The Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา

    ตอนที่33 บทคั่น3(จบ)

                 งานที่ฉันต้องทำหลังจากนี้คือการตามหาสิ่งของ7อย่างให้พวกมัน..นั่นคือ คริสตัลมหาเวทย์มนต์ทั้งหมด7ชิ้น มีอยู่ด้วยกัน7สี โดยแต่ละชิ้นล้วนอยู่ในที่อันตรายทั้งสิ้น ซึ่งสถานที่ๆอยู่ของแต่ละชิ้นนั้น ไม่ใช่ที่ๆคนธรรมดาจะสามารถเข้าไปได้เลย ไม่ว่าจะเขตหุบเขาลึกที่เต็มไปด้วยสัตว์ปีศาจ เขตมหาสมุทรที่ยังไม่ได้สำรวจ  รวมทั้งดันเจี้ยนปริศนามากมาย แน่นอนว่าก็มีอันที่ได้มาง่ายๆเหมือนกัน แต่ก็แลกมาด้วยการเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์จำนวนมาก  

                  แต่ถึงอย่างนั้นพวกเราทุกคนก็ต้องทำ..เพราะมีความหวังว่าสิ่งที่ทำอยู่นี่จะสามารถช่วยคนในครอบครัวตัวเองได้…ถ้าถามว่า..คิดว่าคนที่สั่งให้พวกเราทำงานพวกนี้อยู่เบื้องหลังคำสาปนั่นไหม…ฉันคิดว่ายังไงก็ต้องมีแน่นอน..ฉันถึงโกรธแค้นพวกมันไปด้วย แต่ก็ไม่สามารถขัดขืนอะไรได้..เพราะถ้านี้เป็นหนทางเดียวที่จะสามารถช่วยคนที่พวกเรารักได้ แม้ต่อให้ต้องขายวิญญาณให้กับปีศาจพวกเราก็ยอม

                   ฆ่า..ตามหา..ฆ่า..ตาย..ฆ่า…ชีวิตพวกเราวนแบบนี้ไปเรื่อยๆจนไม่รู้ว่าตอนนี้ผ่านมานานเท่าไรแล้ว และผ่านมาหลายปีคริสตัลมหาเวทย์ที่รวมรวมมาได้ก็มีแค่3ชิ้น คือสีม่วง แดง และสีเหลืองซึ่งเป็นอันล่าสุดก็ถูกชิงไปโดยผู้ใช้เวทย์มิติสุดแกร่งคนหนึ่งที่อยู่เบื้องหน้านี่แหละ

                   “เรื่องราวก็ประมาณนี้”

                    “งั้นหรอ”

                    “ฉะนั้นไม่ว่ายังไงฉันก็จะมาตายตรงนี้ไม่ได้..เพราะฉันต้องกลับไปหาเอลมิน่าลูกสาวฉัน”

                    “ที่จริงพวกนายเองก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรนะ..แต่แค่ทำเพราะมีเหตุผลที่จำเป็นเพื่อช่วยคนสำคัญเท่านั้นเอง ฉันคงต้องขอโทษด้วยที่เผลอฆ่าพวกนายไปคนนึง ” ลิซ่ากล่าวด้วยท่าทีที่รู้สึกผิดอย่างมาก

                    “ไม่หรอก..ฉันละทิ้งคุณสมบัติการเป็นคนที่ดีไปแล้ว..ฉันเองรวมทั้งคนอื่นๆก็คงจะคิดเหมือนกันว่าพวกเราไม่มีหน้ากลับไปมองคนที่ตัวเองรักอีก..เพราะหากคนๆนั้นรู้ว่าชีวิตของตัวเองต้องแลกมาด้วยการทำผิดกฎหมายและเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์จำนวนมาก..พวกเขาเองก็คงไม่สบายใจเหมือนกัน”

                    “สบายใจซะเถอะ..เพราะหลังจากนี้พวกนายไม่จำเป็นต้องทำงานเป็นตัวหมากใช้แล้วทิ้งให้องค์กรบ้าๆนี่อีกแล้วล่ะ”

                     “ห๊ะ..หมายความว่ายังไงน่ะ..?” 

