“บ้าแล้ว!” แทนตะโกนทันทีเสียงประกาศจากระบบเล่นเอาเขาตะลึงไปทันทีชุดของแทนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง...แต่อย่างอื่นนั้นเปลี่ยนแปลงไปเต็มที่
“ชิลด์! ดาเมจลิงค์! นัลลิฟายดาเมจ! ชิพท์!” บลานซ์รีบเรียกใช้สกิลของเขาทันทีหลังจากนั้นก็เตรียมเรียกใช้การ์ดชุดป้องกันที่ได้มาใหม่หลังจากครั้งที่บุกไปกิลด์ไวท์พาลาดินชุดการ์ดที่ทำให้พลังของเขาแข็งแกร่งขึ้นเกินกว่าเลเวลที่มี

“อีควิป!อีควิป! อีควิป!” บลานซ์เรียกใช้อุปกรณ์สวมใส่ 3 ชิ้น อุปกรณ์ 2ชิ้นเป็นชุดเดียวกัน ในขณะอีกชิ้นนั้นถึงจะไม่ใช่ชุดเดียวกันแต่ก็เป็นโล่ระดับ 12 ดาวที่ถือได้ด้วยมือเดียว...โล่น้ำตาเทพธิดาแองเจิ้ลเทียร์


อัศวินในชุดเกราะหนักสีเงินปรากฏตัวพร้อมกับโล่ขนาดยักษ์ที่ส่องประกายสีน้ำเงินประหลาดลาดลายที่สลักอยู่บนโล่ชิ้นนั้นเป็นลวดลายของสายลมและเมื่ออัศวินตนนี้ปรากฏตัวออกมา พลังชีวิตและพลังป้องกันของบลานซ์ที่มีเลเวล 94 ในตอนนี้เกินกว่าสองแสนไปแล้ว
“21,478!”
“21,519!”
พลังโจมตีของบอสถึงจะมากอยู่แต่ก็ไม่ได้ทำให้บลานซ์ที่พลังป้องกันสูงขึ้นมากพลังลดมากสักเท่าไรค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้เกินความความสามารถฟื้นพลังของลินและเอ็ดเวิร์ด
“เมจิก!” “ไอเทม!” เสียงเรียกใช้การ์ดคาถาและไอเทมดังมาจากลินและเอ็ดเวิร์ดตามลำดับ
“+18,783!”
“+15,000!”
ด้วยเลเวลที่เพิ่มมากขึ้นทำให้ลินใช้คาถาได้แรงขึ้นมากส่วนเอ็ดเวิร์ดนั้นใช้ยาเพิ่มพลังระดับ 7ดาวให้กับบลานซ์
“ลิน!เอ็ดเวิร์ด! ดูบลานซ์ด้วย...ฉันจะเรียกเทพ!” เสียงนิกกี้ดะโกนบอกทั้งสองคน
“อีควิป... อีควิป... อีควิป...” เสียงอายะเรียกใช้อุปกรณ์สวมใส่ถึงสามชิ้นแล้วตามด้วยเรียกใช้สกิลต่ออีกสองครั้ง“มุเมียว...อิดะเทน...”
หลังจากเรียกใช้สกิลออกมาร่างของอายะก็ลอยอยู่เหนือพื้นด้วยสกิลของดาบอิดะเท็นส่วนดาบในมือซ้ายนั้นเป็นดาบที่เกิดจากพลังจิตที่สร้างขึ้นโดยสกิลมุเมียว ความเร็วของอายะนั้นเพิ่มเกินกว่าสามเท่าตัวในขณะนี้เธอพุ่งเข้าฟันใส่มอนสเตอร์ขนาดยักษ์ที่อยู่ตรงหน้าด้วยความรวดเร็ว
“7,742!” “3,512!”
“7,845!” “3,735!”
“7,334!” “3,217!”
“7,320!” “3,671!”
