บทที่ 25
ตบหน้าด้วยพระะโกำแพง
หลังจากที่จัดการความเข้าใจผิดกับเอ้อซีซีไปแล้ว อู๋ตี้ก็มีความสุขมากๆ
ทั้งสองแยกย้ายกันที่ทะเลสาบ และอู๋ตี้นั้นก็จำได้ว่าเขามีพระะโกำแพงอยู่อีก 20 ชุดที่เตรียมไว้อยู่ในหอประชุมเล็กนั่นด้วย
แต่เพราะสถานการณ์ตอนนั้นมันฉุกละหุกมากๆ เขาเลยลืมเื่นี้ไปเลย ตอนนี้อู๋ตี้หวังเพียงแค่ว่าพระะโกำแพงของเขานั้นจะไม่ได้ถูกปฏิบัติเหมือนขยะไปซะก่อน เพราะนั่นน่ะ มันกว่า 20,000 หยวนเลยนะ
เพราะงั้นแล้วเขาจึงรีบกลับไปทางหอประชุมเล็กทันที นี่มันก็ผ่านมาจะชั่วโมงแล้วที่งานเลิก เพราะงั้นมันเลยทำให้ภายในนั้นเหลือคนอยู่ไม่มากเท่าไหร่แล้ว
แน่นอนว่าในตอนนี้ มันเหลือเพียงนักศึกษาที่ต้องทำความสะอาดพื้นที่ทั้งหมดภายในนั้นก่อนจะปิดหอประชุมเท่านั้น
แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้อู๋ตี้รู้สึกประหลาดมากๆ นั่นก็เพราะว่าครั้งนี้ เหล่านักศึกษาที่กำลังทำความสะอาดอยู่นั้นต่างก็มองมาทางเขาที่แปลกออกไป
ทุกสายตาดูไม่เป็มิตรเลย ราวกับพวกเขากำลังดูถูก และบางคนก็ดูจะเหยียดหยามอยู่ด้วย มันรู้สึกไม่สบายใจเลยจริงๆ
อู๋ตี้ไม่รู้เลยว่าก่อนหน้านี้ซูหลี่เหยาพูดอะไรกับเย่เหลียงขณะที่เขาพาเอ้อซีซีออกไป และในตอนนั้นคนอีกนับร้อยชีวิตก็ยังอยู่ในหอประชุมด้วย การที่เขาไม่เจอซูหลี่เหยาในที่แห่งนั้น มันทำให้เขาไม่รู้แน่ๆว่าคนเหล่านี้รู้แล้ววาเขาเองก็เป็แค่ไอ้ขี้แพ้ที่เอาเงินรางวัลจากการถูกลอตเตอรี่มาทำตัวอวดเบ่งจนไม่มีเงินแล้ว
อู๋ตี้เมินเฉยสายตาแปลกๆพวกนั้นและกลับไปยังที่นั่งของเขา
โชคยังดีที่ของเ่าั้ยังอยู่ดี และเหมือนว่าจะยังไม่มีใครเจอมัน ดังนั้นแล้วพระะโกำแพงทั้ง 20 ชุดของเขาจึงยังอยู่ครบ
อู๋ตี้ยกมันขึ้นมาและเตรียมจะนำมันไปให้นักศึกษาที่ยากจนแต่ทันใดนั้นเสียงเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นด้านหลังเขา
“มาทำอะไรลับๆล่อๆน่ะ?”
อู๋ตี้ที่โดนถามด้วยคำถามแบบนั้นก็หันกลับไปมอง แล้วก็พบว่าเ้าของเสียงนั้นคืออาจารย์ที่เป็พิธีกรในวันนี้นี่เอง
ในตอนนี้งานประกาศยอดบริจาคมันจบลงแล้ว และอู๋ตี้เองก็กำลังกังวลเื่การแจกจ่ายพระะโกำแพงพวกนี้ให้เหล่านักเรียนที่ยากจนพอดี ดังนั้นเขาจึงคิดจะมอบของเหล่านี้ให้อาจารย์แทนเพื่อจะให้เขานำมันไปแบ่งกับเด็กคนอื่นๆต่อ
คิดได้ดังนั้นอู๋ตี้ก็เลยพูดด้วยความสุภาพ “อ้อ อาจารย์นี่เอง พอดีว่าผมนำอาหารพวกนี้มาให้เหล่านักศึกษาที่ยากจนน่ะครับ แต่พอดีมันมีเื่ผิดพลาดนิดหน่อยก็เลยไม่ได้ให้พวกเขาไปในทันที ถ้ายังไงผมขอฝากอาจารย์หน่อยได้ไหมครับ?”
