หลังจากกราบหลิงจวินเป็อาจารย์แล้วจางซวนก็ทำความรู้จักกับศิษย์พี่ของตนศิษย์พี่ใหญ่ของจางซวนที่มีอายุมากแล้วกลายเป็ชายชราผมขาวนั้นมีนามว่า หวงติงส่วนศิษย์พี่หญิงรองมีนามว่า อวี้เหอ ศิษย์พี่สามมีนามว่า ฝูหลาง
“ศิษย์น้องเส้นทางการบ่มเพาะเต็มไปด้วยอันตรายหากไม่มีเื่สำคัญจริงๆเ้าไม่ควรจะออกไปจากเขตของนักปรุงยาโดยเฉพาะยอดเขาหลักของพวกเราไม่งั้นอาจจะถูกรังแกได้”หวงติงยิ้ม
“เหตุใดพวกเขาถึงต้องรังแกพวกเราละ”จางซวนเอียงคอด้วยความสงสัย
“เหุ้์ล้วนแต่มีจิตใจที่ซับซ้อน หลายปีมานี้ยอดเขานักปรุงยาของพวกเรามีชื่อเสียงและมีอำนาจไม่น้อยผลประโยชน์มากมายล้วนอยู่ที่ฝ่ายของเราทำให้มีบางคนอิจฉาและ้าจะแย่งชิงผลประโยชน์นี้ไป เมื่อหลายปีก่อนผู้าุโคุมกฎได้มาพบท่านอาจารย์และ้าให้อาจารย์ปรุงยาลับชนิดหนึ่งให้แต่อาจารย์ปฏิเสธเพราะเขาไม่มีความมั่นใจว่าจะทำสำเร็จบวกกับสถานการณ์พิเศษของท่านอาจารย์ทำให้ปรุงเม็ดยาชนิดนั้นไม่ได้
เมื่อท่านอาจารย์ปฏิเสธอีกฝ่ายก็โกรธและหาว่าท่านอาจารย์ไม่ไว้หน้าเขาหลังจากนั้นก็เริ่มที่จะจ้องเล่นงานอาจารย์และฝ่ายปรุงยา” หวงติงกล่าว
“แค่นี้งั้นเหรอ”จางซวนสับสน
“ศิษย์น้องเล็กฉลาดแต่ว่าเื่นี้เ้าอย่าพึ่งรู้เลยรอให้โตกว่านี้ก่อนแล้วกัน” ศิษย์พี่หญิงรองอวี้เหอกล่าว
“ข้าเข้าใจแล้วพี่สาวอวี้เหอ”จางซวนกล่าว
“เ้าเด็กนี่ทำไมไม่เรียกศิษย์พี่หญิงไปเรียกพี่สาวแบบนั้นได้อย่างไร” หวงติงใกลัวว่าอวี้เหอจะโกรธแต่เมื่อหันไปมองกลับพบว่าอวี้เหอไม่เพียงแต่ไม่โกรธยังลูบหัวของจางซวนอย่างอ่อนโยนอีกด้วย
“ศิษย์น้องเล็กเ้าคงไม่ได้เรียกผู้หญิงทุกคนว่าพี่สาวหรอกนะ” ศิษย์พี่สามฝูหลางกล่าว
“เอ๋มันผิดเหรอ” จางซวนกล่าวด้วยสีหน้าไม่เข้าใจและเชิงถาม
“ไม่ผิดหรอกแบบนี้แหละดี สำหรับคนอื่นอาจจะไม่ได้ผลแต่สำหรับศิษย์น้องที่ยังเด็กแบบนี้คำพูดหวานๆใช้ได้ดีที่สุด”หวงติงหัวเราะออกมา
“เอาละศิษย์พี่ข้าจะพาศิษย์น้องเดินดูรอบๆฝ่ายปรุงยาของพวกเราและนำไปที่พักจากนั้นพวกท่านค่อยหาเวลามาชี้แนะศิษย์น้องทีหลัง”หลิงซินกล่าว
“ดีข้าเองก็จะกลับไปเก็บตัวปรุงยาต่อ” อวี้เหอเดินจากไป
“ไว้ข้าจะแวะไปหาเ้าใหม่”หวงติงยิ้มและโบกมือ
จางซวนเองก็โบกมือให้จางซวนรู้สึกว่าที่นี่ไม่เลวศิษย์พี่ทั้งสามคนล้วนแต่เป็คนดีและเข้าถึงได้ง่ายหลิงซินจูงมือจางซวนเดินไปรอบๆยอดเขาต่างๆของฝ่ายปรุงยาเหล่าศิษย์คนอื่นๆเมื่อเห็นหลิงซินก็คารวะทักทายบางคนก็เรียกอาจารย์อาเพราะพวกเขาบางคนเป็ศิษย์ของพวกหวงติงอีกที
