ตู้เซ่าฝู่ปล่อยไต้ซิงอวี่ที่อยู่ด้านหลังให้มายืนข้างๆโอวหยังส่วง และช่วยประคองโอวหยังส่วงที่ล้มลงอยู่บนพื้น จากนั้นก็หยิบยาลูกกลอนยื่นให้โอวหยังส่วงสีหน้าเคร่งเครียด เอ่ยถามว่า “เป็นอย่างไรบ้าง?”
โอวหยังส่วงรับยาลูกกลอนมาจากมือของตู้เซ่าฝู่พร้อมกับเอาใส่ปากรับประทานนางสีหน้าซีดเผือดท่าทางเคร่งเครียด กล่าวว่า “ไม่ค่อยดีเท่าไรอีกฝ่ายคือผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสร้างรากฐานเกือบถึงจุดสุดยอดของขั้นย่อยแล้วข้าไม่ได้คู่ต่อสู้ของเขา!”
“ให้ข้าจัดการเอง”
ตู้เซ่าฝู่มองหน้าโอวหยังส่วงจากนั้นหมุนตัวเล็กน้อยมองไปที่ผู้ที่โจมตี
คนของสำนักมืดมิดที่ไล่ตามมาสวมชุดนักสู้สีดำรูปร่างกำยำสูงใหญ่ อายุประมาณสี่สิบ มีรอยแผลเป็นจากดาบยาวมาจากมุมปากถึงคางทำให้ดูรวมๆ แล้วน่ากลัวมาก
เขาก็คือคนของสำนักมืดมิดหนึ่งในสี่คนที่ย้อนกลับมาโจมตีพวกตนก่อนหน้านี้และเป็นหนึ่งในผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสร้างรากฐานสองคนเพียงแต่คนนี้มีระดับฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสร้างรากฐานที่สูงจนเกือบถึงจุดสุดยอดของขั้นย่อยแล้วระดับฌานห่างจากขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับไม่มากแล้ว
“เจ้าเด็กแสบพละกำลังแค่นี้ยังบังอาจมาตั้งตัวเป็นปรปักษ์กับสำนักมืดมิด แย่งชิงสมบัติของสำนักมืดมิดสงสัยว่าไม่อยากอยู่แล้วสินะ!”
ชายกำยำชุดดำหน้าตาโหดเหี้ยมมองมาที่พวกตู้เซ่าฝู่ทั้งสามคนแววตาเปี่ยมด้วยจิตสังหาร สุดท้ายจ้องมองโอวหยังส่วงกับไต้ซิงอวี่สายตาดูเจ้าเล่ห์ลามก ยิ้มพร้อมกล่าวว่า “พอมาดูดีๆหญิงสาวสองนางนี้หน้าตาและหุ่นใช้ได้เลย เป็นสาวงามที่พบเจอได้ยากคิดไม่ถึงว่าวันนี้ข้าจะโชคดีจริงๆ”
ตู้เซ่าฝู่จ้องมองชายกำยำชุดดำหน้าตาโหดเหี้ยมตาเขม็งไม่พูดอะไรยังดีที่คนที่ตามมาทางนี้คือผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสร้างรากฐานหากเป็นผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับคนนั้นสถานการณ์จะยิ่งสิ้นหวังไปกว่านี้
“เจ้าหนูให้เจ้าตายไปก่อนเลย ไว้ชีวิตเจ้าไว้ไม่มีประโยชน์อันใด”
ชายหน้าตาโหดเหี้ยมหันมามองที่ตู้เซ่าฝู่เขารู้ว่าเด็กหนุ่มชุดม่วงคนนี้คือนักเวทค่ายกล เขาจึงไม่รอช้าและลังเลเมื่อพูดจบก็ปล่อยพลังปราณจากในร่างระเบิดออกมา
“ซูมๆ ๆ!”
คลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวพรั่งพรูออกมาทำให้พุ่มไม้ต้นหญ้าบริเวณรอบๆ ถูกพัดดึงออกมาจากพื้นดิน เศษหินเศษทรายปลิวว่อนพลังอันน่าสยดสยองระเบิดโถมใส่ตู้เซ่าฝู่มีอักษรยันต์แสงสีดำพุ่งออกมาจากฝ่ามือของชายหน้าตาโหดเหี้ยม ร่างของเขากระโจนหาตู้เซ่าฝู่อย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ
“ปีกทะยานสนั่นเวหา!”
ตู้เซ่าฝู่ไม่มีทางเลือกอื่นแววตาเปี่ยมด้วยจิตอาฆาต ฝ่ามือกวาดแขนไปมาร่ายพลังบนผิวมีอักขระยันต์เปล่งแสงระยิบระยับฝ่ามือพัดใส่พลังฝ่ามือที่โจมตีเข้ามาอย่างแรง
“ปึง!”
อักษรยันต์สีทองอ่อนๆพรั่งพรูออกมาจำนวนมาก ซ้อนเป็นชั้นๆปรากฏออกมาเป็นลักษณะคล้ายขนนกบนปีกยักษ์ของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองพลังอันดุดันเกรี้ยวกราดแผ่ซ่าน เกิดแรงกดอากาศผลักให้ท้องฟ้าสั่นไหวฝ่ามือที่พุ่งออกทิ้งรัศมีแสงสีทองแหวกเป็นวงโค้งกระจายออกจากปลายฝ่ามือ
พลังจากทั้งสองฝ่ามือปะทะกันอย่างรุนแรงแผ่พลังซัดโครมออกจากวงรัศมีของแรงปะทะในลักษณะวงหยดน้ำเป็นคลื่นพลังที่อานุภาพร้ายกาจสะเทือนไปถึงท้องฟ้า
“ตึงๆ!”
ชายหน้าตาโหดเหี้ยมเซถอยหลังไปสองก้าวแสดงสีหน้าตะลึงประหลาดใจอย่างมาก บ่นพึมพำกับตัวเอง “เจ้าหนูนั่นไม่ใช่แค่นักเวทค่ายกล ที่แท้ก็เป็นผู้ฝึกฌานด้วย”
“ซูมๆ!”
ตู้เซ่าฝู่เองก็กระเด็นถอยหลังฝ่าเท้าไถลกับพื้นราวๆสิบเมตรจึงจะยืนนิ่งได้
“เหอะ!”
ถูกไล่ล่าสังหารและหนีเอาชีวิตรอดมาทั้งคืนตู้เซ่าฝู่ใช้พลังงานไปเยอะมากขณะนี้จึงยากที่จะต้านทานพลังอันแข็งแกร่งร้ายกาจของอีกฝ่ายเขารู้สึกถึงโลหิตที่ตีไหลย้อนผ่านลำคอขึ้นมา อุทานเหอะออกมาเบาๆพร้อมกับมีเลือดประกายสีทองไหลออกมาจากมุมปาก ใบหน้าที่หล่อเหลาคมคายเริ่มให้ความรู้สึกเหี้ยมโหดชั่วร้ายกับผู้ที่เห็น
“พี่เซ่าฝู่”
เมื่อเห็นว่าตู้เซ่าฝู่ได้รับบาดเจ็บ ไต้ซิงอวี่ก็น้ำตาคลอเบ้าร้อนรนเป็นห่วงจนหน้าซีด
“เจ้าหนู มีพรสวรรค์ไม่เลวพอมีความเก่งกาจอยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่พอ ไปตายเสียเถิด!”
ชายหน้าตาโหดเหี้ยมพุ่งออกมาอีกครั้ง ไม่ปล่อยให้รอช้ารีบปล่อยพลังปราณสีดำออกมาซึ่งแทรกด้วยคลื่นของจิตสังหารที่เปี่ยมล้นเขารวบรวมพลังดัชนีพุ่งแทงทะลุอากาศไปทางตู้เซ่าฝู่ ตู้เซ่าฝู่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง
“พลังดัชนีมืดมิด!”
พลังดัชนีนี้แปลกพิสดารมากราวกับว่ามันมีจิตวิญญาณ พุ่งเข้าหาอย่างพลิ้วไหวยากที่จะหลบการโจมตีพลังนี้นำพากลิ่นอายของคาวเลือดที่ชั่วร้ายและความมืดมิดพลังงานอัดแน่นที่พุ่งอย่างไวทำให้เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นไม่หยุด
พลังดัชนีไวดั่งฟ้าแลบเพียงชั่วพริบตามันก็มาถึงด้านหน้าของตู้เซ่าฝู่แล้ว พลังดัชนีอันน่าสยดสยองนี้ทำให้โอวหยังส่วงที่อยู่ไม่ไกลก็ตกใจจนสีหน้าเปลี่ยนเป็นห่วงตู้เซ่าฝู่มากว่าจะพอตั้งรับบ้างได้หรือไม่
นัยน์ตาของตู้เซ่าฝู่สะท้อนภาพแสงพลังดัชนีที่พุ่งเข้ามาใกล้เรื่อยๆทันใดนั้นรอบกายของเด็กหนุ่มชุดม่วงก็สั่นไหว ร่างของเขาเป็นจุดศูนย์กลางของพลังใต้เท้าเกิดรอยแยกฉีกร้าวเป็นเส้นยาว มีเสียงร้องออกมาจากในลำคอ……
“แกว่ก!”
เสียงร้องดังและยาวราวกับเสียงมังกรคำรามหรือเสียงวิหคในตำนานร้องทันใดนั้นผืนดินก็สั่นไหวคลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวระเบิดออกมาอย่างดุดันเกรี้ยวกราด!
เพียงลมหายใจเฮือกเดียว ตู้เซ่าฝู่ก็เคลื่อนไหวฝ่ามือสองข้างร่ายพลังมีอักษรยันต์ไหลเวียนออกมาจำนวนมากสุดท้ายก็รวบรวมเป็นพลังดัชนีที่น่ากลัวพลังหนึ่ง
“ฟิ่ว!”
พลังดัชนีพุ่งออกมาอักษรยันต์จากพลังแหวกอากาศพุ่งไปเกิดเสียงแกร๊งคล้ายกับเสียงระฆังในอารามมันพุ่งเข้าไปปะทะกับพลังดัชนีของชายหน้าโหดคนนั้นอย่างรุนแรง
“ซูมๆ ๆ!”
การปะทะกันเช่นนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดเสียงระเบิดเสียงดังเพียงแต่ทำให้เกิดคลื่นลมจากพลังซัดออกจากรัศมี เกิดพายุหมุนยักษ์วนซัดรอบๆ ออกจากจุดศูนย์กลางของพลังที่พุ่งชนกัน
มองดูด้วยตา เห็นว่าพลังดัชนีของชายหน้าตาโหดเหี้ยมทนแรงปะทะของอีกพลังได้ไม่นานก็ถูกพลังอักษรยันต์บนพลังดัชนีของตู้เซ่าฝู่ทำลายทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก คลื่นพลังซัดกระหน่ำออกไปทั่วราวกับพายุอย่างไม่หยุดหย่อน
ชายหน้าโหดกลายเป็นสีหน้าตกตะลึงอย่างมากเขาพบว่าหลังจากที่พลังดัชนีของชายหนุ่มชุดม่วงทำลายพลังดัชนีของเขาไปได้แล้วก็ยังไม่สิ้นแรงมันกลับเหลือแรงพุ่งต่อเข้ามาหา
“นี่มันวิทยายุทธอะไร!”
ชายหน้าโหดเริ่มตื่นตระหนกส่งพลังปราณไปที่ฝ่าเท้าเพื่อดันตัวเร่งในการถอยหลังหนีอย่างไวเพื่อจะได้หลบการโจมตีของอักษรยันต์อันน่ากลัวนี้
“ซู่!”
เพียงแต่พลังดัชนีไวมากจนมาถึงด้านหน้าของเขาแล้วทันใดนั้นพลังก็พุ่งทะลุหัวไหล่ของเขา อานุภาพพลังรุนแรงจนสามารถทะลวงชั้นพลังปราณดำที่ห่อหุ้มร่างไว้ไปได้มีโลหิตพุ่งกระจายออกมาจากหัวไหล่ของชายหน้าตาโหดเหี้ยมคนนั้น
“ฟึบ!”
ชายหน้าตาโหดเหี้ยมตัวสั่นไหว มีโลหิตไหลออกจากหัวไหล่ปริมาณมากเขาอุทานเหอะออกมาเบาๆ สีหน้าที่ดุร้ายเริ่มซีดจางลง
ร่างของตู้เซ่าฝู่โซเซไปมาเกือบจะล้มมุมปากมีโลหิตไหลออกมาปริมาณมากอีกครั้ง สีหน้าซีดเผือดเขาทุ่มสุดตัวดึงวิชาลับวิชาแรกออกมาใช้ ขณะนี้เขาหมดแรงแล้วจริงๆ ผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสร้างรากฐานเกือบถึงจุดสุดยอดมีพละกำลังที่ไม่ธรรมดาจริงๆ
“พี่เซ่าฝู่พี่ห้ามเป็นอะไรนะ”
ไต้ซิงอวี่เห็นตู้เซ่าฝู่สำลักโลหิตออกมาปริมาณมากก็ร้อนรนเครียดจนน้ำตาไหลรินออกมาเป็นดั่งสายฝน นางอยากจะวิ่งเข้าไปหาตู้เซ่าฝู่ทว่าโอวหยังส่วงกลับคว้าไว้แน่น นกน้อยสีมรกตที่อยู่ในอ้อมแขนของนางจ้องมองตู้เซ่าฝู่มาตลอดด้วยแววตาที่เป็นประกาย
“ไอ้เด็กบ้าข้าไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!”
ชายหน้าตาโหดเหี้ยมระเบิดโมโหตะโกนขู่เสียงดังเขาไม่คาดคิดว่าจะถูกโจมตีได้ เขาเรียกพลังปราณจากในร่างออกมาอีกครั้ง เรียกพลังอักษรยันต์ไหลเวียนออกมารอบกายจำนวนมากเขาเริ่มทำการกระตุ้นชีพจรลมปราณ จากนั้นก็มีเราอสูรหมีสีดำตัวหนึ่งปรากฏตัวออกมา
“โฮก!”
อสูรหมีคำรามเสียงก้องสนั่นฟ้าความดุร้ายเกรี้ยวกราดไร้ที่เปรียบ ลมปราณจากตัวมันน่าสยดสยองราวกับกำลังเผชิญหน้ากับอสูรหมีตัวจริง ความเหมือนจริงของวิญญาณติดชีพจรของผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณกับขั้นชีพจรพลิ้วไหวมีความแตกต่างกันนี่ก็เป็นความแตกต่างส่วนหนึ่งระหว่างผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณกับขั้นชีพจรพลิ้วไหว
“วิญญาณติดชีพจรเชื่อมวิญญาณแล้วเขาจะยังต้านทานไหวหรือไม่นะ”
มือของโอวหยังส่วงที่คว้ามือของไต้ซิงอวี่เอาไว้เปียกชุ่มด้วยเหงื่อขณะนี้ชายหน้าตาโหดเหี้ยมจากสำนักมืดมิดกระตุ้นวิญญาณติดชีพจรมาใช้ เป็นวิญญาณติดชีพจรที่มีทักษะถึงขั้นเชื่อมวิญญาณได้แล้วซึ่งวิญญาณติดชีพจรของขั้นชีพจรพลิ้วไหวไม่อาจเทียบชั้นได้เลย นางที่เป็นผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสมบูรณ์เองก็ทำไม่ได้การที่วิญญาณติดชีพจรเชื่อมวิญญาณเท่ากับสามารถใช้จิตของวิญญาณติดชีพจรได้อย่างแท้จริงอานุภาพรุนแรงยิ่งขึ้นจากเดิมมากหลายเท่า
“รวบรวมวิญญาณติดชีพจรมาใช้แล้วหรือ”
ตู้เซ่าฝู่ที่หน้าซีดเผือดมองไปยังวิญญาณติดชีพจรอสูรหมีของชายหน้าตาโหดเหี้ยมที่อยู่ด้านหน้าชายหนุ่มชุดม่วงยกแขนเสื้อมาเช็ดรอยเลือดที่มุมปากเราเริ่มตั้งท่าร่ายพลังด้วยฝ่ามือ
“ไอ้เด็กสวะ ไปตายซะ!”
