ตอนที่ 61 พบกันอีกครั้ง
หลังจากพูดเรื่องเกี่ยวกับแอปพลิเคชันของพีทจนเข้าใจเรื่องทั้งหมดแล้ว ตัวของพี่แพรก็มีท่าทีที่ผ่อนคลายลงอย่างชัดเจน ในตอนนี้เธอไม่ห่วงอนาคตของพีทอีกต่อไปแล้ว เพราะเห็นว่าพีทมีงานที่ดีและมีเงินหาเลี้ยงชีพที่ดีแล้ว ซ้ำยังมากกว่าเธอทำงานมาตลอดหลายปีที่ผ่านมาเสียอีก
แต่ถึงกระนั้นพี่แพรก็ยังมีเรื่องที่เป็นห่วงพีทอยู่เล็กน้อย ตรงที่กลัวว่าน้องชายของเธอจะใช้เงินมือเติบ หลังจากมีเงินก้อนโตอยู่ในบัญชี ทั้งนี้เธอไม่รู้หรอกว่าเงินของพีทนั้นมีเท่าไร
แต่เธอก็พอรู้ว่าหากพีทไม่ทำงบการเงินให้ดีกว่านี้ แล้วใช้เงินที่ได้มาส่วนตัวมาลงกับร้านขายไก่ทอดโดยไม่ระมัดระวัง เผลอๆ กว่าจะรู้ตัวว่าร้านของตัวเองกำลังขาดทุนอยู่…ทุกอย่างมันก็สายไปเสียแล้ว
“พี่เตือนพีทเอาไว้หน่อยก็แล้วกัน อย่าได้ใช้เงินส่วนตัวของตัวเองมาลงกับร้านขายไก่ทอดไปตลอด ร้านขายไก่ทอดนี้ต้องยืนได้ด้วยกำลังของตัวเอง ถ้าหากพีทอยากให้มันไปรอด” พี่แพรเตือน พลางชี้จุดและปัญหาที่เกิดขึ้นในบัญชีที่พีทได้นำเงินส่วนตัวไปซื้อตึกข้างๆ และเช่าที่ในห้างให้กับพีทได้เห็น
พีทเองก็รับฟังแต่โดยดี ตัวเขาก็พอรู้สิ่งที่พี่แพรบอกเพราะเขานั้นอยู่ในคณะบริหาร แม้จะเป็นสาขาเอกวิชาคอมพิวเตอร์ ถึงอย่างนั้นในรายวิชาคณะก็มีการเรียนการสอบหลักสูตร บัญชีและการเงินเป็นวิชาบังคับนั่นเอง
“พี่แพร แล้วทำไมพี่ไม่มาทำงานเป็นฝ่ายบัญชีและการเงินให้กับผมล่ะครับ?” พีทเองก็มองหาพนักงานบัญชีประจำร้านมาสักพักแล้ว
สิ่งที่เริ่มต้นของการทำธุรกิจและบริษัท สิ่งแรกที่ควรจะต้องมีก่อนแผนกอื่นๆ ไม่ใช่แผนกการตลาดหรือจัดหาลูกค้า หากแต่เป็นแผนกการเงินและการบัญชีต่างหากที่ต้องมีเป็นแผนกแรกๆ และเป็นแผนกที่สำคัญที่สุดสำหรับ เจ้าของกิจการ
การมีแผนกการเงินและบัญชีที่เข้มแข็งจะทำให้บริษัทนั้นควบคุมกระแสเงินสดได้และตัวกระแสเงินสดนี้เองก็เป็นเหมือนหัวใจของธุรกิจนั้นๆ ว่าบริษัทนั้นได้กำไรหรือขาดทุน
อีกทั้งยังสามารถประเมินได้ว่าควรลงทุนเพิ่ม หรือลดค่าใช้จ่ายตรงจุดไหน หรือผลตอบแทนจากการดำเนินงานคุ้มค่าต่อการดำเนินงานหรือไม่?