“เกราะหนามาก...” อายะพูดออกมาเมื่อดาบทั้งสองเล่มของเธอฟันใส่ทำให้เกิดความเสียหายเพียงเล็กน้อยที่เป็นเช่นนี้นั้นก็เพราะเกราะของเจ้ามอนสเตอร์ตัวนี้นั้นหนาและแข็งแกร่ง แถมยังมีมวลน้ำคลุมไว้อีกชั้นทำให้ค่าความเสียหายที่ทำได้น้อยกว่าปกติมาก“อย่างนี้ไม่รู้จะล้มมันได้เมื่อไร” หญิงสาวพูดขึ้นก่อนจะเรียกใช้สกิลอีกครั้งมันเป็นสกิลที่เธอได้มาใหม่ตอนทักษะโซลลิ้งเกอร์ของเธอและทากะเลื่อนระดับ...โซลออฟยูนิตี้(Soul of Unity)
“ราเซ็น...” ก่อนจะเรียกใช้สกิลโซลออฟยูนิตี้อายะที่ลอยอยู่เหนือพื้นก็เรียกใช้สกิลราเซ็นที่จะสุ่มเรียกวิญญาณที่สกิตอยู่ในดาบจากต่างมิติออกมาโจมตี
อายะหันไปสบตากับทากะและเมื่อชายหนุ่มพยักหน้ารับเธอก็เจรียมเรียกใช้สกิล “คงไม่มีวิธีอื่น...” หญิงสาวพูดขึ้นก่อนจะเรียกใช้สกิลที่ตั้งใจไว้
“โซลออฟยูนิตี้...” เมื่อเรียกใช้มีบางอย่างเกิดขึ้นกับร่างของทากะร่างของชายผู้ไม่เคยเปล่งเสียงออกมากลายเป็นประกายแสงแล้วพุ่งใส่ร่างของสาวของเขาหลังจากนั้นพลังก็สถิตอยู่ทั่วร่างหญิงสาวที่กำลังหลบหลีกการโจมตีของลิควดเชลไกอาออร่าสีแดงสดคลุมร่างของอายะ มันเป็นพลังจากพี่ชายของเธอที่ส่งต่อมาให้การใช้สกิลนี้จะใช้ได้ 1 ครั้งต่อ 6 ชั่วโมง สกิลที่ทำให้ผู้เรียกใช้มีระดับเลเวลเพิ่มขึ้นอีก30%

จากสกิลที่ถูกเรียกใช้เลเวล 85 ของอายะที่บวกเข้าไปอีก 30% คือ 26เลเวลทำให้ในขณะนี้เธอมีเลเวลสูงถึง 111 ค่าพลังต่างๆเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ค่าพลังชีวิตอยู่ในระดับกว่าหนึ่งแสนห้ามื่นหน่วย
“18,432!” “8,483!”
“18,861!” “8,245!” “25,711!”
“18,113!”“47,499!” “8,478!”
“18,537!” “8,129!”
คมดาบที่ฟาดฟันลงไปในครั้งนี้ทรงพลังอสูรจากมิติที่ปรากฏออกมาจากดาบอิดะเท็นเป็นนกกระสาสีเลือดที่โฉบออกมาจากรอยแยกของมิติที่เกดจากสกิลราเซ็นส่วนปีศาจที่ออกมาจากรอยแยกของมิติจากสกิลมุเมียวคือยักษ์ไร้นามผู้มีร่างสีดำซึ่งเมื่อมันปรากฏตัวออกมาก็ระดมกำปั้นชกเข้าใส่ร่างของเต่ายักษ์ผู้ตื่นจากการจำศีลอย่างรุนแรง
ทางฝั่งนิกกี้กำลังใช้การ์ดจั่วและสร้างมอนสเตรอ์จากการ์ดคาถาเธอกำลังเตรียมเรียกมอนสเตอร์จากเด็คคอมโบของตัวเอง แค่มันยังไม่ประสบผลสำเร็จการ์ดที่เธอรอคอยยังไม่ปรากฏออกมา
แทนซึ่งต้องอยู่ในอาชีพใหม่กำลังสับสนกับทักษะต่างๆของอาชีพนี้ เขาตั้งใจจะเลือกใช้การ์ดสักใบแต่การ์ดของเขากลับไม่ปรากฏออกมาที่เขามีอยู่ในตอนนี้คือสกิลเรียกรายกว่า 30 ชนิดซึ่งบางชื่อสกิลนั้นคุ้นตาอย่างประหลาดแทนไล่อ่านชื่อสกิลและรายละเอียดโดยหนีไปแอบหลังโขดหินไกลออกไป โดนปล่อยให้เพื่อนๆของเขารับหน้าที่ยันมอนสเตอร์ยักษ์ไว้ก่อน
แทนใช้เวลาตั้งแต่เริ่มการต่อสู้ศึกษาอาชีพคอสเพลย์เยอร์ของตัวเองและในที่สุดแทนก็เข้าใจอาชีพที่ได้มา อาชีพนี้คืออาชีพที่จะใช้พลังของแต่ละตัวละครที่เมื่ออาชีพนี้ใช้สกิลแปลงร่างเป็นคาแรกเตอร์นั้นจะมีเด็คประจำตัวละครนั้นผสมกับเด็คของผู้เรียกใช้สุ่มสลับกันคนละครึ่งโดยที่การ์ดแอเรียจะยังอยู่ในเด็คเท่าเดิมแต่จะเสริมการ์ดแอเรียของคาแรกเตอร์ตัวละครที่เรียกใช้อีก 1 ใบอาชีพนี้นั้นนับว่าเป็นอาชีพระดับสูงของเกมนี้เลยทีเดียว
“สกิลสุดท้ายๆๆ” แทนรีบเรียกดูสกิลที่ได้มาล่าสุดของอาชีพที่เขากำลังใช้อยู่ในขณะนี้“สกิลที่ได้มาล่าสุดมันต้องเจ๋งสุดสิ” ชายหนุ่มว่า และในที่สุดเขาก็เจอกับสกิลที่ว่าสกิลที่มีชื่อคุ้นตา
“อันนี้ล่ะ...” แทนตัดสินใขเรียบร้อยหลังจากนั้นเขาก็เตรียมเอ่ยคำพูดเพื่อเรียกใช้คาแรกเตอร์ที่เป็นสกิลล่าสุดที่สายอาชีพนี้ให้มา
“ขอพลังจงสถิต...เม เดอะ ฟอร์ส บีวิท ยู...” เสียงแทนดังขึ้นในทันทีและเมื่อนิกกี้ที่กำลังรอการ์ดจบคอมโบหันไปมองก็ต้องมีสีหน้าตกตะลึง...ชุดของแทนเปลี่ยนเป็นชุดผ้าสีขาวครีมและในมือถืออาวุธรูปร่างคุ้นตา
ดาบเลเซอร์สีฟ้า...ไลท์เซเบอร์...
