Antimage Master

    บท​ที่ 11 นิ​วาเรีย​ พาร์ท​ 2​

    บทที่ 11 นิวาเรีย พาร์ท 2

    หลังจากที่ช่วยอาเรียทำสัญญาแล้วอาคอนก็พยายามสอบถามเรื่องต่างๆกับปราชญ์มังกรต่อเขาค่อนข้างสงสัยถึงสาเหตุการทำลายล้างของราชวงศ์มังกร และอิทธิพลของอำนาจสำคัญของมนุษย์ในสมัยนั้น อย่างไรก็ตามปราชญ์มังกรไม่ได้ตอบคำถามเขามากนัก

    สำหรับสาเหตุที่ทำให้นักบุญดับตะวันสังหารจักรพรรดิมังกรนั้นปราชญ์มังกรเองไม่รู้แน่ชัด เขารู้เพียงแค่ว่ามีการเจรจากันระหว่างนักบุญดับตะวันและจักรพรรดิมังกรเกี่ยวกับเรื่องใหญ่บางเรื่องที่อาจส่งผลอย่างใหญ่หลวงต่ออนาคต

    แต่ทว่าหากทำตามที่นักบุญดับตะวันกล่าวจะส่งผลเสียอย่างมากต่อความฝันของเขา ดังนั้นพวกเขาจึงเลือกทางเลือกที่จะต่อต้านปราชญ์มังกรแทน ด้วยเหตุผลหลักๆที่ว่า นักบุญดับตะวันเป็นเพียงชายชราหนึ่งคนที่ก้าวเข้ามาในดินแดนของตน

    พวกเขาประมาทเพราะมองชายชราคนนี้เป็นเพียงแค่นักเวทและไม่สามารถสร้างผลกระทบมากมายต่อมังกรอย่างพวกเขา เป็นเหตุให้พวกเขาเลือกทางที่จะเป็นศัตรูกับชายชรา และเริ่มรุกรานเขา

    จนในที่สุดแม้นักบุญก็หมดความอดทนต่อเหล่ามังกรที่หยิ่งยโส เขาสังหารจักรพรรดิมังกรและส่วนที่เหลืออีกมากมายได้รับผลกระทบจนถึงแก่ชีวิต ปราชญ์มังกรไม่ได้สนใจการเมืองมากนักทำให้เขาไม่ทราบรายละเอียดมากพอที่จะอธิบายเรื่องต่างๆจนสมเหตุสมผล ส่วนใหญ่เรื่องการเมืองมักถูกจัดการโดยอิมมิซีผู้เป็นจักรพรรดิมังกรในขณะนั้น และเขาทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ไปที่การศึกษาเวทมนตร์

    แน่นอนสำหรับเรื่องเกี่ยวกับอิทธิพลของเหล่ามนุษย์ต่อราชวงศ์มังกรนั้นปราชญ์มังกรแทบจะไม่รู้เรื่องอะไรเลย เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามนุษย์มีอิทธิพลต่อราชวงศ์ในตอนนั้นอย่างไรก็ตามเขากล่าวบางสิ่งที่ทำให้อาคอนค่อนข้างประหลาดใจ

    "หากเจ้าอยากรู้เรื่องการเมืองเจ้าควรจะไปถามจักรพรรดิมังกร ข้าเคยสร้างตราวิญญาณไว้เผื่อในกรณีไม่คาดคิดอย่างการที่เขาถูกฆ่าไว้แล้ว ดังนั้นข้าสามารถคืนชีพให้เขาได้ติดก็แค่ร่างของเขาอาจจะไม่ดีเหมือนก่อนเพราะเขาไม่เหมือนกับข้าที่สามารถใช้เวทมนตร์ปฏิรูปร่างกายขึ้นใหม่ได้จนเหมือนเดิมและยังคงเป็นร่างกายที่เหมาะกับข้า เขาเป็นนักสู้และร่างกายเดิมของเขาถูกทำลายจนไม่เหลือซากด้วยเวทมนตร์นั่น ไม่มีทางที่ข้าจะคืนชีพเขาด้วยพลังที่เทียบได้กับเมื่อก่อน มากสุดเขาคงกลายเป็นเพียงวิญญาณไร้ร่าง" นั่นคือสิ่งที่ปราชญ์มังกรกล่าวกับอาคอน

