แผ่นไม้บางในมือทรัซหนักขึ้นทุกย่างก้าว
ไม่ใช่เพราะน้ำหนักของมัน
แต่เพราะรอยขีดบนผิวไม้กำลังชี้ไปยัง “คนเป็น”
เขาไม่เดินกลับที่พัก
ไม่เดินไปหาคนของอีริน
แต่เลือกเส้นทางที่รอยขีดพาไปก่อน—ร้านตีเหล็กเก่าริมกำแพงเมือง
ประตูไม้ยังเปิด ไฟเตายังแดงอยู่
เสียงค้อนกระทบเหล็กดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
ชายชราร่างหนานั่งหันหลังให้
แขนขวาเป็นเหล็กกล้าแทนเนื้อ
ทุกครั้งที่ค้อนลง เสียงจะทุ้มกว่าปกติ
ทรัซหยุดหน้าประตู
ไม่ก้าวเข้าไป
“อย่ายืนบังลม” ชายชราพูดโดยไม่หัน
“เหล็กจะเย็น”
ชื่อแรกบนแผ่นไม้ ยังมีชีวิต
และรู้ตัวว่ากำลังถูกเล็ง
> “เขารู้ว่ามีคนมา” เรกัลป์กล่าว
“และเขาเลือกไม่หนี”
ทรัซก้าวเข้าไป เหล็กที่อยู่บนทั่งถูกยกออก
ชายชราหันมาด้วยสายตาที่ดูไม่ตกใจ
“พวกมันมาถึงแล้วใช่ไหม” เขาถาม
ไม่ถามว่า ใคร แต่ถามว่า เมื่อไหร่
ทรัซพยักหน้า วางแผ่นไม้ลงบนโต๊ะไม้หนา
ชายชรามองรอยขีด จุดที่วง เส้นตัด
“งั้นก็เร็วขึ้นกว่าที่คิด”
เสียงแตกดังจากด้านนอก
ไม่ใช่ประตู แต่เป็นหน้าต่างด้านหลังร้าน
กระจกแตกกระจาย
ชายสองคนกลิ้งเข้ามาพร้อมกัน
ไม่มีอาวุธ แต่รองเท้าหนังเสริมเหล็ก
คนแรกพุ่งใส่ชายชรา หมายปิดปากให้เร็วที่สุด
ทรัซขยับก่อน เหยียบขอบเตา
ยกเหล็กร้อนแดงจากทั่ง ฟาดเข้าที่แขนที่ยื่นมา
เสียงเนื้อไหม้ดังฉ่า กลิ่นควันลอยขึ้นทันที
คนที่สองเข้ามาจากด้านข้าง
เตะต่ำหมายล้มขา
ทรัซถอยครึ่งก้าว
ปล่อยให้ปลายรองเท้าเฉียดผ่าน แล้วหมุนตัว
ใช้สันแขนกระแทกเข้าที่ลำคอ
ร่างนั้นล้มกระแทกพื้น หายใจติดขัด
ชายชราขยับใช้แขนเหล็กฟาดลง
ตรงกระดูกปลายแขนของคนแรกหักและหยุด
“พอ” ชายชราพูด “อย่ามาตายตรงนี้”
เสียงฝีเท้าเพิ่มจากหน้าร้าน จากหลังร้าน
สี่คน
> “คนพวกนั้นไม่ใช่ทีมต่อสู้” เรกัลป์เตือน
“เป็นทีมกันคนเข้ามายุ่ง”
ทรัซขยับเข้าขวางประตู ไม่ยืนกลางร้าน
แต่เลือกตำแหน่งที่ทุกคนต้องผ่านทีละคน
คนแรกเข้ามา ศอกของทรัซสวนขึ้น
กระแทกใต้คาง ร่างนั้นทรุด
คนถัดมาเหวี่ยงหมัดใส่ทรัซ
ทรัซยกแขนรับ แล้วใช้หัวไหล่ชนสวน
ทำให้อีกฝ่ายล้มชนโต๊ะไม้
เครื่องมือกระจัดกระจาย
ชายชราไม่หนี เขายังคงยืนหลังเตา
มือจับคีมเหล็ก รอ
คนที่สามพยายามอ้อมไปด้านหลังโจมตีชายชรา
แต่โดนแขนเหล็กฟาดเข้าที่ขมับ ล้มทันที
คนสุดท้ายถอย ไม่เข้ามา หันหลังแล้ววิ่งหนี
ทรัซไม่ตาม เขาหายใจช้า
ขาที่บาดเจ็บตึงจนต้องถ่ายน้ำหนัก
ความเงียบกลับมาอีกครั้ง
แต่ไม่ใช่ความเงียบแบบเดิม
ชายชรามองทรัซ แล้วก้มมองแผ่นไม้
“นี่ไม่ใช่แค่รายชื่อใช่ไหม” เขาพูด
“นี่คือแผนที่ของความกลัว”
เขาใช้คีมเหล็กคีบแผ่นไม้ ยกเข้าใกล้ไฟ
รอยขีดบางส่วนเริ่มไหม้ บางส่วนยังอยู่
“พวกมันไม่ต้องการฆ่าทุกคน”
“มันต้องการให้คนที่เหลือ…เงียบ”
ทรัซพยักหน้า มองรอยที่ยังไม่ไหม้
“งั้นข้าจะไม่ให้มันเลือกเองอีกต่อไป”
เสียงหวอเมืองดังไกล ไม่ใกล้พอจะช่วย
แต่ใกล้พอจะบอกว่า มีคนเริ่มรู้เรื่องแล้ว
ชายชราดับไฟ
ร้านมืดลง
“ถ้าเจ้าจะเปิดทาง” เขาพูด “อย่าเดินคนเดียว”
ทรัซเก็บแผ่นไม้ที่ไหม้ครึ่งหนึ่ง
รอยที่เหลือชัดกว่าเดิม
เขาออกจากร้านสู่ถนน สู่สายตาของคน
คืนนี้
เส้นทางหนึ่งถูกเปิด ไม่ใช่ด้วยคำสั่ง
แต่ด้วยเลือด และคนที่ยังยืนอยู่
เกมเริ่มขึ้นอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะเสียงตะโกน
แต่เพราะมีคนเริ่มเดิน
ตามเส้นที่ไม่ควรถูกลบอีกต่อไป