“ ระดับอาณาจักร์ขั้นต้น!!! ”
ทหารผู้คุ้มกันพากันใและนึกไม่ถึงเลยว่าชายวัยกลางคนด้านหลังชายหนุ่มจะเป็ถึงตัวตนระดับอาณาจักร์ขั้นต้น
“ พวกเ้ากล้าดีจริงๆที่ปล่อยแรงกดดันออกมาต่อหน้าพระราชวัง!!! ” น้ำเสียงอันเ็าดังขึ้นมาจากจุดที่อยู่ไม่ไกล ก่อนที่จะเป็ชายวัยกลางคนในชุดเกาะสีทองเดินเข้ามาพร้อมกับสีหน้าเ็า นอกจากนี้ออร่าของเขาก็ยังอยู่ในระดับอาณาจักร์ขั้นต้นเหมือนกัน
ชายวัยกลางคนในชุดเกาะสีทองเดินเข้ามา
ทหารผู้คุ้มกันต่างรีบทำความเคารพก่อนที่จะแสดงสีหน้าเคารพและชื่นชมออกมา
“ ท่านรองแม่ทัพหม่า ” ทหารผู้คุ้มกันพากันโค้งคำนับ
หยวนิเย่มองดูรองแม่ทัพหม่าด้วยความสนใจก่อนที่จะจำได้ว่าเขาคือใคร เพราะรองแม่ทัพหม่ามีเพียงคนเดียวเท่านั้นในอาณาจักรแสงจันทร์
รองแม่ทัพหม่าหงอี้ ตัวตนระดับอาณาจักร์ขั้นต้นที่แข็งแกร่งคนหนึ่งของอาณาจักรแสงจันทร์ เขาเป็ลูกน้องคนสนิทขององค์ชายใหญ่ที่คิดที่จะชิงบังลังก์ แต่สุดท้ายเขาก็ถูกสังหารโดยเสวียนปิงหยุน แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องยอมรับเลยว่าหม่าหงอี้เป็คนที่ซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อองค์ชายใหญ่
“ พวกเ้าหลบไปเดี๋ยวตรงนี้ข้าจะจัดการเอง ” หม่าหงอี้กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง อีกอย่างชายตรงหน้าก็ยังเป็ตัวตนระดับอาณาจักร์ขั้นต้นเท่ากับเขาอีกด้วย
“ พวกเ้าเป็ใครมาทำอะไรที่พระราชวังแห่งนี้? ” หม่าหงอี้กล่าวขึ้นพร้อมกับสีหน้าที่หวาดระแวง
“ ข้ามาที่นี้เพราะข้าได้รับคำขอร้องจากสหายของข้ามาเพื่อช่วยเหลือพวกท่านในการสู้รบกับอาณาร้อยพฤกษา ” หยวนิเย่กล่าว
หม่าหงอี้หรี่ตาลงและมองไปที่ทั้งสามคนนี้ด้วยความไม่อยากเชื่อ เพราะานี้ยังไม่ทันได้ประกาศออกมาแถมยังไม่มีใครรู้ด้วยว่ากำลังจะเกิดาขึ้นถ้าหากไม่ใช่คนระดับสูงจริงๆ นอกจากนี้กว่าาจะเริ่มขึ้นก็น่าจะใช้เวลาอีกประมาณครึ่งปี ไม่มีทางที่คนภายนอกจะรู้ได้เลยว่าอาณาจักรแสงจันทร์กำลังจะทำากับอาณาจักรร้อยพฤกษาอย่างแน่นอน
“ เ้าเป็ใครกันแน่ ” หม่าหงอี้แสดงสีหน้าจริงจัง
“ ท่านไม่จำเป็ต้องรู้ว่าข้าเป็ใคร รู้แค่ว่าข้าสามารถช่วยเหลือพวกท่านในการทำาได้ก็พอแล้ว ” หยวนิเย่กล่าว
“ อย่างเ้าเนี้ยนะที่จะช่วยเหลือพวกข้าได้? ” หม่าหงอี้ประหลาดใจและสงสัย
“ เป็อย่างนั้น ” หยวนิเย่หัวเราะออกมาก่อนทีเขาจะกล่าวต่อว่า “ ถ้าหากไม่เชื่อท่านก็สามารถลองได้นะ ”
“ เหอะ อวดดีจริงๆ” หม่าหงอี้กล่าวอย่างเ็าก่อนที่จะหยิบหอกสีทองออกมาจากอุปกรณ์มิติ
