อีกไม่กี่วันเย่เทียนรู้ดีว่าเขาจะต้องถูกเรียกตัวให้เข้าไปในรอยแยกมิติเพื่อปกป้องแนวรบ
สำหรับเรื่องนี้ มันไม่ได้เหนือความคาดหมายของเขาแน่นอนว่ามนุษย์ที่แข็งแกร่งจะต้องคอยปกป้องคนอื่น หากว่าอันตรายมาถึงแล้วยังเลือกที่จะหลบหนีแล้วละก็เช่นนั้นยังสามารถเรียกตัวเองว่าเป็นมนุษย์ได้อีกหรือ?
ดังนั้นเขาจึงไม่หนีหรือแม้แต่จะรู้สึกหวาดกลัว
เมื่อเทียบกับผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์คนอื่นๆแล้ว เย่เทียนมีวิธีรักษาชีวิตตนเองอยู่มากมาย เว้นเสียแต่ว่าเขาจะโชคร้ายพบกับสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่มีพรสวรรค์ในการโจมตีจิตวิญญาณ
พริบตาเดียว สามวันก็ผ่านไป
พันธมิตรพเนจรส่งข่าวมาว่าเขาต้องรีบไปรายงานตัวที่ฐานของมนุษย์ในโลกของสัตว์อสูรภายใน10 วัน
“สิบวัน เรายังพอมีเวลาเตรียมตัว!”
เย่เทียนพึมพำ
เขายังมีทรัพยากรอยู่ไม่น้อยส่วนหนึ่งได้ถูกจัดวางไว้ในหอสวรรค์ และอีกส่วนหนึ่งก็ยังขายออกไปได้ เช่น โอสถหลอมจิตศักดิ์สิทธิ์
ตอนแรกเขามีโอสถหลอมจิตศักดิ์สิทธิ์3 เม็ด ก่อนหน้านี้ได้มอบให้หวังเยี่ยน1 เม็ด ตอนนี้เขาจึงเหลือมันอยู่อีก 2 เม็ด
มูลค่าของโอสถหลอมจิตศักดิ์สิทธิ์ที่ฐานจงไห่นั้นสูงมากลูกหลานของจักรพรรดิจำนวนมากมีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับหลุดพ้น ทำให้ยากที่จะทะลวงเข้าสู่ระดับศักดิ์สิทธิ์ได้และโอสถหลอมจิตศักดิ์สิทธิ์จะเพิ่มโอกาสที่พวกเขาจะทะลวงเข้าสู่ระดับศักดิ์สิทธิ์ได้มากยิ่งขึ้นระดับจักรพรรดิต้องไม่เมินเฉยต่อโอสถหลอมจิตศักดิ์สิทธิ์อย่างแน่นอน
“โอสถหลอมจิตศักดิ์สิทธิ์ทั้ง2 เม็ด แลกเปลี่ยนกับสมบัติที่ช่วยเปิดพื้นที่สมอง แม้ว่าความเร็วในการฝึกฝนของเราจะสูงกว่าคนอื่นแต่ถ้ามีสมบัติที่ช่วยเปิดสมองได้ มันก็จะยิ่งดีกับตัวเรา”
เย่เทียนวางแผน
ความแข็งแกร่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดและโอสถหลอมจิตศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่มีประโยชน์สำหรับเขา น้องสาวของเขาเย่หยูก็เป็นอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับดาราแล้วในอนาคตเธอไม่จำเป็นต้องใช้มันเช่นกัน สำหรับสมาชิกของหอสวรรค์ พวกเขาจำเป็นต้องพึ่งพาตนเอง
หลังจากนั้น
เย่เทียนได้ออกประกาศข้อมูลการซื้อขายของโอสถหลอมจิตศักดิ์สิทธิ์ไว้ที่สำนักงานใหญ่ของพันธมิตรพเนจรเงื่อนไขคือโอสถหลอมจิตศักดิ์สิทธิ์ 1 เม็ดแลกเปลี่ยนกับสมบัติที่ช่วยเปิดพื้นที่สมอง 10ชิ้น
กล่าวคือ โอสถหลอมจิตศักดิ์สิทธิ์2 เม็ดสามารถแลกเปลี่ยนเป็นสมบัติที่ช่วยในการเปิดพื้นที่สมองได้ถึง 20 ชิ้น
ทันทีที่ข้อมูลการซื้อขายปรากฏขึ้นก็มีคนติดต่อมาเลยทันทีเห็นได้ชัดว่าสมบัติอย่างโอสถหลอมจิตศักดิ์สิทธิ์นั้นหายากมาก หากช้ากว่านี้จะถูกคนแย่งไป
เพียงไม่นาน
เย่เทียนก็ได้พบกับคนที่ต้องการแลกเปลี่ยนกับเขาอีกฝ่ายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ 2 คน คนหนึ่งเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาและอีกคนคือผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิ
“นี่...”
