(จบ) รู้ตัวอีกทีวาฬน้อยผู้นี้ก็กลายเป็นที่รักของเหล่ามนุษย์แล้ว

    บทที่ 52 ลูกแท้ ๆ สู้เด็กรับมาเลี้ยงไม่ได้

    บทที่ 52 ลูกแท้ ๆ สู้เด็กรับมาเลี้ยงไม่ได้


    ฉินอิงอิงไม่หลบ

    เยี่ยนเสี่ยวหรูรู้สึกกลัวแต่ถึงอย่างนั้นก็เม้มปากและเร่งความเร็ว


    ฉินอิงอิงต่อยตีเก่งแล้วอย่างไร อีกฝ่ายอายุสามขวบครึ่ง ตัวอ้วนกลม สู้เธอที่อายุห้าขวบกว่าไม่ได้หรอก


    หากเยี่ยนเสี่ยวหรูชนเข้าไป ฉินอิงอิงนั่นแหละที่จะซวย

    ลู่ฉีกับหม่าฮ่าวเห็นท่าไม่ดีก็รีบพุ่งเข้าไปพร้อมกัน หม่าฮ่าวอ้วนเกินไปทำให้เคลื่อนไหวช้ากว่า ส่วนลู่ฉีนั้นระเบิดพลังอันน่าทึ่งออกมา


    ครูอู๋ ครูประจำชั้นเรียนอนุบาลสามเห็นแล้วหัวใจเต้นเร็วจนแทบจะหลุดออกมา เด็กคนนี้ร่างกายไม่ค่อยดีมาตลอด กิจกรรมที่หนักขนาดนี้อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตเขาได้

    “ลู่ฉี!”


    “เอ๋?”


    ฉินอิงอิงเงยหน้าไปมองตามสัญชาตญาณ เธอเห็นว่าพี่ลู่ฉีวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าที่ดุร้าย โดยมีหม่าฮ่าวตามหลังมาอีกที


    เธอจำได้ว่าสุขภาพของพี่ลู่ฉีไม่คอยดีนัก เมื่อครู่นี้ร่างกายก็ดูแย่ เขาจำเป็นต้องพักผ่อน


    ในตอนที่ต้องเลือกระหว่างยอมให้เยี่ยนเสี่ยวหรูชนเธอจนล้มลงกับเลือกที่จะดึงพี่ลู่ฉี ฉินอิงอิงเลือกอย่างหลังอย่างไม่ลังเล


    พวกครูพุ่งตรงมาทางนี้อย่างพร้อมเพรียง ต่างคนต่างรีบร้อน ดูเผิน ๆ แทบจะไม่ต่างจากแมงมุมที่มีแปดขา แต่ก็ยังช้าไปอยู่ดี


    พริบตาเดียว เยี่ยนเสี่ยวหรูก็พุ่งมาถึงตรงหน้าฉินอิงอิง


    ผลคือฉินอิงอิงที่ควรถูกเยี่ยนเสี่ยวหรูชนกระเด็นหลบได้ เยี่ยนเสี่ยวหรูจึงหัวกระแทกกับเสาสไลด์เดอร์ที่อยู่ข้างหลังไม่ไกลนัก


    “โอ๊ย!”


    พวกคุณครูตกตะลึง


    ฉินอิงอิงวิ่งเข้าไปหาลู่ฉีและยิ้มตาหยีโบกมือให้เขา


    “พี่ลู่ฉี อิงอิงไม่เป็นไร พี่อย่ารีบวิ่งสิ”


    ลู่ฉีหายใจเหนื่อยหอบ ใบหน้าซีดขาวยิ่งกว่าก่อนหน้านี้


    ฉินอิงอิงวิ่งไปตรงหน้าลู่ฉีเพื่อประคองเขา เมื่อได้ยินเสียงหัวใจอีกฝ่ายเต้นตุบตับไม่หยุดก็รู้สึกกังวลขึ้นมาเล็กน้อย


    “พี่ลู่ฉี”


