ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】

    เล่มที่ 7 บทที่ 190 การลงทุนตอบแทน คัมภีร์เซียนมหานิรวาณ!

            คัมภีร์ไร้กำเนิดนั้นมีเงื่อนไขที่เข้มงวดอย่างหนึ่ง

            นั่นคือมีเพียงผู้ที่ครองกายาศักดิ์สิทธิ์แต่กำเนิดเท่านั้นจึงจะใช้ฝึกฝนได้ซึ่งร่างกายของมู่เวิ่นเซียนนั้นทรงพลังเสียยิ่งกว่ามหาจักรพรรดิไร้กำเนิดเสียอีก

            คัมภีร์โบราณเล่มนี้ย่อมวางฐานรากอันแข็งแกร่งที่สุดให้แก่เขาได้เป็นแน่

            บนหนทางแห่งการฝึกตนย่อมไร้ซึ่งอุปสรรคขวางกั้น!

            ทันใดนั้น เหยาซีก็เหมือนนึกอะไรบางอย่างได้นัยน์ตางามวูบไหวเล็กน้อย ก่อนกล่าวออกมาด้วยความกังวลใจ

            "เมื่อครั้งจักรพรรดิอู๋สือถือกำเนิดก็อยู่ในขั้นพลังเซียนแล้ว"

            "ในตอนนั้นบรรพชนเหยาฉือและกายาศักดิ์สิทธิ์ผู้ยิ่งใหญ่เกรงว่ารากฐานการบ่มเพาะของเขาจะไม่มั่นคงจึงตัดผลแห่งวิถีศักดิ์สิทธิ์ทิ้ง แล้วเริ่มฝึกฝนใหม่หมด"

            "พวกเราจะ..."

            มู่เสินฉวนได้ยินดังนั้น ก็ส่ายหน้าเบาๆ

            "ลูกของเราแตกต่างจากจักรพรรดิผู้นั้น"

            "ณ ยุคนั้นมีกฎแห่งราชันย์กดขังไว้จึงไม่สามารถบรรลุวิถีได้ทำได้เพียงผนึกเขาไว้ในแหล่งพลังศักดิ์สิทธิ์เพื่อรอคอยโอกาสในยุคหลัง"

            "แต่มู่เวิ่นเซียนไม่เพียงมีกายาศักดิ์สิทธิ์แต่กำเนิดเท่านั้นยังมีกายแห่งความโกลาหลอีกด้วย!"

            "แม้ว่าโลกจะมีมหาจักรพรรดิถือกำเนิดอีกก็ยังบรรลุวิถีเป็นจักรพรรดิได้!"

            "ไม่ต้องผนึกพลังปล่อยให้เขาเติบโตด้วยตัวเองก็พอ"

            เหยาซีพยักหน้าพร้อมใคร่ครวญตาม

            เมื่อคิดดูให้ดี ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ

            ภายใต้การคุ้มครองของมู่เสินฉวนเมื่อมองไปยังห้าแคว้นทั่วหล้า แทบจะไม่มีใครทำร้ายลูกของนางได้

            หากวันใดเขาบรรลุวิถีตระกูลมู่อาจปรากฏภาพสองจักรพรรดิผู้ยืนเคียงกันในตระกูลเดียวกันกลายเป็นตระกูลจักรพรรดิที่มิมีวันเสื่อมคลาย และมองต่ำลงไปทั่วหล้า!

            ไม่นานนักเสียงระบบก็ดังสนั่นในทะเลจิตสำนึกของมู่เสินฉวน

            [ติ๊ง การลงทุนสำเร็จ]

            [ขอแสดงความยินดีแก่โฮสต์ที่ได้รับคัมภีร์เซียนมหานิรวาณ!]

            เมื่อเสียงของระบบดับลงดวงตาของมู่เสินฉวนก็เบิกกว้าง

            เป็นอย่างที่คิดไว้จริงๆ!

            การตอบแทนจากการลงทุนในคัมภีร์ไร้กำเนิดคือคัมภีร์เซียน!

            คำว่า "เซียน"นั้นมีหลากความหมายยิ่งนัก

            มันเกินขอบเขตของอาณาจักรมนุษย์ไปแล้ว!

            คัมภีร์เซียนมหานิรวาณฟังจากชื่อก็ส่งกลิ่นอายอันน่ากลัวออกมาแล้ว

            น่าจะเป็นคัมภีร์สุดยอดที่เน้นไปด้านการสังหาร!