    เขาสนใจข้อมูลนี้แน่นอนและคงให้อาเรียไปรับวิญญาณของจักรพรรดิมังกรในอนาคต บางทีอาจให้เธอทำสัญญากับเขาเช่นเดียวกับปราชญ์มังกร อย่างไรก็ตามสำหรับตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม เธอยังแข็งแกร่งไม่พอที่จะทำให้จักรพรรดิมังกรยอมรับได้

    เหตุผลที่อาคอนถามถึงเหตุการณ์ในอดีตนั่นเป็นเพราะว่าเขาสงสัยถึงความเกี่ยวพันบางอย่างของ mad alchemist และ นักบุญดับตะวัน.. พวกเขาทั้งคู่เป็นชาวอสูร!!

    หากอ้างอิงจากสิ่งที่ปราชญ์มังกรบอกนอกจากทั้งคู่จะเป็นชาวอสูรเหมือนกันพวกเขายังคงมีอีกอย่างที่เหมือนกัน.. ทั้งคู่ต่างกล่าวถึงปัญหาที่กำลังจะมาเยือน

    อาคอนเชื่อว่าปัญหาที่ mad alchemist บอกกับอันนาอาจจะไม่ใช่แค่กลุ่มคนที่ดาลัสเจอแต่มันอาจจะใหญ่กว่านั้นมาก อาจเป็นเรื่องใหญ่ในระดับที่ทั้งเก้าหมาทวีปอาจต้องตระหนก

    อย่างไรก็ตามนั่นเกินกำลังของคอนในปัจจุบัน เขาคิดว่าคีย์หลักสำคัญของเรื่องดังกล่าวอาจอยู่ในดินแดนมาโทรเดีย เพราะการยื่นมือเข้าช่วยเหลือของจักรพรรดิฟ้าแห่งซินเดรียทำให้อาคอนคิดไปแบบนั้น ดินแดนนี้ต้องมีบางอย่างที่สำคัญพอจะให้จักรพรรดิฟ้าทมิฬออกหน้าเข้าช่วยเหลือและปกป้อง

    อย่างไรก็ตามเรื่องที่เขากังวลในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องของหายนะที่อาจจะเกินกำลังของเขาแต่เป็นเรื่องของตระกูลนิวาเรีย นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้อาคอนถามปราชญ์มังกรเกี่ยวกับอิทธิพลของมนุษย์ต่อราชวงศ์มังกรในอดีต

    เขาต้องวิเคราะห์เรื่องของอันนา เขาต้องประเมินความเสี่ยงในกรณีที่เธอไม่ได้เป็นมิตร เพื่อการนั้นเขาต้องเข้าใจตระกูลนิวาเรียในอดีต

     "เรื่องหาวิธีที่จะทำอาเรียควบคุมพลังเวทได้เป็นยังไงบ้างเหรอ พอจะเป็นไปได้มั้ย" อาคอนกล่าวถามไวพิเรสหลังจากที่ให้ศิษย์ตัวน้อยไปพักผ่อน

    "ไม่คืบหน้าเท่าใดนักค่ะ.. แทนที่จะได้วิธีช่วยเหลืออาเรียมันกลับกลายเป็นว่าเพื่อนของท่านได้รับความช่วยเหลือเกี่ยวกับเรื่องที่เขามีปัญหาในงานวิจัยอยู่แทน"ไวพิเรสตอบ

     แนวคิดของเธอสำหรับการดึงพลังเวทออกมาใช้จากแกนเวทก็คือการใช้ของเหลวส่งผ่านพลังเวทในระบบการสูบฉีดของเหลว มันคล้ายกับการสูบฉีดของเลือดในระบบหัวใจของสัตว์

    การปลูกถ่ายทางชีววิทยาจะช่วยได้มากในงานของคาลี่ย์ที่มีปัญหาเกี่ยวกับความร้อนและการส่งผ่านพลังเวทการใส่มันเข้าไปในเครื่องจักรจะง่ายกว่ามาก สำหรับการใส่เข้าไปในร่างมนุษย์? นั่นแทบจะเป็นไปไม่ได้

     มันน่าทึ่งมากที่ mad alchemist สามารถสร้างแกนเวทเทียมในร่างของอาเรียได้ หากพวกเขาสามารถรู้ความลับการสร้างแกนเวทเทียม มันก็อาจจะเป็นไปได้ที่พวกเขาจะสามารถใช้วิธีการดังกล่าวเพื่อสร้างระบบลำเลียงพลังเวทเพื่อให้อาเรียสามารถควบคุมเวทมนตร์ได้