“ เปล่าเลยข้าไม่เคยอวดดี ” หยวนิเย่กล่าวด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะหันมามองอู๋จวินหยาง
“ เช่นนั้นข้าต้องขอโทษรองแม่ทัพหม่าแล้ว ” อู๋จวินหยางกล่าวจบเขาก็หายตัวไปทันที
“ เร็วมาก!! ” หม่าหงอี้ใ ก่อนที่จะััได้ว่ามีของแหลมคมกำลังแทงคอของเขาอยู่
“ ท่านแพ้แล้ว ” อู๋จวินหยางกล่าวพร้อมกับเก็บดาบของตนไป
สีหน้าของหม่าหงอี้เต็มไปด้วยความใและไม่อยากเชื่อ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รู้แล้วว่าตนเองได้พ่ายแพ้แล้วจริงๆ ถ้าหากเป็การต่อสู้ที่หมายเอาชีวิต เมื่อกี้หัวของเขาคงได้หลุดออกไปแล้ว
นอกจากนี้ความเร็วของอู๋จวินหยางก็นับว่าเร็วมาก แม้แต่ตัวตนระดับอาณาจักร์ขั้นกลางเขารู้จักก็ยังเร็วไม่เท่าเลยด้วยซ้ำ
หลังจากที่ปรับลมหายใจแล้ว สีหน้าของหม่าหงอี้ก็กลับมาเป็ปกติ
แต่ในขณะที่หม่าหงอี้กำลังจะกล่าวอะไรต่อ จู่ๆก็มีคนเดินออกมาจากประตูพระราชวัง
เมื่อหม่าหงอี้เห็นคนๆนั้นแล้วก็รีบโค้งคำนับทันที
หยวนิเย่และคนอื่นๆก็มองไปที่ผู้ที่มาใหม่ด้วยความสนใจ
ผู้ที่เดินเข้ามาใหม่เป็ชายวัยกลางคนในชุดบัณฑิตดูสวยงามและกิริยาท่าทางก็ดูสง่างาม เขายังสวมหมวกบัณฑิตอีกด้วย แม้ว่าทุกๆจะััไมไ่ด้ถึงกลิ่นอายของชายคนนี้แต่ทุกๆคนก็รู้ดีว่าชายคนนี้เป็ถึงตัวตนระดับอาณาจักร์ขั้นกลาง
“ ท่านราชครูเหยียนเซิ่น ” หม่าหงอี้กล่าวขึ้นอย่างเคารพ
“ ราชครูเหยียนเซิ่น? ” หยวนิเย่มองไปที่ชายวัยกลางคนด้วยความจริงจัง
ตัวตนที่แข็งแกร่งเป็อันดับต้นๆของตัวตนอาณาจักร์ในอาณาจักรแสงจันทร์ นอกจากนี้ยังเป็คนที่คอยสั่งสอนเหล่าองค์ชายและองค์หญิงของอาณาจักรแสงจันทร์ รวมไปถึงตัวตนที่เป็ดั่งมือขวาของจักรพรรดิเยว่เทียนซาน นอกจากนี้เขายังเป็คนที่ฉลาดและรอบคอบมาก เขาคอยวางแผนการณ์ต่างๆอยู่เสมอ และตัวเขาไม่ยุ่งเกี่ยวกับการชิงอำนาจของเหล่าองค์ชาย ทำให้เขาได้รับความเคารพและเป็กลางมากที่สุดในอาณาจักรแสงจันทร์
เพียงแต่ตัวตนนี้ได้เสียชีวิตในระหว่างการต่อสู้กับลัทธิมารสีชาดที่บุกโจมตีเข้ามาในอาณาจักรแสงจันทร์ เนื่องจากตอนนั้นเสวียนปิงหยุนได้รับาเ็สาหัสอยู่จึง้าพักฟื้นร่างกาย อาณาจักรแสงจันทร์จึงต้านรับการโจมตีของลัทธิมารสีชาดอยู่นานหลายเดือน สุดท้ายก็มีผู้เสียชีวิตเป็จำนวนมาก
ราชครูเหยียนเซิ่นใช้พลังทั้งหมดของตัวเองในการช่วยเหลือผู้คนจำนวนมาก ทำให้เขาได้รับการยกย่องจากราษฏรของอาณาจักรแสงจันทร์ และนักอ่านจำนวนมากก็ชื่นชมการกระทำของเขา