“นี่คือห้องสำหรับปรุงยาที่แห่งนี้มีเตาปรุงยาชั้นเลิศให้เช่าบวกกับสามารถแลกเปลี่ยนสมุนไพรที่้าได้จากที่นี่ทำให้ผู้าุโส่วนใหญ่เลือกที่จะมาเช่าห้องปรุงยาที่นี่แถมด้านใต้หอปรุงยาแห่งนี้มีชีพจรเพลิงที่ทรงพลังทำให้เวลาปรุงยาสามารถดึงเปลวเพลิงด้านล่างมาใช้ได้”หลิงซินกล่าว
“เปลวเพลิงจากชีพจรเพลิงและเพลิงจากพลังปราณของพวกเราแบบไหนดีกว่ากัน”จางซวนกล่าว
“นั่นก็ต้องดูว่าคนๆนั้นมีรากิญญาแบบใดหากมีรากิญญาธาตุไฟเช่นนั้นไม่เพียงแต่เ้าจะสามารถควบคุมพลังของชีพจรเพลิงได้แล้วยังทำให้พลังของเปลวเพลิงรุนแรงกว่าเดิมอีกด้วยแต่หากไม่มีรากิญญาไฟเช่นนั้นก็ทำให้แค่ฝืนควบคุมเพลิงของชีพจรเพลิงเท่านั้นแต่ผลก็จะลดลงอย่างมาก”หลิงซินกล่าว
“แสดงว่าการปรุงยาที่นี่ดีกว่าปรุงยาในที่พักส่วนตัวใช่หรือไม่”จางซวนเบิกตากว้าง
“ใช่แล้วแม้จะเสียค่าทำเนียมเล็กน้อยแต่ก็คุ้มค่า ข้าเองก็มักจะมาปรุงยาที่นี่บ่อยๆเช่นกัน”หลิงซินกล่าว
“แล้วที่สำนักใช้สกุลเงินแบบไหน”จางซวนกล่าวด้วยสีหน้าลังเล
“ที่สำนักนอกจากแต้มภารกิจที่ได้รับจากการทำภารกิจแล้วก็จะใช้ศิลาปราณในการซื้อขายแลกเปลี่ยนตอนนี้เ้ายังไม่มีแต้มสำนักเลยยังซื้ออะไรไม่ได้แต่ท่านอาจารย์ได้เตรียมศิลาปราณระดับต่ำ10 ก้อนเอาไว้ให้เ้าแล้วแต่ข้าแนะนำว่าเ้ายังไม่ต้องรีบซื้อของอะไรควรใช้ศิลาปราณในการบ่มเพาะก่อนจะดีกว่า”หลิงซินกล่าวก่อนจะยื่นศิลาปราณ 10 ก้อนให้จางซวน
“ข้าเข้าใจแล้ว”จางซวนรับศิลาปราณระดับต่ำมาและมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“จริงสิตอนนี้นอกจากเม็ดยาพื้นฐานแล้วเ้าปรุงยาแบบไหนได้บ้าง” หลิงซินถามด้วยความอยากรู้
“ข้าปรุงยาหลับฝันปรุงยาพิษบางอย่างได้” จางซวนกล่าว
“ยาพิษ!!!!เหตุใดเ้าถึงปรุงยาพิษละ” หลิงซินใด้วยวัยของจางซวนไม่ควรจะยุ่งเกี่ยวกับยาพิษเลย
“เพราะข้าไม่มีสมุนไพรปรุงยาชนิดอื่นๆเลยทำได้แค่ปรุงยาทั่วๆไปเท่านั้นอย่างเช่นผงหญ้าคัน ข้าปรุงไว้ใช้ป้องกันตัว” จางซวนกล่าวด้วยรอยยิ้มใสซื่อ
“ข้าเคยได้ยินว่าเ้าเกือบถูกพวกโจรจับตัวไปขายดูเหมือนเ้าจะจดจำเื่ในปีนั้นได้สินะ”หลิงซินเข้าใจทันที
“ใช่แล้วแม้ผงหญ้าคันจะไม่ทรงพลังและมีค่าแต่มันก็ช่วยในยามจำเป็ได้” จางซวนยิ้ม
“ศิษย์น้องนี่แปลกจริงๆ”หลิงซินหัวเราะ
หลังจากพาไปยังพื้นที่ต่างๆและแนะนำตัวของจางซวนให้ผู้าุโหลายคนรู้จักจางซวนก็ตกเป็เป้าสายตาทันทีหลายคนคิดว่าจางซวนนั้นเป็ผู้มีพร์อย่างแน่นอนถึงอย่างไรหลิงจวินก็ลงจากเขาไปรับกลับขึ้นมาด้วยตัวเอง
