มู่หรงเซียวบอกลาเ้าของเรือนยาเรียบร้อยแล้วเดินจากมาทันทีโดยมีเมิ่งเซียงสังเกตการณ์อยู่ข้าง ๆ สีหน้าอยากรู้อยากเห็นว่าใจของเ้านายกำลังอดกลั้นอยู่หรือไม่
“เมิ่งเซียง มีอะไรก็พูดมาเถอะ”
“คุณหนู เหตุใดจึงแนะนำนางไปเช่นนั้นเล่า ต่อให้คุณหนูบอกว่าตัดใจจากรองแม่ทัพได้ ถ้าเกิดว่าพวกเขาสองคนรักกันขึ้นมาจริง ๆ คุณหนูจะไม่เสียใจหรือเ้าคะ” เมิ่งเซียงไม่เข้าใจว่าทำไมเ้านายเลือกทำอะไรที่แปลกพิกล
หากแต่หญิงสาวไม่อาจบอกได้ว่าตอนจบของนิยายเขียนให้พวกเขารักกัน มู่หรงเซียวต่างหากที่เป็ส่วนเกิน
“คุณหนูมู่”
“…” นางไม่ตอบแต่รีบก้าวยาว ๆ กลับจวนเพราะจำได้ว่าเป็เสียงใคร
“มู่หรงเซียว” เขาเรียกอีกครั้งก่อนจะก้าวเข้ามาขวางข้างหน้า “เ้าเมินข้าหรือ”
“เข้าใจถูกแล้วเ้าค่ะ” คำตอบทำเอาอีกฝ่ายขมวดคิ้วมุ่น
“ทำอะไรผิดอีกเล่าจึงไม่กล้าเผชิญหน้ากับข้า” รองแม่ทัพหยางเอ่ยถาม “เป็ถึงบุตรสาวแม่ทัพใหญ่แต่ขลาดกลัวกับเื่ที่ตนเองก่ออย่างนั้นหรือ”
“รองแม่ทัพหยางช่างจินตนาการเก่งเหลือเกิน ในเมื่อคืนวานข้าเพิ่งก่อเื่มา จะกล้าสร้างความวุ่นวายให้รองแม่ทัพเพิ่มได้อีกหรือ ข้าไม่ได้ไร้ความคิดถึงเพียงนั้นเสียหน่อย” มู่หรงเซียวยักคิ้ว ไม่แยแสกับอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ ของเขา
“อวี้หลานเชิญเ้าไปที่เรือนยาทำไมกัน”
“เหตุใดไม่ถามนางเองเล่า” ดวงตาสีทับทิมจ้องคนตรงหน้า คิดว่าเป็เื่ปกติที่พระรองอย่างเขาต้องอยากรู้แต่นางไม่อยากบอกเพราะอารมณ์ส่วนตัวล้วน ๆ
“ข้าถามเ้าอยู่” สีหน้าเ้าตัวเคร่งขรึม แววตาไม่ยอมปล่อยผ่านไปง่าย ๆ
“เื่ของสตรี รองแม่ทัพจะอยากรู้ไปทำไม”
“ข้าไม่เชื่อ” เขาก้าวขาเข้ามาใกล้อีกนิดจนเมิ่งเซียงที่ยืนอยู่เงียบ ๆ ใจเต้นระส่ำไปด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะรังแกเ้านาย
มู่หรงเซียวถอยห่างไปทางด้านหลัง พลางส่ายหน้าเล็กน้อย “หากเ้าอยากรู้มากเพียงนั้น ข้าจะเล่าให้ฟังก็ได้แต่ทุกเื่เ้าก็รู้อยู่แก่ใจ”
“…”
“เสิ่นอวี้หลานมีใจให้แม่ทัพหลี่แต่เพราะอีกฝ่ายห่างหายไปนานไม่ติดต่อกลับมา นางจึงร้อนใจแล้วขอคำปรึกษาจากข้า พอดีข้าเห็นว่ารองแม่ทัพหยางเองก็แอบรักนางข้างเดียวมานาน ข้าจึงแนะนำว่าทำไมไม่ลองมองคนใกล้ตัวที่คอยดูแลทะนุถนอมนางอย่างเ้าบ้าง…”
