ตอนที่ 40:ข้อตกลงและเงื่อนไข
“ฮ่าฮ่า” คำพูดของหลิวจือเซียทำให้ทุกคนพากันหัวเราะออกมาแม้แต่ซ่งจิงจ้านก็หัวเราะออกมาด้วย
อันที่จริงถ้าจางหนิงมีพี่เขยที่เป็นถึงประธานของบริษัทเมื่อแข่งกันด้วยสิ่งนี้ เขาย่อมชนะอย่างแน่นอน
“เลิกพูดมากได้แล้ว ! ” จางหนิงฮึดฮัดออกมา“ไม่ใช่ว่าวันนี้มีการแสดงรึไง ? ฉันเองก็ลงทะเบียนไปแล้วแกกล้าสู้กับฉันบนเวทีหรือเปล่า ? ”
“หน้าด้านจริง ๆ ! ”
“ใช่ การแสดงกำลังจะเริ่ม เหลือเวลาเตรียมตัวอีก 30 นาทีเขาจะแข่งได้ยังไง ? ”
“หน้าไม่อาย ฉันล่ะหมดคำพูดกับมันจริง ๆ ! ”
เมื่อได้ยินที่จางหนิงพูดมา ทุกคนก็พากันฮือฮาออกมาพวกเขาต่างก็รุมประณามว่าจางหนิงหน้าไม่อาย
“จางหนิง แกนี่มันหน้าด้านจริง ๆ ! ” หวางหยิงหยิงรู้สึกโกรธขึ้นมาและชี้ไปที่จางหนิงก่อนจะพูดขึ้นว่า“นี่อย่าเพิ่งพูดเรื่องจะลงทะเบียนทันหรือเปล่าเลยถึงจะลงทะเบียนได้แต่เหลือเวลาก่อนจะเริ่มการแสดงแค่ 30 นาทีแกจะให้เหลียนเฉิงเตรียมตัวทันได้ยังไง ? ”
“นั่นไม่ใช่เรื่องของฉัน ! ” จางหนิงยักไหล่และยิ้มออกมา“ไอ้หน้าขาว แกไม่กล้าแข่งกับฉันก็บอกมาตรง ๆ แกมาให้ผู้หญิงมาออกหน้าแทนแบบนี้แกยังเป็นลูกผู้ชายอยู่หรือเปล่า ? ”
“ฉันน่ะลูกผู้ชายกว่าแกซะอีก ! ”ไป่เหลียนเฉิงก้าวออกมาและพูดขึ้น
“พี่ไป่ อย่าเพิ่งใจร้อนไป ! ” หวางหยิงหยิงและเพื่อนของเธอรวมถึงซ่งจิงจ้านกับเจ้าอ้วนต่างก็พากันรีบเข้าไปห้าม
หลิวจือเซียไม่ได้พูดอะไรออกมา แค่การแสดงไม่ใช่หรือไงทำไมถึงต้องกลัวว่าจะแพ้ด้วย ?
“ได้ ! ฉันเคยกลัวซะที่ไหน ! ” ไป่เหลินเฉิงพูดขึ้น “มาแข่งกัน! ”
“แล้วจะตัดสินกันยังไง ? ” หลิวจือเซียถามขึ้นมา
“การลงคะแนน”จางหนิงพูดขึ้น “มีเครื่องโหวตลงคะแนนอยู่ในโรงละคร ใครที่ได้คะแนนมากกว่าก็ชนะไป”
“ได้ ถ้าฉันชนะ แกก็เลิกมายุ่งกับหยิงหยิงซะ ! ”ชัดแล้วว่าไป่เหลียนเฉิงโกรธจนแทบไม่มีสติ
“ฉันตกลง ! ” จางหนิงพูดขึ้น “ถ้าแกชนะฉันจะไม่ไปยุ่งกับหยิงหยิงอีก แล้วถ้าฉันชนะล่ะ ? แกมีอะไรให้ฉันหรือเปล่า ? ”
ไป่เหลียนเฉิงกำลังจะพูดออกมาแต่หลิวจือเซียกลับมาห้ามก่อนและพูดขึ้น “แกต้องการอะไรล่ะ ? ”
สีหน้าของจางหนิงเผยความเจ้าเล่ห์ออกมาและพูดขึ้น “ถ้าฉันแพ้ฉันรับปากว่าจะไม่ไปยุ่งกับหยิงหยิงอีก ฉันรับปากว่าจะไม่โผล่หน้าไปให้เธอเห็นอีกแต่ถ้าไป่เหลียนเฉิงแพ้ ฉันไม่ได้ต้องการให้เขาเลิกกับหยิงหยิง แต่ฉันอยากให้เขาแก้ผ้าวิ่งที่สนามของวิทยาลัย! ”
ข้อเสนอนี้เกินไปจริง ๆ
แค่แก้ผ้าต่อหน้าคนในสาขาก็คงเป็นข่าวพาดหัวบนหนังสือพิมพ์ไปแล้ว
แผนนี้มีไว้เพื่อทำลายไป่เหลียนเฉิงทำให้เขาไม่อาจก้าวเท้าเข้าสู่วงการได้อีกในอนาคต !
