เป๊าะ~!
คนทั้ง 20 ได้สติกลับมาอีกครั้งหนึ่งหลังจากพวกเขาได้ยินเสียงดีดนิ้วของตงฟาง หญิงสาวที่มองจ้องการลงมือของตงฟางมาตลอดเธอตกใจเล็กน้อยกับการเห็นตงฟางฆ่าคนเกือบร้อยในระยะเวลาไม่ถึงนาที แล้วตอนนี้เขากลับทำบางอย่างกับคนทั้ง 20 ที่เป็นระดับผันแปรวิญญาณอีก จนพวกเขามีท่าทีสงบมากกว่าเดิม เธอจึงรู้สึกสงสัยในสิ่งที่ตงฟางกำลังทำ
“ฉันเป็นอะไรของพวกแก”
“ลูกพี่ ลูกพี่ เราอยู่ที่ไหน”
ชายคนแรกที่มีความเป็นผู้นำพูดออกมาด้วยน้ำเสียงตกใจกับสถานที่ที่มันอยู่ ทันใดนั้นมันก็มองจ้องไปยังศพมากมายที่อยู่ในห้องพร้อมกับแสดงท่าทางตกใจออกมา
“ลูกพี่ นี่คนของเรา ทำไมพวกเขาถึงตายได้” ตงฟางฉีกยิ้มเล็กน้อยกับสิ่งที่ชายตรงหน้าพูดออกมา
“ฉันกำลังจะหลอมยา แล้วบังเอิญว่ามีคนได้ยินว่ายาที่ฉันกำลังจะหลอมเป็นยาอะไร จึงเข้ามาในห้องจนเกิดการต่อสู้ขึ้น คนของเราเป็นเพียงระดับจารึกไม่สามารถสู้ได้จึงตายไป ส่วนพวกแกทั้ง 20 ถูกพิษ เอาล่ะ ฉันสกัดมันเอาไว้ให้แล้ว น่าจะอยู่ได้อีก 7 วัน ถ้าไม่ได้ยาถอนพิษพวกแกก็จะตาย แต่ก่อนอื่น มาช่วยกันหลอมยาก่อน ฉันทำไม่ไหว”
“ได้เลยลูกพี่”
หญิงสาวที่นอนอยู่บนหนังสัตว์อสูรนุ่มๆย่นคิ้ว เธอเห็นทุกอย่างที่ตงฟางทำตั้งแต่คนกลุ่มนี้เดินทางเข้ามาในห้อง เห็นแม้กระทั่งตงฟางจับไปยังศรีษะของพวกมันแล้วพูดบางอย่าง เธอไม่นึกว่าหลังจากพวกมันได้สติกลับคืนมาจะเปลี่ยนท่าทีไปเป็นคนละคน ไม่เพียงเท่านั้นยังจำไม่ได้อีกด้วย ว่าพวกมันเข้ามาในห้องหวังจะข่มขืนเธอ
“ไม่ต้องห่วง พวกมันจะไม่เป็นอันตรายกับเรา”
ตงฟางส่งโทรจิตพูดคุยกับหญิงสาวเพื่ออธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เขาไม่ได้บอกเรื่องการสะกดจิต เขาบอกเพียงแค่ว่าใช้ทักษะบางอย่างทำให้พวกมันสับสนเท่านั้น แล้วมันก็มีเวลาจำกัด จึงต้องรีบใช้งานพวกมันก่อนจะได้สติกลับคืนมา
ตึง~!
เตาหลอมยาขนาดใหญ่ที่พี่ซิงเยียนเตรียมเอาไว้ให้นำออกมาวางกลางห้อง จากนั้นตงฟางก็เรียกให้คนทั้ง 20 มายืนล้อมเตาหลอมยา เขาต้องการยืมเปลวไฟของพวกมันในการหลอมยาระดับ 7 ด้วยพลังของเขาเพียงคนเดียวสามารถหลอมได้ แต่มันอันตรายเพราะหากเขาหลอมเสร็จ พลังจิตและพลังวิญญาณของเขาจะหมดเกลี้ยง ในตอนนี้อาจจะมีใครเข้ามาโจมตี จึงจะใช้พลังของระดับผันแปรวิญญาณทั้ง 20 คนในการช่วยเขาหลอม
พรึ่บ~!