ถ้าหากเจ้าของกิจการไม่รู้ตัวเลขหรือสถิติพวกนี้ อาจจะตัดสินใจผิดพลาดจนเสียโอกาสทางธุรกิจและล้มละลายได้เลยทีเดียว
พีทนั้นรู้ถึงข้อนี้ดี แต่ที่เขามองข้ามมันไปเพราะเขาสามารถที่จะจัดการบริหารเรื่องพวกนี้ได้ด้วยตัวเอง หากแต่ในสภาพตอนนี้ พีทก็เริ่มที่จะตึงมือแล้วเหมือนกัน
เขามีงานที่ต้องทำเยอะเกินไป ไม่ว่าจะเป็นร้านไก่ทอด แอปพลิเคชันส่งอาหาร หรือแอปแต่งรูปและเกมของเขา
ดังนั้นพีทจึงอยากหาใครสักคนที่ไว้ใจได้และรู้ถึงเส้นทางการเงินของเขา เพื่อที่จะให้คนๆ นั้นเป็นคนจัดการ แต่ทว่าการไว้ใจใครสักคนไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งประกอบกับพีทนั้นมีอีกตัวตนหนึ่งในวงการเทคโนโลยี ที่ใช้นามแฝงว่า Rayzen
มันก็ยิ่งทำให้พีทต้องระวังในการเลือกคนมาทำงาน…และคนที่ดูจะเหมาะสมมากที่สุด เห็นจะเป็นใครอื่นไปไม่ได้ คนๆ นั้นที่พีทไว้ใจก็คือ พี่แพร พี่สาวแท้ๆ ของเขานั่นเอง
ถึงใครจะบอกว่า เรื่องเงินไม่เข้าใครออกใคร ขนาดพี่น้องท้องเดียวกัน คลานตามกันมายังหักหลังกันได้
แต่สำหรับพีทและครอบครัวของเขา ไม่มีทางเป็นแบบนั้น…พี่แพรคือคนที่ส่งเสียเลี้ยงดูพีทและพลอย แทนพ่อที่เสียไป ทั้งๆ ที่ตอนนั้นพี่แพรก็พึ่งจะเรียนจบได้ไม่นาน แต่ก็ก้าวขึ้นมาเป็นเสาหลักของครอบครัวแล้ว
ฉะนั้นพีทเชื่อว่าพี่สาวของเขาจะไม่มีวันหักหลังหรือหลอกลวงเขาอย่างแน่นอน ดังนั้นพีทจึงอยากให้พี่แพรมาช่วยดูแลการเงินและบัญชีให้กับเขา
“เหอะๆ เอาไว้มีเงินเป็นร้อยล้านแล้วเดี๋ยวพี่จะพิจารณาอีกทีก็แล้วกัน” พี่แพรพูดติดตลกบ้าง อันที่จริงเธอก็แอบดีใจที่พีทไว้ใจในตัวเธอ แต่การลาออกจากงานมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่จะตัดสินใจได้ภายในชั่วข้ามคืน
แพรยังอยากที่จะเก็บประสบการณ์ในบริษัทที่เธอทำงานอยู่ อีกทั้งธุรกิจของพีทที่เธอรู้ก็มีแค่ร้านไก่ทอด 2 สาขา กับแอปพลิเคชันแต่งรูปเท่านั้น
แม้จะได้เงินมาหลายสิบล้านบาท แต่เธอนั้นยังไม่รู้ว่าพีทกำลังเริ่มต้นทำธุรกิจใหม่อย่างแอปส่งอาหารเพิ่มเติม กอปรกับไม่รู้ถึงยอดเงินทั้งหมดที่พีททำได้นั่นเอง
“เอาล่ะ รีบเคลียร์งานให้เสร็จจะได้กลับบ้านไปพร้อมกับพี่ พีทคงไม่ลืมใช่ไหมว่าพรุ่งนี้มีไปงานสัมมนากับพี่อยู่” “ไม่ลืมครับ คืนนี้ก็ว่าจะตั้งใจกลับไปอยู่แล้วครับ” พีทไม่กล้าลืมนัดของพี่สาวตัวเองได้หรอก ถ้าขืนเกิดลืมขึ้นมา ตัวเขาอาจจะถูกด่าจนหูชาแน่ๆ