มู่หรงเซียวไม่ทันได้พูดต่อกลับถูกคนตรงหน้าขยับเข้ามาใกล้ด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์มากกว่าเดิม
“บุตรสาวแม่ทัพใหญ่พูดจาเพ้อเจ้อเช่นนี้ได้ด้วยหรือ”
“ข้าพูดไม่จริงตรงไหนเล่า หากเสิ่นอวี้หลานรับรักเ้าก็ดีไม่ใช่หรือ อุตส่าห์รอคอยนางมานานจะได้สมหวังสักที” มู่หรงเซียวพูดพลางถอยหลังไปสองก้าว
“มู่หรงเซียว อย่าได้คิดเช่นนี้อีก ความสัมพันธ์ของข้ากับอวี้หลานไม่มีทางเป็เช่นนั้นได้” รองแม่ทัพพูดเสียงเข้ม แววตาจริงจัง
“เดี๋ยวเ้าก็รู้” หญิงสาวท้าทายเพราะรู้ตอนจบของนิยาย ไม่ว่าเขาจะปฏิเสธหรือไม่ยอมรับในตอนนี้ ท้ายที่สุดแล้ว ความหวังของเขาจะกลายเป็จริง “รองแม่ทัพหยาง เลิกเดินเข้ามาใกล้ข้าได้แล้ว เมื่อคืนวานเ้ายังว่าข้าใกล้ชิดบุรุษอื่น ตัวเ้าเป็ข้อยกเว้นหรืออย่างไร ถอยไปเสียที ยืนพูดอยู่ตรงโน้นข้าก็ได้ยิน”
เมิ่งเซียงไม่กล้าพูดสิ่งใดได้แต่นิ่งงันอย่างเช่นเคย แต่ถ้าหากอีกฝ่ายกล้าลงมือ นางจะเอาคืนเป็สองเท่าให้สาสม
หยางเสวี่ยเฟยไม่ฟังคำมู่หรงเซียว ขยับเข้าใกล้แล้วจ้องดวงตาสีทับทิม “อย่าได้คิดเช่นนี้อีกเพราะเื่ของข้ากับนางเป็ไปไม่ได้”
“เฮ้อ… ข้าเข้าใจแล้ว” เสียงถอนหายใจดูยอมแพ้เต็มที ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ดูจะต่อต้านเขาไม่ได้เลยก่อนจะหันไปหาสาวใช้ “เมิ่งเซียง กลับจวนกันเถอะ”
แม้พูดอย่างนั้นเพื่อตัดบทสนทนาแต่ดูเหมือนว่ารองแม่ทัพหยางยังคงเดินตามหลังพวกนางจนกระทั่งถึงหน้าจวนสกุลมู่ทำให้หญิงสาวอดหันไปมองไม่ได้
“เ้ากลัวข้าก่อเื่หรืออย่างไร”
“รู้ตัวก็ดี” เขาเลิกคิ้วใส่คนตรงหน้า
ท่าทางยียวนทำให้มู่หรงเซียวรู้สึกว่าโดนท้าทายจึงก้าวเข้าไปยืนเผชิญหน้ากับเขา ใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบแล้วแกล้งโอบกอดชายหนุ่มโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว
“ขอบคุณที่มาส่งเ้าค่ะ ท่านพี่” นางพูดเสียงหวานหยอกล้อแล้วรอดูสีหน้าท่าทางของเขาอย่างอารมณ์ดี คิดในใจว่าคงจะไม่พ้นการว่ากล่าวแล้วบ่นนางจนหูชาเหมือนเดิม
ดวงตากลมโตมองหยางเสวี่ยเฟยด้วยความแปลกใจ นอกจากจะไม่ได้ยินเสียงใดหลุดจากปากเขาแล้ว ใบหน้าชายหนุ่มยังแดงก่ำเหมือนผลตำลึงอีกด้วย