“ฉันตกลง ! ”หลิวจือเซียแสดงสีหน้าเย็นชาออกมาและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเฉยเมย“แต่ฉันขอเพิ่มเงื่อนไข ถ้าแกแพ้ แกก็ต้องแก้ผ้าวิ่งเหมือนกัน ! ”
จางหนิงไม่ลังเลและยื่นมือออกมาทันที “ห้ามผิดคำพูด ! ”
ไป่เหลียนเฉิงมองไปที่หลิวจือเซียพร้อมกับยื่นมือฟาดใส่มือจางหนิง“ห้ามผิดคำพูด ! ”
“เพี๊ยะ ! ” ฝ่ามือของทั้งสองฟาดกันจนเสียงดังก้องไปทั่วทางเดิน
คนที่อยู่รอบ ๆ เห็นแบบนั้นก็พากันตื่นเต้นตามไปด้วย
“สุดยอดไปเลย สองคนนี้พนันกันได้โหดจริง ๆ ! ”
“คนที่แพ้ต้องแก้ผ้าวิ่งที่ลาน ! ”
“เรื่องนี้ต้องบอกต่อ บางทีคนอื่น ๆ อาจจะสนใจก็ได้ ! ”
พวกคนที่ดูอยู่พากันตื่นเต้น นี่เป็นเรื่องใหญ่เรื่องนี้ต้องบอกให้ทุกคนรู้
“แล้วเจอกันบนเวที ! ”หลิวจือเซียไม่ได้สนใจท่าทีตื่นเต้นของผู้คนโดยรอบเขาพูดจบก็ได้พาซ่งจิงจ้านและคนอื่น ๆ เดินออกไป
เมื่อเห็นหลิวจือเซียเดินออกไปจางหนิงก็ยิ้มออกมาราวกับกุมชัยชนะเอาไว้แล้ว !
“พี่หนิง พี่นี่สุดยอดไปเลย ไอ้ไป่เหลียนเฉิง ครั้งนี้แกแพ้แน่! ” ชายหนุ่มด้านหลังจางหนิงหัวเราะออกมา
ชายตัวเตี้ยอีกคนพูดขึ้น“ครั้งนี้พี่หนิงได้เชิญนักดนตรีของฮัวเยว่มีเดียและนักออกแบบท่าเต้นมาช่วยในการแสดงของเราอีกด้วย! ”
“นี่ไม่ต้องนับไอ้หน้าขาวนั่นเลยหลิวจือเซียเพิ่งจะโด่งดังได้ไม่นาน เขาคงต้องคุกเข่าให้กับเราด้วย ! ”ชายคนสุดท้ายพูดขึ้น“ครั้งนี้พี่หนิงต้องถูกเลือกไปร่วมแสดงในมิวสิควิดีโอเพลงใหม่ของหลิวฉีฉีแน่ ๆ !”
“ฮ่าฮ่าฮ่า”
.............................