    ลู่ฉีโบกไม้โบกมือพลางยิ้มอย่างอ่อนแรง “อิงอิงน้อย พี่ไม่เป็นไร”


    หม่าฮ่าวกับครูมาถึงที่เกิดเหตุแล้ว ครูอู๋รู้ดีเรื่องสุขภาพของลู่ฉีจึงไม่ได้สนใจเยี่ยนเสี่ยวหรูที่ชนเสา แต่โทรเบอร์ 120 เป็นอันดับแรก

    ลู่ฉีต้องไปโรงพยาบาล เยี่ยนเสี่ยวหรูที่หน้าผากแตกก็ถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลเหมือนกัน


    ครูใหญ่ตามมาดูสถานการณ์ เขาไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี


    “จริง ๆ เลย…”


    ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว ทว่าเขาโยนความผิดให้เด็กผู้หญิงอายุไม่ถึงหกขวบไม่ได้จริง ๆ


    แต่พวกครูเข้าใจเรื่องทุกอย่างชัดเจนและรู้สึกว่าเยี่ยนเสี่ยวหรูทำเกินไป

    เมื่อวานเพิ่งจะรู้ว่าฉินอิงอิงมีความสามารถในการต่อสู้ที่ดุดันขนาดนั้น ไม่นึกเลยว่าวันนี้จะมีคนกล้ายุแหย่เธอ


    “ผู้ปกครองของเธออยู่ที่โรงพยาบาล งั้นก็ส่งคลิปที่เกิดเหตุให้ผู้ปกครองเธอก่อนเถอะ”

    เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ตอนที่ผู้ปกครองของเยี่ยนเสี่ยวหรูเห็นลูกสาวหน้าผากแตกแล้วกลับมาสร้างปัญหาให้ฉินอิงอิง


    แน่นอน ภูมิหลังของฉินอิงอิงไม่มีอะไรให้ต้องกลัวเยี่ยนเสี่ยวหรูเลยสักนิด


    ครั้งนี้โรงเรียนก็ต้องรับผิดชอบกับเรื่องดังกล่าวด้วย พวกครูต้องถูกลงโทษร่วมกัน ครูใหญ่เริ่มเปิดประชุมทันทีและเน้นย้ำให้ดูแลนักเรียนให้ดีกว่าเดิม


    เยี่ยนเสี่ยวหรู ฉินอิงอิง ลู่ฉี และหม่าฮ่าวกลายเป็นจุดสนใจ


    ตอนเย็นระหว่างทางกลับบ้านหลังเลิกเรียน ฉินอิงอิงกับพี่ชายนั่งเบาะแถวหลังโดยมีฉินอี้หานขับรถให้ด้วยตัวเอง


    ฉินอี้หานนึกถึงตอนที่ครูหลี่โทรมาหาเขาอย่างอดไม่ได้ เยี่ยนเสี่ยวหรูเหยียดอิงอิงน้อยว่าไม่ใช่บุตรทางสายเลือดแต่เป็นเด็กที่ถูกรับมาเลี้ยง


    เขาไม่มีความคิดจะแต่งงาน ไม่ได้สนใจผู้หญิงเลยสักนิด


    เหตุผลที่รับเลี้ยงอิงอิงน้อยในตอนแรกมีแค่สองเหตุผล ประการที่หนึ่งคือเพื่อเป็นเพื่อนเล่นกับลี่เฉิง ประการที่สองคือเพื่อให้คนแก่ที่บ้านสองคนเบาใจลง


    คิดไม่ถึงว่าอิงอิงน้อยจะทำให้คนรักใคร่ขนาดนี้ เขาอิจฉาพ่อแม่ที่แท้จริงของอิงอิงน้อยที่มีลูกสาวสุดน่ารักและเชื่อฟังแบบเธอ


    ฉินอี้หานกลัวว่าคำพูดของเยี่ยนเสี่ยวหรูจะทำให้ลูกสาวสุดที่รักของเขาเจ็บปวด

    เขาอยากบอกลูกสาวผู้เป็นแก้วตาดวงใจว่า เขาแซ่ฉิน เธอก็แซ่ฉิน ดังนั้นเธอเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของเขา


    เพียงแต่ตอนนี้ไม่รู้จะเปิดปากพูดยังไง เพราะกลัวฉินอิงอิงจะต่อต้าน… 


    แต่เมื่อนึกถึงคำพูดของครูหลี่ ฉินอี้หานรู้สึกว่าตอนนี้ลูกสาวของเขาไม่น่าจะเข้าใจความแตกต่างของบุตรบุญธรรมกับบุตรทางสายเลือด


    แต่เขาก็ยังอยากบอกเธอ สำหรับเขาแล้วอิงอิงน้อยเป็นลูกที่สำคัญที่สุด


    ฉินอี้หานไม่ใช่คนเวิ่นเว้อ สมองคิดอะไรก็พูดออกมาทันที


    “อิงอิงน้อย รู้ความหมายของบุตรบุญธรรมกับบุตรทางสายเลือดไหม?”


    ฉินอิงอิงกำลังก้มหน้าเล่นไข่มุกเม็ดเล็กบนกระโปรงผ้าชีฟอง เล่นไปพลางก็นับไปพลาง


    “ไม่รู้ค่ะ!”

    เธอคิดว่าตัวเองควรรู้ด้วยสติปัญญาของเธอ แต่เธอไม่รู้

    เหมือนว่าสติปัญญาของเธอจะลดน้อยลง น่าแปลกมาก… 

    เยี่ยมลี่เฉิงรีบร้อนมองอาฉินที่ขับรถ เห็นสีหน้าท่าทางที่อ่อนโยนของอาฉิน ท่าทางเหมือนกำลังมีแผนอยู่ในใจ เขาก็ไม่พูดอะไร


    เขาอุ้มอิงอิงน้อยขึ้นมาให้เธอนั่งในอ้อมกอด


    ฉินอี้หานเปิดปากพูดอีกครั้ง “บุตรโดยสายเลือดคือความสัมพันธ์ที่เกี่ยวโยงกันทางสายเลือด เหมือนพี่ชายทั้งเจ็ดคนของลูกที่มีลุงใหญ่ ลุงรอง ป้าสะใภ้ใหญ่ ป้าสะใภ้รองเป็นพ่อแม่ พวกเขามีหน้าที่ต้องอบรมและเลี้ยงดูบุตรตามกฎหมาย พ่อรับลูกมาเลี้ยงจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เราไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกันเลย แต่พ่อก็รับเลี้ยงลูกแล้ว ลูกก็เหมือนกับพี่ชายทั้งเจ็ด คือลูกเป็นลูกสาวของพ่อ ถึงจะไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดแต่ฉินอี้หานมีลูกสาวเพียงแค่คนเดียว”

    “คำพูดที่เยี่ยนเสี่ยวหรูพูด หรือต่อไปหากมีคนอื่น ๆ มาพูดแบบนี้กับลูกอีก ลูกก็อย่าเอามาใส่ใจ พวกเขาใจแคบ พวกเราพ่อลูกรู้อยู่แก่ใจก็พอ แต่ถ้าพวกเขาทำเกินไปจริง ๆ อิงอิงน้อยต้องบอกพ่อนะ พ่อจะสั่งสอนพวกเขาให้เอง!”


    อย่างเช่นเยี่ยนเสี่ยวหรู!


    กล้ามาพูดแบบนั้นกับอิงอิงน้อย เขาออกปากแล้วว่าจะทำให้เยี่ยนผิงต้องเจอกับเรื่องยากลำบากจนเลือดตาแทบกระเด็น

    ถ้ารู้ว่าลูกสาวเป็นสาเหตุของความวุ่นวาย เยี่ยนผิงคงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟและทุบตีเยี่ยนเสี่ยวหรูอย่างอดไม่ได้


    ถึงฉินอิงอิงจะรู้สึกว่าสติปัญญาของตนถดถอยลงไป โดยไม่ทราบเหตุผลที่แน่ชัด แต่ความสามารถในการเข้าใจของเธอยังดีอยู่เหมือนเดิม


    เธอเข้าใจความหมายของพ่อผู้ให้อาหารแต่ไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ ๆ เขาถึงพูดเรื่องนี้กับเธอ

    “พ่อคะ บุตรทางสายเลือดกับบุตรบุญธรรมแตกต่างกันมากไหมคะ?”