“ท่าทางจะโกรธข้ามากสินะ” มู่หรงเซียวคิดไปว่าอีกฝ่ายกำลังอดกลั้นความขุ่นเคืองที่นางแตะต้องตัวเขาจนแววตาสั่นระริกไปด้วยจึงรีบผละออกมาแล้ววิ่งเข้าจวนในพริบตา
“เ้า…” เขาได้แต่พึมพำตามหลังแล้วส่ายหน้าไม่คิดว่านางจะโผกอดแแ่ขนาดนั้นก่อนหันหลังกลับจวนของตัวเองด้วยหัวใจที่เต้นตึกตักจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
เช้าวันต่อมา มู่หรงเซียวเขียนจดหมายถึงบิดาของนางว่าในอีกไม่ถึงสองเดือนหลังจากทำตามสัญญากับเสิ่นจื้อเหลียงเรียบร้อยแล้วจะเดินทางไปเมืองต้าหลินเพื่อเข้ารับการทดสอบเป็หนึ่งในหน่วยธนูของกองทัพบิดา
สีหน้าหญิงสาวเบิกบานใจเมื่อรู้ว่าจะได้ทำในสิ่งที่ชอบทั้งยังได้กลับไปอยู่กับครอบครัวแสนอบอุ่น
นางสั่งให้เมิ่งเซียงจัดเก็บข้าวของเตรียมสมุนไพรและของใช้จำเป็มาให้เรียบร้อยเพราะสมุนไพรหายากเ่าั้ใช้เวลาจัดหาค่อนข้างนาน
่เวลาที่ว่างจนไม่รู้จะทำอันใดก็ออกไปฝึกธนูกับเซี่ยหลานเฟิง ปักผ้าเช็ดหน้า ถุงหอมหรือเที่ยวเล่นในเมืองหลวงให้หนำใจก่อนจะต้องจากบ้านหลังที่สองไปเพราะไม่รู้ว่าจากไปครั้งนี้ต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะได้กลับมาอีกครั้ง
ขณะที่กำลังฝันหวานกับชีวิตใหม่ จู่ ๆ ขันทีผู้หนึ่งได้ถือราชโองการมาที่จวนสกุลมู่
บุตรสาวแม่ทัพใหญ่ก้าวออกมาข้างหน้าพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ อย่าบอกนะว่าราชโองการสมรสกับหยางเสวี่ยเฟย ถึงอย่างไรเนื้อเื่ในนิยายก็ยังดำเนินต่อไปหรอกหรือ
“มู่หรงเซียว บุตรสาวแม่ทัพใหญ่มู่หลิงอวิ๋นผู้ทำคุณงามความดีให้แคว้นฉินิ ซื่อสัตย์ จงรักภักดีต่อเราจึงมีบัญชาพระราชทานสมรสกับรองแม่ทัพหยางเสวี่ยเฟย ผู้มีใจซื่อตรงต่อแผ่นดิน จบพระราชโองการ”
“หม่อมฉัน มู่หรงเซียวน้อมรับพระราชโองการ” หญิงสาวพูดจบพร้อมคำนับลอบถอนหายใจอีกครั้งหนึ่ง
ครั้นได้อยู่เพียงลำพังแล้ว เมิ่งเซียงก็ถามขึ้นเพราะเป็ห่วงเ้านาย “คุณหนูทำอย่างไรดีเ้าคะ”
“ข้าจะเข้าเฝ้าฝ่าา ทูลขอยกเลิกงานสมรสกับรองแม่ทัพหยางน่ะสิ” นางยิ้มแป้นถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็ไม่อยากแต่งด้วยอยู่แล้วจึงนึกอยากลองเปลี่ยนเนื้อหาในนิยายทุกครั้งที่มีโอกาสเผื่อจะทำสำเร็จเพราะไม่อยากอับเฉาอยู่ในจวนสกุลหยางดูพระรองกับนางเอกรักกันหวานชื่น
“คุณหนู… รองแม่ทัพมาพบเ้าค่ะ” สาวใช้อีกคนวิ่งมาแจ้งข่าว “คุณหนูจะให้ข้าบอกเขาว่าอย่างไรหรือเ้าคะ”