                     “หลังฉันใช้เวทย์มิติขังแล้วส่งนายไปรับโทษที่เมืองหลวงแล้ว..ฉันจะตามหาสมาชิกครอบครัวพวกนายทุกคนที่ถูกคำสาปให้เอง แล้วฉันจะผนึกเขาไว้ในมิติอื่นด้วยเวทย์มนต์มิติของฉันซึ่งเวลาในมิตินั้นแทบจะหยุดเดินเลยล่ะ…โดยเวลา1นาทีในมิตินั่นจะเท่ากับ1ปีของโลกภายนอก ซึ่งน่าจะชะลอระยะเวลาที่ส่งผลถึงแก่ชีวิตของคำสาปได้ …ส่วนเรื่องคำสาปนั้นไม่ต้องห่วง..แม้ว่าในหมู่พวกเราจะไม่มีใครที่ถอนคำสาปได้ แต่ฉันเชื่อว่าถ้าเราลองค้นหาดีๆดูในแผ่นดินอันกว้างใหญ่นี้น่าจะต้องมีคนที่มีความสามารถถอนคำสาระดับนั้นอยู่จริงแน่!! ”

                     “ในหมู่พวกเรางั้นหรอ..คุณเป็นใครกันแน่หรอครับ?”

                     “ฉันคือ…” 

                     ในตอนนั้นเองได้มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น

                     “อั๊ก…” มีหอกหลาวสีดำแทงทะลุน่าอกของชายที่อยู่เบื้องหน้าทันที..รวมทั้งคนอื่นๆที่นอนอยู่บริเวณนั้นก็โดนไปด้วย..บริเวณหอกที่แทงนั้นทุกตำแหน่งล้วนแทงไปที่จุดตายอย่างแม่นยำคือ ขั้วหัวใจ

                      "ยะ..แย่แล้ว!!!!” เนื่องจากลิซ่าสัมผัสได้ถึงพลังเวทย์เบาบางได้ล่วงหน้าก่อนจึงทำให้หลบหอกสีดำนั้นทันแบบฉิวเฉียดในเสี้ยววินาที…แต่เนื่องจากช่วงเวลาน้อยขนาดนั้น..เธอจึงไม่สามารถช่วยคนอื่นได้ทันแน่ นี่คือขีดจำกัดของตัวเธอในตอนนี้…ฉะนั้นสิ่งที่เธอทำได้ตอนนี้มีแค่…

                       'เวทย์มิติ-กักขังคุกนิรันด์'

                       เธอรีบใช้เวทย์มิตินี้กักขังคนที่ถูกหอกแทงทันทีเพื่อรักษาชีวิตและชะลอเวลาไว้ได้ทันก่อนจะสิ้นใจ

                      “ใครกัน!!!…โผล่หัวหอกมานะ!!” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงโมโหเป็นครั้งแรก 

                       “พูดมากเกินไปแล้วนะพวกแก…ทั้งที่เป็นแค่ตัวหมากของท่านผู้นั้นแท้ๆ” มีบุคคลปริศนาคลุมฮู้ดสีดำคนหนึ่งโผล่มามาจากเงาใต้พื้นดินในทันที

                       “แกเป็นใครกัน!” ลิซ่าถามด้วยสีหน้าเปล่งจิตสังหารอย่างรุนแรง

                       “ฉันคือยมฑูตที่จะมาพรากชีวิตพวกแกไงล่ะ..ส่งคริสตัลมหาเวทย์นั่นมาซะ..” 

                       บุคคลลึกลับนั่นยื่นมือมาข้างหน้าปรากฎหอกสีดำขนาดกลางจำนวนมากพุ่งใส่เธอทันที แต่ว่าลิซ่าได้เปิดประตูมิติดูดกลืนหอกนั้นเข้าไปจนหมด แล้วปล่อยออกมาตำแหน่งเท้าของชายเสื้อคลุมฮู้ดนั่นทันที แต่ทว่าหอกสีดำได้ทะลุผ่านตัวเขาไปแบบง่ายดายราวกับเคลื่อนที่ผ่านความว่างเปล่า 

                         “เวทย์เงางั้นหรอ!!…ถ้างั้นอันนี้ล่ะเป็นไง”

                         ‘เวทย์มิติ-ดาบผ่ามิติ’ ตัวคฑาของเธอเปลี่ยนเป็นดาบแสงสีเหลืองแบบยาวทันที

                        “ดาบนี้น่ะ..ผ่าได้แม้กระทั่งมิติเลยนะ…ฉะนั้นต่อให้แกคลุมตัวเองด้วยเงาก็ไม่มีผลแน่นอน"

                        “อย่างงั้นหรอ”