เย่เทียนมองไปที่จักรพรรดิที่จริงแล้วจากข้อมูล คนที่เขาควรจะแลกเปลี่ยนด้วยควรจะเป็นระดับราชา เขาไม่รู้ว่าทำไมจักรพรรดิคนนี้ถึงมาปรากฏตัวที่นี่
ด้วยการตรวจสอบพรสวรรค์ของพรสวรรค์ในการคัดลอกเย่เทียนรู้ที่มาของจักรพรรดิคนนี้ทันที
ฉินชานเป็นชาวฉินและเป็นหนึ่งในจักรพรรดิของนิกายฉิน
แต่นี่เป็นการแลกเปลี่ยนของพันธมิตรพเนจรการที่มีจักรพรรดิของชาวฉินมาแลกเปลี่ยนเช่นนี้มันผิดกฎ!
“นี่คือจักรพรรดิฉินชานมาจากนิกายฉิน ท่านมหาปราชญ์เย่เทียนอย่าเพิ่งกังวล ผมรู้ดีว่ามันผิดกฎ แต่เรายินดีที่จะเพิ่มสิ่งของแลกเปลี่ยน” ระดับราชาคนนั้นรีบเอ่ยปาก
“เข้าใจแล้วการค้าครั้งนี้ไม่ได้อยู่ในข้อตกลง จักรพรรดิฉินชาน คุณจะยอมจ่ายราคาเท่าไหร่เพื่อซื้อโอสถหลอมจิตศักดิ์สิทธิ์2 เม็ดในมือผม?” เย่เทียนเอ่ยถาม
การแลกเปลี่ยนโอสถหลอมจิตศักดิ์สิทธิ์สองเม็ดในครั้งนี้ถือว่าผิดกฎดังนั้นจักรพรรดิฉินชานจึงต้องจ่ายเพิ่มหากต้องการแลกเปลี่ยนโอสถหลอมจิตศักดิ์สิทธิ์2 เม็ด
“สมบัติที่ช่วยในการเปิดพื้นที่สมอง24 ชิ้น แต่ละชิ้นสามารถทำให้เปิดพื้นที่สมองได้ 0.5%ภายในเวลาครึ่งเดือน โดยสมบัติ 24 ชิ้นนี้ สามารถช่วยให้ผู้ที่มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับจันทราเปิดพื้นที่สมองได้12% ภายในหนึ่งปี แต่สำหรับพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับดารา จะช่วยเปิดพื้นที่สมองได้เพียง4% ภายในหนึ่งเดือน นี่คือราคาสูงสุดที่ฉันสามารถจ่ายได้แล้วคุณคงจะรู้มูลค่าของมันดี!” ฉินชานกัดฟันกล่าว
“ตกลง!”
เย่เทียนพยักหน้าเห็นด้วย
“ดี งั้นพวกเราสาบานกันเลย!”ฉินชานกล่าวด้วยความยินดี
เขาแลกเปลี่ยนโอสถหลอมจิตศักดิ์สิทธิ์สองเม็ดเพื่อลูกๆของเขา เขาเพิ่งแต่งงาน และได้ให้กำเนิดบุตรชายหนึ่งคนและบุตรสาวอีกหนึ่งคน ลูกชายชื่อฉินเหอนับว่าเป็นอัจฉริยะคนหนึ่ง ในอนาคตเขามีโอกาสที่จะกลายเป็นราชา 5 ดาราได้ เพียงแต่ว่าเขามีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับหลุดพ้นเท่านั้นส่วนลูกสาวของเขาอายุน้อยกว่าและเพิ่งเลื่อนเป็นระดับราชา เธอก็มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับหลุดพ้นเช่นกันดังนั้นฉินชานจึงต้องเตรียมสมบัติเช่นโอสถหลอมจิตศักดิ์สิทธิ์สำหรับบุตรชายและบุตรสาวของเขาสมบัติประเภทนี้หาได้ยากมากแม้แต่ในนิกายฉิน อีกทั้งตำแหน่งของเขาในนิกายฉินก็ไม่ได้สูงมากนักมีคนมากมายที่ต้องการสมบัติเช่นนี้ไม่ว่ามันจะปรากฏออกมามากเพียงใดก็ไม่เพียงพอ
เขาไม่สามารถหาสมบัติเช่นโอสถหลอมจิตศักดิ์สิทธิ์ได้และเขาก็เคยส่งคนไปยังมิติวิหารมาก่อน แต่ก็ไม่มีใครได้รับโอสถหลอมจิตศักดิ์สิทธิ์มา
เขาจึงจำใจทำได้เพียงค้นหาข้อมูลการซื้อขายเท่านั้นหวังว่าใครสักคนจะนำมันออกมาแลกเปลี่ยน
ในที่สุดราชาของพันธมิตรพเนจรก็ติดต่อเขาและให้ข้อมูลการซื้อขายโอสถหลอมจิตศักดิ์สิทธิ์แก่เขา
การซื้อขายประสบความสำเร็จ
ฉินชานก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก“ตอนนี้ลูกสองคนของฉันมีความหวังที่จะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตศักดิ์สิทธิ์แล้ว!”