เมื่อเดินออกมาจากทางเดิน ทุกคนก็ตรงไปยังห้องรับรอง
เมื่อซู่ปางจือวางเยว่เยว่ลงไปที่พื้นเจ้าตัวน้อยก็หันหน้ามองไปรอบ ๆ ด้วยความสงสัย
นอกจากหลิวจือเซียแล้วคนอื่น ๆต่างก็พากันแสดงสีหน้าเคร่งเครียดออกมา
“พี่สาม ครั้งนี้พี่ทำให้พี่ไป่ตกที่นั่งลำบากแล้ว ! ”ซู่ปางจือคายเมล็ดแตงโมที่ไม่รู้กินไปตอนไหนออกมาจากปากและพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าสลด
“จือเซีย จางหนิงน่ะเตรียมตัวมาอย่างดี” ซ่งจิงจ้านพูดขึ้นปกติเขาเป็นคนใจร้อนแต่ตอนนี้เขากลับดูเครียด“เขาคงคิดมาแล้วว่าจะทำให้น้องไป่อับอายได้ยังไง”
สาว ๆ ทั้งสามไม่ได้พูดอะไรออกมาหวางหยิงหยิงได้แต่จับมือไป่เหลียนเฉิงเอาไว้แน่นและพูดขึ้น “เหลียนเฉิง ถ้างั้นเราไปบอกว่าการลงทะเบียนปิดไปแล้วจะได้ไม่ถือว่าเราแพ้”
“ไม่มีประโยชน์หรอก โปสเตอร์เขียนไว้ชัดเจนอยู่แล้วมันลงทะเบียนได้ตลอดแค่จะอยู่อันดับท้าย ๆ ก็เท่านั้น”
เพราะการแสดงของหลิวจือเซียนั้น ไป่เหลียนเฉิงก็เป็นคนสมัครให้เป็นธรรมดาที่ไป่เหลียนเฉิงจะรู้เวลาสำหรับการลงทะเบียน
“แล้วเราจะทำยังไงกันดี ? ” หวางหยิงหยิงกังวลขึ้นกว่าเดิม “แค่30 นาทีจะไปทำอะไรได้ ? ”
ทุกคนต่างก็พากันหน้านิ่วคิ้วขมวดชัดแล้วว่าพวกเขาไม่คิดว่าไป่เหลียนเฉิงจะชนะจางหนิงได้
“ฉันตกลงไปแล้ว พวกนายไม่มั่นใจได้ยังไง ? ”ตอนนั้นหลิวจือเซียก็ได้พูดขึ้นมา
เขามองไปรอบ ๆ และยิ้มออกมา “เมื่อฉันกล้าให้พี่ไป่ตกลงแน่นอนว่าฉันมั่นใจว่าเขาต้องชนะ ! พวกนายทำหน้าอย่างกับว่าเราแพ้แล้วไปได้”
“หือ น้องสาม นายมีทางออกงั้นหรือ ? ”
“น้องสาม อย่าหลอกเรานะ จิตใจของเรายิ่งย่ำแย่กันอยู่!”
“พี่สาม พี่คิดจะทำอะไร ? ”
ทุกคนพากันมองไปที่หลิวจือเซียด้วยสายตาคาดหวัง
“แน่นอนว่าฉันมีทางออก ! ”
เมื่อเห็นสีหน้ากังวลและคาดหวังของทุกคนหลิวจือเซียก็ยิ้มออกมาพร้อมกับหยิบกระดาษและปากกาออกมาก่อนจะก้มลงไปที่โต๊ะแล้วเริ่มเขียนบางอย่าง
หลังจากนั้น 5นาทีหลิวจือเซียก็ได้ส่งกระดาษในมือให้กับไป่เหลียนเฉิงพร้อมกับพูดขึ้น “พี่ไป่ลองดูสิว่าพี่พอใจกับมันหรือเปล่า ! ”
“นี่อะไร ? ” ไป่เหลียนเฉิงรับกระดาษมา คนอื่น ๆเองก็พากันมุงเข้ามาดูด้วย
“กุ้ยเฟยเมามาย (新贵妃醉酒)? ” เมื่อเห็นเนื้อหาบนกระดาษทุกคนต่างก็พากันสับสน
“น้องสาม นี่อะไร ? นี่มันละครเพลงหรือเพลงกัน ? ”ไป่เหลียนเฉิงคิ้วขมวด “ฉันเคยได้ยินละครเรื่องมาก่อน แต่ไม่เคยได้ยินเพลงนี้มาก่อนเลย! ”
“เราเองก็ไม่เคยได้ยินเหมือนกัน ! ”
หวางหยิงหยิงและคนอื่น ๆ พยายามคิดแต่ก็ไม่มีข้อมูลเพลงนี้ในหัว
หลิวจือเซียกรอกตาและพูขึ้นมา “พี่คิดว่ายังไง ?ฉันเพิ่งคิดเพลงนี้ขึ้นมา แล้วพวกพี่จะเคยได้ยินมันมาก่อนได้ยังไง ? ”
“หืม ? ” เมื่อได้ยินคำพูดของหลิวจือเซียทุกคนก็พากันเบิกตากว้างโดยเฉพาะซู่ปางจือที่ตาแทบถลน
“พี่สาม พี่พูดจริงงั้นหรือ ? ”ซู่ปางจือมองไปที่หลิวจือเซียด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ “เรารู้ว่าเพลง ‘ได้เจอเธอพอดี’ของพี่ดีจริง แต่ฉันก็ยังทำใจเชื่อไม่ได้ที่พี่จะคิดเพลงได้ใน 5 นาที”
“หา นะ… นะ… นายคือหลิวจือเซียงั้นหรือ ! ”
“พระเจ้า เหลียนเฉิง เพื่อนที่นายพูดถึงคือหลิวจือเซียงั้นหรือ? ”
“เล่าหลิว เพลง ‘ได้เจอเธอพอดี’ น่ะดีจริง ๆฉันเป็นแฟนคลับของนาย ! ”
เสียงของไป่เหลียนเฉิงโดนสาว ๆ ทั้งสามกลบไป
กลับเป็นว่าเพื่อนทั้งสามคนของหวางหยิงหยิงไม่รู้ว่าชายที่ใส่หมวกเบสบอลนั้นเป็นหลิวจือเซียที่โด่งดังในอินเตอร์เน็ตไม่นานมานี้
“ใช่ ฉันคือหลิวจือเซีย” หลิวจือเซียถอดหมวกออกและทักทายทุกคน
“สวัสดี ! ” สาว ๆ พากันมองไปที่หลิวจือเซียด้วยสายตาชื่นชม
“ฉันจะอธิบายให้ฟังทีหลัง”หวางหยิงหยิงรู้อยู่แล้วว่าน้องสามที่ไป่เหลียนเฉิงพูดถึงก็คือหลิวจือเซียแต่เธอไม่ได้บอกกับเพื่อนเธอ “สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือเพลงนี้ มันจะได้ผลจริงๆ หรือ? นายอยากให้เหลียนเฉิงร้องเพลงนี้ในการแสดงจริง ๆ หรือ ? ”
“ทำไมจะไม่ได้ผล ? ” หลิวจือเซียถามขึ้น “พี่สะใภ้ พี่ลืมเพลง‘ได้เจอเธอพอดี’ ของฉันไปแล้วรึไง ? บอกตรง ๆ เลยนะว่าฉันน่ะสุดยอดมาก ๆ ! ”
“ถูกต้องเลย !” เยว่เยว่เดินเข้ามา “คุณพ่อเก่งที่สุด ! ”
“เอิ่ม...” หวางหยิงหยิงถึงกับพูดอะไรไม่ออกเธอได้แต่มองไปที่ไป่เหลียนเฉิงโดยหวังว่าเขาจะพอคิดหาทางออกอื่นได้
เอาจริง ๆ แล้วหากอยู่ในสถานการณ์ปกติหวางหยิงหยิงคงให้ไป่เหลียนเฉิงลองได้ แต่ตอนนี้สถานการณ์มันไม่ปกติต้องบอกก่อนว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับอนาคตของไป่เหลียนเฉิงเลยก็ว่าได้ !
ดังนั้นจึงต้องทบทวนเรื่องนี้ให้ดี
หากเทียบกับหวางหยิงหยิงแล้วไป่เหลียนเฉิงเป็นคนมองโลกในแง่ดีมากกว่า ยังไงการร้องเพลงก็ไม่ได้เสียหายอะไรบางทีหากเขาร้องเพลงเขาอาจจะชนะก็ได้ แล้วทำไมเขาถึงไม่ลองเสี่ยงดูกัน ?
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ไป่เหลียนเชิงก็ก้มหน้าลงไปมองกระดาษ
“เกล็ดหิมะโปรยปรายเหมยบานยอดกิ่งเมื่อปีนั้นข้างสระฮว๋าชิงฉือปีนั้นทิ้งความเศร้าไว้คณานับ ...ไม่ต้องต่อขานว่าความรักฝ่ายใดถูกหรือผิด เพียงหวังได้ร่ำสุราในฝันกับท่านอีกครา...”
หลังจากที่ได้อ่านเนื้อหาและทำนองดูแล้ว ไป่เหลียนเฉิงก็ลองฮัมเพลงออกมาดูแม้ว่าจะยังไม่ชัดเจนเท่าไหร่แต่ทำนองก็ทำให้ไปเหลียนเฉิงแสดงสีหน้าตะลึงออกมา
“นะ... นี่มัน…”ไป่เหลียนเฉิงช็อก “น้องสาม เพลงนี้คงไม่ใช่เพลงยอดนิยมใช่ไหม ? ”
“ใช่และไม่ใช่ ! ” หลิวจือเซียอธิบายออกมา“เพลงนี้เป็นการผสมผสานระหว่างคลาสสิก ละคร และเพลงป๊อบ ดราม่ามันต้องใช้เครื่องดนตรีประกอบพิเศษอย่างกู่เจิง ขลุ่ย ผีผา1 ... เอาจริงๆ แล้วหากไม่ใช่เพราะพี่ไป่แล้ว ฉันคงไม่เขียนเพลงนี้ขึ้นมา”
“ได้ ! งั้นฉันจะร้องเพลงนี้ ! ”ไป่เหลียนเฉิงพูดขึ้นมาด้วยท่าทีตื่นเต้น “ในความเห็นของฉันแล้ว เพลงนี้ไม่ได้เป็นรองเพลง‘ได้เจอเธอพอดี’ เลย”
หลิวจือเซียยิ้มออกมา “พี่ชอบมันก็ดีแล้ว ! ”
ผีผา1เป็นเครื่องดนตรีโบราณของจีน คล้าย พิณ