บทที่ 74 สายสืบ
“บัดซบเอ้ย! สารเลวตัวไหนกล้าหักหลังกูวะ!!” ลุงสองคำรามลั่น เขาโกรธมากที่ชื่อเสียงของเขาถูกทำลายแบบนี้ เมื่อคืนตัวเขาเองก็ถูกจำคุกไปหนึ่งคืนเพื่อรอประกันตัว นับเป็นความอัปยศอย่างมาก
มือหนาของเขากวาดข้าวของล้ำค่าบนโต๊ะแตกกระจายไป ด้วยเงินค่าประกันตัวกว่า 70 ล้าน ไหนจะค่าจ้างทนายและนับสืบที่รวมๆกว่า 10 ล้านอีก ไม่รู้ว่าเรื่องจะจบเมื่อไรด้วยซ้ำ แล้วแบบนี้จะให้เขามีความสุขอยู่ได้ยังไง
คนเป็นภรรยาสะดุ้งตกใจ ตัวเธอเองนั้นก็เป็นหนึ่งในตัวการ และรู้ด้วยว่าเรื่องเป็นแบบนี้ก็เพราะลูกของเธอเองนั่นแหละ นี่ต้องบอกว่าเป็นความร่วมมือของพวกเธอแม่ลูก ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้หนูกันต์ของเธอได้รับโอกาสที่จะกลายเป็นดาราดังระดับโลก มีเงินทองและรวยล้นฟ้า
หากพูดตามตรงแล้ว เธอนั้นรักหนูกันต์ของเธอมากกว่าแม็กที่เป็นแค่ลูกติดของสามีอยู่แล้ว ทุกอย่างที่เธอต้องการทำก็เพื่อลูกชายของเธอคนนี้
เพียงแต่คำพูดถัดมาของคนเป็นสามีนั้นทำให้เหงื่อของเธอเริ่มไหลรินเพราะความหวาดกลัว
“ถ้ากูรู้ว่าเป็นใคร กูไม่เอามันไว้แน่ ถ้ากูต้องตกนรก มันจะต้องตายทรมานกว่ากู!!” เขาพูดขึ้นด้วยความโกรธก่อนจะเรียกนักสืบมือดีให้เข้าพบ ข้างกันนั้นมีทนายความคนเก่งมาด้วย
ทว่าใครเล่าจะรู้ ทั้งทนายความและนักสืบ พวกเขาทั้งสองคนล้วนแต่เป็นตัวละครที่อยู่ในมือของเหมันต์ การที่กันต์และมารดาของเจ้าตัวคิดว่าพวกเขาทั้งคู่ใช้แผนยืมมือคนอื่นนั้นจะทำให้รอดพ้น ที่จริงพวกเขาคิดผิด!
ทั้งสองคนคิดได้อย่างไรว่าคนที่ทำร้ายปลายฝนที่เป็นที่รักสุดหัวใจของต้นหนาวนั้นจะรอดพ้นภัยพิบัติ พวกเขาคิดได้ยังไงว่าต้นหนาวจะปล่อยพวกเขาไป!!
ทั้งหมดก็แค่เป็นการเล่นสนุกของต้นหนาวเท่านั้นเอง หากพวกเขารู้ว่าตอนนี้คนที่ได้ชื่อว่าลุงใหญ่มีความเป็นอยู่อย่างไรในคาสิโนต่างประเทศ พวกเขาคงจะไม่กล้าร่วมมือกับต้นหนาวเป็นแน่
เพียงแต่เรื่องนี้พวกเขาล้วนไม่รู้ทั้งสิ้น สิ่งที่พวกเขารู้ก็คือเรื่องราวของป้าใหญ่เท่านั้น แต่พวกเธอก็คิดไปเองว่าที่ป้าใหญ่เป็นแบบนั้นก็เพราะทำตัวเอง พวกเธอนั้นเชื่อว่าหากตนเองอยู่ในสถานการณ์เดียวกันจะจัดการอะไรต่อมิอะไรให้ดีกว่านี้ได้ อย่างน้อยๆก็ไม่กลายเป็นคนโรคจิตเหมือนอีกฝ่าย
ทว่าความเก่งกาจของผู้ชมหรือจะเท่ากับเจอด้วยตนเอง ในไม่ช้า....ภรรยาของลุงสองคนนี้จะเข้าใจว่าทำไมป้าใหญ่จึงกลายเป็นหญิงสติไม่สมประกอบ
ทั้งหมดนั้นเป็นเพราะถูกทำร้ายจิตใจซ้ำๆ แล้วภาพของปลายฝนที่ตกใจจนหมดสตินั้นจะตามไปหลอกหลอนพวกเธอเพราะมันเป็นเวรกรรมโดยแท้จริง!