เย่เทียนได้รับสมบัติที่ช่วยในการเปิดสมองมา24 ชิ้น ซึ่งมากกว่าที่เขาคาดไว้ถึง4 ชิ้น อีกอย่างคุณภาพของสมบัติที่ใช้ในการฝึกสมองเหล่านี้ก็ดีกว่าปกติมาก
การซื้อขายในครั้งนี้ทำให้เขาได้รับกำไรอย่างแท้จริง
หลังจากกลับมาถึงบ้าน เย่เทียนก็เริ่มใช้สมบัติที่ช่วยในการเปิดสมองจากนั้นเขาก็ใช้พรสวรรค์เวลาเร่งความเร็วของเวลาขึ้น 3 เท่า
ตูม!!!!
พื้นที่สมองค่อยๆ เปิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายใต้อิทธิพลของสมบัติที่ช่วยในการเปิดสมองพื้นที่สมองขยายออกไปเร็วกว่าที่ผ่านมาหลายเท่า
“สมบัติชิ้นนี้สามารถทำให้ผู้มีพรสวรรค์ระดับจันทราสามารถเปิดพื้นที่สมองได้0.5% ในครึ่งเดือน อย่างไรก็ตาม เรามีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับตะวันทำให้เราสามารถเปิดพื้นที่สมองได้ 0.5% ภายใน 3 วัน นอกจากนี้เรายังสามารถเร่งเวลาขึ้นได้สามเท่า เท่ากับว่าเราสามารถเปิดพื้นที่สมองได้0.5% ต่อวัน!”
เย่เทียนพึมพำ
เป็นไปตามคาด หลังจากเก็บตัวบ่มเพาะหนึ่งวันเย่เทียนก็สามารถเปิดพื้นที่สมองเพิ่มขึ้น 0.5%
กุญแจสำคัญคือสมบัติชิ้นหนึ่งจะถูกใช้หมดภายใน2 วัน กล่าวคือสมบัติ1 ชิ้นสามารถเปิดพื้นที่สมองได้ 1% เขาสามารถใช้สมบัติ24 ชิ้นหมดภายใน 48 วัน ซึ่งจะทำให้เขาสามารถเปิดพื้นที่สมองเพิ่มขึ้นได้24%
ความเร็วนี้น่าเหลือเชื่อมาก!
“เราต้องเร่งใช้สมบัติเหล่านี้ตอนนี้สมองของเราถูกเปิดไปแล้ว 12% เมื่อใช้สมบัติเหล่านี้จนหมดเราจะสามารถเปิดพื้นที่สมองได้ถึง 36% เมื่อถึงตอนนั้น ความแข็งแกร่งของเราจะพุ่งสูงขึ้นอย่างแน่นอน!”
เย่เทียนพูดอย่างตื่นเต้น
ฝึกฝน
เหลือเวลาอีกเกือบ 9 วันก่อนจะถึงวันเรียกตัว พริบตาเดียว8 วันก็ผ่านไป
ในเวลานี้พื้นที่สมองของเย่เทียนได้เปิดขึ้นถึง16.5% แล้ว
“ถึงเวลาเดินทางแล้ว!”
เย่เทียนออกจากการเก็บตัวและเตรียมที่จะมุ่งหน้าไปยังรอยแยกมิติระดับห้าดาว
ก่อนที่เขาจะจากไป เขาก็กำชับเย่หยูและคนอื่นๆในหอสวรรค์ไม่ให้ออกจากฐานทัพจงไห่ชั่วคราว
700,000 กิโลเมตรทางตะวันออกเฉียงเหนือ
นี่คือที่ป้อมปราการของฐานทัพจงไห่ซึ่งตั้งอยู่ที่รอยแยกมิติระดับ5 ดาว
เย่เทียนบินมาถึงที่นี่และเห็นรอยแยกมิติขนาดใหญ่ที่ยาวหลายพันเมตรราวกับว่าท้องฟ้าปริร้าวจวนเจียนถล่มลงมา
เมื่อมองไปที่รอยแยกของมิติเย่เทียนก็รู้สึกว่าหากเทียบกันแล้ว รอยแยกมิติระดับ 3 ดาวใกล้กับฐานทะเลมารนั้นเป็นเพียงเด็กทารกเท่านั้น
บริเวณด้านหนึ่งของรอยแยกมิติได้ถูกติดตั้งค่ายกลขนาดใหญ่ไว้มากมายค่ายกลขนาดใหญ่จำนวนมากเหล่านี้มีพลังมากกว่าค่ายกลระดับสูงสุด มันน่าจะเป็นค่ายกลระดับดารา
ในเวลาเดียวกันที่นี่ก็เต็มไปด้วยยอดฝีมือระดับราชาระดับศักดิ์สิทธิ์ หรือแม้แต่ระดับจักรพรรดิจำนวนมาก
เย่เทียนรู้สึกถึงกลิ่นอายที่น่าเกรงขามที่แผ่ออกมาจากปราสาทซึ่งทำให้เขารู้สึกประหลาดใจ
เย่เทียนมุ่งหน้าเข้าใกล้รอยแยกเพียงไม่นานราชาคนหนึ่งก็เดินมาหาเขาพร้อมประสานมือและกล่าวว่า “ท่านมหาปราชญ์เย่เทียนโปรดตามผมมา!”