“ผู้ชายคนนั้น” เย่ซวนพึมพำเมื่อเห็นเนี่ยฝานอยู่ในกลุ่มทีมที่จะสำรวจสุสาน
ตั้งแต่วันนั้นที่เห็นหน้า เขาก็เริ่มจำภาพเก่าๆ ในอดีตได้ เพียงแค่ภาพเหล่านั้นไม่ชัดเจน ยากที่จะประติดปะต่อเรื่องราวได้
“เป็นไปได้ไหมที่เมื่อก่อนเราเคยรู้จักกัน แต่ถ้าอย่างนั้นทำไมเขาถึงไม่ทักทายฉัน?” เย่ซวนเก็บคำถามไว้กับตัวเองแล้วลุกขึ้นไปช่วยยกของสำหรับการขุดสุสานวันนี้
เนี่ยฝานไม่ได้ทำอะไรมาก แค่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ปล่อยให้ทีมของหัวหน้าหม่าและคังฉีจัดการ
สำหรับกลุ่มนินจาเสวียนอู่ คนพวกนี้ชอบทำงานในเงามืดมากกว่า
“นั่งตรงนี้สิ ผมมีเรื่องจะคุยด้วย” เนี่ยฝานกำลังชวนกู่เจี้ยนผิง มือขวาของกู่หวังชิง ตัวร้ายคู่ปรับชิงฟ่าน
“ขอบคุณค่ะ” เธอนั่งลงด้วยความประหม่า ก่อนจะเหลือบมองหญิงสาวสองคนข้างๆ เนี่ยฝานด้วยความกังวลใจ
“ผมชื่นชมเธอนะกู่เจี้ยนผิง แทนที่จะอยู่ในกลุ่มเล็กๆ อย่างเสวียนอู่ ไม่สู้มาเป็นมือและเท้าให้ผมล่ะ”
“อะไรนะคะ...” กู่เจี้ยนผิงตะลึง จากข้อมูลจริงอยู่ที่เนี่ยฝานชื่นชอบผู้หญิง แต่ถึงอย่างนั้นเธอรู้สึกว่าเรื่องทุกอย่างง่ายเกินไป เป็นไปได้ไหมที่เขาอยากจะนอนกับเธอคืนนี้
“ไม่ต้องทำงงหรอก เธอเองก็น่าจะรู้ความหมายในคำพูดของผม” เนี่ยฝานไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงมาที่นี่ ตามนิยายต้นฉบับมันไม่ควรเป็นแบบนี้ ดังนั้นเขาจึงอยากจะรู้คำตอบ ในขณะเดียวกันยังคิดหาโอกาสควบคุมกู่เจี้ยนผิงอย่างลับๆ
สกุลกู่นอกจากจะเก่งเรื่องเร้นกายแล้ว พวกเขายังเลี้ยงแมลงไว้ในร่างกายอีกด้วย
โดยสกุลกู่เป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่พิเศษ ภายในร่างกายเหมือนว่าจะมีโพรงให้แมลงอาศัยอยู่ นอกจากนั้นยังผลิตเลือดชนิดพิเศษ ที่ซึ่งช่วยเลี้ยงแมลงให้เติบโต กู่เจี้ยนผิงตอนนี้น่าจะถูกควบคุมโดยแมลงของกู่หวังชิงอีกทีหนึ่ง ตามเนื้อเรื่องต้นฉบับที่เนี่ยฝานรู้ ดังนั้นเมื่อเขาพูดอะไรไป แมลงกู่พวกนี้ เมื่อกลับไปถึงกลุ่มเสวียนอู่ มันจะบอกข้อมูลนี้กับกู่หวังชิง
“ถ้าอย่างนั้น...ฉันก็พร้อมที่จะให้บริการนายน้อย เพียงแต่ที่นี่ไม่สะดวก เราไปนั่งในรถตู้กันดีไหมคะ และฉันหมายถึงแค่สองคน” กู่เจี้ยนผิงรู้ว่าเอรีล่า มาริสก้า อันตราย ดังนั้นนี่จึงเป็นโอกาสอย่างหนึ่งที่จะอยู่ตามลำพังกับเนี่ยฝาน แล้วใช้แมลงกู่ควบคุมสมองของเขา