เปลวไฟหลากสี ไม่ว่าจะเป็นสีม่วง สีฟ้า สีขาว หรือจะเป็นสีทองถูกจุดขึ้นมาจากมือของคนทั้ง 20 ตงฟางจึงมองไฟแต่ละชนิดจากนั้นเขาก็จัดแจงพวกมันให้เป็นกลุ่มก้อนเพราะไฟแต่ละสีมีคุณสมบัติต่างกัน แม้มันจะเผาไหม้ได้เหมือนกัน กลับมีการเผาไหม้ที่ไม่เหมือนกัน
ยกตัวอย่างเช่นเปลวเพลิงสีฟ้า มันเป็นเปลวเพลิงที่มีความร้อนสูงมาก หากสัมผัสกับวัตถุบางอย่างสามารถทำให้วัตถุชิ้นนั้นสลายกลายเป็นเถ้าถ่านได้ง่ายๆ เปลวไฟสีม่วงในระดับเดียวกัน มันกลับมีความสามารถในการเผาไหม้ที่ต่าง เนื่องจากมันจะไม่เผาไหม้วัตถุให้กลายเป็นเถ้าถ่านในครั้งแรก เพราะมันจะเริ่มกระจายความร้อนเข้าไปก่อน จนวัตถุชิ้นนั้นได้รับความร้อนที่เท่ากันทั่วทั้งวัตถุ มันถึงจะเริ่มกระบวนการเผาให้กลายเป็นเถ้าถ่าน
“หลับตาแล้วปล่อยสมองให้โล่ง”
ตงฟางบอกคนทั้ง 20 ให้หลับตาทำตามที่เขาบอก จนพวกมันยอมหลับตาทำตามเขา ตงฟางจึงเป็นคนเข้าไปควบคุมพวกมันอย่างสมบูรณ์ผ่านพลังจิตที่เขามี
ปึง~!
ฝ่ามือของชายคนแรกกระแทกลงไปบนเตาพร้อมกับปลดปล่อยเปลวเพลิงสีม่วงของมันในจุดที่ตงฟางระบุเป็นจุดแรกที่เขาต้องการจะตบ แล้วให้คนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามตบลงไปยังเตาเช่นเดียวกัน จากนั้นเขาก็เริ่มสั่งให้ชายอีก 2 คนที่ยืนอยู่รอบเตาข้างๆตบเตาเช่นกัน จนทิศเหนือ ใต้ ออก ตก ของเตาทั้ง 4 ทิศถูกฝ่ามือของชายที่ใช้เพลิงสีม่วงผลัดกันตบตามคำสั่งของตงฟางเกิดเป็นการแบ่งทักษะใช้งานขึ้นมา
“ทักษะดาราสวรรค์ 54 ฝ่ามือ”
ปึง~!ปึง~!ปึง~!ปึง~!ปึง~!ปึง~!ปึง~!
หญิงสาวสวมชุดสีฟ้าอ่อนย่นคิ้ว หลังจากเห็นตงฟางยืนนิ่งปล่อยให้คนทั้ง 4 เริ่มกระบวนการหลอมยา เธอตกใจมากเนื่องจากคนทั้ง 4 ไม่เคยหลอมยาแน่นอนจากท่าทางของพวกมันที่เธอเห็นตอนเดินเข้ามาในห้อง
พวกเขาทั้ง 4 ในตอนนี้กลับสร้างความตะลึงให้กับเธอ เพราะกำลังพยายามควบคุมเปลวไฟรอบๆเตาหลอม จนทำได้ดีไม่ต่างจากนักหลอมยา แล้วเธอก็เริ่มตกใจมากขึ้นกว่าเดิมก็เพราะว่าทักษะที่คนทั้ง 4 กำลังใช้เป็นทักษะเดียวกันที่เธอเห็นจากตงฟาง
แม้พวกเขาทั้ง 4 จะใช้ทักษะที่เหมือนตงฟางก็ตาม กลับเป็นการใช้งานคนละส่วนของทักษะ เหมือนกับพวกเขาแยกทักษะของตงฟางออกเป็น 4 ส่วนเพื่อให้พวกเขาใช้งานร่วมกัน
ปึง!
