ตอนที่หกสิบเจ็ด มาเรียมิวสิคัล
มาในตอนนี้ผมคิดว่าแผนการของผมเป็นรูปร่างคร่าวๆความจริงแล้ว การทำอย่างเมกุมินที่ว่าร่ายคาถาระเบิดลูกใหญ่ลูกหนึ่งแล้วหมดแรงนั้นไมได้มีปัญหาอะไรเลย ขอเพียงระเบิดนั้นลงไปถูกที่ถูกเวลาตามแผนล่ะก็จากนั้นจะหมดแรงก็ไม่ใช่ปัญหาถือว่าคนอย่างเมกุมินทำประโยชน์ให้กับกลุ่มเรียบร้อยแล้วทีเหลือก็แค่ร่วมกันทำให้ระเบิดของเมกุมินที่ลงไปนั้นเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มมากที่สุดในทางยุทธวิธีเท่านั้นเอง
เราไม่สามารถทำได้เองทุกอย่างหรือเก่งได้ทุกด้านต่อให้ทำได้จริงๆอย่างมาเรีย เราก็ต้องใส่ใจวางแผนว่าจะเก่งไปทางไหนก่อน
ทำอย่างเมกุมินที่ทุ่มเทไปทางด้านใดด้านหนึ่งผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์นั้นๆไปเลยอาจจะดีกว่า
หากมองในแง่หนึ่งเมกุมินไม่ต่างกับนารุโตะหรือแฮร์รี่พอตเตอร์ที่มีสิ่งที่เรียกว่า signature spell
คาถาประจำตัวที่ใช้คล่องใช้ถนัดจนจบเรื่องแน่นอนการใช้ด้วยความเคยชินอาจจะทำให้ศัตรูจับทางได้ แต่ในภาวะคับขันคาถาที่ใช้ได้ถนัดมือนั้นเป็นเรื่องที่ดีที่สุด ไม่ว่าฝ่ายตรงข้ามจะเป็นใครก็ตามอาวุธที่เคยชินย่อมอุ่นใจมากกว่านั่นเอง
การที่อีกฝ่ายจะเคยชินและวางแผนรับมือคาถาประจำตัวของเราได้เราก็แก้ทางดดยการพัฒนาคาถาที่เราถนัดอย่างทุกเมื่อเชื่อวัน คาถาที่เราใช้วันนี้ไม่ได้เป็นกระสุนวงจักรต่อไป อาจจะกลายเป็นกระสุนวงจักรสิบหางในอนาคต
แต่ทุกอย่างต้องใช้เวลา
และเวลาตอนนี้ผมก็ใช้ไปกับกายกก้อนอิซไปมาในนิเกมส์เล็กๆตอนเช้านี้
ซึ่งมาเรียก็ยกก้อนอิฐได้แซงหน้าผมไปแล้วรู้สึกผิดหวังนิดเหมือนกันแต่ผมไม่ยอมแพ้เลยสั่งให้มาเรียว่า
“มาเรียเจ้าจงไปฝึกร้องเพลงและเต้นให้กำลังใจข้าอยู่ข้างๆตอนข้าพยายามจะยกอิฐให้ทันเจ้า”
แผนการของผมคือไม่ด้ให้มาเรียฝึกฝนได้ช้าลงแต่ให้ผมไล่ตามพละกำลังของมาเรียได้ทันดดยให้เธอไปฝึกฝนทักษะของนักร้องเพลง bard และนักเต้น dancer
“ค่ะนายท่าน” เธอรับคำอย่างยิ้มแย้ม
ไม่อิดออดอันที่จริงเพรามาเรียดีใจเพราเธอมองว่าการร้องเพลงและเต้นรำมันตรงหน้าที่ของนางบำเรอมากกว่าการไปยกอิฐและดูไม่เป็นสุภาพสตรีเสียเท่าไรที่จะยกอิฐไปมาอย่างงนั้น
นับเป็นความเปลี่ยนแปลงของสาวแก่นซุกซนของมาเรียอย่างยิ่ง
ทำให้เธอร้องเพลงอย่างยินดี
ซึ่งเพลงของเธอก็เพราจริงๆน่ะล่ะมูมักไมเนอร์ถึงกับยื่นสัปปะรดให้กับเธอ ซึ่งกับเจ้ามูมักที่ชอบสัปปะรดถือเป็นรางวัลสำคัญมากๆ
วันนี้มูมักก็ยังคงทานสัปปะรดที่ได้มาจากการช่วยพี่กล้ามฝึกความอดทนในการใช้กำลังต่อต้านอาการบาดเจ็บ
มาเรียได้มีการเพิ่มทักษะการร้องเพลบงอย่างรวดเร็วเพราะผมได้แบ่งปันแหวนเก็บค่าประสบการณ์และเก็บค่าทักษะให้เธอไปด้วย
“ขอบคุณนะจ๊ะมูมักไมเนอร์”
แปร๋น
มือของมาเรียส่องแสงลูบงวงของมูมักที่ยื่นสัปปะรดให้อย่างดีใจแสงสีขาวจากมือของมาเรียสร้างความรู้สึกสบายให้กับมูมักจนมันครางออกมา
สมกับเป็นนางเอกมีความสามารถเข้ากันได้กับสัตว์ทุกประเภทจริงๆด้วย
ถ้ามาเรียไม่ชอบเรื่องการใช้กำลังให้มีอาจารย์สอนดาบมาสอนเธอดีไหมนะ?