“คุณวิชิต เรื่องนี้ผมต้องฝากคุณจริงๆ ผมไม่รู้ว่าศัตรูของผมคนนี้เป็นใคร แต่ผมต้องการลากตัวของมันมาให้ได้ เรื่องค่าตอบแทนที่คุณวิชิตเสนอมา ที่ดินติดธารน้ำที่คุณต้องการนั้นผมจะโอนให้ภายในวันนี้เลย ถ้าคุณทำงานสำเร็จ...ผมจะมอบเงินให้คุณเพิ่ม” ด้วยฐานะของวิชิต ผู้เป็นสายสืบเลื่องชื่อและน่ากลัวมากในวงการใต้ดิน คนที่หลายๆคนต่างก็หวาดกลัว เพียงแต่ข้อเรียกร้องของอีกฝ่ายนั้นส่วนใหญ่จะสูงเกินกว่าคนธรรมดาจะรับไหว ดังนั้นความน่ากลัวจึงไม่ได้กระทบกับคนในวงกว้าง
ทว่าข้อเรียกร้องของวิชิตในครั้งนี้มันเป็นอะไรที่ลุงสองรับได้ อย่างน้อยๆก็เป็นแค่ที่ดินเก่าแก่ที่เขาได้ไปประจบเอาใจคุณปู่จนได้รับมา เดิมทีมันควรจะเป็นของน้องชายที่ตายไป เพียงแต่พวกมันโง่ที่แยกตัวออกไป พวกมันจึงไม่ได้รับส่วนแบ่งในส่วนนี้ด้วย
หากเป็นไปได้ เขาก็อยากจะให้เงินอีกฝ่ายแทน ทว่าเงินของเขาก็หมดไปกับการประกันตัวแล้ว เหลืออีกเพียงไม่มากซึ่งต้องจ่ายให้ทนายความ ดังนั้นเขาจึงยินยอมมอบที่ดินนั้นแต่โดยดี
โดยไม่รู้เลยว่าที่ดินผืนนั้น ท้ายที่สุดแล้วก็ตกไปอยู่ในมือของเจ้าของที่แท้จริงของมัน
ต้นหนาวมองดูรูปเก่าๆ เด็กน้อยตัวเล็กที่วิ่งเล่นอยู่ริมธาร ใบหน้าของอีกฝ่ายสดใสและงดงามมากในสายตาของเขา เพียงเวลาไม่นาน โฉนดที่ดินผืนนั้นก็มาตกอยู่ในมือของเขาแล้ว ที่ดินที่เป็นความทรงจำของพวกเขาสองคนกลับมาอยู่ในมืออีกครั้ง ไม่รู้ว่าถ้าเจ้าหนูน้อยได้ไปเที่ยวที่นั่นอีกครั้ง ปลายฝนจะมีความสุขมากขนาดไหน
คนคลั่งรักที่ใช้ข้อแลกเปลี่ยนเป็นที่ดินได้เปลี่ยนชื่อผู้ถือครองเป็นชื่อของเด็กน้อยเป็นที่เรียบร้อย เชษที่มองดูอยู่ก็อดที่จะอิจฉาเล็กๆไม่ได้ ทุกวันนี้นอกจากเงินและชื่อบริษัทแล้ว ที่ดินหรือบ้านที่ได้มา ล้วนแต่ตกอยู่ในชื่อของคุณชายรองเสียหมด หากไม่ใช่เพราะว่าภาษีที่ดินและอื่นๆเป็นประธานที่ออกให้ เขาอาจจะคิดว่าประธานกำลังแกล้งให้คุณชายรองได้จ่ายภาษีหลายสิบล้านต่อปีเป็นแน่
นอกจากความคิดตลกๆของเขาแล้ว เชษก็ยังรู้สึกว่าประธานของเขานั้นยังน่ากลัวเสมอต้นเสมอปลายจริงๆนั่นแหละ หากว่าลุงสองคนนั้นรู้ว่าที่จริงแล้วทั้งหมดเป็นแผนการของหลานชายที่พวกเขาเคยทำร้าย ไม่รู้ว่าจะกระอักเลือดตายไปเลยหรือเปล่า