    "อีกไม่นานทายาทมังกรจะเข้าโจมตีที่นี่.. น่าจะเป็นช่วงการจัดการเตรียมพร้อมก่อนการสอบ.. อาเรียตอนนี้ไม่ควรจะมีปัญหาในการจัดการกับมังกรรุ่นเยาว์ แต่อาจจะมีพวกทายาทมังกรบางคนที่มาเพื่อควบคุมการโจมตีดังกล่าว"

     "พวกเขาไม่ควรจะสามารถจัดการกับเหล่านักล่าที่ตั้งรับเต็มรูปแบบได้แต่การโจมตีครั้งนี้ควรจะมีจุดประสงค์อย่างอื่นอยู่.. สิ่งที่ข้ากังวลคือสัญลักษณ์บนหน้าผากของเจ้าที่อาจจะสร้างปัญหาได้ ทางที่ดีก็ควรจะหาอะไรปิดๆไว้หน่อย"อาคอนแนะนำ" บอกตาแก่นั่นหาอะไรปิดไว้ด้วยก็ดี"

     "แล้ว… สกัลจะไม่มีปัญหากับเรื่องนี้เหรอค่ะ.. ยังไงพวกเขาก็เป็นเหมือนญาติที่มีเผ่าพันธุ์เดียวกัน. เขาอาจจะออกมาก่อปัญหาอะไรไม่ได้แต่จะไม่เกิดปัญหาอะไรกับอาเรียแน่เหรอ"

     "ไม่ควรจะมีปัญหาอะไร แม้ว่าปราชญ์มังกรจะมีอคตินิดหน่อยกับมนุษย์ แต่เขาต่างจากจักรพรรดิมังกร.. ศีลธรรมของปราชญ์มังกรสามารถใช้กับทุกเผ่าพันธุ์"

    "เป็นศีลธรรมที่เข้าใจยากจริงๆ สำหรับพวกเราชาวอสรพิษก็แค่คนแข็งแกร่งอยู่รอดและคนอ่อนแอตายไป เกียรติมีไว้ใช้กับผู้มีเกียรติ และพวกเรามีเกียรติและศักดิ์ศรีของตัวเอง มันก็แค่นั้น"ไวพิเรสกล่าวกับอาคอน

     "มีคนอยู่ทุกแบบในโลกนี้..."อาคอนกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

     อาคอนเดินไปดูที่ห้องของอาเรีย เธอหลับไปแล้ว ก่อนที่เธอจะไปพักอาเรียถามเกี่ยวกับหนังสือเวทสีดำที่ในปัจจุบันมันหายไปจากกระเป๋าคาดเอวของอาคอน เขาค่อนข้างชื่นชมในความช่างสังเกตและเอาใจใส่ของเธอก่อนที่บอกให้เธอไปพักผ่อน มันค่อนข้างน่าประหลาดใจที่เธอสามารถหลับได้แค่เขาบอกให้เธอพัก เธอเชื่อฟังและปฏิบัติตามสิ่งที่อาคอนบอกอย่างเคร่งครัด นั่นทำให้เขาค่อนข้างปวดหัว เขาอาจจะต้องปรับปรุงตัวเองอีกมากเพื่อที่จะเป็นอาจารย์ที่ดีสำหรับเธอ

    ในตอนนี้เขาไม่กล้าที่จะเข้าใกล้เธอมากนัก เขามีปัญหาที่ต้องจัดการ มีศัตรูที่ต้องคอยระวังและยังไม่สามารถเป็นคนที่ดีกว่านี้ได้เพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับเธอ.. จนกว่าเป้าหมายของเขาจะบรรลุ.. เขายังไม่สามารถเปลี่ยนตัวเองได้ทั้งนิสัยและบุคลิกทั้งหมดนี้… เขายังต้องใช้มันจนกว่าเป้าหมายของเขาบรรลุ.. และหลังจากนั้น เขาหวังเพียงว่ามันจะไม่กัดกินเขามากเกินไปและยังสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเด็กคนนี้ได้

     "กรึบ"

