บทที่ 11 โลหิตปราณระดับจักรพรรดิ
บทที่ 11โลหิตปราณระดับจักรพรรดิ เงื่อนไขแรกของผู้รับสืบทอดนามแห่งจักรพรรดิเตาหลอมโอสถหยกแสนปีกลับคืนสู่ตำหนักสวรรค์และโลหิตแห่งจักรพรรดิกลับคืนสู่ร่างกายหลินซานจ้องมองสิ่งที่ปรากฏขึ้นอยู่ด้านหน้าอย่างประหลาดใจดวงตาทั้งสองข้างของกวาดมองแล้วอ่านตัวอักษรโบราณที่มันปรากฏขึ้นมาบนผิวอันเรียบเนียนของศิลาหินขนาดใหญ่ด้านหน้า ตัวอักษรโบราณปริศนาที่เขาไม่น่าจะอ่านได้แต่เมื่อลองกวาดสายตาอ่านมันดูก็กลับเข้าใจความหมายของมันอย่างน่าประหลาดภายในหัวนั้นปรากฏคำถามมากมายในเสี้ยววินาทีที่ตัวอักษรด้านหน้ามันเป็นประกายขึ้นมาอยู่บนผิวอันเรียบเนียนของศิลาสีดำสนิทที่มันตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้า เงื่อนไขแรกคืออันใด? เตาหลอมโอสถหยกแสนปีคืออันใด? โลหิตแห่งจักรพรรดิกลับคืนสู่ร่างคืออันใด?คำถามมากมายปรากฏขึ้นมาภายในหัวดวงตาทั้งสองข้างจ้องมองสิ่งที่อยู่ด้านหน้าของตนเองอย่างตาไม่กระพริบ นี่มันคืออันใดกันเหตุใดตัวอักษรและข้อความแปลกประหลาดเหล่านี้มันสื่อความหมายแปลกประหลาดไม่ได้เข้าใจง่ายเหมือนก่อนหน้านี้หลินซานเองก็ไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของเขาในตอนนี้มันคืออันใดเพียงแต่ว่าเขาจำข้อความก่อนหน้านี้ได้ว่ามันให้เขาทำการฝึกฝนส่วนประกอบปราณทั้ง 4 ภายในร่างกายของตนเองให้ขึ้นมาอยู่ในระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 9แล้วในตอนนี้เมื่อสามารถขึ้นมาได้แล้วเขาก็เลยลองกลับมาแล้วลองสัมผัสดูอีกครั้งเผื่อว่ามันจะปรากฏข้อความบางอย่างที่ทำให้เขาได้รู้ความจริงเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้เพิ่มขึ้นมาบ้าง แต่สิ่งที่มันปรากฏออกมาเป็นตัวอักษรกับไม่ใช่ความจริงของสถานที่แห่งนี้แต่กลับเป็นปริศนาบางอย่างที่มันเพิ่มพูนขึ้นมาภายในหัวของอีกครั้งในขณะที่กำลังประหลาดใจกับสิ่งที่อยู่ด้านหน้าศิลาสีดำสนิทที่มันแผ่ซ่านกลิ่นอายแห่งบรรพกาลและภูมิปัญญาได้ค่อยๆปลดปล่อยบางอย่างออกมา ตัวของมันเริ่มจากการที่ตัวมันเริ่มเปล่งประกายแสงสว่างไสว แสงสีทองเป็นประกายแสงสว่างไสวออกมาจนมันส่องกระทบกับหลายๆอย่างแล้วปรากฏแสงที่มันยิ่งทวีคูณความรุนแรงก่อนที่แสงสีทองเหล่านั้นจะค่อยๆสงบลงอย่างช้าๆดวงตาทั้งสองข้างที่พับปิดลงไปชั่วขณะของหลินซานได้เปิดขึ้นมาอีกครั้ง เขาจ้องมองไปด้านหน้าของตนเองในตอนนี้สิ่งที่อยู่ด้านหน้าของเขาศิลาที่ให้กลิ่นอายแห่งบรรพกาลและภูมิปัญญามันได้ปล่อยบางอย่างออกมา แสงสีทองที่สว่างไสวขึ้นมาชั่วขณะเริ่มก่อรวมตัวกันแล้วปลดปล่อยออกมาเป็นก้อนแสงสว่างไสว 