ถ้าดูจากรูปการณ์แล้ว คนที่อยากตายๆไปเสียคงไม่ได้มีแค่ลุงสองเป็นแน่ ดูจากการที่ลุงสามถูกกระทำชำเราเหมือนไม่ใช่คน ยามราตรีต้องรับลูกค้าด้วยการถูกจับมัดสนองตัณหา ยามเช้าตรู่ต้องทำงานอย่างหนักด้วยการทำความสะอาดของหนักของพวกนักท่องเที่ยวยามราตรี แค่คิดว่าคนที่ทำตัวสูงส่งได้กลายเป็นเหมือนสุนัขรับใช้ที่อยากจะตายก็ถูกบังคับให้มีชีวิตอยู่ ไม่รู้ว่าคนอย่างลุงสองจะขอตายก่อนไปเลยหรือไม่
แต่เอาเถอะ ถือว่าจุดแตกหักของเขายังมาไม่ถึง ตอนนี้ประธานกำลังต้องการให้ลุงสองกลายเป็นเรื่องมือทำลายภรรยาและลูกชายตัวดีของพวกเขา ดูท่าแล้วคนที่เหลือรอดของตระกูลอธิบรักขณกุลคงจะมีแค่คุณแม็กที่แม้จะเกเรไปบ้างแต่ก็ไม่เคยทำอะไรเกินเลย แล้วก็ลูกชายของบ้านสามที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไร ที่เหลือนอกจากนั้นก็คงจะอยู่ไม่สู้ตายกันทั้งนั้นเป็นแน่
ตอนนี้เห็นจะมีแค่บ้านสามนั่นแหละที่รอความวุ่นวายอยู่ ยังดีที่ประธานเมตตา ช่วยสนับสนุนให้ลูกชายของคุณหญิงพิมพ์ไปเรียนหมอที่ต่างประเทศสมใจอยาก เพราะถ้าหากยังอยู่ที่นี่ มีหวังจะต้องถูกผลของการกระทำระหว่างสองสามีภรรยาและมือที่สามอย่างคุณนะโมทำร้ายเอาเป็นแน่
“บ้านลุงใหญ่” คำสามคำถูกขีดฆ่าออกจากรายการชำระแค้น เนื่องจากตอนนี้บ้านของลุงใหญ่มีเพียงความเลวร้ายรออยู่ พวกเขาไม่ต้องยื่นมือทำอะไรอีกต่อไปแล้ว รอให้พวกนั้นรับกรรมจนกว่านรกจะเรียกหาก็พอ
“บ้านลุงสอง” ตอนนี้กำลังดำเนินการ อีกไม่นานสายสืบก็จะเปิดเผยชื่อของกันต์และคนเป็นภรรยาว่าอยู่เบื้องหลังของเรื่องนี้ หากว่าลุงสองน่าจะแค้นใจอย่างหนักจนอยากจะฆ่าพวกเขา หลังจากนั้นต้นหนาวก็จะปล่อยให้พวกเขาทะเลาะตบตีกันไป กระตุ้นด้วยการประโคมข่าวอีกเล็กน้อยให้พวกเขาไม่มีที่ยืนในสังคม เขาเชื่อว่าลุงสองจะไม่ยอมล่มจ่มคนเดียวเป็นแน่ อีกฝ่ายจะต้องพยายามทำลายภรรยาและลูกนอกสมรสที่เป็นเหมือนงูพิษไปด้วยแน่ๆ
ถ้าเป็นไปได้ เขาก็พร้อมจะให้ความช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆ
เพียงแต่...กันต์นั้นยังถูกน้องชายของเขาหยิบยืมไปใช้ในแผน ทว่าเรื่องนี้ต้นหนาวรอได้ รอให้น้องของเขาเล่นสนุกให้พอ แล้วค่อยจัดการทีเดียว
