คัมภีร์ไร้กำเนิดนั้นมีเงื่อนไขที่เข้มงวดอย่างหนึ่ง
นั่นคือมีเพียงผู้ที่ครองกายาศักดิ์สิทธิ์แต่กำเนิดเท่านั้นจึงจะใช้ฝึกฝนได้ซึ่งร่างกายของมู่เวิ่นเซียนนั้นทรงพลังเสียยิ่งกว่ามหาจักรพรรดิไร้กำเนิดเสียอีก
คัมภีร์โบราณเล่มนี้ย่อมวางฐานรากอันแข็งแกร่งที่สุดให้แก่เขาได้เป็นแน่
บนหนทางแห่งการฝึกตนย่อมไร้ซึ่งอุปสรรคขวางกั้น!
ทันใดนั้น เหยาซีก็เหมือนนึกอะไรบางอย่างได้นัยน์ตางามวูบไหวเล็กน้อย ก่อนกล่าวออกมาด้วยความกังวลใจ
"เมื่อครั้งจักรพรรดิอู๋สือถือกำเนิดก็อยู่ในขั้นพลังเซียนแล้ว"
"ในตอนนั้นบรรพชนเหยาฉือและกายาศักดิ์สิทธิ์ผู้ยิ่งใหญ่เกรงว่ารากฐานการบ่มเพาะของเขาจะไม่มั่นคงจึงตัดผลแห่งวิถีศักดิ์สิทธิ์ทิ้ง แล้วเริ่มฝึกฝนใหม่หมด"
"พวกเราจะ..."
มู่เสินฉวนได้ยินดังนั้น ก็ส่ายหน้าเบาๆ
"ลูกของเราแตกต่างจากจักรพรรดิผู้นั้น"
"ณ ยุคนั้นมีกฎแห่งราชันย์กดขังไว้จึงไม่สามารถบรรลุวิถีได้ทำได้เพียงผนึกเขาไว้ในแหล่งพลังศักดิ์สิทธิ์เพื่อรอคอยโอกาสในยุคหลัง"
"แต่มู่เวิ่นเซียนไม่เพียงมีกายาศักดิ์สิทธิ์แต่กำเนิดเท่านั้นยังมีกายแห่งความโกลาหลอีกด้วย!"
"แม้ว่าโลกจะมีมหาจักรพรรดิถือกำเนิดอีกก็ยังบรรลุวิถีเป็นจักรพรรดิได้!"
"ไม่ต้องผนึกพลังปล่อยให้เขาเติบโตด้วยตัวเองก็พอ"
เหยาซีพยักหน้าพร้อมใคร่ครวญตาม
เมื่อคิดดูให้ดี ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
ภายใต้การคุ้มครองของมู่เสินฉวนเมื่อมองไปยังห้าแคว้นทั่วหล้า แทบจะไม่มีใครทำร้ายลูกของนางได้
หากวันใดเขาบรรลุวิถีตระกูลมู่อาจปรากฏภาพสองจักรพรรดิผู้ยืนเคียงกันในตระกูลเดียวกันกลายเป็นตระกูลจักรพรรดิที่มิมีวันเสื่อมคลาย และมองต่ำลงไปทั่วหล้า!
ไม่นานนักเสียงระบบก็ดังสนั่นในทะเลจิตสำนึกของมู่เสินฉวน
[ติ๊ง การลงทุนสำเร็จ]
[ขอแสดงความยินดีแก่โฮสต์ที่ได้รับคัมภีร์เซียนมหานิรวาณ!]
เมื่อเสียงของระบบดับลงดวงตาของมู่เสินฉวนก็เบิกกว้าง
เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ!
การตอบแทนจากการลงทุนในคัมภีร์ไร้กำเนิดคือคัมภีร์เซียน!
คำว่า "เซียน"นั้นมีหลากความหมายยิ่งนัก
มันเกินขอบเขตของอาณาจักรมนุษย์ไปแล้ว!
คัมภีร์เซียนมหานิรวาณฟังจากชื่อก็ส่งกลิ่นอายอันน่ากลัวออกมาแล้ว
น่าจะเป็นคัมภีร์สุดยอดที่เน้นไปด้านการสังหาร!
หากฝึกฝนสำเร็จพลังย่อมทะลุทะลวงสวรรค์เป็นแน่!