                        ตอนนั้นเองชายคลุมฮู้ดสีดำได้สร้างหอกแหลมจำนวนมหาศาลนับพันเล่มพุ่งเขามาหาลิซ่าจากทุกทิศทาง..ซึ่งเธอไม่มีทางหลบได้แน่ และถ้าเธอจะหนีผ่านเทเลพอร์ตคงถูกหอกนั่นเสียบจนเป็นรูพรุนก่อนจะก้าวเข้าประตูเทเลพอร์ตแน่นอน

                         “แกน่ะ..จบแล้วล่ะ..นี่คือโทษฐานที่คิดเป็นปฎิปักษ์กับท่านผู้นั้น” 

                          หอกจำนวนมหาศาลนับพันเล่มพุ่งเข้าหาลิซ่าในทันที

                           "งั้นหรอ” ลิซ่ายิ้มให้เล็กน้อย

                           ‘เวทย์มิติ-ดุบพลิเคชั่น’ 

                          หอกหลาวสีดำนับพันพุ่งทะลุผ่านตัวเธอทันที

              “คนที่จบน่ะมันแกต่างหากล่ะ..” ตอนนั้นเองได้มีลิซ่าอีกคน..โผล่ขึ้นจากทางด้านหลังของชายคลุมฮู้ดปริศนานั่นทันที

                          'วึบบ!!!' ดาบผ่ามิติตัดผ่านร่างแห่งเงานั้นในสภาพสะพายแล่ง..จนร่างของชายคลุมฮู้ดปริศนาขาดออกจากกันเป็นสองซีก  

                          สัมผัสตอนที่ดาบลากผ่านนั้น..ทำให้ลิซ่ารู้ได้ทันที..พร้อมกับตกใจอย่างมาก

                          “แกไม่ใช่มนุษย์นิ!!" ลิซ่าจ้องไปยังร่างนั้นทันที..ด้วยสีหน้าจริงจัง..

                          “ฮึๆๆๆ...ฮ่าาๆๆๆ” ชายคลุมฮู้ดปริศนา..ราวกับนักรบแห่งเงาหัวเราะด้วยน้ำเสียงสยดสยอง 

                          “เจ้านี่!!….” เจ้านี่มันเป็นแค่กลุ่มก้อนของพลังเวทย์เฉยๆที่ถูกสร้างขึ้นมา…ถ้างั้น!!ใครเป็นคนสร้างเจ้านี่ขึ้นมาล่ะ..เธอคิดแบบนั้นพร้อมกับเตรียมตั้งท่าสู้อีกครั้งโดยไม่ประมาท

                           “ดูเหมือนว่าร่างของข้าในตอนนี้จะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของแกสินะ…คงต้องขอถอยแค่นี้ก่อนล่ะ..เรื่องคริสตัลคงเอาไว้ค่อยชิงคืนทีหลัง…แล้วก็จงจำไว้ว่า..”

                           “อย่ามาฆ่าคนต่อหน้าฉันแล้วคิดชิ่งหนีไปได้ง่ายๆนะ!!!!!”

                           ‘เวทย์มิติ-ลบล้าง’ 

                           ร่างนักรบเงาถูกมิติอันหิวโหยกลืนกินในพริบตา

                          “ยมฑูตนั้นอยู่ข้างคำสาปและความสิ้นหวังเสมอ..จำไว้ซะล่ะ”

                           นักรบเงาทิ้งคำพูดสุดท้ายเอาไว้ก่อนจะถูกลบล้างหายไปในทันที

                          "..."

               หลังการต่อสู้จบลง..ลิซ่ารีบวิ่งไปหาชายที่ตนคุยก่อนหน้านี้ทันที

               เธอรีบปลดเขาออกจากคุกมิติ..โดยยังขังเฉพาะบาดแผลบริเวณหน้าอกไว้เพื่อไม่ให้เขาสิ้นใจ

              “เป็นอะไรมากมั้ย!!!?..ไม่ต้องห่วงนะ..ฉันจะขังนายไว้ในมิตินี้แล้วรีบไปเมืองหลวงให้คนใช้เวทย์รักษาช่วยรักษานายทันที”

                 “ไม่มีประโยชน์..ระหว่างนั้นฉันคงสิ้นใจก่อน เพราะHPพลังชีวิตของฉันแตะเลข0ตั้งนานแล้ว..แต่โชคดีที่ได้เวทย์มิติของคุณช่วยชะลอเวลาไว้..แต่ก็คงได้อีกไม่นานแน่”      

                 “งั้นหรอ…”ลิซ่าพูดด้วยน้ำเสียงหดหู่..พร้อมกับรู้สึกถึงความไร้พลังของตัวเอง

                “คุณอย่าหดหู่ไปเลยครับ คุณต่อสู้ได้เยี่ยมมากเลยนะ"

                 “เห็นด้วยงั้นหรอ?”