“บ้านลุงสาม” นี้ยังรอให้นะโมรู้สึกคลั่งมากกว่านี้ก่อน หลังจากนั้นจะปล่อยเสือตัวเล็กนี้เข้าไปป่วนให้วุ่นวาย ไม่เพียงแค่นะโมเท่านั้น เขายังมีไพ่ตายใบที่ 3 ที่ 4 อีกมากมาย คนเจ้าชู้อย่างลุงสาม จะรอดเรื่องบ้านเล็กบ้านน้อยไปได้อย่างไร สำหรับผู้หญิงคนไหนที่อยากจะอยู่อย่างสงบสุขกับลูกๆที่เกิดมาแล้วพ่อไม่รับเลี้ยงก็ปล่อยไป แต่ถ้าใครต้องการที่จะเอาคืน คนอย่างต้นหนาวก็พร้อมที่จะสนับสนุน แถมถ้าเรื่องจบไป เขาก็พร้อมที่จะมอบเงินเป็นรางวัลเล็กๆน้อยๆอีกด้วย
“ตอนนี้เรื่องที่เกี่ยวข้องกับบ้านใหญ่ ส่วนใหญ่แล้วใกล้จะจบหมดแล้วนะครับ จะมีก็แค่เรื่องของคุณชายรองที่ยังไม่รู้ว่าจะไปในทิศทางไหน” เชษกล่าวรายงาน เขาสรุปร่วมกับคนเป็นนายอีกที
สำหรับเรื่องอื่นๆที่ประธานและตัวเขาเป็นคนวางแผนนั้นย่อมรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าจุดจบจะเป็นอย่างไร ทว่าเรื่องของคุณชายรองนี่แหละที่ทำให้ปวดหัวอยู่จนถึงตอนนี้
ยังดีที่คุณชายรองนั้นยังให้ความสำคัญกับประธานของเขามากเหมือนเช่นเคย ไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้เสือตัวนี้บ้าคลั่งขึ้นมากลางทางก็ได้
“ไม่เป็นไร คอยดูแลไว้ก็พอ”
“ครับ แล้วเรื่องงานหมั้น...” เชษเอ่ยถามถึงวันสำคัญที่ใกล้เข้ามา เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วันเท่านั้นแล้วที่จะถึงงานหมั้นหมายของพวกเขา
“อืม....” ต้นหนาวเคาะโต๊ะของตนเองสองสามครั้ง อันที่จริงงานหมั้นจะจัดขึ้นในอีก 5 วันข้างหน้า ทว่าเขาก็ไม่อยากปล่อยให้น้องอยู่ในสายตาของคนอื่นมากเกินไป
ใช้โอกาสนี้ ขอให้น้องตามใจเขาหน่อยจะเป็นไรไป
“เตรียมเครื่องไว้ พรุ่งนี้เช้าจะไปที่ “ธารน้ำทิพย์” ” ชื่อของลำธารแห่งใหม่ที่คุ้นเคยแต่ก็ห่างหายกันมานานดังขึ้น เชษส่ายหน้าเล็กน้อยกับความต้องการจะเซอร์ไพรส์ของอีกฝ่าย ได้แต่หวังไว้ว่าคุณชายรองจะชอบมัน
เพราะอย่างไรแผนของคุณชายรองก็คงไม่มีหรอกที่จะมานั่งชิวๆที่ลำธารน่ะ พวกเขาสองคนก็ได้ยินอยู่เต็มสองหูว่าคุณชายรองพูดโทรศัพท์กับใครบางคนว่าเดี๋ยวจะไปเยี่ยมคุณพีรพลที่โรงพยาบาลพรุ่งนี้อยู่เลย แล้วตอนนี้คนที่แอบฟังกลับบอกว่าจะพาคุณชายรองไปเที่ยว ไม่รู้ว่าเด็กน้อยจอมซนนั่นจะพอใจกับที่เที่ยวมากพอจะไม่สนใจว่าถูกทำลายแผนการหรือเปล่า
