บทที่ 8: หม้อไฟเดือดดาลและเงาทมิฬยามวิกาล
ควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นจากหม้อทองเหลืองใบใหญ่ ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายของน้ำซุปกระดูกหมูและพริกหม่าล่า บนโต๊ะกลมหลังร้านภัตตาคารัทอง เต็มไปด้วยจานเนื้อสไลด์บางเฉียบ ผักสด และลูกชิ้นทำมือ
"กินเข้าไป! กินให้พุงกาง!" เจ๊หงส์ประกาศอย่างใจป้ำ (แม้คิ้วจะกระตุกทุกครั้งที่เห็นเนื้อหายวับไปในพริบตา) "มื้อนี้ข้าเลี้ยงเอง ถือเป็โบนัสต้อนรับพนักงานใหม่!"
"ขอบคุณครับแม่!" อาเป่า (ทารกจอมพลัง) ร้องเสียงใสแจ๋ว ทั้งที่ปากยังเคี้ยวลูกชิ้นแก้มตุ่ย คำว่า "แม่" ของเ้าเด็กอ้วนทำเอาเจ๊หงส์หน้าแดงวาบ นางแสร้งกระแอมไอแก้เขินแล้วคีบเนื้อชิ้นใหญ่ใส่ชามให้อาเป่า "กินๆ ไปเถอะน่าเ้าหมูตอน! อย่าพูดมาก!"
หยางเจียน และ จูเกัด แย่งเนื้อชิ้นสุดท้ายกันอย่างดุเดือด "พี่ใหญ่! ตามหลักสรีรวิทยา ข้าตัวเล็กกว่า ข้า้าโปรตีนเพื่อการเจริญเติบโต!" จูเกัดอ้างทฤษฎี "แต่ข้าต้องใช้แรงแบกของ! ข้าควรได้กิน!" หยางเจียนไม่ยอมแพ้
หลินฟาน นั่งจิบเหล้านารีแดงมองภาพความวุ่นวายตรงหน้าด้วยรอยยิ้มบางๆ ความรู้สึกอบอุ่นแบบนี้... เขาไม่เคยััมานานนับหมื่นปี ในฐานะจักรพรรดิเซียน เขาโดดเดี่ยวบนบัลลังก์สูงสุด แต่ในฐานะ 'พ่อครัวยาจก' เขากลับรู้สึกเติมเต็มอย่างประหลาด
แต่ทว่า... สัญชาตญาณเก่าแก่ในส่วนลึกของเขากลับส่งสัญญาณเตือนภัย สายลมยามค่ำคืนที่พัดเข้ามาทางหน้าต่าง... มีกลิ่นอายของ "จิตสังหาร" เจือปนอยู่
หลินฟานวางจอกเหล้าลง แววตาเปลี่ยนเป็คมกริบชั่ววูบ ก่อนจะกลับมาทำตัวปกติ "เด็กๆ... กินอิ่มแล้วก็รีบไปนอน พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้ามาเตรียมของ"
ยามจื่อ (23.00 - 01.00 น.)
ภายในห้องพักคนงานเล็กๆ หลังร้าน เด็กทั้งสามคนนอนหลับสนิทอยู่บนฟูกเดียวกัน อาเป่านอนกรนเสียงดังสนั่น (และละเมอทุบพื้นเป็ระยะ) หยางเจียนนอนกอดดาบไม้ไผ่ ส่วนจูเกัดนอนกอดสมุดบัญชี
เงาสีดำสายหนึ่งเคลื่อนไหวผ่านหน้าต่างเข้ามาอย่างเงียบเชียบราวกับควันไฟ ชายชุดดำสวมหน้ากากปิดหน้า ย่างสามขุมเข้ามาในห้อง เป้าหมายของมันไม่ใช่ทรัพย์สิน แต่เป็ทารกน้อยที่นอนอยู่ริมสุด
'เงาพยัคฆ์' นักฆ่าระดับต้นๆ ของเมืองหมอกเมฆา ได้รับการจ้างวาน (จากเถ่าแก่หม่า) ให้มา "ขโมยเด็ก" เด็กทารกที่มีพละกำลังมหาศาล... ถ้าเอาไปขายให้สำนักฝึกมาร คงได้ราคางาม
มันค่อยๆ ยื่นมือที่มีเล็บยาวแหลมคมไปหาอาเป่า ทันใดนั้น!