พีทรีบจัดการงานของเขาให้เสร็จก่อนกำหนด พลางฝากฝังให้ฝ้ายกับแชมป์รับช่วงต่อแทนเขา ก่อนที่พีทจะติดรถพี่แพรกลับบ้านและในระหว่างทางพีทก็ได้ขอร้องให้พี่แพรช่วยเก็บความลับจากแม่ไปก่อน
รอให้ธุรกิจของเขาเป็นรูปเป็นร่างมากกว่านี้ เมื่อถึงวันนั้นเขาก็จะบอกแม่เอง หากคิดคำนวณแล้วก็น่าจะอีกไม่นานเท่าไรนัก
“อืมตามใจ” พี่แพรเองก็กลัวแม่จะเป็นห่วงเช่นเดียวกัน เพราะคนเป็นแม่ย่อมคิดมากเรื่องของลูกเป็นธรรมดา ฉะนั้นเธอเลยเลือกที่จะไม่บอก
ก่อนที่ในเช้าวันต่อมา พีทและพี่แพร ก็ได้มายืนอยู่ที่หน้าตึกสูงของบริษัทที่แพรทำงานอยู่ในที่สุด
วันนี้พีทแต่งกายด้วยชุดนักศึกษาเต็มเครื่องแบบ มีการใส่เนกไทของมหาลัย กางเกงสแล็คสีดำที่ตัดขาเข้ารูป พร้อมกับใส่รองเท้าหนังหัวแหลมสีดำ ตามแฟชั่นนิยมในยุค 2013 กอปรให้พีทดูดีขึ้นมาก จนมีนักศึกษาจากหลายๆ สถาบันต่างพากันชี้ไม้ชี้มือหันมามอง
เพียงแต่ติดที่ว่า ที่พวกเธอไม่กล้าเข้ามาทักทายกับพีท คงจะเป็นเพราะหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ พีท หรือก็คือพี่แพร คอยจ้องเขม็งน้องชายของเธออยู่ตลอด ไม่ให้ทำตัวนอกลู่นอกทางนั่นเอง
พีทเดินตามพี่สาวของเขาเข้าไปในบริษัทด้วยความเรียบร้อย ซึ่งระหว่างทางพี่แพรก็ได้แนะนำน้องชายของเธอให้กับเพื่อนร่วมงานได้รู้จักเป็นการยกใหญ่และการได้มาเห็นหนุ่มหล่อวัยกระเตาะเช่นพีท เดินอยู่ในออฟฟิศมันก็ยิ่งทำให้สาวเล็กสาวใหญ่พากันกระชุ่มกระชวยขึ้นมาเลยทีเดียว
“งานจะเริ่มในอีก 1 ชั่วโมงข้างหน้า…พี่จะขึ้นไปเตรียมงานก่อน ส่วนเธอก็นั่งเล่นรออยู่ที่โต๊ะของพี่ไปก่อนแล้วกัน” พี่แพรกลัวว่าพีทจะไปหว่านเสน่ห์ให้กับนักศึกษาคนอื่นๆ ที่เข้ามาร่วมงานสัมมนา เธอจึงพาพีทมานั่งที่โต๊ะทำงานของเธอแทน เพื่อรอเวลาเรื่องงาน
ซึ่งพีทก็นั่งอยู่เงียบๆ พลางหยิบมือถือขึ้นมาทดสอบถึงเกม Farm Day ของเขาที่ตอนนี้ได้ถูกส่งไปยังบริษัท Gogle และ Pineapple แล้ว เพื่อตรวจสอบหาช่องโหว่และจุดบกพร่องของเกม ก่อนที่จะถูกนำขึ้นสู่สโตร์ของพวกเขา เพื่อทำการเผยแพร่ต่อไป