หลังจากที่ทั้งสองคนนายกับผู้ช่วยเดินทางกลับมา พวกเขาก็เห็นว่าคุณชายรองนั้นกำลังนั่งจัดแจกันอย่างขะมักเขม้น การกลับมาแบบไม่บอกว่าจะถึงบ้านเวลาไหนทำให้เด็กน้อยไม่รู้ตัวและไม่ได้ออกไปต้อนรับพวกเขา อย่างไรก็ตามภาพที่งดงามนั้นทำให้ต้นหนาวต้องหยุดดูอยู่นาน หากไม่ใช่เพราะเด็กน้อยที่กำลังจัดดอกไม้อยู่เพลินๆ จู่ๆก็ถูกหนามของกุหลาบมทิ่มเสียต้องร้องออกมา คาดว่าคนเป็นพี่ชายก็จะยังยืนแอบมองอยู่อย่างนั้นต่อไปเป็นแน่
“โอ้ย!” เสียงหวานดังออกมา ปากของเด็กน้อยเม้มเข้าหากันเพื่อระงับความเจ็บ
คนที่เพิ่งมาใหม่สาวเท้ายาวๆอย่างรวดเร็ว พุ่งเข้าไปจับมือเล็กๆที่ขึ้นสีแดงเพราะหนามที่ทิ่มเข้าไปนั้นมากุมไว้ด้วยความเป็นห่วง เชษนั้นก็รวดเร็วไม่ต่างกัน ตัวเขารีบไปหยิบกล่องยาที่อยู่ใกล้ที่สุดออกมาทันที ไม่ว่าจะเป็นยาฆ่าเชื้อหรือยาแก้ปวดก็เอามาหมด คาดว่าคนเป็นนายคงจะใส่มันทุกอย่างชนิดที่ว่าเกินเบอร์เหมือนอย่างเคย
ปลายฝนตกใจเล็กน้อยที่เห็นพี่ชายเดินเข้ามาหา แม้ว่าท่าทางเหล่านั้นจะเป็นการแสดงทั้งหมดก็ตาม ตัวเขานั้นได้รออีกฝ่ายอยู่ก่อนแล้ว คาดเอาไว้แล้วด้วยว่าคนเป็นพี่จะต้องบินกลับมาก่อนเย็น ตอนที่บ้านมีเพียงเสียงเงียบนั้นเขาก็เข้าใจทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ
เด็กน้อยย่อมต้องจัดท่าทางของตนเองให้ดูงดงามที่สุด เขาไม่ยอมปล่อยโอกาสที่จะทำให้พี่ชายหลงใหลไปแม้เพียงโอกาสเดียว ปลายฝนรู้ดีว่าชุดของเขาในวันนี้เข้ากับดอกกุหลาบสีแดงมาก ดังนั้นแจกันที่เขาอยากจะจัดนี้จึงมีเพียงกุหลาบสีแดงและใบสีเขียวของมันเท่านั้น
ครั้นเมื่อพี่ชายเดินมาก็ทำให้ตัวเองเจ็บตัวเล็กๆน้อยๆ ทำให้คนอายุมากกว่าเป็นห่วงเป็นใยได้อีกครั้ง
ร่างเล็กๆเมื่อหายตกใจแล้วก็โผตัวเข้าไปกอดคนอายุมากกว่า ไม่ได้สนความเจ็บปวดของตนเอง ทำราวกับว่าการมาถึงของคนอายุมากกว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีจนเขาหายเจ็บ มุมปากหนาของคนเป็นพี่ชายอดที่จะยกยิ้มอย่างพึงพอใจไม่ได้ กระนั้นเขาก็ยังคว้ามือเล็กๆมาดูแลอยู่ดี
“ระวังหน่อย” เสียงทุ้มที่เป็นห่วงเป็นใยดังออกมาจากปากของต้นหนาว ปลายฝนขมุบขมิบปากเล็กๆของตนเองสองสามครั้ง คล้ายกับว่ากำลังบ่นเพราะต้องการต่อต้าน ทว่าเพราะมันไม่มีเสียง มันก็เลยดูน่ารังน่าชังอย่างมาก
ริมฝีปากแดงๆที่เหมือนกับสีกุหลาบ หากแต่ฉ่ำวาวกว่าตกอยู่ในสายตาของต้นหนาว แม้ว่าคนอายุมากกว่าจะรู้ว่าตนเองนั้นกำลังตกหลุมรักน้องน้อยอย่างถอนตัวไม่ขึ้นชนิดที่ว่าไม่น่าจะหลงรักอีกฝ่ายได้มากกว่านี้ ทว่าตลอดเวลาที่เขาได้อยู่ด้วยกัน ต้นหนาวรู้สึกเหมือนกับว่าตนเองได้ตกหลุมน้องชายซ้ำๆ เป็นการย้ำเตือนว่าชีวิตของเขาขาดคนตรงหน้าไม่ได้ขนาดไหน