ฟึ่บ!
ดาบไม้ไผ่พุ่งเข้ามาขวางทางมือของมัน! หยางเจียนลืมตาโพลง ะโขึ้นมาจากที่นอน ตั้งท่าเตรียมพร้อม "ใคร!" เด็กชายะโ แต่เสียงกลับไม่ออกมา เพราะนักฆ่าได้กาง 'อาคมปิดเสียง' ครอบคลุมห้องไว้แล้ว
เงาพยัคฆ์แสยะยิ้มใต้หน้ากาก "เด็กน้อยที่มีสัญชาตญาณดี... แต่น่าเสียดาย เ้ามันแค่มดปลวก" มันสะบัดมือเบาๆ ปล่อยคลื่นพลังลมปราณกระแทกใส่หยางเจียน ตูม! ร่างของหยางเจียนกระเด็นไปกระแทกฝาผนัง ร่วงลงมากระอักเื เขายังไม่มีพลังลมปราณ จึงไม่อาจต้านทานผู้ฝึกยุทธได้
"พี่ใหญ่!" จูเกัดสะดุ้งตื่น เห็นภาพตรงหน้าก็หน้าซีด เขาพยายามจะขยับตัว แต่ถูกแรงกดดันจากพลังปราณตรึงไว้จนขยับไม่ได้
นักฆ่าหันกลับมาหาอาเป่าที่ยังคงนอนหลับไม่รู้เื่ "มานี่ซะดีๆ เ้าหนูมหัศจรรย์..."
มันเอื้อมมือจะคว้าคอเสื้ออาเป่า แต่จังหวะนั้นเอง... มือข้างหนึ่งที่ผอมแห้งแต่แข็งแกร่งดุจคีมเหล็ก ก็มาคว้าข้อมือของนักฆ่าไว้จากด้านหลัง!
"จะแตะต้องลูกชายข้า... ถามบิดาหรือยัง?"
นักฆ่าสะดุ้งเฮือก หันขวับไปมอง หลินฟาน ยืนอยู่ตรงนั้น... ในชุดนอนเก่าๆ ผมเผ้ายุ่งเหยิง แต่แววตานั้นน่ากลัวยิ่งกว่าสัตว์ร้าย
"เ้าเข้ามาได้ยังไง! ข้ากางอาคมไว้แล้ว!" นักฆ่าใ เพราะมันไม่ััถึงพลังของหลินฟานได้เลย "อาคมกระจอกๆ..." หลินฟานแค่นเสียง "ข้าแค่เดินอ้อมจุดบอดของกระแสปราณเข้ามา... ง่ายกว่าเดินเข้าส้วมเสียอีก"
"ปากดีนักนะเ้าสวะ!" นักฆ่าคำราม ซัดฝ่ามือใส่หน้าอกหลินฟาน ฝ่ามือนี้รุนแรงพอจะทลายหินผา! ถ้าโดนเข้าไป หลินฟานที่ไม่มีลมปราณคุ้มกัน ตายแน่นอน!
แต่หลินฟานไม่ถอย... เขาเอียงตัวหลบเพียงเล็กน้อย ให้ฝ่ามือเฉียดผ่านเสื้อไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด 'เนตรจักรพรรดิ' แม้จะใช้พลังไม่ได้ แต่ประสบการณ์การอ่านวิถียุทธ์ยังคงอยู่ เขามองเห็นวิถีการโจมตีล่วงหน้า!
"ช้าไป..." หลินฟานสวนกลับด้วยการใช้นิ้วชี้และนิ้วกลาง 'จิ้ม' เข้าที่รักแร้ของนักฆ่า จุดนั้นคือ 'จุดชีพจรจี๋เฉวียน' จุดอ่อนที่ผู้ฝึกยุทธมักมองข้าม
"อ๊ากกก!" นักฆ่าร้องเสียงหลง (แต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกไปเพราะอาคมของตัวเอง) แขนข้างนั้นชาจนขยับไม่ได้ทันที
"เ้าไม่มีลมปราณ! แต่ทำไม..." นักฆ่าตื่นตระหนก ถอยหลังกรูด
"ข้าไม่มีลมปราณก็จริง..." หลินฟานหยิบตะหลิวที่ซ่อนไว้ด้านหลังออกมาควงเล่น "แต่ข้ามี 'ความรู้' ...และข้าก็รู้ว่า คืนนี้เ้าจะไม่ได้เดินออกไปจากที่นี่"
นักฆ่าเห็นท่าไม่ดี ตัดสินใจจะหนี มันะโพุ่งไปที่หน้าต่าง "อยากหนี? สายไปแล้ว!" จูเกัดะโขึ้น
ทันใดนั้น นักฆ่าก็เหยียบเข้ากับวัตถุทรงกลมเล็กๆ ที่พื้น ลื่นปรื๊ดดด! มันคือ 'ลูกชิ้นหมู' ที่จูเกัดแอบกลิ้งมาดักไว้!