พีทนั่งเล่นเกมในมือถือด้วยความเบื่อหน่าย อนึ่งเพราะเขานั้นรู้เกี่ยวกับเกมของเขาจนหมดแล้ว กอปรกับตอนนี้ภายในเกมก็ยังไม่มีผู้เล่นมากนัก มีเพียงแค่น้าผี สตีเฟ่น จ๊อบส์และฝ้าย 3 คนเท่านั้น มันเลยทำให้เกมนี้ที่ถูกสร้างให้มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เล่นดูจะเหงาอยู่บ้าง
อย่างไรก็ตามในขณะที่พีทกำลังสร้างฟาร์มของเขาต่อไป พีทไม่รู้ตัวเลยว่า ได้มีเงาตะคุ่มๆ กำลังก้มลงมองมาที่มือถือของเขาอยู่
พีทยังคงนั่งเล่นต่อไป กำลังทำฟาร์มของเขาไปอย่าเพลิดเพลิน…จนในที่สุดก็พลันมีเสียงเรียกที่เป็นต้นตอของเงาตะคุ่มๆ ที่ได้เฝ้ามองพีทมาสักพักแล้ว ได้ทักการเอ่ยทักเขา “เกมนี้มีชื่อเกมว่าอะไรเหรอคะ?” เป็นเสียงของผู้หญิงที่ทำการเอ่ยถามกับพีท
พีทรีบเงยหน้าขึ้นมาและรีบเก็บมือถือของเขาลงไป ราวกับกำลังตกใจที่ถูกอาจารย์จับได้ว่าแอบเล่นมือถือในเวลาเรียนนั่นเอง
พีทลืมตัวและทำไปเพราะสัญชาตญาณ นึกว่าตัวเองกำลังอยู่ในชั้นเรียน อนึ่งเพราะตอนนี้เขาเองก็กำลังใส่เสื้อนักศึกษาอยู่ จิตใต้สำนึกมันเลยตอบสนองไปแบบนั้น
“ขอโทษครับ” พีทตอบกลับ พลางเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะพบกับหญิงสาวหน้าตาดีคนหนึ่งที่กำลังชะเง้อมองเขา พร้อมกับหัวเราะออกมาถึงความเงอะงะที่พีทแสดงออกมา
หญิงสาวคนนี้ดูสง่างามตั้งแต่แรกเห็น เธอมี ผมตรงยาวสลวย สีดำเข้มแซมด้วยประกายสีน้ำตาล ที่สะท้อนแสงเวลาต้องแสงแดดหรือไฟในอาคาร ทำให้ดูมีมิติอย่างเป็นธรรมชาติ ใบหน้าได้รูปคมชัดแต่ไม่แข็งกระด้าง ริมฝีปากอิ่มเล็กน้อย เติมเพียงลิปกลอสโทนธรรมชาติ
เธอเลือกแต่งหน้า บางเบา เน้นเผยความงามที่แท้จริง เพียงแค่ปัดแป้งบาง ๆ กับไล่สีแก้มอ่อน ๆ ก็เพียงพอที่จะทำให้เธอโดดเด่นกว่าคนรอบข้างได้แล้ว ดวงตาคมลึกสีดำสนิท เสริมด้วยอายไลเนอร์บาง ๆ ยิ่งทำให้เธอดูทั้งอ่อนโยนแต่ก็ไม่แข็งกระด้างไปในเวลาเดียวกัน
สไตล์การแต่งกายของรดาดูเรียบง่าย แต่ก็เป็นแฟชั่นที่ดูแพง เช่น เสื้อเชิ้ตสีอ่อนกับกระโปรงเข้ารูป หรือเดรสโทนเรียบๆ ปกคลุมด้วยชุดสูทสีดำที่เสริมบุคลิกนักธุรกิจสาวของเธอ
พีทจ้องมองหญิงสาวด้วยความชื่นชม เธอคนนี้สวยมาก จนพีทอดไม่ได้ที่จะประทับใจเธอตั้งแต่แรกเห็น