แม้ว่าสิ่งนี้ดูแตกต่างจากแผนที่วางไว้ แต่ก็ไม่น่ามีปัญหา
“แน่นอน เราไปกันเลย ส่วนพวกเขาก็ปล่อยให้ขุดสุสานกันไป”
“ค่ะ”
เอรีล่าและมาริสก้าเพียงมองกู่เจี้ยนผิงด้วยความเย็นชาแต่ไม่เข้าไปยุ่ง แม้ว่าเนี่ยฝานจะดีกับพวกเธอ แต่สิ่งเหล่านั้นย่อมอยู่ในขอบเขตที่รับได้ ไม่ใช่เข้าไปยุ่งวุ่นวายกับชีวิต หรือบงการว่าเขาต้องเป็นของเธอคนเดียว
เมื่อเข้ามาในรถตู้ เนี่ยฝานจึงเอนกายลงบนพนักเก้าอี้ แล้วชี้มือไปที่หญิงสาวตรงหน้าเหมือนกับนายน้อยสวะคนหนึ่ง
“มัวยืนเซ่ออะไรอยู่ รีบๆ ถอดเสื้อผ้าแล้วโชว์หุ่นให้ผมดูสิ”
กู่เจี้ยนผิงกัดฟันกรอด แม้ว่าเธอจะอายุ 30 ปีแล้วก็ตาม แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเธอชื่นชอบการเต้นแก้ผ้ายั่วผู้ชาย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องเซ็กส์
“เข้าใจแล้วค่ะ”
......
ด้านนอกรถตู้ หัวหน้าหม่ากำลังยืนดูทางเข้าสุสานที่ถูกปกคลุมด้วยความมืด คนเหล่านั้นกำลังติดตั้งอุปกรณ์กำเนิดแสง ก่อนจะบอกให้เคลีย์ทาง แล้วหันไปคุยกับหวังเฉา ชายผู้ที่มีผ้ายันต์แปะอยู่บนดวงตา
“หวังเฉา ถึงตานายแล้ว”
หวังเฉาพยักหน้าและเริ่มปลดผ้ายันต์ที่ผนึกดวงตา ครั้งนั้นเป็นเพราะหวังเฉา กลุ่มของหัวหน้าหม่าจึงรอดชีวิตกลับมาได้ แต่อย่างใดก็ดี ยังมีอีกหลายสิบชีวิตที่ต้องสูญเสีย
เมื่อผ้ายันต์ถูกดึงออก หวังเฉาจึงมองเห็นทางข้างหน้า
“หัวหน้าหม่า ทุกอย่างดูเหมือนว่าจะราบรื่นดี นอกจากนั้นผมไม่พบเทวทูตบ้าๆ นั่นอีก ข้างในเป็นสุสานเก่าแก่ นอกจากนั้นเหมือนว่าจะมีก้อนน้ำแข็งอยู่ด้วยครับ”
“ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มการขุดได้เลย ขอบใจนะหวังเฉา” หัวหน้าหม่าให้กำลังใจ ก่อนจะหันไปส่งสัญญาณให้ทีมด้านหน้า
คังฉีและหวางชิงค่อนข้างอิจฉาความสามารถของหวังเฉา ดวงตาพิเศษอันนั้นเมื่อมีอยู่ในทีม ย่อมช่วยลดการสูญเสียลงได้
กุญแจถูกวางหน้าประตู แม้มันจะดูเก่า แต่กลไกกลับเริ่มทำงานโดยไม่ติดขัด ต้องบอกว่าวิศวกรยุคโบราณนั้นมีคุณภาพมาก อย่างน้อยผ่านไปหลายร้อยปีกลไกยังไม่พัง ผิดกับถนนบางประเทศ พังมันทั้งปี เรียกว่าไม่มีวันไหนจะไม่ปิดถนนทำ