แววแห่งความยินดีปรากฏขึ้นในดวงตาของมู่เสินฉวนเมื่อมองไปยังเด็กน้อยที่งดงามดุจตุ๊กตาดินเผา ก็ยิ่งรักใคร่เอ็นดู
จากนั้นเสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยก็ค่อยๆดังออกมาจากภายในตำหนัก ซึ่งดูกลมเกลียวและเปี่ยมล้นไปด้วยความสุขยิ่ง
……
หนึ่งเดือนต่อมา
เรือรบสีม่วงทองเหินเวหากลับมายังทะเลไร้สิ้นสุดของตระกูลมู่แล้ว
เหล่าผู้อาวุโสของตระกูลจำนวนมากเห็นมู่เสินฉวนกลับมาอย่างปลอดภัยก็ยินดี
ไม่นานนักสายตาของสมาชิกตระกูลมู่จำนวนนับไม่ถ้วนต่างจับจ้องไปที่มู่เวิ่นเซียนในดวงตาฉายแววหวาดๆ ฉับพลัน
พวกเขาสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังแห่งกฎที่น่าครั่นคร้ามอย่างยิ่งจากร่างของเด็กน้อยผู้นั้น!
ถึงขนาดทำให้เส้นทางแห่งวิถีที่พวกเขาฝึกฝนอยู่นั้นสั่นสะท้าน
ถึงแม้พวกเขาจะรู้มานานแล้วว่าทายาทของผู้นำตระกูลจะต้องเป็นกายาโกลาหลที่หายากยิ่งในหมื่นปี!
แต่พลังนี้ก็น่ากลัวเกินไป!
เด็กน้อยที่เพิ่งเกิดมากลับมีพลังในระดับกึ่งเซียน
ทำให้เหล่าผู้อาวุโสที่อายุมากแล้วรู้สึกละอายใจอย่างยิ่ง
ในขณะเดียวกันสมาชิกตระกูลมู่จำนวนนับไม่ถ้วนก็เกรงกลัวผู้นำตระกูลน้อยผู้นี้ราวกับหนูน้อยเป็นเทพเจ้า
หากกล่าวถึงฐานะย่อมต้องเหนือกว่าผู้สืบทอดทั้งห้าของตระกูลอย่างมาก!
หลังจากพูดคุยกับเหล่าสมาชิกตระกูลสองสามคำมู่เสินฉวนก็พาเหยาซีและบุตรชายกลับไปยังเกาะเทพหลัก
เขากวาดมือใหญ่เสามารสะกดฟ้าก็ร่วงหล่นจากท้องนภา เสียบลงใจกลางเกาะเทพหลักดำรงอยู่ระหว่างฟ้าดินดังเดิม
……
หลายวันต่อมา
ข่าวน่าตกตะลึงก็แพร่กระจายออกมาจากเป่ยหยวนสะเทือนถึงสี่แคว้นใหญ่แห่งตงฮวง เวิ้งทราย หนานหลิง และจงโจว!
ทายาทของมู่เสินฉวนถือกำเนิดแล้ว!!!
ได้รับขนานนามว่าเป็นกายาที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกกายาวิถีศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลแต่กำเนิด!
ในวันที่เด็กผู้นั้นเกิดมาแทบจะดูดกลืนพลังฟ้าดินของเป่ยหยวนไปจนสิ้น
ดูดกลืนความงดงามแห่งฟ้าดินควบรวมแก่นแท้แห่งดวงตะวันและจันทรา กลั่นตัวเป็นผลแห่งวิถีศักดิ์สิทธิ์ทั้งยังมีพลังในระดับกึ่งเซียน!!
ในวันนั้นยังเกิดสงครามร้อนระอุเสียยิ่งกว่าตั้งแต่เปิดยุคทองอีกด้วย!
มู่เสินฉวนถือครองอาวุธจักรพรรดิสังหารเซียนกว่าสิบคนของเป่ยหยวนรวมถึงนักฆ่าเซียนที่ถูกส่งมาจากสองราชวงศ์นักฆ่าจนตาย!