สมุนไพรระดับ 6 ต้นแล้วต้นเล่าหย่อนลงไปในเตาหลอมยา สร้างความรู้สึกทึ่งให้เธอเพราะภายในเตาหลอมกำลังปลดปล่อยพลังเทียบเท่าระดับราชาวิญญาณออกมา ทั้งๆที่ใช้สมุนไพรเพียงแค่ระดับ 6 เท่านั้น ตงฟางที่รับรู้ได้ว่าหญิงสาวด้านหลังกำลังตะลึงงัน เขากลับยังไม่สามารถอธิบายอะไรได้ วิธีที่เขากำลังใช้มันก็คล้ายกับวิธีที่เขาแข่งขันที่เมืองหลงไห่
สมุนไพรระดับ 7 ไม่ได้มีมากมาย เขาจึงใช้วิธีการนำสมุนไพรพิษลงไปหลอมในเตา 5 ชนิดด้วยกันเพื่อนำความสามารถของพวกมันไปหนุนเสริมสมุนไพระดับ 6 ให้กลายเป็นระดับ 7 ภายใต้ความพยายามสลายพิษออกจากสมุนไพรระดับ 6 ที่ยกระดับไปเป็นระดับ 7 นี้เอง ตงฟางก็รีบเปลี่ยนตัวคนหลอมยาไปเป็นอีกกลุ่มทันที แล้วเขาก็บอกชายกลุ่มนี้ปลดปล่อยเพลิงของพวกเขาทั้ง 8 คนเข้าไปในเตาหลอม ด้วยผลของไฟสีฟ้ามันร้อนมากพอที่จะทำให้เขาสลายพิษออกมาจากตัวยาได้
ถึงอย่างนั้นไฟของระดับผันแปรวิญญาณก็ยังร้อนไม่พอจะหลอมยาระดับ 7 ให้เข้ากันได้ดี ตงฟางจึงเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นไฟเช่นเดียวกัน แล้วเริ่มบีบอัดเปลวไฟบนตัวของเขาจากสีแดงจนกลายเป็นสีน้ำเงินจนความร้อนที่เขาปล่อยใส่เข้าไปในเตาเพิ่มสูงขึ้น
ทางฝั่งระดับผันแปรวิญญาณพวกเขาก็ใช้ทักษะดาราสวรรค์ 54 ฝ่ามือผ่านมือของพวกเขา ทางฝั่งตงฟางใช้ทักษะดาราสวรรค์ 54 ฝ่ามือผ่านทางพลังจิตด้วยการก่อรูปร่างพลังจิตเป็นฝ่ามือตบลงไปบนเตาเรื่อยๆไม่คิดหยุดมือ
สาเหตุที่เขาไม่ควบคุมอุณหภูมิของเตาโดยตรงเหมือนเดิมนั้น ก็เพราะว่าเขากำลังใช้ความสามารถในการควบคุมไฟ ควบคุมไฟคนอื่นๆด้วย เพื่อทำให้มันมีความร้อนเกินระดับผันแปรวิญญาณ
ภายใต้เวลาที่ค่อยๆเลยผ่าน ตงฟางได้ผัดเปลี่ยนระดับผันแปรวิญญาณทั้ง 20 ให้เข้ามาหลอมยาช่วยเขา จนกว่ายาระดับ 7 จะสำเร็จตามที่เขาต้องการ
บรึ้ม~!
“ขอล่ะ ขอให้สำเร็จทีเถอะ”
เม็ดบัวเหมันต์ทรราชเม็ดแรกโยนลงไปในเตาหลอม จากนั้นตงฟางก็เร่งเปลวไฟของเขาให้สูงขึ้นไปอีก ทางฝั่งระดับผันแปรวิญญาณพวกเขาก็พยายามเติมพลังวิญญาณเข้าไปอีกเพื่อให้ไฟของพวกเขาร้อนที่สุดเท่าที่จะทำได้
ใครก็ตามที่แสดงท่าทางเหมือนพลังกำลังจะหมดลงไป ตงฟางจะเปลี่ยนพวกเขาออกแล้วนำคนใหม่เข้ามาแทน ภายในระยะเวลา 1 ชั่วโมงของการหลอมยา เขาไม่สามารถพลาดได้ จึงต้องผลัดเปลี่ยนกันด้วยความระมัดระวัง ไม่ยอมให้ความร้อนลดแม้แต่องศาเดียว
“เม็ดสุดท้าย”
เม็ดบัวเหมันต์ทรราชเม็ดสุดท้ายโยนลงไปในเตาหลอมยา ก่อนที่ตงฟางจะระเบิดพลังจิตทั้งหมดเท่าที่มีออกมาบีบอัดเปลวไฟของเขา ระดับผันแปรวิญญาณพวกเขาที่ได้รับคำสั่งให้เร่งเปลวไฟให้ร้อนที่สุดต่างก็พุ่งเข้ามาช่วยกันครบทั้ง 20 จนทำให้เตาหลอมยาระดับ 5 เปล่งแสงสีแดงใกล้จะละลาย
“ใกล้แล้ว ใกล้แล้ว!”