ชายหน้าตาโหดเหี้ยมตะโกนออกมาขยับเท้าพุ่งกระโจนเข้าใส่ตู้เซ่าฝู่ อสูรหมีดำที่รวบรวมออกมาก็กระโจนหาตู้เซ่าฝู่ไปพร้อมกัน
พลังของเขาอานุภาพน่าสะพรึงกลัวมากเกิดลมแรงจากการเคลื่อนไหว ขณะที่อสูรหมีร่างยักษ์กำลังจะพุ่งใส่ จู่ๆ ก็มีเงาภูเขาเคลื่อนจนทำให้พื้นดินสั่นไหวอย่างรุนแรง
“นี่คงไม่ใช่วิญญาณติดชีพจรของเจ้าเด็กนั่นหรอกใช่หรือไม่ทำไมถึงเป็น……!”
ทันใดนั้นโอวหยังส่วงก็แสดงสีหน้าประหลาดใจออกมาเมื่อนางเห็นว่าอักษรยันต์รอบกายของตู้เซ่าฝู่รวบรวมออกมาเป็นเงาของภูเขาห้านิ้วมือ
เงาภูเขาห้านิ้วมือลอยอยู่ด้านหลังของตู้เซ่าฝู่มันพัฒนาได้ ราวกับว่าถูกส่งพลังให้มีชีวิตมีกลิ่นอายของวิญญาณคุกรุ่นแผ่ซ่านจากมัน มันสามารถกระตุ้นให้เกิดพลังแห่งฟ้าดินและมันยังสร้างคลื่นพลังอานุภาพที่น่ากลัวเอ่อล้นออกมาเงาภูเขาแปลกประหลาดนี้ทำให้นางที่อยู่ไกลๆยังรู้สึกหายใจได้ติดขัดและทำให้ตัวสั่นอย่างควบคุมไม่ได้
“ไป!”
ขณะที่อสูรหมีที่เหมือนร่างจริงกำลังกระโจนไปถึงตัวตู้เซ่าฝู่ตู้เซ่าฝู่ก็ร้องสั่งเงาภูเขาห้านิ้วมือที่อยู่ด้านหลังให้ออกไปลุยต่อสู้
“ตึงโครม!”
ภูเขาห้านิ้วมือแผ่พลังออกมาเกิดเป็นปราณลักษณะสายรุ้งระเบิดออกมาเป็นแสงมันพุ่งทะยานขึ้นฟ้าและตกลงมาจากฟ้าเกิดเสียงกระแทกดังสนั่นไปทั่ว
“โฮก!”
อสูรหมีคำราม ขณะที่ภูเขาห้านิ้วมือกำลังตกลงมาทับมันก็แสดงสีหน้าแววตาหวาดกลัวตัวเริ่มสั่นเสมือนว่ามันมีความรู้สึกเหมือนอสูรมีชีวิตจริงๆ
“โครม!”
เมื่อภูเขาห้านิ้วมือตกลงมาจากฟ้าเห็นเนินเขาเล็กๆ ลอยฟิ่วลงมาพร้อมกับอักษรยันต์พรั่งพรูออกมาสาดว่อนอยู่ทั่วอากาศทันใดนั้นก็มีเสียงโครมดังสนั่นราวกับฟ้าผ่าอสูรหมีที่กำลังหวาดกลัวถูกทับจนบีบแบนเป็นเหมือนหมูทุบ
ภูเขาห้านิ้วมือมีพลังอานุภาพร้ายกาจมากบดขยี้ได้ทุกอย่าง ราวกับว่ามันสามารถสยบทุกสิ่งมีชีวิตได้