มู่หรงเซียวส่ายหน้าไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะพุ่งตรงมาหานางเร็วถึงเพียงนี้จึงบอกไปว่า “ข้าไม่อยู่ ไม่รู้จะกลับเมื่อใด” แล้วตรงดิ่งไปที่วังหลวงในทันที
่เวลานั้น ฮ่องเต้กำลังพักผ่อนอยู่กับเหอกุ้ยเฟยและองค์หญิงเยว่หลิงที่สวนริมน้ำ สีหน้ายิ้มแย้มเพราะได้อยู่กับคนรักและธิดาคนโปรด
“บุตรสาวแม่ทัพใหญ่มีเื่ใดกับข้า”
“คุณหนูสกุลมู่ขอพบฝ่าาเื่ยกเลิกงานสมรสกับรองแม่ทัพหยางพ่ะย่ะค่ะ” ขันทีคนสนิทเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้ากังวลเล็กน้อยเพราะรอยยิ้มที่หายไปของฮ่องเต้
“เฮอะ…” เขาแสยะยิ้ม แววตาเปลี่ยนไปเป็ไม่สบอารมณ์ “ให้นางเข้ามา”
มู่หรงเซียวทำใจไว้แล้วว่าต้องเจอกับหนึ่งในคนที่เอาแต่ใจตัวเองที่สุดในนิยายพลางคิดวิธีโน้มน้าวใจสารพัดแต่กลับไม่เป็ผลเพราะอีกฝ่ายตั้งใจให้หยางเสวี่ยเฟยแต่งกับสกุลมู่กลายเป็เขยของแม่ทัพใหญ่เพื่อจับตาดูความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด
ฮ่องเต้แคว้นฉินิจะได้ไม่กังวลใจเื่แม่ทัพใหญ่อีก นั่นก็เพราะหยางเสวี่ยเฟยคือคนที่ฮ่องเต้ชุบเลี้ยงมาั้แ่เด็กย่อมต้องอยู่ข้างเขาและทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนบุญคุณด้วยความซื่อสัตย์ที่ต่อให้ต้องรับดาบตายแทนก็ต้องยอม
หากแม่ทัพใหญ่ทำสิ่งใดไม่ชอบมาพากลจะสามารถจับกุมและสั่งลงโทษได้ในทันที ยิ่งมีบุตรสาวของเขาอยู่ในกำมือจะบีบเมื่อไหร่ก็ตายเช่นนี้ แม่ทัพใหญ่ย่อมไม่กล้าหักหลังอย่างแน่นอน
“ตามหยางเสวี่ยเฟยมาพบข้า!!!” เสียงเข้มะโลั่นจนองค์หญิงเยว่หลิงพลอยสะดุ้งไปด้วยที่บิดาของนางมีน้ำโห
เมื่อรองแม่ทัพหยางมาถึงจึงได้รู้ว่าคนข้างกายของเขาก่อเื่ใหญ่อีกแล้ว สายตาที่มองมาราวกับดุด่านั้นทำเอาหญิงสาวเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ไม่ทันที่เขาจะได้แก้ไขสถานการณ์กลับได้ยินเสียงกัมปนาถสั่งการทันควัน
“คำพูดของข้า เ้ากล้าคัดค้านอย่างนั้นหรือ”
“หม่อมฉันเพียงแค่…”
“จ้าวกงกง” ฮ่องเต้ยกมือขึ้นเรียกคนสนิท “จัดงานแต่งให้พวกเขาวันนี้ ตอนนี้แล้วพาไปส่งเข้าห้องหอ จับตาดูทุกย่างก้าว ทุกขั้นตอนจนกว่าจะรุ่งสางแล้วมารายงานข้า หากกล้าขัดคำสั่งข้าอีก ข้าจะปะาคนสกุลมู่ทิ้งเสีย!”