อู๋ตี้ยื่นของในมือทั้งสองให้ แต่ทว่าทางฝั่งอาจารย์เองกลับแค่มองไม่ได้ยื่นมือไปรับของมาแต่อย่างใด
ถุงพวกนี้มันหนาและทึบแสง เพราะงั้นไม่มีทางที่จะเห็นข้างในได้ง่ายๆ หนำซ้ำด้านนอกยังไม่มีการสกรีนลายอะไรไว้ด้วย
เขาเห็นอาจารย์แสดงสีหน้าเศร้ามองก่อนจะแสดงรอยยิ้มแดกดันขึ้นมา “ไม่ต้องนักศึกษา เธอเก็บไว้กินเองเถอะ อาจารย์คิดว่าเสื้อผ้ากับเศรษฐกิจในครอบครัวเธอคงไม่ดีเท่าไหร่ เพราะงั้นช่วยจัดการตัวเองก่อนจะไปห่วงคนอื่นเถอะนะ”
อู๋ตี้งง นี่มันเื่บ้าอะไรอีกเนี่ย?
เขาจำได้ว่าตอนที่พาเอ้อซีซีออกไป ไม่ใช่ว่าทุกคนก็รู้แล้วไม่ใช่เหรอว่าเขานั้นเป็อันดับหนึ่งผู้ที่บริจาคเงินไปกว่า 100,000 หยวน?
ยิ่งไปกว่านั้นอาจารย์คนนี้เองก็อยู่กับเขาตอนที่เขาบริจาคด้วย ดังนั้นเขาควรจะรู้เื่นี้ แล้วทำไมเขายังโดนมองแบบไอ้ขี้แพ้อยู่อีกล่ะ?
“เดี๋ยวๆๆ อาจารย์ครับ ผมคือคนที่บริจาคไป 100,000 กว่าหยวนนั่นไงครับ เพราะงั้นการเงินในบ้านผมยังดีอยู่ ลืมไปแล้วเหรอ?” อู๋ตี้รีบอธิบาย
“โอ้เหรอออออ” อาจารย์ลากเสียงยาวและมองอู๋ตี้ต่ำต้อย จากนั้นก็ตอบรับขึ้นมาทันที “อาจารย์เข้าใจนะ”
“เธอคงจะเสียใจที่บริจาคเงินทั้งหมดไปครั้งนั้นสินะ เพราะงั้นก็เลยซื้อข้าวกล่องพวกนี้มาเพื่อที่จะมาขายให้อาจารย์เพื่อขอเงินนั้นคืนสินะ? เพราะงั้นอาจารย์จะบอกเธอตรงนี้เลยว่า ไม่มีทาง!”
“อาจารย์น่ะเจอคนแบบเธอมามากมาย คิดเหรอว่าอาจารย์จะไม่รู้ว่าเธอทำไปทำไม? อยากได้เงินคืนตอนนี้เลยหรือเปล่า? ทิ้งชื่อเธอเอาไว้นะ นับถือเธอเลยจริงๆที่กล้าทำแบบนี้”
ตอนนี้อู๋ตี้กลับไปรู้สึกแบบเดิมอีกครั้ง นี่มันเื่บ้าอะไรวะเนี่ย?
“ไม่ๆๆ อาจารย์ ผมไม่ได้พูดว่าจะมาขอเงินบริจาคคืนนะครับ”
“ไม่ต้องเสแสร้งหรอก อาจารย์รู้ว่าเธอคิดอะไร” สีหน้าของอาจารย์ท่านนั้นยังดูริษยาอยู่ เขามองไปยังอู๋ตี้และพูดต่อ
“เธอดูตัวเองสิ เสื้อขาดๆ ครอบครัวของเธอคงจะยากจนมากสินะ แต่เธอก็ยังกินจนอ้วน แถมยังมาใช้เงินเป็แสนๆเพื่อจะอวดเบ่งอีก เธอน่ะมันคนโลภแล้วก็ไร้สาระ เป็เหมือนจุดด่างของวงตระกูล หรือไม่ก็เพราะครอบครัวของเธอมันไร้การศึกษาอยู่แล้วก็เลยสอนลูกดีๆไม่ได้ เธอฟังอาจารย์นะ ในท้ายที่สุดแล้วครอบครัวของเธอก็จะตายและหลังจากนั้นก็จะไม่มีใครคอยดูแลเธอยามเธอแก่เฒ่าลงไป!”