แต่ตอนนี้หยวนิเย่ยังไม่รู้ว่าโลกที่เขาอยู่นี้จะเป็เหมือนกับในนิยายหรือ ถ้าหากเหมือนเขาก็พอที่จะหาทางช่วยเหลือราชครูเหยียนเซิ่นได้ แต่ถ้าหากไม่เหมือนเขาก็ต้องคิดแผนการใหม่ทั้งหมด
“ รองแม่ทัพหม่า องค์จักรพรรดิ้าพบกับพวกเขา ” ราชครูเหยียนเซิ่นกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“ ข้าเข้าใจแล้วขอรับท่านราชครูเหยียนเซิ่น ” หม่าหงอี้ตอบรับก่อนที่จะขอตัว
“ ทุกท่านเชิญทางนี้ ” ราชครูเหยียนเซิ่นกล่าวพร้อมกับนำทางให้
ภายในพระราชวังถูกตกแต่งอย่างหรูหราและสวยงามวิจิตปราณีตยิ่ง
ทหารจำนวนมากพากันเดินตรวจตราอย่างเป็ระเบียบ และยิ่งเข้าไปลีกเท่าไหร่ ทหารที่คุ้มกันพื้นที่ก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น จนเมื่อใกล้ถึงที่ประทับขององค์จักรพรรดิ ทหารคุ้มกันก็เป็ถึงตัวตนระดับจักรพรรดิ
ระหว่างทาง ราชครูเหยียนเซิ่นก็แนะนำพื้นที่ต่างๆภายในเมืองหลวงให้กับกลุ่มหยวนิเย่ไปด้วย ไม่ว่าจะเป็สวนบุปผาหลากสีสันที่มีฝูงผีเสื้อบินไปมาราวกับว่าฝูงผีเสื้อกำลังเริงระบำ สระน้ำขนาดใหญ่ที่มีฝูงมัจฉาหลากสีสันเวียนว่าย
ไม่นานพวกเขาก็มาถึงอาคารขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านในสุดของพระราชวัง
จากนั้นพวกเขาก็มาถึงห้องแห่งหนึ่ง
“ นี้คือที่ทรงงานขององค์จักรพรรดิ ทุกท่านเชิญเข้ามา ” ราชครูเหยียนกล่าว
ภายในห้องทรงงาน ชายหนุ่มอายุประมาณสามสิบปีกำลังยืนมองแผนที่ด้วยสีหน้าจริงจัง
ชายหนุ่มสวมชุดัสีทองพร้อมกับมงกุฏสีทอง ใบหน้าหล่อเหลา เส้นผมสีดำเข้ม รูปร่างสูงใหญ่กำยำ เขาคือจักรพรรดิองค์ปัจจุบัน จักรพรรดิเยว่เทียนซาน
แม้ว่าอายุของเยว่เทียนซานจะมากกว่าเจ็ดสิบปี แต่รูปลักษณ์ของเขาก็เหมือนกับหนุ่มวัยสามสิบปี ความแข็งแกร่งของจักรพรรดิเยว่เทียนซานอยู่ในระดับอาณาจักร์ขั้นปลาย
แต่เมื่อจักรพรรดิเยว่เทียนซานเห็นราชครูเหยียนเซิ่นและกลุ่มของหยวนิเย่ เขาก็หยุดมองแผนที่ก่อนที่จะหันมายิ้มทักทายกลุ่มของหยวนิเย่
หยวนิเย่มองดูจักรพรรดิเยว่เทียนซานด้วยสีหน้าชื่นชม นี่ก็เป็อีกหนึ่งคนที่ได้รับคำชมว่า เป็บุคคลที่แข็งแกร่ง เด็ดขาดและเที่ยงธรรม
“ ยินดีต้อนรับสหายทุกท่าน ” จักรพรรดิเยว่เทียนซานกล่าวด้วยรอยยิ้ม เขามองไปที่หยวนิเย่ด้วยความสนใจ
“ ข้าหยวนิเย่ยินดีที่ได้พบองค์จักรพรรดิ ข้าได้ยินชื่อเสียงของท่านมานานมากแล้ว วันนี้ได้เห็นกับตานับว่าที่ผู้อื่นเล่าขานมาไม่เป็ความจริงเลย พระองค์ดูดีกว่าที่พวกเขาเล่าขานมามาก ” หยวนิเย่กล่าวด้วยน้ำเสียงเคารพและชื่นชม