            หากฝึกฝนสำเร็จพลังย่อมทะลุทะลวงสวรรค์เป็นแน่!

            แววแห่งความยินดีปรากฏขึ้นในดวงตาของมู่เสินฉวนเมื่อมองไปยังเด็กน้อยที่งดงามดุจตุ๊กตาดินเผา ก็ยิ่งรักใคร่เอ็นดู

            จากนั้นเสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยก็ค่อยๆดังออกมาจากภายในตำหนัก ซึ่งดูกลมเกลียวและเปี่ยมล้นไปด้วยความสุขยิ่ง

            ……

            หนึ่งเดือนต่อมา

            เรือรบสีม่วงทองเหินเวหากลับมายังทะเลไร้สิ้นสุดของตระกูลมู่แล้ว

            เหล่าผู้อาวุโสของตระกูลจำนวนมากเห็นมู่เสินฉวนกลับมาอย่างปลอดภัยก็ยินดี

            ไม่นานนักสายตาของสมาชิกตระกูลมู่จำนวนนับไม่ถ้วนต่างจับจ้องไปที่มู่เวิ่นเซียนในดวงตาฉายแววหวาดๆ ฉับพลัน

            พวกเขาสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังแห่งกฎที่น่าครั่นคร้ามอย่างยิ่งจากร่างของเด็กน้อยผู้นั้น!

            ถึงขนาดทำให้เส้นทางแห่งวิถีที่พวกเขาฝึกฝนอยู่นั้นสั่นสะท้าน

            ถึงแม้พวกเขาจะรู้มานานแล้วว่าทายาทของผู้นำตระกูลจะต้องเป็นกายาโกลาหลที่หายากยิ่งในหมื่นปี!

            แต่พลังนี้ก็น่ากลัวเกินไป!

            เด็กน้อยที่เพิ่งเกิดมากลับมีพลังในระดับกึ่งเซียน

            ทำให้เหล่าผู้อาวุโสที่อายุมากแล้วรู้สึกละอายใจอย่างยิ่ง

            ในขณะเดียวกันสมาชิกตระกูลมู่จำนวนนับไม่ถ้วนก็เกรงกลัวผู้นำตระกูลน้อยผู้นี้ราวกับหนูน้อยเป็นเทพเจ้า

            หากกล่าวถึงฐานะย่อมต้องเหนือกว่าผู้สืบทอดทั้งห้าของตระกูลอย่างมาก!

            หลังจากพูดคุยกับเหล่าสมาชิกตระกูลสองสามคำมู่เสินฉวนก็พาเหยาซีและบุตรชายกลับไปยังเกาะเทพหลัก

            เขากวาดมือใหญ่เสามารสะกดฟ้าก็ร่วงหล่นจากท้องนภา เสียบลงใจกลางเกาะเทพหลักดำรงอยู่ระหว่างฟ้าดินดังเดิม

            ……

            หลายวันต่อมา

            ข่าวน่าตกตะลึงก็แพร่กระจายออกมาจากเป่ยหยวนสะเทือนถึงสี่แคว้นใหญ่แห่งตงฮวง เวิ้งทราย หนานหลิง และจงโจว!

            ทายาทของมู่เสินฉวนถือกำเนิดแล้ว!!!

            ได้รับขนานนามว่าเป็นกายาที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกกายาวิถีศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลแต่กำเนิด!

            ในวันที่เด็กผู้นั้นเกิดมาแทบจะดูดกลืนพลังฟ้าดินของเป่ยหยวนไปจนสิ้น

            ดูดกลืนความงดงามแห่งฟ้าดินควบรวมแก่นแท้แห่งดวงตะวันและจันทรา กลั่นตัวเป็นผลแห่งวิถีศักดิ์สิทธิ์ทั้งยังมีพลังในระดับกึ่งเซียน!!

            ในวันนั้นยังเกิดสงครามร้อนระอุเสียยิ่งกว่าตั้งแต่เปิดยุคทองอีกด้วย!

            มู่เสินฉวนถือครองอาวุธจักรพรรดิสังหารเซียนกว่าสิบคนของเป่ยหยวนรวมถึงนักฆ่าเซียนที่ถูกส่งมาจากสองราชวงศ์นักฆ่าจนตาย!