“คุณยังไม่ตอบฉันเลย ว่าเกมที่คุณเล่นเมื่อครู่นี้ มีชื่อเกมว่าอะไร?” หญิงสาวยังคงถามด้วยรอยยิ้ม “ชื่อว่าเกม Farm Day ครับ…แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถโหลดเล่นได้ ที่ผมเล่นอยู่เป็นเพียงเวอร์ชันทดสอบที่ได้สิทธิ์เล่นก่อนครับ” พีทไม่ได้บอกความจริงไปทั้งหมด แต่ก็มากพอที่จะทำให้หญิงสาวคนดังกล่าวพึงพอใจกับคำตอบของเขาแล้ว
“อีกคำถาม! ทำไมคุณถึงได้มานั่งอยู่โต๊ะของคุณแพรล่ะ?” หญิงสาวยังคงชวนพีทคุย โดยในขณะเดียวกันก็เริ่มมีพนักงานในบริษัทหันมองมาทางพวกเขากันแล้ว
“คือ…พี่แพรเป็นพี่สาวของผมครับ เธอพาผมมาร่วมงานสัมมนาของทางบริษัทระหว่างนี้เลยให้ผมมานั่งรอที่นี่ก่อนครับ” พีทตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ เขาไม่ใช่คนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว
ถึงหญิงสาวคนนี้จะยังดูเด็กมากน่าจะอายุราวๆ 25-26 ปี แต่สถานะของเธอคงไม่ใช่พนักงานทั่วไปแน่ๆ ดูจากการแต่งตัว ดูจากข้าวของที่ใช้ นี้ไม่ใช่สิ่งที่พนักงานทั่วไปจะมีได้เลย
“อย่างนั้นเองสินะ…ฉันหวังวันนี้คุณคงจะไม่ก่อเรื่องอะไรอีกนะคะ” หญิงสาวพูดประโยคที่ทิ้งท้ายและครุมเครือจบ เธอก็พลันจากไป ปล่อยให้พีทยืนทำหน้างงอยู่ตรงนั้น
พีทเกาหัวด้วยความสับสน งุนงง ว่าสิ่งที่เธอพูดหมายความว่ายังไง ซึ่งในอีกนัยหนึ่งพีทก็รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาผู้หญิงคนนี้อยู่นิดหน่อย แต่ก็นึกไม่ออกว่าเคยเจอเธอที่ไหนมาก่อน
“พีท! งานใกล้จะเริ่มแล้ว ไปเตรียมตัวเถอะ” ขณะที่พีทกำลังยืนงงเป็นไก่ตาแตก ทางด้านของพี่แพรก็ได้มาเรียกตัวเขาเข้าไปที่งานพอดี
พีทเดินตามพี่แพรไปยังสถานที่จัดงาน ก็พบว่ามีนักศึกษาจากทั่วประเทศที่อยู่ในละแวกกรุงเทพ ตบเท้าเข้าร่วมงานนับ 2-300 คนเลยทีเดียว
ทั้งนี้มีบริษัทในเครือของบริษัท สยามโนวากรุป เองก็ได้มาเปิดโต๊ะรับสมัครงานสำหรับนักศึกษาอยู่เต็มไปหมด นับ 10 บริษัท ที่มีทั้งบริษัทในเครือ บริษัทพันธมิตรเป็นต้น
“บริษัทพี่แพร ใหญ่เหมือนกันนะครับ” พีทแอบแซวพี่สาวของตัวเองเล็กน้อย แต่ในใจแอบชื่นชมพี่สาวของตัวเองมากกว่า ที่เธอนั้นเก่งและมีความสามารถจนเป็นหนึ่งในพนักงานของสำนักงานใหญ่ได้นั่นเอง
“ตอนแรกพี่ก็อยากให้พีทลองมองบริษัทในเครือพวกนี้เอาไว้หน่อย…แต่ตอนนี้พีทคงไม่สนใจมันแล้ว งั้นวันนี้ก็เอาแค่รับฟัง วิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจจากผู้ที่มีประสบการณ์ก็แล้วกัน” แพรไม่กล้าบีบบังคับพีทเรื่องงานในอนาคตอีกต่อไปแล้ว เพราะตอนนี้พีทก็ถือว่ามีอนาคตในเส้นทางที่ตัวของพีทเลือกเองแล้ว ไม่จำเป็นที่จะต้องให้เธอช่วยปูทางอีกต่อไป