คนตัวใหญ่กว่าคว้าลำคอบางระหงนั้นให้เข้าใกล้ มองดูริมฝีปากน่ากินนั่นอย่างชั่งใจอีกครั้ง แต่ปลายฝนกลับทำเรื่องที่น่าตกใจยิ่งกว่านั่นคือการโน้มเข้าหาแล้วจูบคนเป็นพี่แทน
แม้ว่าการจูบนั้นจะยังเป็นการจูบแบบคนไม่ชำนาญ ทว่ามันก็น่ารักน่าชังมากเลยทีเดียว
“อื้อ” เมื่อเป็นคนเริ่มแต่อยากจะเป็นคนจบมันก่อน แน่นอนว่าต้นหนาวย่อมไม่ยอมให้เป็นไปตามใจของน้องชาย มือของเขาคว้าคอของน้องน้อย ดันให้แนบชิด ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายผละหนีแต่อย่างใด
ความคิดถึงที่มีมาตลอดทั้งวันทำให้กระแสความเร่าร้อนในร่างกายถูกปลุกติดได้ง่ายมากขึ้น มือสากลากไปที่แผ่นหลังนุ่มนิ่มที่แม้แต่สิวก็ไม่กล้าขึ้นไปมาก่อนจะลากลงต่ำไปที่จุดนุ่มกว่าเดิม ทำให้เด็กน้อยที่ไม่ได้เตรียมใจนั้นร้องประท้วงออกมา
หลังจากผละออกจากกัน น้ำใสก็ยืดออกเชื่อมเป็นสายระหว่างพวกเขา ต้นหนาวไม่ได้ปล่อยให้น้องชายของเขาเป็นอิสระนานนัก ปากหนาก็บดจูบลงไปอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันเกิดขึ้นพร้อมกับการดันร่างเล็กๆในนอนลงที่โซฟาตัวใหญ่ ตั้งใจว่าจะจับกินเสียตั้งแต่ตอนนี้
โชคร้ายที่ต้องทำให้คนเป็นพี่ผิดหวัง เมื่อจู่ๆแขกคนสำคัญก็มาที่บ้าน
“พ่อ? พี่ออเดรย์?” ปลายฝนชะโงกหน้ามองคนที่ทำเสียงดังหน้าบ้าน ขนาดว่าพวกพี่ๆบอดี้การ์ดห้ามไว้ก็ไม่คิดจะหลีกทางกลับไปแต่อย่างใด พวกเขาทำถึงขนาดให้คนตะโกนร้องเรียกทั้งต้นหนาวและปลายฝนด้วยซ้ำ ชนิดที่ว่าหากคนของต้นหนาวไม่ยอมให้เข้าไป พวกเขาก็พร้อมที่จะอับอายไปด้วยกัน
ดวงตาของคนที่อยากจะกินของหวานมืดครึ้มลงไปหลายส่วนเมื่อเห็นคนมาเยือน แต่ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ต้องผ่อนลมหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อเห็นร่างเล็กๆวิ่งดุ๊กดิ๊กออกจากบ้านไป สายตาคมมองตามก้นงอนๆของน้องชายที่เกือบจะโดนเขาปะทุษร้ายด้วยความเสียดาย
แต่ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล ปล่อยให้ก้นงอนนั้นเป็นอิสระไปอีกชั่วพักชั่วครู่ก็ไม่ได้เสียหายอะไร
..................................