                “ถึงแม้ว่าการถูกขังในมิติของคุณจะทำให้การรับรู้ช้าลงก็จริง..แต่ฉันก็รู้สึกได้..และฉันคิดไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าตัวตนของคุณต้องเป็นอะไรที่สุดยอดมากแน่ๆ ”   

                 “..” สีหน้าของลิซ่ามืดมัวลงเล็กน้อย 

                 “ก่อนตายที่ฉันจะตาย..คุณช่วยบอกฉันหน่อยได้มั้ย..ว่าคุณคือใคร?” 

                  “อัศวินศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่3 ลิซ่า ฟอน เกลแรท นั่นน่ะคือทั้งชื่อและตำแหน่งของฉัน” ลิซ่าพูดด้วยน้ำเสียงหดหู่..หลังจากนั้นเธอยื่นมือไปแตะที่หมวกของตัวเอง..และตอนนั้นเองได้ปรากฎเหรียญตราสีเงินเปล่งประกายที่มีสัญลักษณ์รูปดาบและคฑาวางไขว้กันอยู่บนโล่

                 ดาบหมายถึงการทำลายล้างสิ่งชั่วร้าย

                 คฑาหมายถึงการเยียวยารักษา

                 โล่หมายถึงการปกป้องผู้คน 

                 อาวุธ3อย่างนี้รวมกันตัวกันเป็นเครื่องหมายบนเหรียญตราที่ระบุถึงตัวของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ ..นอกจากฝีมืออันยอดเยี่ยมและพลังเวทย์มหาศาลยากหาผู้ใดเปรียบแล้ว ก็มีเหรียญตรานี้นี่แหละที่เป็นตัวยืนยันว่าบุคคลนั้นคืออัศวินศักดิ์สิทธิ์อย่างแท้จริง   

                “อย่างนั้นสินะครับ..ตัวตนของท่านคืออัศวินศักดิสิทธิ์จริงๆ..อย่างที่ผมคิดไว้ไม่มีผิด” ชายคนนั้นมองไปยังเหรียญตรานั่นแล้วเปลี่ยนเป็นคำพูดที่แสดงความน้อมน้อมทันที..ต่อตัวตนอันสูงส่งเบื้องหน้านั่น

              "ท่านอัศวินศักดิ์สิทธิ์..ท่านช่วยรับฟังคำขอสุดท้ายของผมสักสองข้อได้มั้ยครับ?”

              “อืม..ได้สิ”  

              “เรื่องของเอลมิน่าผมอยากให้ท่านช่วยหาวิธีรักษาคำสาปให้เธอ..”  

             “อืม..เรื่องนั้นฉันรับปากไม่ว่ายังไงฉันจะต้องช่วยเด็กคนนั้นให้ได้รวมทั้งคนอื่นๆที่ถูกคำสาปนั่นด้วยเหมือนกันฉันให้สัญญาเลยในนามของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่3” ลิซ่ายิ้มอย่างอ่อนโยนแล้วยื่นมือตัวเองไปจับมือของชายคนนั้นราวกับให้คำมั่นสัญญา

              หลังจากชายคนนั้นบอกที่อยู่ของเอลมิน่าเรียบร้อย เขาก็ได้บอกถึงคำขอสุดท้าย

              “คำขอสุดท้ายของผมก็คือ อยากให้ท่านช่วยฝากข้อความจากผมไปถึงเธอด้วยว่า ‘พ่อขอโทษ..ที่ไม่อาจอยู่ดูแลลูกได้' " ชายคนนั้นน้ำตาไหลด้วยความเศร้าในตอนสุดท้ายแล้วสิ้นใจไปในทันที

               ลิซ่าก้มหน้าลงเล็กน้อย…ไม่มีใครรู้เลยว่าตอนนี้เธอทำสีหน้าแบบไหน

               “ขอให้พรแห่งเทพธิดาอัลเทียร์นำพาดวงวิญญาณของท่านผู้นี้ไปสู่สุคติด้วยเถิด” 