หลิงซินเองก็ไม่ได้เปิดเผยเื่ที่จากซวนมีรากิญญาห้าสีและปล่อยให้คนเข้าใจผิดไปแบบนั้นหลังจากที่เดินดูจนครบแล้วจางซวนก็มาถึงที่พักของตัวเองซึ่งไม่ห่างจากของหลิงซินมากนักและอยู่ในเขตส่วนในของฝ่ายนักปรุงยา
“ด้านหลังที่พักของเ้าจะมีที่ว่างอยู่เ้าสามารถหาซื้อเมล็ดสมุนไพรมาปลูกเองได้สมุนไพรที่เ้าปลูกเองไม่ต้องนำไปส่งให้กับสำนักสามารถนำมาปรุงยาได้หรืออาจจะนำไปขายได้มีเพียงแปลงสมุนไพรขนาดใหญ่ที่เ้าเห็นก่อนหน้านี้เท่านั้นที่สมุนไพรทุกต้นต้องส่งให้กับสำนัก”หลิงซินกล่าว
“แล้วหน้าที่ของข้ามีอะไรบ้าง”จางซวนกล่าว
“ตอนนี้เ้าพึ่งมาใหม่พวกเรายังไม่กำหนดหน้าที่ให้กับเ้าแต่จะลองให้เ้าได้ทำทุกอย่างดูก่อนหากเ้าชอบและถนัดงานไหนก็ค่อยมอบหมายให้กับเ้า” หลิงซินกล่าว
“ดีแบบนั้นเลย”จางซวนถอนหายใจ
“เพราะเ้าเป็ศิษย์ของท่านอาจารย์ยังไงละหากเป็ศิษย์ทั่วไปก็จะเป็แบบพวกเขาที่ไม่มีสิทธิ์เลือกงานและต้องทำหน้าที่ดูแลสมุนไพรและป่าไผ่ิญญาทั้งหมด”หลิงซินยิ้ม
“แบบนี้นี่เอง”จางซวนพยักหน้า
หลังจากนั้นหลิงซินก็จากไปปล่อยให้จางซวนพักผ่อนจางซวนนำข้าวของอันน้อยนิดของตัวเองออกมาจัดวางในที่พักที่พักของพวกศิษย์ไม่ใช่บ้านพักอะไรแต่เป็ถ้ำบำเพ็ญ จางซวนมองแม่น้ำสายเล็กที่ไหลผ่านด้านหลังถ้ำและมีพื้นที่โล่งให้แสงแดดสาดส่องลงมาเหมาะแก่การปลูกสมุนไพร
จางซวนเคยเก็บเมล็ดสมุนไพรบางส่วนมาจากูเารอบๆเมื่อปีก่อนมาไว้ไม่น้อยแม้สมุนไพรพวกนี้จะระดับต่ำแต่ก็สามารถปรุงยาพื้นฐานได้เหมาะแก่จางซวนในเวลานี้
“ในที่สุดข้าก็สามารถพูดได้ปกติแล้ว”อี้ที่นอนอยู่บนหัวของจางซวนอยู่ตลอดก็ะโลงมาเพราะไม่อยากให้ใครรู้ว่าตนนั้นไม่ใช่ตัวตนธรรมดาจึงแกล้งทำเป็ไก่ัตัวเล็กๆส่วนเหตุผลที่จางซวนบอกคนอื่นๆว่าจะพาอี้มานั้นก็เพื่อขับไล่แมลงยามปลูกสมุนไพร
“ผู้าุโคิดว่าที่นี่เป็อย่างไร”จางซวนกล่าว
“สำหรับเ้าแล้วก็ถือว่าไม่เลวอยู่ที่นี่เ้าจะฝึกฝนเร็วขึ้นกว่าเดิม 2 เท่าแต่ว่าเมื่อเ้าถึงขอบเขตปราณแท้มันก็จะไม่ช่วยอะไรมากนักมีเพียงเม็ดยาที่จะช่วยเ้าได้ตอนนี้เ้าก็เริ่มวางแผนของตัวเองได้แล้ว”อี้กล่าว
“จากที่พี่สาวหลิงซินบอกข้าพึ่งเข้าร่วมสำนักการบ่มเพาะยังต่ำมีเวลาปรับตัวในเดือนแรกจึงไม่ต้องไปรับภารกิจแต่หลังจากนั้นจะต้องรับภารกิจมาทำอย่างน้อย3 ภารกิจดังนั้นในเดือนแรกข้าเลยวางแผนจะบ่มเพาะและปลูกสมุนไพรรอให้เดือนที่สองข้าจะรับภารกิจปรุงยาพื้นฐาน”จางซวนกล่าว