มาดามอินกริดสอนแต่เรื่องของการทำตัวยั่วยวนการร้องเพลงเอาใจแขกก็อาจจะสอนได้ก็ตามแต่มันคงไม่ใช่เพลงที่อาจจะร้องปลุกใจตอนรบเสียเท่าไร
และที่สำคัญ ผมให้พวกบัณฑิตใช้สกิล Learning และพวกนัดนตรีร้องเพลง เต้นรำปลุกใจ ที่มีผลในการเพิ่มประสิทธิภาพการฝึกและค่ากำลังใจมาตลอดอยู่แล้วและพยายามขยายนักดนตรีที่ทั้งเต้นทั้งร้องโดยเฉพาะที่ที่ผมฝึกนี้อยู่มากที่สุดแต่ปัญหาคือก็คือ
นกตัวหนึ่งบินมาเกาะศีรษะมาเรียและตัวอื่นก็มาตาม
มูมักไมเนอร์ก็พ่นน้ำขึ้นบนฟ้าสะท้อนแสงกลายเป็นรุ้งอย่างมีความสุขพวกกระรอกกระต่ายต่างๆก็มารอบๆมาเรียที่ร้องเพลงอยู่ผมให้เธอร้องเพลงนิดเดียวเธอก็เข้าไปสู่โลกของตนเองกลายเป็นเจ้าหญิงดิสนี่ย์ไปเสียแล้ว
“And I love you for all season”…และฉันรักคุณตลอดทุกฤดูกาล
เสียงกังวานของเธอสะท้อนไปทั่วมันเป็นมิวสิควีดีโอในเกมส์อยู่หรอก แต่เพลงนี้ทางเทคนิคในโลกของความจริงอย่างนี้มาเรียคือคนร้องเพลงนี้เองหรือนี่?
หมายความว่าเราปรับเปลี่ยนมาเรียเป็นสายนักร้องร้องเพลงก็คงได้สินะ?
ผมดูสภาพที่แม้แต่มุมักร์ม มูมักไมเนอร์ กระต่าย นกกระรอก และบรรดาแดนเซอร์และนักดนตรีกลายเป็นจากที่ร้องเพลงตามใจจังหวะของตนเองกลายเป็นร้องตามเพลงของมาเรียและแสงรัศมีสีขาวของเธอที่แพร่กระจายไปรอบๆทำให้แม้แต่พี่กล้ามก็ร้องเพลงสลับฉากไปด้วย
เฮ้ย ไอ้ฉากของดิสนี่ย์ที่ทุกคนร้องเพลงคลอประสานและเต้นไปมามันเป็นเรื่องจริงหรือนี่?
ไม่ได้การเสียงเพลงแพร่กระจายไปจนแม้แต่พวกบัณฑิตและนักผจญภัยคนอื่นๆก็ร้องเพลงตามคุณเธอแล้วถ้าหากผมไม่หยุด ทั้งเมืองคงได้กลายเป็นดิสนี่ย์มิวสิคัลแน่ๆ