หญิงสาวมองด้วยความคาดหวัง ตอนนี้เตาหลอมของตงฟางกำลังเข้าสู่ช่วงหลอมละลาย ทันใดนั้นก็เกิดเสียงระเบิดพร้อมกับเศษเตาหลอมกระจายไปทั่วห้องจนเธอหลับตาไม่กล้ามองสิ่งที่ระเบิด เพราะไม่อยากผิดหวัง
“ให้ทาย เธอคิดว่าฉันหลอมสำเร็จไหม”
ตงฟางกระโดดเข้ามาป้องกันไม่ให้เศษเตาหลอมกระเด็นไปโดนหญิงสาวที่นอนอยู่บนพื้น ส่วนคนทั้ง 20 ที่ช่วยเขาหลอมยาพวกมันสลบไปหมดแล้ว
“สำเร็จ” หญิงสาวตอบออกไปตามตรง
“ทำไมคิดว่าสำเร็จล่ะ ไม่กลัวว่าฉันจะทำไม่สำเร็จเหรอ” ตงฟางฉีกยิ้มเล็กน้อยแล้วนำยาระดับ 7 มาให้เธอดู จากพลังวิญญาณที่กระจายออกมารอบๆเม็ดยามันสูงมากๆ จนเธอรู้สึกเกรงกลัวเม็ดยาตรงหน้า
“เอาล่ะ กินเข้าไปแล้วน่าจะหายจากอาการทุกอย่าง แต่ตันเถียนและจุดพลังวิญญาณคงต้องรักษาต่อไป”
ตงฟางป้อนยาระดับ 7 ให้หญิงสาวตรงหน้าจากนั้นเขาก็ล้มตัวลงไปนอนบนพื้นด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อน สลับกับหญิงสาวที่เป็นฝ่ายลุกขึ้นมานั่งมองเขาด้วยใบหน้าขอบคุณ
“จะเฝ้าให้”
“เหรอ งั้นขอนอนสักพักนะ”
ตงฟางฉวยโอกาสขยับไปนอนตักปล่อยให้เธอมองใบหน้าของเขาต่อไป จากนี้ไปการจะแอบอุ้มเธอและแอบแตะเนื้อต้องตัวคงทำไม่ได้แล้ว ไม่อย่างนั้นเขาอาจจะโดนเธอกระทืบได้เพราะขยับตัวได้ปกติแล้ว ความเสียหายทางระบบประสาททั้งหมดน่าจะกลับมาเป็นปกติหลังจากเขาตื่นนอน
“อยากรู้จังว่า 5 ปีที่ตาแก่หลี่หยุนให้เรามาเพิ่มพลัง แกกำลังเตรียมอะไรเอาไว้ให้เราที่เมืองหลวงกันนะ”
ความคิดสุดท้ายของตงฟางจบลงไปก่อนที่เขาจะหลับ โดยความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัวของเขาก็เพราะว่า ตัวเขาเองรู้สึกเหนื่อยมาก ยังไม่ถึง 1 ปีเลยด้วยซ้ำเขาต้องเจอเหตุการณ์ร้ายมากมาย
การที่ตาแก่หลี่หยุนสร้างเส้นทางให้เขาเดินทางมายังเมืองหลงไห่ก่อนจะไปเมืองหลวง เขาคิดว่าจะต้องมีงานใหญ่รอเขาอยู่แน่นอน แล้วก็ไม่คิดด้วยว่าพ่อของตัวเองจะให้เขาแก้แค้นด้วยกำลังของเขาคนเดียว หากเขาทำได้ พ่อของเขาคงทำไปนานแล้วด้วยพลังที่มากกว่าเขา มันจะต้องมีอะไรสักอย่างรอเขาอยู่เมืองหลวงอย่างแน่นอน ตาแก่หลี่หยุนจึงให้เขามาเมืองหลงไห่เพื่อเพิ่มพลังวิญญาณ ส่วนตาแก่คงกำลังไปสะสางเรื่องราวบางอย่างที่ตัวของตงฟางไม่สามารถทำได้
การเดินทางไปเมืองหลวงเขาอาจจะเจอพ่อที่นั่น แล้วความจริงสุดท้ายเกี่ยวกับการแก้แค้นและสิ่งที่พวกเขาจะต้องเจอ คงจะถูกอธิบายในตอนเดินทางถึงเมืองหลวง
—--------------------------------
“หือ นั่งจ้องมาตลอดเลยเหรอ”
ตงฟางถามด้วยความสงสัย หลังจากเขาลืมตาตื่นขึ้นมาพบเจอหญิงสาวที่เขาหนุนตักกำลังนั่งมองจ้องเขาแทบไม่กระพริบตา
“อือ”
“โอ๊ะ ใช่ๆ ขอโทษมากๆ พึ่งหายป่วยแท้ๆฉันก็นอนหนุนตักแล้ว เจ็บขาไหม รู้สึกชาหรือเปล่า” ตงฟางพยายามนวดขาบริเวณที่เขานอนทับไป แต่เขาต้องชักมือกลับเมื่อถูกหญิงสาวมองไม่วางตา
“ไม่”
“ขอโทษนะ ถ้ามีอะไรก็บอกได้”
“ขอบคุณนะ” ตงฟางถอนหายใจออกมาเล็กน้อยนึกว่าจะถูกดุ
“ไม่เป็นไร ฉันเต็มใจช่วย เอาล่ะ ก่อนที่เราจะเริ่มสำรวจวิหารแห่งนี้เพื่อหาแหล่งพลังงานที่มากที่สุดมารักษาตันเถียนของเธอเป็นลำดับถัดไป ฉันขอลองทำอะไรสักอย่างหน่อยนะ”
ตงฟางเดินตรงไปยังระดับผันแปรวิญญาณที่นอนนิ่งบนพื้นดิน แล้วเริ่มกางแขนออกไปสุดตัวพร้อมกับท่องบางอย่างตามหนังสือทักษะปีศาจที่เขาเผาทิ้งไป
แม้เขาบอกตัวเองว่าจะไม่มีทางใช้ทักษะนี้ ความอยากรู้อยากเห็นกลับบอกให้เขาทดลองใช้งาน ตอนนี้ระดับผันแปรวิญญาณทั้ง 20 พวกมันถูกสะกดจิตจนตกอยู่ภายใต้ความจงรักภักดีต่อตัวเขา เข้ากับเงื่อนไขทักษะให้ฆ่าผู้จงรักภักดี ตงฟางจึงไม่รอช้า กางกรงเล็บเตรียมจะกระซวกหัวใจ หลังจากคำพูดที่เขากำลังเอ่ยใกล้จะจบลง
“.....ข้าขอสังเวยหัวใจดวงนี้ เพื่อเข้าสู่ก้าวแรกของทักษะ”
“ไม่ อย่า อย่าใช้มัน” กรงเล็บที่กำลังพุ่งตรงไปกลางหน้าอกระดับผันแปรวิญญาณหยุดลงกระทันหัน หลังจากหญิงสาวด้านหลังห้ามตงฟางไม่ให้ใช้ทักษะปีศาจ เขาจึงหันมองด้วยความสงสัย
“ทำไมเหรอ”
“ห้าม มันไม่เหมาะ ไม่อยากให้เป็นมาร”
“แค่จะทดลองเฉยๆ”
“ไม่ ไม่ให้ลอง” หญิงสาวย่นคิ้วทำหน้าดุกลัวจะเกิดอันตราย ตงฟางจึงยอมวางมือ
“โอเค งั้นก็ได้ แต่ต้องมีของแลกเปลี่ยนหน่อยนะ ฉันจะไม่ใช้ทักษะปีศาจก็ได้ แต่เธอต้องบอกชื่อเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน”
“ซูฮวา”
ตงฟางเบิกตากว้าง ปกติเขาพยายามถามชื่อเธอตลอด กลับไม่ได้รับคำตอบ ครั้งนี้เธอกลับจริงจังยอมบอกชื่อเพื่อแลกกับการให้เขาไม่ใช้ทักษะปีศาจ เขาจึงพยักหน้าแล้วยอมเลิกลาแต่โดยดี
“ซูฮวาเหรอ ชื่อเพาะดี ฉันตงฟาง ยินดีที่ได้รู้จัก”
“อืม ตงฟาง”