ธารน้ำแข็งหลายแสนลี้ของเป่ยหยวนแตกสลายผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนเสียชีวิตอย่างน่าอนาถในการสู้รบครั้งนั้น
เมื่อข่าวนี้แพร่ออกไปเซียนทั้งหลายใต้หล้าก็สั่นเทิ้ม
สี่ราชวงศ์แห่งจงโจว ตระกูลโบราณ ตระกูลจีตระกูลเจียงแห่งตงฮวง สิ่งมีชีวิตบรรพกาล รวมถึงสำนักศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากรวมถึงนักพรตจากเวิ้งทรายและจ้าวแห่งเผ่าปีศาจสิบอันดับแรกแห่งหนานหลิงจำต้องให้ความสำคัญกับทะเลไร้สิ้นสุดและฐานะของตระกูลมู่!
ผู้นำตระกูลมู่สังหารเซียนกว่าสิบคนในการสู้รบครั้งเดียวพลังเช่นนี้นับได้ว่าไร้เทียมทาน!!!
หากไม่มีมหาเซียนถือกำเนิดมองไปยังห้าแคว้นทั่วหล้า เกรงว่าคงไม่มีใครต่อกรกับตระกูลมู่ได้เลย
……
ครึ่งเดือนต่อมาข่าวอีกข่าวหนึ่งก็แพร่กระจายออกมาจากแผ่นดินเวิ้งทราย
เกี่ยวข้องกับตระกูลมู่!
สงครามครั้งนั้นทำให้ผู้คนในใต้หล้าได้ทราบว่าการสืบทอดของสายเลือดจักรพรรดิหานเหรินแบ่งออกเป็นสองสายสายหนึ่งคือผู้ถือครองคัมภีร์เซียนสวรรค์ อีกสายคือผู้ถือครองคัมภีร์กลืนสวรรค์!
ผู้สืบทอดคัมภีร์เซียนสวรรค์คือทายาทแดนศักดิ์สิทธิ์เหยากวงที่หายสาบสูญไปนานนับปี!
พลังทั้งสองสายได้ปะทะกันในแคว้นเวิ้งทรายด้วยพลังอันยิ่งใหญ่
วิชาต่างๆ ถูกงัดออกมาใช้เหมือนดอกเห็ดแรงระเบิดที่เกิดขึ้นก็บดขยี้ขุนเขานับไม่ถ้วนแม้แต่ดินแดนพุทธศักดิ์สิทธิ์จำนวนไม่น้อยของเวิ้งทรายก็ถูกทำลายจนเหลือเพียงเถ้าธุลี
ศึกนั้นได้รับการยกย่องในหมู่คนรุ่นเยาว์ว่าเป็นการต่อสู้ที่น่าจดจำที่สุด!
ดำเนินต่อไปถึงสามวันสามคืนเต็มถึงจะตัดสินผลแพ้ชนะได้!!!
ผลลัพธ์สุดท้ายคือทายาทดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยากวงพ่ายแพ้ส่วนมู่อู๋ซวงก็จ่ายราคาที่น่าตกใจไปเช่นกัน เพราะชนะมาได้อย่างทุลักทุเลแล้วต้องหายตัวไปในแผ่นดินอันกว้างใหญ่
กองกำลังชั้นนำจำนวนมากที่เคยผ่านสงครามเมืองศักดิ์สิทธิ์ต่างก็ประจักษ์ถึงความแน่วแน่ของจิตใจจากผู้สืบทอดตระกูลมู่มาแล้ว
จึงเห็นเป็นเอกฉันท์ว่ามู่อู๋ซวงจะไม่ตาย
บางทีเมื่อปรากฏตัวต่อหน้าทุกคนอีกครั้งเขาก็อาจแปลงเป็นกายาแห่งความโกลาหลไปแล้ว!!
หากเป็นเช่นนั้นกายาแห่งความโกลาหลที่หาได้ยากยิ่งในหมื่นปี ตระกูลมู่มีถึงสามคน!
นั่นคือรากฐานที่พร้อมสั่นสะเทือนใต้หล้า!!!
แม้แต่กองกำลังชั้นนำจำนวนมากที่เป็นศัตรูกับตระกูลมู่ก็ยังต้องยอมรับในใจ!
ยุคนี้เกรงว่าจะไม่มีใครขัดขวางการผงาดขึ้นมาของตระกูลมู่ได้แล้ว!!
เมื่อกายาศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลของมู่เสินฉวนเติบใหญ่ย่อมต้องบรรลุวิถี!
ปกครองใต้หล้าไปอีกหนึ่งหมื่นปี!