     อาคอนปิดประตูห้องของศิษย์ตัวน้อยจากนั้นเขาออกจากบ้านพักเพื่อไปยังวิทยาลัยนักล่าซึ่งคาลี่ย์อาศัยอยู่ เขาต้องไปขอบางอย่างจากคาลี่ย์ ในความเป็นจริงเขาต้องการบางอย่างจากตระกูลของคาลี่ย์

     เวลาในปัจจุบันยังเป็นช่วงบ่ายอยู่ที่วิทยาลัยจึงค่อนข้างจะครึกครื้นและเต็มไปด้วยผู้คน อาคอนเดินผ่านยามของวิทยาลัยเข้าไปด้านในโดยไม่ได้สนใจยามที่เฝ้าประตูหรือสิ่งรอบข้างมากนัก

     ยามที่ประตูของวิทยาลัยยังคงเป็นคนเดิมตลอดหลายปีที่ผ่านมา ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาอะไรที่จะทำให้อาคอนต้องพังกำแพงเข้าไป

     โดยปกติแล้ว.. นอกจากนักเรียน บุคลากรอื่นๆของวิทยาลัยมักจะไม่ค่อยเปลี่ยน นั่นเป็นเพราะทางสมาคมไม่อยากจะวุ่นวายกับคนที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของคาลี่ย์จนอาจทำให้เกิดปัญหา

     อาคอนเดินเข้าไปพบกับคาลี่ย์ทันที มีสองที่เท่านั้นที่คาลี่ย์จะอยู่ก็คือแลบวิจัย และเวิร์คชอป และสองที่นี้อยู่ห่างกันไม่มากดังนั้นอาคอนจึงไม่จำเป็นต้องเสียเวลามากมายกับการหาตัวตัวคาลี่ย์

     "คาลี่ย์ ข้ามีเรื่องให้เจ้าช่วย" อาคอนกล่าวหลังจากที่พบคาลี่ย์อยู่ในแลป

     "โอ้.. เรื่องอะไรล่ะ.. เกินกำลังที่แจ็คจะทำได้รึเปล่า แม่สาวอสรพิษนั่นให้ความเป็นไปได้ใหม่สำหรับงานวิจัยของข้า หากไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรข้าไม่อยากจะผละออกจากการทดลองเหล่านี้เลย" คาลี่ย์ผละจากการทดลองสักพักเพื่อกล่าวกับอาคอนอย่างตื่นเต้น ทันใดนั้นเขาเหลือบมองไปเห็นกระเป๋าคาดเอวที่เคยใส่หนังสือเล่มสีดำของอาคอนซึ่งว่างเปล่านั่นทำให้เขาเริ่มคาดเดาทันที

     "เกี่ยวกับหนังสือเวทย์ที่หายไปนั่นหรือเปล่า"สีหน้าของคาลี่ย์จริงจังขึ้น

    " ไม่.. หนังสือนั่นข้าแค่เอาไปแลกกับข้อตกลงกับกลุ่มทายาทมังกร.. ที่ข้ามาที่นี่เพราะต้องการบันทึกต่างๆเกี่ยวกับตระกูลนิวาเรีย ตั้งแต่สมัยแย่งชิงอำนาจในราชวงศ์มังกรจนถึงปัจจุบัน" อาคอนกล่าว

     "มีปัญหาอะไรกับตระกูลนิวาเรียงั้นเหรอ"

     "ตระกูลนิวาเรียเป็นผู้ควบคุมหลักสำหรับสมาคมนักล่าเรื่องนั้นเจ้ารู้ใช่มั้ย?? "อาคอนตอบคำถามของคาลี่ย์ด้วยคำถาม คาลี่ย์พยักหน้ารับว่าเขาทราบเรื่องดังกล่าวและอาคอนจึงกล่าวต่อ "ข้าไปเจอกับผู้นำตระกูลนิวาเรียมา เธออายุน้อยกว่าเจ้าด้วยซ้ำ"

     ประโยคดังกล่าวทำให้คาลี่ย์ขมวดคิ้วด้วยเช่นกัน เขาเข้าใจสิ่งที่อาคอนกังวลแทบจะทันทีจากนั้นจึงกล่าว

     "ข้าเองก็ไม่แน่ใจมากนักเกี่ยวกับเรื่องของตระกูลนิวาเรีย… ข้าจะเขียนจดหมายให้แจ็คนำไปที่ตระกูลของข้าทันทีหวังว่าจะมีข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์กับเรา"