้ยว“ก็พี่เพลียไง”“แล้วไปทำอะไรมาล่ะคะ” ผมไม่ตอบแต่ดึงให้น้องนั่งพิงอกเพื่อนที่ผมจะได้หลบตาเธอเพราะตอบไม่ได้ว่าเมื่อคืนไปทำอะไรมา...ตอบไม่ได้จริงๆ...แต่ผมจะทำให้ส้มสงสัยไม่ได้ เลยตีหน้าซื่อหันไปยิ้มให้น้องแล้วดูทีวี“พี่แม็คหิวไหม ให้อุ่นกับข้าวเลยไหม” น้องถามอย่างใส่ใจ ผมส่ายหน้าตอบไปแล้วก้มลงจูบไหล่มน ไม่รู้สิ แค่สิ่งเล็กๆน้อยๆที่ส้มแสดงออกว่าห่วงใยผมก็รู้สึกดีแล้วไง...แต่แล้วเพียงเสี้ยววินาทีความรู้สึกผิดก็ตีตื้นขึ้นมา... เมื่อคืนผมทำอะไรบางอย่างลงไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ผมอดทนต่อความต้องการที่อัดอั้นไว้ไม่ไหวเลยต้องหาที่ระบายออก แต่มันก็แค่ชั่วครั้งชั่วคราว ไม่ถือว่าเป็นวันไนท์สแตนด์ด้วยซ้ำ ถ้าผมไม่พูดน้องก็ไม่รู้หรอกส้มขยับตัวให้นั่งสบายขึ้นผมเลยโยนผ้าขนหนูผืนเล็กที่พาดบ่าอยู่ให้พ้นทางด้วยความรำคาญแต่ใครจะรู้ว่านั่นคือผมทำพลาด... ส้มมองลาดไหล่และหน้าอกผม ตอนแรกน้องเหมือนจะเขินแต่แล้วดวงตาคู่ใสที่ผมหลงใหลก็หยุดชะงัก ผมมองตามสายตาน้องแล้วใจหล่นไปอยู่ตาตุ่มรอยคิสมาร์คสองจุดถูกซ่อนอยู่ตรงไหล่หนา เมื่อกี้ผมรีบอาบน้ำและไม่ได้ส่องกระจกเลยไม่ทันเห็นไอ้เหี้ย....“เมื่อคืนเพลียมากไหมคะ”“...”“ผับปิดตีสอง แต่ถึงห้องตีห้า พี่แม็คไปไหนมาหรอ”“...”“บอกส้มหน่อยได้ไหม”ผมไม่ได้หลบสายตาน้องแต่ก็พูดอะไรไม่ออก สมองสั่งให้โกหกแต่ใจก็บอกว่าถึงไม่บอกความจริงน้องก็รู้ว่าผมไปทำอะไรมา“พี่ขอโทษ” มันเป็นคำโง่ๆที่บอกไปมันคือคำเดียวที่ผมคิดออกตอนนี้พอผมพูดก็เหมือนมันตอบคำถามที่ค้างคาใจน้องทุกอย่างส้มรู้แน่ๆว่าเมื่อคืนผมไปนอนกับผู้หญิงคนอื่นมาแม่ง....น้องขยับเลื่อนตัวลงไม่ให้ผมมองเห็นสีหน้า ไหล่บอบบางนั่นสั่นไหวเพราะกำลังกลั้นสะอื้น“ส้ม... คือ พี่...” ผมอึกอักอย่างไม่รู้จะพูดอะไร“พี่แม็คไม่ผิดหรอกค่ะ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน มันก็เป็นสิทธิ์ของพี่ พี่ไปนอนกับคนอื่นก็เป็นเรื่องส่วนตัวของพี่ ส้มจะว่าอะไรได้” ส้มพูดเสียงสั่น น้องไม่เงยหน้ามามองผมแม้แต่วินาทีเดียวตอนนั้นส้มคิดมากเพราะผมบอกว่าจะไม่ขอเธอเป็นแฟน ถ้าน้องเอาเรื่องนี้มารวมเข้าด้วยกันผมชิบหายแน่“พี่ชอบส้มจริงๆพี่ถึงตัดสินใจบอกน้องว่าจะจีบ พี่จะไม่โกหกว่าเรื่องเมื่อคืนพี่เมาแล้วไม่รู้สึกตัวหรืออะไรทั้งนั้นเพราะพี่มีสติทุกอย่าง”“ค่ะ” น้องตอบมาแล้วน้ำตาใสก็หยดลงบนผิวแก้มแล้วไหลลงบนอกผม หยดน้ำอุ่นๆนั่นทำให้ผมรู้สึกรุนแรงเหมือนโดนน้ำร้อนลวก ใจกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่“ไม่เอาส้มอย่าร้อง พี่ขอโทษ” ผมเช็ดน้ำตาให้ส้ม แต่ยิ่งเช็ดก็เหมือนยิ่งไหล“ที่พี่ไปเมื่อคืนเพราะส้มไม่ยอมให้พี่วันนั้นใช่ไหม”“...”“ใช่ไหมคะ” น้องเงยหน้าแล้วถามซ้ำเพราะผมไม่ยอมตอบไม่ใช่เพราะน้องไม่ยอมหรอก ผมไม่มีความอดกลั้นมากพอต่างหาก“พี่ผิดเองที่ทนไม่ไหว” พูดจบผมก็กระชับอ้อมแขนกอดน้องให้แน่นขึ้น ส้มเงียบไม่ยอมพูดอะไรแต่น้องไม่หยุดร้องไห้และผมก็เหมือนคนโง่ที่แก้ไขสถานการณ์ตอนนี้ไม่ได้เลย“พี่แม็ค...”“ครับ”“ถ้าส้มยอม พี่แม็คอย่าทำเหมือนเมื่อคืนได้ไหม” ผมอึ้งกับสิ่งที่ส้มถามมา แล้วคิดก่อนตอบ“พี่ไม่ได้ทำเพื่อบีบบังคับส้มนะ”“แล้วถ้าส้มยอมให้ พี่จะหยุดที่ส้มได้ไหมคะ”...................................………….........................
    ได้ไหมคร้าาาาาาาาาาาา 5555555555555