มันยากที่จะคิดได้ว่าถ้อยคำที่แหลมคมและเหยียดหยามนี้จะมาจากผู้ที่ได้ชื่อว่าอาจารย์ในมหาวิทยาลัย นอกจากถ้อยคำแล้วน้ำเสียงของเขาเองก็ดูจะเหยียดหยามสุดๆเลยด้วย
คำพูดพวกนั้นซึมเข้าไปในส่วนที่ลึกสุดของหัวใจอู๋ตี้แล้ว
“อย่ามาพูดถึงครอบครัวฉันแบบนั้นนะ!” อู๋ตี้ะโออกมาเสียงดัง
“อุ๊บ โกรธเหรอ? งั้นอาจารย์จะบอกอะไรเธอให้นะ ว่าสิ่งที่เธอกำลังทำกับอาจารย์น่ะ มันก็ขี้แพ้นั่นแหละ! ฟู่ ให้ตายเถอะ ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นหรอกนะ”
ท่าทีของอาจารย์นั้นดูไม่เกรงกลัวเลย ในหัวของเขานั้นคิดแค่ว่า “เป็ขี้แพ้เหม็นเน่าขนาดนี้ยังกล้าที่จะอวดเบ่งอีกเหรอ? ทุกๆคนรู้หมดแล้วว่าแกน่ะแค่สร้างภาพ!”
อู๋ตี้โกรธมากจริงๆ ใครจะพูดอะไรเกี่ยวกับเขาก็ได้ แต่ห้ามพูดกับครอบครัวของเขา
*ผั้วะ!*
*พลั่ก!*
อู๋ตี้เหวี่ยงมือขึ้นทันที และมันทำให้พระะโกำแพงทั้ง 20 ชุดนั้นกระแทกเข้าที่หัวของผู้เป็อาจารย์ทันที
ถุงที่โดนกระทบนั้นแตกออกในทันทีและมันทำให้ส่วนประกอบด้านในกระจัดกระจายไปหมด น้ำซุปร้อนๆของพระะโกำแพงนั้นสาดกระจายไปด้วยไม่เว้นแม้แต่หัวของอาจารย์เอง
“อ๊ากกกกก ร้อน! ร้อน! แก! แกกกก”
เสียงโวยวายของอาจารย์ดังขึ้นและมันทำให้นักศึกษาที่กำลังทำความสะอาดบริเวณนั้นอยู่รีบเข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้น
“เห้ย! เ้าบ้านั่นกล้าทำร้ายอาจารย์เหรอ! ฮึ่ย! แกถูกไล่ออกแน่ๆ!”
“ไม่เป็อะไรนะครับ? ผมจะช่วยอาจารย์เอง!”
“มานี่เร็ว หาผ้ามาให้อาจารย์เร็วเข้า!”
“จับตัวหมอนั่นไว้ อย่าให้มันหนีไปได้!”
นักศึกษาหลายคนรีบเข้ามาช่วยผู้เป็อาจารย์ด้วยความห้าวหาญ และหลายคนก็ดักทางของอู๋ตี้ไว้ ชัดเจนเลยว่าคนพวกนี้พยายามเอาหน้าจากอาจารย์ท่านนี้ด้วย
อาจารย์ที่ซึ่งถูกราดไปด้วยซุปทั้งหน้านั้นหยิบเอาเศษผ้าที่อยู่ใกล้ๆขึ้นมาเช็ดหน้าเช็ดตาตัวเอง
แต่เมื่อเขาลูบหน้าตัวเอง เขาก็พบว่าบางสิ่งบางอย่างไม่ถูกต้อง
“นั่นมันอะไรน่ะ? นี่ฉันเอาผ้าขี้ริ้วมาเช็ดเหรอ?”
“อ๊ะ..อาจารย์...พอดีรองเท้าผมมันเปียกตอนทำความสะอาด ผมเลยเอาผ้ามาเช็ดรองเท้า แล้วก็...” นักศึกษาคนหนึ่งพูดด้วยเสียงตะกุกตะกัก
“ห้ะ!! อ่อก---”
อาจารย์นั้นเกือบจะอ้วกเอาอาหารกลางวันออกมาจนหมดก่อนจะโยนผ้าขี้ริ้วนั้นออกไปไกลๆ
จากนั้นเขาก็มองมายังอู๋ตี้ เขาไม่คิดเลยว่าไอ้อ้วนบ้านยากจนนี่จะกล้าสู้เขากลับ
ดี! เสร็จเื่นี้เมื่อไหร่แกโดนไล่ออกแน่!
ไม่ ไล่ออกมันนานไป เขาจะกำจัดอีกฝ่ายตอนนี้เลย!
อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาเตรียมจะเปิดปากพูด เหล่านักศึกษาที่มาช่วยต่างก็เริ่มมองสิ่งที่กระจายอยู่บนพื้นนั้น
หอยเป๋าฮื้อ? ปลิงทะเล? แล้วก็หูฉลาม ทำไมของพวกนี้ถึงกระจายอยู่เต็มพื้นไปหมดเลยล่ะ
พวกเขางุนงง และทันใดนั้นก็มีนักศึกษาคนหนึ่งหยิบเอาชิ้นส่วนพวกนั้นขึ้นมาก่อนจะร้องออกมาเสียงดัง
“พระเ้า! นี่มันพระะโกำแพงที่ขายอยู่ที่ชั้นสองของโรงอาหารนี่! แถมยังเป็เมนูที่แพงที่สุดด้วย!”
ใช่แล้ว ถึงมันจะไม่มีโลโก้ร้านพิมพ์ไว้บนถุง หากแต่บนกล่องเก็บความร้อนนั้นมีอักษรเขียนไว้ชัดเจนว่า “พระะโกำแพงชั้นยอด”
ภายในมหาวิทยาลัยตงหลิงนั้น คิดว่าจะมีคนที่ไม่รู้จักพระะโกำแพงหนีเ้าดังด้วยงั้นเหรอ? เมนูนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับเป็ดปักกิ่งที่เป็ที่โด่งดังในปักกิ่งนั่นแหละ
แถมนี่ยังเป็พระะโกำแพงชั้นยอดที่ราคาสูงกว่า 1,000 หยวนอีกด้วย แม้แต่อาจารย์และครูพิเศษเองก็ยังยากที่จะได้ลิ้มลอง
แต่ตอนนี้ตรงหน้าเขา… เ้าอ้วนที่เป็ไอ้ขี้แพ้นี่กลับนำพระะโกำแพงชั้นยอดกว่า 20 ชุดมากระแทกหน้าคนอื่นเนี่ยนะ!?
ในตอนนั้นเอง ตัวอาจารย์ก็นึกขึ้นได้ว่า อู๋ตี้บอกเขาเื่ที่จะส่งมอบอาหารเหล่านี้ให้กับนักศึกษาที่ยากจนทั้งหลาย
พระเ้า! พวกนักศึกษาเ่าั้กำลังจะได้ลิ้มลองพระะโกำแพงชั้นยอดงั้นเหรอ!?
แม่เ้าโว้ย! นี่มันถูกแล้วเหรอ? ถ้าเป็ไอ้ขี้แพ้ทั่วๆไปจะมีเงินขนาดนี้เหรอ!?
ทันใดนั้น สตรีร่างงามก็กลับเข้ามาที่หอประชุมเล็กนั้น
ผมสีน้ำตาลแดงยาว ควบคู่กับใบหน้าที่สวยงาม รวมไปถึงท่วงท่าที่สง่างามนั้น ใช่แล้ว นั่นคือบุผผางามแห่งมหาวิทยาลัย หลานเสวี่ยนั่นเอง
ในทันทีที่หลานเสวี่ยเข้ามาด้านใน เธอเองก็ไม่ได้คิดว่าจะมีคนมากมายอยู่ที่นี่ ณ เวลานี้ และทั้งหมดนั้นต่างกำลังล้อมรอบที่นั่งด้านหลังอยู่ มันทำให้เธอเกิดสงสัยขึ้นมา
“มีอะไรกันงั้นเหรอ?” น้ำเสียงนิ่งเรียบเอ่ยขึ้น
ทุกๆคนนั้นรีบหันกลับไปมอง และเมื่อพบว่าเ้าของเสียงนั้นคือหลานเสวี่ย สีหน้าของพวกเขาต่างพากันเปล่งแสง
ด้วยเสน่ห์ของตัวหลานเสวี่ยด้วย ชายหัวแหลมคนหนึ่งก็รีบเอ่ยขึ้นเมื่อเธอถาม “เ้าขี้แพ้นี้อวดเบ่งแล้วก็ร้ายอาจารย์ครับ ตอนนี้พวกเราเลยพยายามจะจับมันเอาไว้”
หลานเสวี่ยขมวดคิ้ว จากนั้นเธอก็มองสูงไปอีกและเธอก็พบอู๋ตี้
แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเธอเห็นอู๋ตี้ เธอก็ชะงักไป
หลานเสวี่ยพูดด้วยเสียงเบา “ปล่อยเขาไปซะ เพราะเขาน่ะเป็เพื่อนของฉัน”