จักรพรรดิเยว่เทียนซานหัวเราะร่าด้วยความพึงพอใจจากนั้นสีหน้าของเขาก็ค่อยๆกลายเป็จริงจังขึ้นมา
“ ข้าอยากรู้ว่าพวกท่านรู้ได้อย่างไรว่าอาณาจักรของข้ากำลังจะทำากับอาณาจักรร้อยพฤกษา? ” จักรพรรดิเยว่เทียนซานถามขึ้นด้วยความสงสัยใคร่รู้
“ อย่างที่ทุกท่านทราบ อาณาจ้กรแสงจันทร์ทำากับอาณาจักรร้อยพฤกษามานานแล้ว และเมื่อไม่นานมานี้ที่ชายแดนได้มีการปะทะกันอย่างรุนแรงมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ข้าจึงคาดเดาได้ว่าพวกท่านกำลังหยั่นเชิงกันและเมื่อจบการหยั่นเชิงนี้ าก็จะปะทุขึ้น ” หยวนิเย่อธิบาย
“ ยอดเยี่ยมจริงๆ คุณชายท่านนี้อ่านได้ขาดจริงๆ ” ราชครูเหยียนเซิ่นกล่าวด้วยความชื่นชม
จักรพรรดิเยว่เทียนซานเองก็พยักหน้าด้วยความชื่นชม
“ แล้วพวกท่าน้าสิ่งใดเป็การตอบแทน ข้ารู้ว่าพวกท่านไม่ได้คิดที่จะใช้เหลือข้าฟรีๆหรอกใช่ไหม ” จักรพรรดิเยว่เทียนซานกล่าวขึ้น ทางด้านราชครูเหยียนเซิ่นก็มองไปที่กลุ่มของหยวนิเย่ด้วย
“ แน่นอนว่าใช่ เนื่องจากสิ่งทีข้า้าเป็สมบัติชิ้นหนึ่งจากภายในคลังของพระองค์ ” หยวนิเย่กล่าว
จักรพรรดิเยว่เทียนซานและราชครูเหยียนเซิ่นมองหน้ากันด้วยความแปลกใจ ทั้งสองนึกไม่ถึงเลยว่าสิ่งที่พวกเขา้าจะเป็สมบัติชิ้นหนึ่งในคลังสมบัติ
“ ข้าอยากรูัว่าท่านจะช่วยข้าจัดการกับอาณาจักรร้อยพฤกษาได้อย่างไร? แล้วสมบัติใดทีพวกท่าน้า ข้าไม่รู้ว่ามันจะคุ้มค่ากับการเดิมพันในครั้งนี้หรือไม่ ” จักรพรรดิเยว่เทียนซานกล่าว
“ แน่นอนว่ามันคุ้มค่าและ…” หยวนิเย่หยุดกล่าวก่อนที่จะปลดปล่อยออร่าบางอย่างออกมา
ดวงตาของจักรพรรดิเยว่เทียนซานและราชครูเหยียนเซิ่นเบิกตากว้างด้วยความใและไม่อยากเชื่อ
“ อาณาจักร์ขั้นสมบูรณ์!!! ”
ทั้งสองกล่าวพร้อมกัน
หยวนิเย่เก็บออร่าของตนอย่างรวดเร็ว เขาปล่อยออร่าไปเพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น นอกจากนี้เขายังปล่อยออร่าแบบเจาะจงให้กับจักรพรรดิเยว่เทียนซานและราชครูเหยียนเซิ่นให้รับรู้เท่านั้น ทำให้ไม่มีใครััได้ถึงออร่าของหยวนิเย่
“ ทีนี่พวกท่านเชื่อได้หรือยังว่ามันคุ้มค่ากับการเดิมพัน นอกจากนี้สิ่งที่ข้า้า ข้าสามารถชิงมันมาด้วยตัวเอง แต่ข้ากลับมาแลกเปลื่ยนพวกท่าน ” หยวนิเย่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