เมื่อประตูหินถูกเปิดออกกลิ่นอับก็โชยเข้าจมูก
ทีมนินจากลุ่มเสวียนอู่เร้นกายในความมืด มุ่งหน้าเข้าไปในสุสานก่อน
แม้ว่าจะมีสัญญาแบ่งทรัพย์สมบัติเท่าๆ กัน แต่โจรเจ้าเล่ห์ย่อมเป็นโจรวันยังค่ำ พวกเขาคิดจะใช้ความเร็วเพื่อค้นหาสมบัติ จากนั้นเก็บไว้ในความมืด เมื่อกลุ่มอื่นไม่เห็นกระบวนการ ก็เท่ากับว่าสัญญายังคงอยู่
เย่ซวนเดินเข้าไปในสุสานโดยไม่คิดอะไรมาก หรืออาจจะเป็นเพราะเรื่องราวของเนี่ยฝานที่กวนใจ สายฟ้าในร่างกายของเขาจึงเริ่มฟื้นฟูในอัตรารวดเร็ว
“ภายในนี้ค่อนข้างหนาว จากข้อมูลที่หันหน้าหม่ากล่าว เหมือนว่าจะมีน้ำแข็งด้วยล่ะ โดนปกติมันเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นฉันจึงคิดว่าอาจจะมีอาวุธแห่งกฎ ซ่อนอยู่ในสุสาน” หวางชิงหันไปกระซิบบอกสามี เขาพยักหน้ารับและรีบเดิน
กลุ่มนินจาเสวียนอู่มีจำนวนมาก ดังนั้นจึงทำงานได้เร็ว ผิดกับทีมคังฉีที่ค่อนข้างช้า พอๆ กับเนี่ยฝานที่ส่งเพียงโจโฉและลิโป้เข้ามา
“นั่นมันอะไร คริสตัลพวกนี้เหมือนว่าจะไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ” เฉาจื่อที่เดินตามเย่ซวนกล่าว ในฐานะผู้หญิง เป็นเรื่องปรกติที่จะถูกดึงดูดด้วยสิ่งของเหล่านี้
“ไม่รู้สิ แต่รีบๆ ทำงานให้จบๆ ดีกว่า” เย่ซวนตัดบท ทำเอาคนที่ตามมาด้วยแปลกใจ
“เกิดอะไรขึ้นเย่ซวน นายไม่สบายใจหรอ?”
“ไม่มีอะไร แค่ผมรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่เห็นหน้านายน้อยเท่านั้นเอง”
“นายน้อย...อ๋อ นายไม่ต้องไปอิจฉาหรอก” เฉาจื่อปลอบใจ ก่อนจะเสริมว่า “ฉันเห็นกู่เจี้ยนผิงพานายน้อยเข้าไปในรถตู้กันสองคน ทิ้งให้ชาวต่างชาติรออยู่หน้ารถ ไม่ต้องพูดก็รู้ว่าพวกเขาทำเรื่องอย่างว่ากัน”
เย่ซวนมองตาขวาง เขาไม่ได้หมายถึงเรื่องนี้ซะหน่อย แต่เหมือนจะทำให้เฉาจื่อเข้าใจผิด เธอหันไปมองรอบๆ ก่อนจะพาเขาเข้าไปในทางเดินที่อยู่ตรงหน้า จากนั้นก้มลงแล้วยื่นมือไปรูดซิปกางเกงให้เขา
“เดี๋ยวนะนี่จะทำอะไรน่ะ!” เย่ซวนตกใจ พยายามจะนำอวัยวะเพศที่อยู่ในมือหล่อนกลับเข้ามาในกางเกง แต่มันกลับดันแข็งสู้มือดีซะงั้น
“นายไม่ได้ปลดปล่อยไม่ใช่เหรอ คงจะอึดอัดแย่ นอกจากนั้นะฉันไม่เคยเห็นนายเที่ยวซ่องมาก่อน ดังนั้นตอนนี้เป็นโอกาสดี เดี๋ยวจะอมให้”
เพราะกลัวว่าเย่ซวนจะทิ้งกลุ่มหัวหน้าหม่า แล้วไปทำงานกับเนี่ยฝานแทน เฉาจื่อจึงได้เสนอตัวเอง เพื่อรั้งตัวเขาไว้
“อะไรนะ!” เย่ซวนต้องการผลักเธอออกไป แต่เมื่อหัวถอกถูกอมรูดเขาก็ไม่สามารถพูดถ้อยคำเหล่านั้นได้ รสชาติพวกนี้เหมือนว่าจะเคยถูกสัมผัสมาก่อน ใบหน้าในความทรงจำแล่นย้อนกลับมา เหมือนว่าจะใส่ชุดนักศึกษา ยิ้มให้เขา และมักจะนำเงินมาให้พร้อมกับอาหารจำนวนหนึ่ง
จนกระทั่งเย่ซวนหลั่งน้ำกามออกมาเต็มปากเฉาจื่อ ความทรงจำทั้งหมดของเขาจึงได้กลับคืนมา
“จำได้แล้ว แท้จริงแล้วฉันคือเย่ซวน นักศึกษามหาลัยหยูโจว...” เย่ซวนจับศีรษะตัวเอง ก่อนจะรู้สึกตัวว่ากำลังถูกดูดไอ้จ้อนอยู่ หลังจากนั้นเขาจึงรู้สึกโกรธ เตะเธอเข้าผนังอย่างแรง
เฉาจื่อที่ไม่ระวังตัวซี่โครงหักหลายท่อน เธอมองเย่ซวยอย่างไม่เชื่อสายตา
“เกิดอะไรขึ้นเย่ซวน ทำไมถึงต้องเตะฉันด้วย ฉันอมให้ไม่ดีเหรอ หรือแค่เอาปากมันไม่พอ”
“หุบปากอีแก่!” เย่ซวนคว้าผมเธอดึงขึ้น ก่อนจะตะคอกเสียงสั่นๆ “พวกแกรู้ว่าฉันเป็นใครมาโดยตลอด แต่ไม่ได้บอกความจริงกับฉัน นี่คิดจะใช้ฉันเป็นเครื่องมือไปจนตายสินะ หากไม่ใช่เพราะความทรงจำของฉันกลับมาล่ะก็!”
“เย่ซวนเราสามารถคุยกันได้ หัวหน้าหม่ากับฉัน เราสองคนพยายามหาข้อมูลของนายมาโดยตลอด แต่นายรู้ไม่ใช่เหรอว่ามันยากที่จะสืบหาใครสักคน พวกเราไม่ใช่ตำรวจ ก็แค่โจรขุดสุสาน” เฉาจื่อพยายามหาเหตุผลมาอธิบาย แต่เขากลับไม่ฟัง กระแสไฟฟ้าส่งเสียงเหมือนนกร้อง เฉาจื่อแทบไม่สามารถส่งเสียงจากปากได้ น้ำสีเหลืองไหลออกจากหว่างขา ก่อนที่ร่างกายของเธอจะเริ่มมีกลิ่นไหม้
เย่ซวนโยนศพทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดี ก่อนจะมองเห็นด้านหลังคริสตัลสีใสตรงหน้า ความรู้สึกนั้นเหมือนกับว่าสิ่งที่อยู่ด้านในตอบรับเขา
เย่ซวนวางมือไว้หน้าคริสตัล หลังจากนั้นมันเริ่มแตกร้าวเหมือนเศษกระจก ความเย็นจำนวนหนึ่งได้รุกล้ำเข้าไปในร่างกาย ผ่านกระดูก เส้นเลือด ปอด ม้าม หัวใจ ตับ ทุกส่วนของร่างกายเหมือนว่าจะถูกปรับปรุงขึ้นใหม่ สุดท้ายร่างของเย่ซวนได้กลายเป็นปฏิมากรรมน้ำแข็ง
ความเย็นภายในสุสานอยู่ๆ ก็ทวีความรุนแรงขึ้น แต่กู่เจี้ยนผิงที่เหลือแต่ชุดชั้นในไม่รู้ถึงสิ่งเหล่านี้เลย