ร่างของนักฆ่าเสียหลักหงายหลัง และจุดที่มันล้มลงไปนั้น... คือพุงกะทินุ่มๆ ของ อาเป่า
อาเป่าสะดุ้งตื่นเพราะมีของหนักทับพุง "แอ้! (เล่นไรกัน!)" ทารกน้อยเข้าใจว่ามีคนมาเล่นด้วย จึงใช้สองแขนป้อมๆ 'กอดรัด' ร่างของนักฆ่าไว้แน่น ท่านั่งรัด: อ้อมกอดมรณะ!
กร๊อบ! กร๊อบ! เสียงกระดูกซี่โครงของนักฆ่าลั่นดังสนั่นหวั่นไหว "อ๊อก!" นักฆ่าตาเหลือก ลิ้นจุกปาก ดิ้นพล่านแต่สู้แรงทารกปีศาจไม่ได้
หลินฟานเดินเข้ามา ก้มลงมองนักฆ่าที่กำลังจะขาดใจตายคาอกลูกชาย "อาเป่า... ปล่อยมันก่อน เดี๋ยวเนื้อช้ำจะไม่อร่อย... เอ้ย! เดี๋ยวขี้กลากกิน"
อาเป่าคลายอ้อมกอด นักฆ่ารีบตะเกียกตะกายหนีด้วยความหวาดกลัวสุดขีด นี่มันครอบครัวบ้าอะไรกัน! พ่อก็รู้จุดตาย! ลูกก็แรงควาย!
มันะโออกหน้าต่างไปอย่างทุลักทุเล สาบานว่าจะไม่รับงานนี้อีกเด็ดขาด
หลินฟานรีบวิ่งไปดูอาการหยางเจียนที่มุมห้อง "ลูกพ่อ! เป็ยังไงบ้าง?" หยางเจียนไอโขลกๆ เช็ดเืที่มุมปาก พยายามยันตัวลุกขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความเจ็บใจ "ข้า... ข้าอ่อนแอเกินไป... ปกป้องน้องไม่ได้..."
หลินฟานดึงร่างลูกชายเข้ามากอดแน่น "ไม่เลย... เ้าทำดีที่สุดแล้ว ถ้าเ้าไม่ถ่วงเวลามันไว้ พ่อคงเข้ามาไม่ทัน"
จูเกัดเดินเข้ามา ดันแว่นที่ร้าวเพิ่มขึ้น "ท่านพ่อ... คนพวกนี้คือผู้ฝึกยุทธจริงๆ... ด้วยสภาพของพวกเราตอนนี้ ความน่าจะเป็ที่จะรอดในครั้งหน้าคือ 0%"
หลินฟานพยักหน้า สีหน้าเคร่งเครียด เขาเงยหน้ามองดวงจันทร์นอกหน้าต่าง "จูเกัดพูดถูก... เราจะมัวแต่ขายหมูตุ๋นอย่างเดียวไม่ได้แล้ว"
"เราต้องเริ่ม 'การฝึกตน' เดี๋ยวนี้" "แต่ก่อนอื่น..." หลินฟานหรี่ตาลง "ข้าต้องหาวิธีเปิดจุดตันเถียนของข้าและพวกเ้าให้ได้... และข้ารู้ว่า 'สมุนไพร' ที่ต้องใช้อยู่ที่ไหน"
"ที่ไหนหรือท่านพ่อ?" หยางเจียนถาม
"ใน 'คลังสมบัติลับ' ของเจ๊หงส์..." หลินฟานยิ้มเ้าเล่ห์