“อืมทำแบบนี้แหละตอนนี้เมื่อมาถึงสำนักแล้วก็ต้องระวังตัวตลอดเวลาอย่าสร้างเื่ให้มากนัก”อี้กล่าว
“ข้าสร้างเื่อะไร”จางซวนกล่าวด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ
“ข้าหมายถึงอย่าได้ปรุงยาหลับฝันหรือยาพิษออกมาไม่งั้นเมื่อเกิดเื่ขึ้นเ้าจะต้องเดือดร้อนแน่” อี้กล่าว
จางซวนไม่เข้าใจที่อี้จะสื่อและแกล้งทำเป็ไม่ได้ยินหลังจากปลูกสมุนไพรแล้วก็เริ่มนั่งลงแล้วหลับตาบ่มเพาะ
ในวันต่อมาจางซวนก็ถูกหลิงซินพาไปทดลองทำงานต่างๆการดูแลสมุนไพรจางซวนนั้นพึ่งจะเคยทำครั้งแรกแต่ก็ถือว่าทำได้ดีเพราะจางซวนเป็เด็กฉลาดเรียนรู้ได้เร็วจึงทำให้ผู้าุโที่ดูแลสวนสมุนไพรมองด้วยความอ่อนโยน
ส่วนการดูแลไผ่ิญญานั้นต้องใช้เวลาและความอดทนจางซวนเลยไม่ได้สนใจมากนักแม้มันจะมีโอกาสให้เขาได้ขโมยน้ำิญญาจากไผ่ิญญาก็ตามจางซวนก็คิดว่าเขาในตอนนี้ยังไม่จำเป็ต้องใช้น้ำิญญาสักเท่าไหร่
สุดท้ายจางซวนก็เลือกดูแลสมุนไพรจางซวนรับหน้าที่ปลูกและดูแลสมุนไพรระดับกลางหนึ่งแปลงซึ่งหลิงซินได้สอนทุกขั้นตอนให้จางซวนทั้งหมด
“นี่เ้าหนะเมื่อไหร่จะส่งสมุนไพรมาให้ฝ่ายคุมกฎเสียทีเ้ารู้ไหมว่ามันถึงเวลาที่ฝ่ายปรุงยาของเ้าจะต้องส่งสมุนไพรมาแล้ว” ทันใดนั้นเองก็ได้ยินเสียงเอะอะดังขึ้น
จางซวนและหลิงซินหันไปก็พบว่ามีกลุ่มศิษย์และผู้าุโของฝ่ายคุมกฎได้ร้องคำรามใส่ศิษย์ทั่วไปที่ดูแลสมุนไพรอยู่
“สมุนไพรเหล่านี้ยังไม่โตเต็มที่ยังไม่อาจนำไปปรุงยาได้อีกอย่างพวกเราพึ่งส่งสมุนไพรไปยังฝ่ายต่างๆเมื่อครึ่งเดือนก่อนมิใช่หรือเหตุใดฝ่ายคุมกฎของเ้าถึง้าสมุนไพรอีกหรือว่าฝ่ายคุมกฎของเ้ากำลังยักยอกสมุนไพรของสำนักไปขายกัน” ผู้าุโของฝ่ายปรุงยาคำรามด้วยความโกรธ
“น่าขันตอนนี้การต่อสู้ของพันธมิตรเซียนกำลังดุเดือด้าสมุนไพรอย่างเร่งด่วนเลยส่งคำขอมาที่พวกเราและพวกเราก็มีหน้าที่ต้องตอบรับคำขอนั้น” ผู้าุโฝ่ายคุมกฎกล่าว
“ไร้สาระสมุนไพรแต่ละต้นล้วนแต่ต้องใช้เวลาในการเติบโตพวกเราพึ่งแจกจ่ายไปให้ฝ่ายอื่นๆในสำนักจนหมดแล้วเ้าก็กล้าไปรับปากพันธมิตรเซียนโดยไม่บอกพวกเราได้อย่างไรพวกเราจะไปหาสมุนไพรที่ไหนมาส่งให้พันธมิตรเซียน”ผู้าุโฝ่ายปรุงยากล่าว
“นั่นมันเื่ของเ้าแต่หากเ้าหามาไม่ได้เหอๆ คนที่ต้องรับโทษก็คือพวกเ้า” ผู้าุโฝ่ายคุมกฎหัวเราะออกมา
จางซวนที่ได้ฟังก็ขมวดคิ้วเขารู้สึกว่าคนพวกนี้เหมือนหมาบ้าที่กัดคนไม่เลือกหน้าเพื่อเล่นงานฝ่ายปรุงยาพวกเขาไม่สนว่าสำนักจะได้รับความเสียหายหรือไม่