            ธารน้ำแข็งหลายแสนลี้ของเป่ยหยวนแตกสลายผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนเสียชีวิตอย่างน่าอนาถในการสู้รบครั้งนั้น

            เมื่อข่าวนี้แพร่ออกไปเซียนทั้งหลายใต้หล้าก็สั่นเทิ้ม

            สี่ราชวงศ์แห่งจงโจว ตระกูลโบราณ ตระกูลจีตระกูลเจียงแห่งตงฮวง สิ่งมีชีวิตบรรพกาล รวมถึงสำนักศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากรวมถึงนักพรตจากเวิ้งทรายและจ้าวแห่งเผ่าปีศาจสิบอันดับแรกแห่งหนานหลิงจำต้องให้ความสำคัญกับทะเลไร้สิ้นสุดและฐานะของตระกูลมู่!

            ผู้นำตระกูลมู่สังหารเซียนกว่าสิบคนในการสู้รบครั้งเดียวพลังเช่นนี้นับได้ว่าไร้เทียมทาน!!!

            หากไม่มีมหาเซียนถือกำเนิดมองไปยังห้าแคว้นทั่วหล้า เกรงว่าคงไม่มีใครต่อกรกับตระกูลมู่ได้เลย

            ……

            ครึ่งเดือนต่อมาข่าวอีกข่าวหนึ่งก็แพร่กระจายออกมาจากแผ่นดินเวิ้งทราย

            เกี่ยวข้องกับตระกูลมู่!

            สงครามครั้งนั้นทำให้ผู้คนในใต้หล้าได้ทราบว่าการสืบทอดของสายเลือดจักรพรรดิหานเหรินแบ่งออกเป็นสองสายสายหนึ่งคือผู้ถือครองคัมภีร์เซียนสวรรค์ อีกสายคือผู้ถือครองคัมภีร์กลืนสวรรค์!

            ผู้สืบทอดคัมภีร์เซียนสวรรค์คือทายาทแดนศักดิ์สิทธิ์เหยากวงที่หายสาบสูญไปนานนับปี!

            พลังทั้งสองสายได้ปะทะกันในแคว้นเวิ้งทรายด้วยพลังอันยิ่งใหญ่

            วิชาต่างๆ ถูกงัดออกมาใช้เหมือนดอกเห็ดแรงระเบิดที่เกิดขึ้นก็บดขยี้ขุนเขานับไม่ถ้วนแม้แต่ดินแดนพุทธศักดิ์สิทธิ์จำนวนไม่น้อยของเวิ้งทรายก็ถูกทำลายจนเหลือเพียงเถ้าธุลี

            ศึกนั้นได้รับการยกย่องในหมู่คนรุ่นเยาว์ว่าเป็นการต่อสู้ที่น่าจดจำที่สุด!

            ดำเนินต่อไปถึงสามวันสามคืนเต็มถึงจะตัดสินผลแพ้ชนะได้!!!

            ผลลัพธ์สุดท้ายคือทายาทดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยากวงพ่ายแพ้ส่วนมู่อู๋ซวงก็จ่ายราคาที่น่าตกใจไปเช่นกัน เพราะชนะมาได้อย่างทุลักทุเลแล้วต้องหายตัวไปในแผ่นดินอันกว้างใหญ่

            กองกำลังชั้นนำจำนวนมากที่เคยผ่านสงครามเมืองศักดิ์สิทธิ์ต่างก็ประจักษ์ถึงความแน่วแน่ของจิตใจจากผู้สืบทอดตระกูลมู่มาแล้ว

            จึงเห็นเป็นเอกฉันท์ว่ามู่อู๋ซวงจะไม่ตาย

            บางทีเมื่อปรากฏตัวต่อหน้าทุกคนอีกครั้งเขาก็อาจแปลงเป็นกายาแห่งความโกลาหลไปแล้ว!!

            หากเป็นเช่นนั้นกายาแห่งความโกลาหลที่หาได้ยากยิ่งในหมื่นปี ตระกูลมู่มีถึงสามคน!

            นั่นคือรากฐานที่พร้อมสั่นสะเทือนใต้หล้า!!!

            แม้แต่กองกำลังชั้นนำจำนวนมากที่เป็นศัตรูกับตระกูลมู่ก็ยังต้องยอมรับในใจ!

            ยุคนี้เกรงว่าจะไม่มีใครขัดขวางการผงาดขึ้นมาของตระกูลมู่ได้แล้ว!!

            เมื่อกายาศักดิ์สิทธิ์แห่งความโกลาหลของมู่เสินฉวนเติบใหญ่ย่อมต้องบรรลุวิถี!

            ปกครองใต้หล้าไปอีกหนึ่งหมื่นปี!

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】 ที่คุณอ่าน