สีหน้าของจักรพรรดิเยว่เทียนซานและราชครูเหยียนเซิ่นกลายเป็จริงจัง ทั้งสองยอมรับว่าคำกล่าวของหยวนิเย่เป็ความจริง ด้วยตัวตนระดับนี้ไม่จำเป็เลยที่จะต้องเข้ามาแลกเปลื่ยนแบบนี้ นอกจากนี้พวกเขาก็หวาดกลัวกองกำลังที่อยู่เื้ัของหยวนิเย่
กองกำลังที่สามารถสร้างรุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งและทรงพลังแบบนี้ออกมาได้มีเพียงแห่งเดียวเท่านั้น นั่นก็คืออาณาจักรเพลิงราตรี
หยวนิเย่เพียงแค่รอให้สองคนนั้นคิดเกี่ยวกับเื่นี้อย่างละเอียด
สาเหตุที่หยวนิเย่ไม่บุกตะลุยเข้ามายึดสมบัติโดยตรงก็เพราะราชวงศ์เยว่นี้นับว่าเป็ราชวงศ์ที่ดูแลราษฏรอย่างดีนั่นเองถ้าหากเป็กองกำลังที่ชั่วร้ายแล้วล่ะก็ หยวนิเย่คงเข่นฆ่าั้แ่ทางเข้าแล้ว
“ ไม่ทราบว่าสมบัติที่คุณชายหยวน้าคือสิ่งใด? ” จักรพรรดิเยว่เทียนซานถาม เมื่อเขารู้ถึงความแข็งแกร่งของหยวนิเย่ คำเรียกขานก็ถูกเปลื่ยนไปด้วยเหมือนกัน จากสหายกลายเป็คุณชาย
“ เป็เพียงเมล็ดพันธุ์เท่านั้น ” หยวนิเย่กล่าว
จักรพรรดิเยว่เทียนซานครุ่นคิดก่อนที่จะจำได้ว่าภายในคลังสมบัติมีเมล็ดพันธุ์ลึกลับเก็บเอาไว้จริงๆ พวกเขาไม่รู้ว่าเมล็ดนี้คือเมล็ดอะไรกันแน่ รู้เพียงแค่ว่าบิดาของเขาเก็บมันมาจากโบราณสถานแห่งหนึ่งเมื่อนานมาแล้วเท่านั้น
“ เช่นนั้นคุณชายหยวนรอสักครู่ ข้าจะเป็คนนำมาด้วยตัวเอง” จักรพรรดิเยว่เทียนซานกล่าวก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป
ราชครูเหยียนเซิ่นมองดูหยวนิเย่ด้วยแววตาจริงจังแต่ก็แฝงไปด้วยความ้าสู้ ถ้าหากเขาได้รับการแนะนำจากคุณชายหยวน เขาก็อาจเข้าสู่ขอบเขต์ขั้นปลายได้
“ ท่าน้าแลกเปลื่ยนทักษะกับข้า? ” หยวนิเย่ถามราชครูเหยียนเซิ่น เพราะเขาเห็นสายตาของราชครูเหยียนเซิ่นที่เต็มไปด้วยความ้าสู้
“ ไม่ผิด ข้า้าที่จะประลองแลกเปลื่ยนกับคุณชายหยวนจริงๆ ” ราชครูเหยียนเซิ่นพยักหน้ารับ
“ เช่นนั้นถ้าหากท่านว่าง ท่านก็ไปที่เมืองหลวงกุ่น ตรอกบุปผาที่สี่ จวนฮวาสุ่ย ข้าพักอยู่ที่นั้น ” หยวนิเย่กล่าว
“ คุณชายหยวน ท่าน้าพักที่เมืองหลวงหรือไม่ ข้าสามารถหาที่พักให้กับท่านได้นะ ไม่ว่าท่าน้าแบบไหนก็สามารถบอกข้าได้หมด ” ราชครูเหยียนเซิ่นกล่าวขึ้น
“ ข้าขอขอบคุณในความหวังดี แต่ข้าชอบอยู่ที่นั่นมากกว่า อีกอย่างท่านไปหาข้าที่นั้นก็แค่หนึ่งชั่วยามเท่านั้นเอง ” หยวนิเย่กล่าว
“ ข้าเข้าใจแล้ว ถ้าหากข้าว่างข้าจะไปหาคุณชายหยวนอย่างแน่นอน ” ราชครูเหยียนเซิ่นกล่าวพร้อมกับจดจำสิ่งที่หยวนิเย่กล่าวมาเมื่อครู่
ไม่นานจักรพรรดิเยว่เทียนซานก็เดินเข้ามาพร้อมกับกล่องไม้ใบหนึ่ง