    “อิงอิงน้อยเป็นเด็กที่พ่อรับมาเลี้ยง ไม่ใช่ลูกทางสายเลือด พ่อจะไม่ต้องการอิงอิงไหม?”


    อย่ามาพูดเลย!


    ถึงเธอจะน่ารักมาก แต่เธอก็กินเก่งพอ ๆ กับความน่ารัก


    ลูกวาฬน้อยเดาว่าคงหาพ่อมนุษย์ที่เป็นเหมือนกับพ่อผู้ให้อาหารสักคนได้ยาก


    เมื่อเห็นความจริงจังผ่านทางสายตาของลูกสาวสุดที่รักผ่านแว่น ฉินอี้หานก็จริงจังขึ้นมาทันที


    “ไม่มีทางเป็นแบบนั้นหรอก! อิงอิงน้อยจะเป็นลูกสาวของพ่อตลอดไป!”


    ฉินอิงอิงมีความสุขแล้ว


    “พ่อก็จะเป็นพ่อของอิงอิงน้อยตลอดไปเหมือนกัน!”


    “พ่อไม่ต้องกังวลเรื่องอิงอิงน้อยรู้สึกไม่ดีเพราะคนอื่นพูดว่าอิงอิงน้อยไม่ใช่ลูกทางสายเลือดของพ่อ ขอแค่พ่อยังเป็นพ่อของอิงอิง อิงอิงก็ไม่โกรธหรอก”


    ฉินอิงอิงเอียงคอคิดและพูดเสริมหนึ่งประโยค


    “พ่อคะ อิงอิงรู้สึกว่าเยี่ยนเสี่ยวหรูก็แค่อิจฉาอิงอิง!”


    ฉินอี้หานนิ่งไปเลย


    เยี่ยนลี่เฉิงก็นิ่งไปเหมือนกัน


    ฉินอี้หานที่มองลูกสาวสุดที่รักออกทะลุปรุโปร่งตกตะลึงเป็นอย่างมากอยู่พักหนึ่ง “ทำไมถึงพูดแบบนี้ล่ะ?”


    ฉินอิงอิงเริ่มอธิบายให้เขาฟังอย่างละเอียด


    “เพระาอิงอิงมีพ่อกับพี่ลี่เฉิงขับรถมารับส่งเข้าเรียนทุกวัน แต่พ่อแม่ของเธอไม่เคยมาเลย”


    “เทียบกันแล้ว ขนาดเธอเป็นลูกแท้ ๆ พ่อแม่ยังรักเทียบเท่าที่พ่อรักอิงอิงไม่ได้! สู้เด็กที่ถูกรับมาเลี้ยงอย่างอิงอิงไม่ได้เลยสักนิด!”


    ฉินอี้หานตกตะลึง แต่ก็แอบภูมิใจ “...”


    ลูกสาวสุดที่รักของเขามีความคิดที่แข็งแกร่ง!


    เรื่องมันเป็นแบบนี้จริง ๆ สินะ!

    เยี่ยนลี่เฉิงมองน้องสาว “...”

    อิงอิงน้อยไม่ได้เข้าใจความแตกต่างของบุตรทางสายเลือดกับบุตรบุญธรรมนัก และดูเหมือนว่าเธอเองก็ไม่ได้ใส่ใจแม้แต่น้อย


    ช่างเป็นเด็กน้อยที่ฉลาดและซุกซนจริง ๆ เขากังวลมานานโดยเปล่าประโยชน์เองสินะ!

    คล้ายกับเรื่อง(จบ) รู้ตัวอีกทีวาฬน้อยผู้นี้ก็กลายเป็นที่รักของเหล่ามนุษย์แล้ว ที่คุณอ่าน