               หลังเธอกล่าวคำส่งดวงวิญญาณจบลง..เธอก็เดินไปเช็คสภาพคนอื่นที่ถูกขังอยู่ในคุกมิติ..และก็พบว่าเขาเหล่านั้นเองก็อยู่ในสภาพที่สิ้นใจแล้วเช่นกัน

                เธอทำหน้ามืดมนเล็กน้อย…ยื่นมือไปแตะที่เครื่องหมายอัศวินศักดิ์สิทธิ์ตรงหมวกแม่มด หลังจากนั้นเครื่องหมายนั่นก็หายไป…เสร็จแล้วเมื่อเธอตรวจสอบว่าบริเวณโดยรอบไม่มีศัตรูซ่อนอยู่..เธอก็อำพรางพลังเวทย์ตัวเองจนเหลือ0อีกครั้ง

               ลิซ่า ฟอน เกลเเรท เป็นเพราะการมีปมในใจบางอย่าง  เวลาไปไหนมาไหน เธอมักจะปกปิดตัวตนเสมอ..ทั้งซ่อนเครื่องหมาย..ทั้งอำพรางพลังเวทย์…และไม่เคยบอกตำแหน่งของตัวเองให้ใครรู้ ฉะนั้นถ้าหากไม่ใช่บุคคลสำคัญระดับอาณาจักรหรืออัศวินศักดิ์สิทธิ์ด้วยกันเอง…ในทวีปแห่งนี้จึงแทบไม่มีใครเลยที่จะรู้ว่าตัวตนของเธอเป็นถึงหนึ่งในอัศวินศักดิ์สิทธิ์ทั้ง6คน ซึ่งนั่นก็รวมถึงลูกศิษย์ของเธอทั้งสองคนด้วยที่ไม่รู้ความจริงนี้เช่นกัน

               “เด็กทั้งสองคนนั้น..ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ..”

                เธอมองขึ้นไปบนท้องฟ้า…

                สายลมอันสดชื่นพัดผ่าน..นำพาคราบน้ำตาเล็กน้อยที่ติดอยู่ตรงปลายสายตาเธอระเหยออกไป

                วันนี้เองก็เป็นหนึ่งในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส..ท่ามกลางความโศกเศร้านั่น 

                โลกนี้ช่างโหดร้ายเหลือเกิน…

                เธอคิดแบบนั้นท่ามกลางสายลมพร้อมกับเดินมุ่งหน้าต่อไป

     

     

                                                        #คุยกับคนเขียน#

              ขออภัยด้วยครับที่ไม่สามารถอัพตรงเวลาตามสัญญาได้..เพราะบางทีติดขี้เกียจ+วินัยตัวเองค่อนข้างย่ำแย่ 

    สำหรับSagaการสอบแข่งขันเข้าโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์จริงๆได้จบลงไปตั้งแต่ตอนที่30แล้วครับ  โดยตอนที่34

    (ตอนหน้า)นี้จะเป็นเนื้อหาที่ต่อเนื่องกับตอนที่30พอดี  

               ที่จริงเนื้อหาในบทคั่น1-3 เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงเวลาเดียวกับตอนที่34(หลังเหตุการณ์การแข่งขันเข้า

    โรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์ได้จบลงพอดี แต่เนื่องจากผมไม่รู้ว่าจะเอาเนื้อหาช่วงไหนใส่ก่อน ก็เลยขอเอาเนื้อหาในบทคั่นนี้

    มาใส่ก่อนละกัน ซึ่งเพิ่งมารู้ทีหลังว่าตัวเองคิดผิดอย่างมหันต์ เพราะว่าจริงๆแล้วเนื้อหาในบทคั่นควรใส่ไว้ในตอนพิเศษ

    ทีหลังมากกว่า…แต่ถึงอย่างนั้นไม่ต้องกังวลไปครับ..เพราะขอบอกไว้ตรงนี้ก่อนเลยว่ายังไงเนื้อเรื่องในบทคั่นนี้จะมี

    ส่วนเชื่อมโยงกับเนื้อหาในบทหลักอย่างแน่นอนในอนาคต ฉะนั้นไม่จำเป็นต้องเสียใจไปนะครับว่าที่อ่านมาทั้งหมด

    ตั้งแต่ตอนที่31-33 นี่คือเสียเวลา  เพราะยังไงก็ไม่เสียเวลาแน่นอนครับ5555

             

            

                

                      


     

                      

    คล้ายกับเรื่องThe Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา ที่คุณอ่าน