2 ก้อนหลินซานที่ลอยกายอยู่ด้านหน้าของศิลาสีดำตัวเขายังคงใช้มือของตนเองสัมผัสเข้าไปที่ศิลาสีดำสนิทแต่ดวงตาก็แหงนหน้าขึ้นไปจ้องมองแสงสีทองสว่างไสวที่มันปรากฏออกมาในขณะที่กำลังจ้องมองมันมีบางอย่างเกิดขึ้นหนึ่งในก้อนแสงสว่างไสวสีทองมันได้พุ่งเข้ามาภายในร่างกายของเขา มันพุ่งทะยานเข้ามาที่บริเวณหน้าอกราวกับลูกธนูที่ปักลึกเข้าไปภายในและเมื่อตัวของมันได้แฝงเร้นมาภายในร่างกายของเขาในตอนนี้สิ่งที่มันปรากฏเป็นลำดับถัดไปให้ตัวของเขาสามารถสัมผัสได้มันคือภายในกายของเขามันร้อนผ่าวขึ้นมา มือข้างขวาที่ยื่นออกไปสัมผัสอยู่กับศิลาสีดำสนิทด้านหน้าได้ลดต่ำลงพร้อมกับดึงกลับมาแล้วจับกุมบริเวณหน้าอกใบหน้าของหลินซานกำลังแดงก่ำและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด มันไม่ใช่ความเจ็บปวดที่ก่อกำเนิดขึ้นจากฝ่ามือหรือว่าความเจ็บปวดที่ก่อกำเนิดขึ้นจากคมอาวุธแต่ความรู้สึกภายในร่างกายตอนนี้มันผิดแปลกออกไปตอนนี้ภายในร่างกายของเขามันรู้สึกว่าร้อนผ่าวราวกับโดนเปลวเพลิงแผดเผาจากภายใน หลินซานพยายามสงบสติอารมณ์ตอนนี้ถ้าเขาไม่ได้ละอองสีทองปริศนามาพยุงร่างกายของเขาไว้เขาคงจะลงไปนอนดิ้นทุรนทุรายกับคืนแล้วความรู้สึกในตอนนี้เมื่อลองสัมผัสดูดีๆแล้วเขาสัมผัสได้ว่ามันคือความรู้สึกที่โลหิตภายในร่างกายของเขามันกำลังเดือดพล่านหลังจากโดนบางอย่างไปกระตุ้นฟันล่างและฟันบนภายในปากกัดกระทบกันแน่น ใบหน้าแดงก่ำตอนนี้โลหิตที่เดือดพล่านภายในร่างกายมันกำลังส่งผลกระทบให้ถึงเส้นเลือดเส้นชีพจรกล้ามเนื้อและกระดูก แม้กระทั่งรากเหง้าปราณของเขามันเองก็ได้รับผลกระทบเช่นกันแน่นอนว่ามันจะต้องเป็นเช่นนี้เพราะว่าโลหิตมันเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงอยู่กับอวัยวะทุกส่วนภายในร่างกายของมนุษย์ ก็มันเกิดความผิดปกติโดยการที่ร้อนผ่าวขึ้นมาราวกับว่ามันกำลังเดือดพล่านมันก็ย่อมส่งผลให้กับอวัยวะหลายๆอย่างภายในร่างกายของเขาเช่นเดียวกันใบหน้าของหลินซานบูดเบี้ยวไปมาตอนนี้เขาก็ไม่รู้แล้วว่าเขาจะทำใบหน้าเช่นใดเพื่อที่จะแสดงความเจ็บปวดของตนเองออกมาให้ได้มากที่สุด เสียงที่อยากจะกรีดร้องออกมาจากร่างกายก็ไม่สามารถกระทำได้ เพราะว่าโลหิตที่มันเดือดพล่านมันกำลังแผดเผาน้ำภายในร่างกายของเขาให้ระเหยออกไปเม็ดเหงื่อเริ่มไหลซึมออกมาตามผิวหนังพวกมันเริ่มระเหยกลายเป็นไอน้ำ แต่ตอนนี้มีสิ่งหนึ่งที่ผิดแปลกออกไปคือพลังปราณมันกับแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายหลินซานเป็นจำนวนมากมันเป็นพลังปราณที่พลุ่งพล่านออกมาหลายทิศทางและปกคลุมผิวกายชั้นนอกเอาไว้ ตอนนี้แม้แต่ตัวของหลินซานเองเขาก็ไม่ได้เป็นผู้ที่เรียกเร้นมันออกมาจากร่างกายความรู้สึกเดือดพล่านภายในร่างกายมันคืออันใดกัน หลินซานพยายามกัดฟันแน่นฟันล่างกัดฟันบนของเขาออกแรงกัดกระทบกันจนมันแทบจะแหลกละเอียดจากกันแล้ว มันเป็นเช่นนั้นอยู่ประมาณ 1 ก้านธูปหลินซานต้องทนทุกข์ทรมานกับความรู้สึกที่ร้อนผ่าวภายในร่างกายเช่นนั้นอยู่ประมาณ 1 ก้านธูปก่อนที่ความรู้สึกภายในร่างกายมันจะเริ่มทุเลาเบาบางลงไปความรู้สึกภายในร่างกายเริ่มทุเลาเบาบางลง โลหิตภายในร่างกายที่มันกำลังเดือดพล่านเหมือนกับน้ำที่ถูกต้มจนร้อนค่อยๆสงบลงเรื่อยๆ หลินซานเริ่มรู้สึกดีขึ้นความรู้สึกที่มันกำลังบั่นทอนร่างกายของเขาอยู่ค่อยๆทุเลาเบาบางลงลมหายใจที่กำลังหายใจเข้าออกจากร่างกายค่อยๆเป็นจังหวะมากขึ้นเรื่อยๆแต่ว่ามันก็ยังคงเหลือจังหวะลมหายใจที่เหนื่อยหอบอยู่ ทั้งใบหน้าและร่างกายเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อที่ไหลซึมออกมาตามผิวหนัง น้ำภายในร่างกายถูกขับออกมาจากการที่โลหิตภายในร่างกายมันเดือดพล่านขึ้นมาอย่างเป็นปริศนาหลินซานไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าตอนนี้ร่างกายของเขามันเป็นอันใดกันแน่อยู่ๆเหตุใดโลหิตภายในร่างกายมันถึงเดือดพล่านขึ้นมาเช่นนั้นได้ มันเป็นความรู้สึกที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อนและมันเป็นเหตุการณ์ที่ไม่น่าจะใช่เหตุการณ์ปกติด้วยแม้แต่ภายในความทรงจำของจักรพรรดิโอสถที่รักษาผู้คนมามากมายเขาเองก็ยังไม่สามารถล่วงรู้ได้เลยว่าอาการเช่นนี้มันป่วยเป็นโรคอันใดกระนั้นหลินซานก็ไม่รู้เลยว่าตอนนี้บริเวณรอบร่างกายของเขามันมีพลังปราณปริศนาไหลออกมาจากร่างกาย จนกระทั่งเขาได้ตั้งสติของตนเองกลับมาจากเหตุการณ์ปริศนาที่เกิดขึ้นได้สักพักแล้วถึงจะเริ่มสัมผัสได้ว่ารอบกายของเขามันมีพลังปราณหลั่งไหลออกมาโดยที่ตัวของเขาไม่ได้เรียกเร้น“ อันใดกัน? เหตุใดมันถึงมีพลังปราณไหลออกมาปกคลุมบริเวณผิวหนังและรอบกายล่ะ ” ใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจในขณะที่กำลังใช้ดวงตาของตนเองจ้องมองรอยร่างกายที่ผิดแปลกไปอยู่ในขณะที่ยังคงสงสัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจู่ๆมันก็ปรากฏความทรงจำปริศนาขึ้นมาใจกลางสมองราวกับสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงมาแล้วปรากฏให้เห็นภาพบางอย่าง ภาพความทรงจำอันเลือนลางที่มันกำลังถูกปิดผนึกอยู่ส่วนหนึ่งได้ปรากฏออกมาให้ตัวเขาเห็น“ รู้แล้วนี่มันโลหิตปราณจักรพรรดิคราม ”หลินซานล่วงรู้ถึงสิ่งที่อยู่ภายในกายของเขา ก่อนหน้านี้สิ่งที่ข้อความบนศิลาสีดำสนิทด้านหน้าของเขามันปรากฏขึ้นคือโลหิตจักรพรรดิจะย้อนกลับเข้าร่างกาย มันแสดงว่าถ้าเขาสามารถสำเร็จเงื่อนไขของศิลาปริศนาด้านหน้าที่มันกำหนดขึ้นมาให้เขาในตอนแรกที่ให้ฝึกฝนส่วนประกอบปราณทั้งสี่ขึ้นสู่ระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 9 ให้ได้เมื่อเขาสามารถทำสำเร็จนี่คือของตอบแทนที่เขาได้อย่างนั้นหรอโลหิตปราณของจักรพรรดิคราม ตอนแรกโลหิตปราณภายในร่างกายของเขามันคือโลหิตปราณที่มีคุณสมบัติอยู่ในระดับต่ำที่สุดแต่ให้ในตอนนี้มันแปรเปลี่ยนไปกลายเป็นโลหิตปานที่มีคุณสมบัติระดับจักรพรรดิเทียบเท่ากับรากเหง้าปราณของเขา เพราะอย่างนั้นทั่วทั้งร่างกายของเขามันเลยมีพลังปราณแผ่ซ่านออกมาหลินซานใช้ดวงตาของตนเองมองร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา เมื่อครู่ความทรงจำที่มันปรากฏขึ้นภายในหัวของเขาคือเศษเสี้ยวของความทรงจำที่มันยังคงขาดหายไปอยู่นี่คือโลหิตปราณที่เคยอยู่ภายในร่างกายของจักรพรรดิทั้งสองพวกเขามีโลหิตปราณชนิดเดียวกัน นั่นคือโลหิตจักรพรรดิคราม เมื่อครู่การที่โลหิตภายในร่างกายของเขามันเดือดพล่านขึ้นมามันเป็นเพราะว่าภายในร่างกายของเขาโลหิตปราณระดับจักรพรรดิมันกำลังหลอมรวมเข้ากับโลหิตปราณภายในร่างกายของเขามันทำให้เขารู้ความจริงอีกอย่างหนึ่งนั่นก็คือถึงแม้ว่าโลหิตปราณภายในร่างกายจะเปลี่ยนไปแต่มันก็ยังอยู่ในระดับเท่าเดิม มันเป็นเพราะว่าโลหิตปราณทั้งสองหลอมรวมกันไม่ได้ถูกช่วงชิงไปแล้วนำอันใหม่มาทดแทนเหมือนกับรากเหง้าปราณของเขาเพราะฉะนั้นตอนนี้โลหิตปราณภายในร่างกายของเขามันก็ยังอยู่ในระดับเทียบเท่าเดิมนั่นคือก่อกำเนิดขึ้นที่ 9วิเศษเป็นอย่างมากการที่ได้โลหิตปราณที่อยู่ในระดับสูงสุดนั่นคือระดับจักรพรรดิมันจะส่งเสริมให้ความสามารถในการฝึกฝนวรยุทธของเขาก้าวหน้าไปมากกว่านี้อีก“ มันยังเหลืออีก 1 อย่าง.. ” หลินซานเงยใบหน้าของตนเองขึ้นไปด้านบนมองแสงสีทองที่มันยังคงสว่างไสวอยู่บัดนี้แสงสีทองสว่างไสวมันค่อยๆลอยลงมาอย่างช้าๆก่อนที่จะมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเขา หลินซานยื่นมือทั้งสองข้างของตนเองออกไปด้านหน้าเพื่อประคองอุ้มมันเอาไว้แสงสีทองที่ปกคลุมอยู่บริเวณรอบนอกก็ค่อยๆจางหายไปมันเผยและปรากฏให้เห็นสิ่งที่อยู่ด้านใน มันคือเตาหลอมยาลูกกลอนที่มีผิวเป็นหยกทั้งอันขนาดของมันเรียกว่าเป็นเตาหลอมโอสถขนาดเล็กที่สามารถอบอุ่นด้วยมือทั้งสองข้างได้“ เตาหลอมโอสถหยกแสนปี... ”จบตอน