พีทเองก็ยิ้มตอบ ก่อนจะรับเอาเอกสารเข้าร่วมงานกับพี่แพร พร้อมทั้งเดินเข้าไปในงาน ที่ตอนนี้พึ่งจะมีนักศึกษาไม่กี่คนเท่านั้น ที่เข้าไปรอด้านในกันแล้ว
เนื่องจากส่วนใหญ่กำลังยื่นพอร์ตโฟลิโอหรือโปรไฟล์ของตัวเอง เพื่อสมัครงานในเครื่องของบริษัท สยามโนวากรุปกันอย่างคึกคัก
พีทไม่ได้สุงสิงกับใคร เขาเอาแต่ก้มหน้าอ่านตารางเวลางานสัมมนาที่จะจัดขึ้นอย่างละเอียด ว่ามีบริษัทใดบ้างที่จะมาพูดคุยในงามสัมมนานี้และที่ทำให้พีทให้ความสนใจมากที่สุดเห็นจะเป็นสายงานที่เกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แบตเตอรี่และโลจิสติกส์ นั่นเอง
อันที่จริงมีสายงานอีกมากที่จะมาให้ความรู้ในงานสัมมนาในครั้งนี้ แต่ส่วนใหญ่แล้วพีทไม่ได้สนใจในตัวของบริษัทที่เหลือมากนัก พีทนั่งหลับตาเพื่อเข้าไปเล่นกับ AI.อัลฟ่าในระหว่างที่รองานเริ่ม โดยเขาไม่กล้าที่จะหยิบมือถือขึ้นมาเล่นอีก เพราะกลัวว่าจะถูกมองว่าดูไม่ดี ซึ่งผ่านไปไม่นานในขณะที่พีทเล่นกัน AI.อัลฟ่าเสร็จแล้ว งานสัมมนาก็พลันเริ่มขึ้น
มีพิธีกรระดับมืออาชีพ ที่ทั้งหล่อทั้งสวย แต่งกายด้วยชุดหรูหราขึ้นมากล่าวต้อนรับคณะนักศึกษาและบรรดาอาจารย์ที่พานักศึกษามาทัศนศึกษา ทุกอย่างบนเวทีล้วนเป็นไปอย่างมืออาชีพ
สมแล้วกับที่เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ 10 อันดับแรกของประเทศไทย มีเหล่าบรรดาผู้บริหารจากบริษัทในเครือมากมาย ตบเท้าขึ้นมาโบกไม้โบกมือ ก่อนที่จะถึงตำแหน่งผู้บริหารคนสุดท้ายในนามของบริษัทแม่อย่างสยามโนวากรุป ทันทีที่เธอก้าวเธอขึ้นมาบนเวที พีทและเหล่าบรรดานักศึกษาเบื้องล่างก็พลันต้องอึ้ง
‘นั้นคือพี่สาวคนนั้นไม่ใช่เหรอ? เธอเป็นถึงผู้บริหารใหญ่แห่งสยามโนวากรุปเลยเหรอ?’
“ขอเชิญคุณรดา ว่าที่รองประธานบริษัทสยามโนวากรุป กล่าวเปิดงานด้วยค่ะ” มีเสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว จะมีก็แต่พีทเพียงคนเดียวที่นั่งนิ่งตะลึงค้าง ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงใดๆ
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy