“ถอยออกไป ถ้ายังไม่อยากให้เจ้าหญิงของพวกแกกลายเป็นศพ” เจ้ากรมการทูตขู่ออกมาขณะใช้มือที่เหมือนมีดของเขากระชับไปที่คอปลายฝน
มีหลายคนที่คิดพยายามเข้าไปช่วยปลายฝนต่างต้องล้มเลิกความคิดนั้น เขาจำใจต้องถอยหลังตามคำสั่งของเจ้ากรมการทูต แต่พวกเขาก็แสร้งทำเป็นถอยแค่ก้าวไม่เกินสองก้าวเท่านั้น เหล่าทหารกบฏที่ยังคงรอดชีวิตอยู่ต่างรีบเข้ามาล้อมเจ้ากรมการทูต เพื่อช่วยเขาอีกชั้น
“เจ้ากรมการทูตแน่จริงปล่อยเจ้าหญิงแล้วมาดวลตัวต่อตัวกับข้า” ดิเรกตะโกนออกมาอย่างเดือดดาลทั้งที่รู้ว่าไร้ประโยชน์ก็ตาม
“ทำไมเธอต้องทำอย่างนี้ด้วย? ปล่อยลูกธารารินทร์นะ” พระราชินีคร่ำครวญออกมาทั้งน้ำตา
“ปล่อยลูกธารารินทร์ของฉันเถิด ฉันให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่มีใครทำอันตรายพวกเธอทุกคน” พระราชาประกาศเสียงดังฟังชัด
ดูเหมือนเจ้ากรมการทูตจะยังไม่มีทีท่าที่จะปล่อยปลายฝนแม้ว่าพระราชาจะประกาศรับรองความปลอดภัยของเขา
เจ้ากรมการทูตยังคงถอยร่นอย่างช้า ๆ เขาเหมือนยังไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น เขาเหมือนจะออกไปจากที่นี่โดยใช้ปลายฝนเป็นตัวประกัน
ทันทีที่ใครก็ตามทำท่าทางจะหาโอกาสเข้าไปช่วยปลายฝน เจ้ากรมการทูตก็จะทำการขู่ฆ่าปลายฝนทุกครั้ง
ยิ่งเจ้ากรมการทูตเข้าใกล้ประตูกำแพงพระราชวังมากเท่าไรทุกคนต่างสิ้นหวังมากขึ้นเท่านั้น โอกาสที่จะช่วยปลายฝนมันยิ่งริบหรี่มากขึ้น
“ได้โปรดปล่อยลูกสาวของเราด้วย” พระราชาอ้อนวอนอีกครั้ง “ฉันขอแลกตัวฉันกับลูกสาวก็ได้”
ตูม!!
ทันใดนั้นเกิดเสียงสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั้งบริเวณ เมื่อควันจางหายทุกคนรวมถึงเจ้ากรมการทูตก็ได้เห็นคิดก้อนใหญ่ได้อุดปากประตูกำแพงพระราชวังเอาไว้แล้ว
ทุกคนต่างหันไปทางดารินอย่างอัตโนมัติ ไม่มีใครอื่นแล้วที่จะสามารถเสกหินก้อนใหญ่ออกมาได้เช่นนี้ มันต้องมาจากเวทมนตร์ที่ดารินใช้อย่างไม่ต้องสงสัย และแน่นอนดารินไม่สามารถปฏิเสธมันได้อยู่แล้ว จากแสงรัศมีสีน้ำตาลรอบตัว และท่าทางของเธอบ่งบอกได้ชัดว่าเธอเพิ่งใช้มนตร์มหากระสุนปฐพีเพื่อปิดกั้นประตูทางออกจากเขตพระราชวัง
ทุกคนต่างสับสนและไม่เข้าใจอย่างยิ่งเหตุใดดารินถึงกล้าที่จะทำเช่นนี้ในเวลาแบบนี้ นี่เธอไม่ห่วงความปลอดภัยของเจ้าหญิงของอาณาจักรเลยหรืออย่างไร?
ดารินเองไม่ใช่ไม่ห่วงความปลอดภัยของปลายฝน แต่เธอรู้สึกมีความมั่นใจบางอย่างว่าเจ้ากรมการทูตไม่ได้มีแผนในการฆ่าปลายฝนจริง ๆ มีความเป็นไปได้ที่เขาต้องการตัวปลายฝนไปแบบยังมีชีวิต แต่มันเป็นเพียงลางสังหรณ์ของเธอเท่านั้น เธอยังหาเหตุผลหรือแรงจูงใจของเจ้ากรมการทูตในการลงมือทำทั้งหมดไปเพื่ออะไรไม่ได้
อีกเหตุผลที่เธอกล้าทำเช่นนี้เพราะเธอเชื่อมั่นจากในใจส่วนลึกว่าอานนท์จะต้องยื่นมือเขามาช่วยหากเกิดอันตรายต่อปลายฝนจริง ๆ แต่จนถึงปัจจุบันเขากลับยังเงียบหายไปราวกับเขากลับบ้านไปโดยไม่ลา แม้แต่เธอเองก็ไม่รู้ว่าตำแหน่งปัจจุบันของอานนท์อยู่ตรงไหนกันแน่ แต่หากเธอบีบให้ปลายฝนต้องตกอยู่ในอันตราย เขาจะต้องปรากฏตัวออกมาอย่างแน่นอน เธอมั่นใจ
“เอาไอ้ก้อนหินนี่ออกไปนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะฆ่าเจ้าหญิงของพวกแกจริง ๆ” เจ้ากรมการทูตพูดออกมาด้วยท่าทางสงบแต่มีความสั่นเพียงชั่วพริบตาในน้ำเสียง
“นายไม่ฆ่าเธอหรอก” มีเสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นข้างหูเจ้ากรมการทูต
ปฏิกิริยาของเจ้ากรมการทูตยังคงฉับไวเสมอ เขารีบเหวี่ยงมือที่เหมือนมีดไปทางเสียงที่เขาได้ยินทันที
เป็นไปตามที่ดารินคาดการณ์ ในที่สุดอานนท์ก็ปรากฏตัวขึ้นมาจริง ๆ อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้ลงมือทำสิ่งใดทั้งนั้น เขาเพียงแค่ยืนอยู่ข้าง ๆ เจ้ากรมการทูต เขาเพิ่งโดนเจ้ากรมการทูตใช้มือที่เหมือนมีดเหวี่ยงใส่เพื่อข่มขู่ไม่ให้เข้ามาใกล้
ตามจริงแล้วเจ้ากรมการทูตไม่ได้เพียงต้องการขู่อานนท์ให้ล่าถอยไปเท่านั้น เขาต้องการจัดการอานนท์ให้ถึงตาย หากไม่ติดปลายฝนเขาคงวิ่งไล่ฆ่าอานนท์เพื่อตัดสินไปแล้ว
ตอนนี้เจ้ากรมการทูตเริ่มหวาดกลัวในตัวอานนท์แล้ว ท่ามกลางเหล่าทหารแปรพักตร์รายล้อมคอยปกป้องกันเขา เหตุใดชายหนุ่มคนถึงทะลุผ่านเข้ามาได้ราวกับผีที่ไม่มีใครรู้ถึงตัวตนเขาเช่นนี้
อีกทั้งเขายังคงคาใจกับสิ่งที่เกิดกับระหว่างเขากับอานนท์ เขาค่อนข้างมั่นใจว่าเขาฟันใส่อานนท์อย่างจัง หากอานนท์ไม่ตายก็ต้องนอนจมกองเลือดจนลุกขึ้นไม่ไหวไปแล้ว แต่ตอนหลังจากนั้นชายหนุ่มคนนี้ก็ลุกขึ้นมาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
“ถอยไปนะ ไม่งั้นฉันจะฆ่าเธอ” เจ้ากรมการทูตพูดพร้อมดึงมือที่เหมือนมีดกลับไปจ่อคอปลายฝนอีกครั้ง