“มาเลย!” แทนเลือกใช้สกิลหนึ่งในหลายๆรายชื่อที่มี มันมีชื่อที่คุ้นตาเขาอย่างประหลาด และเขาก็เลือกชื่อนั้นรายชื่อสกิลล่าสุดที่ได้มา...อาชีพอัศวินแห่งดวงดาวผู้ใช้ดาบเลเซอร์เป็นอาวุธ
“อีควิป!” เขาเรียกใช้การ์ดอีกใบที่เป็นการ์ดในส่วนของคาแรกเตอร์ที่เขาเลือกใช้และเมื่อสิ้นเสียง ดาบเลเซอร์สองคมสีแดงสดระดับ 13ดาวก็ปรากฏออกมา...ดาร์ดโมล
หลังจากนั้นแทนก็พุ่งออกไปด้านหน้าเขาเตรียมตัวเข้สู้ในระยะประชิดที่ตัวเองไม่ชำนาญนัก แต่เมื่อเขาลองโจมตีออกไปก็ต้องตกตะลึงกะพลังของอาชีพที่ตัวเองมีโอกาสได้ใช้
“55,487!” “44,236!” “44,563!”
“55,129!” “44,121!” “44,782!”
“55,045!” “44,453!” “44,147!”
“55,287!” “44,874!” “44,341!”
พลังโจมตีของดาบลำแสงนั้นรุนแรงมากนั่นก็เพราะว่าอาวุธของอาชีพนี้นั้นสามารถฟันใส่ศัตรูโดยไม่สนใจพลังป้องกันของเป้าหมายดาบสีฟ้าในมือขวาของแทนโจมตีแรงราวห้าหมื่น ในขณะที่ดาบเลเซอร์สองคมโจมตีรวมแล้วเกือบจะเก้าหมื่นค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นลดพลังชีวิตของเจ้าเต่ายักษ์ลิควิดเชลไกอาได้อย่างรวดเร็ว
“แหล่มมาก...” เอ็ดเวิร์ดที่คอยช่วยสนับสนุนอยู่แนวหลังพูดขึ้น“แต่ชุดกับดาบนั่นมันคุ้นๆอย่างกับพวก เจ...เจอะไรสักอย่าง”
หลังจากนั้นแทนก็ใช้ดาบเลเซอร์ในมือทั้งสองข้างโจมตีใส่เต่ายักษ์ที่เคลื่อนไหวข้าแต่มีพลังป้องกันและพลังชีวิตสูงมากไปเรื่อยๆด้วยความเร็วและความคล่องตัวทำให้เขาแทบไม่โดนการโจมตีเช่นเดียวกับอายะที่โจมตีอยู่อีกด้านของมอนสเตอร์ตัวนี้แต่หากคนใดพลาดถูกการโจมตีเข้าก็จะเป็นหน้าที่ของลินและเอ็ดเวิร์ดที่จะคอยฟื้นพลังให้
การต่อสู้กินเวลาหลังจากนั้นไปกว่าสามนาทีในที่สุดนิกกี้ก็ได้การ์ดที่เธอรอคอย มอนสเตอร์ที่เธอเรียกออกมาด้วยการ์ดคาถาคือมอนสเตอร์กำแพงเหล็กที่ไม่เคลื่อนไหวไออนวอลจำนวน2 ตัวและหลังจากนั้นเธอก็เรียกใช้การ์ดใบหนึ่ง...เวลาแห่งการถูกเลือก
“เมจิก!” หญิงสาวเรียกใช้การ์ดใบที่เธอรอคอยทันทีหลังจากนั้นพลังของการ์ดคาถาและเด็คคอมโบก็ปรากฏ เทพตั้ง 2 ตนจุติสู่เบื้องล่างด้วยพลังของการ์ดคาถาเวลาแห่งการถูกเลือกที่ต้องเสียสละพลังชีวิตถึง50% ในการเรียกใช้

คาถาเริ่มแสดงผลมอนสเตอร์ของนิกกี้ก็ถูกเรียกกลับเข้าเด็คหลังจากนั้นการ์ดมอนสเตอร์ 2ใบก็ถูกเรียกออกมาจากเด็คของนิกกี้เธอกำลังคิดว่ามอนสเตอร์ที่ออกมาจะเป็นใบไหนบ้างในการ์ดมอนสเตอร์ 3 ใบที่ใส่เอาไว้ แต่ไม่ว่าจะเป็นการ์ดใบไหนใน 3 ใบนี้ หากออกมา 2ตัวเมื่อไรก็จะแข็งแกร่งแทบทั้งสิ้น เพราะมอนสเตอร์ทั้ง 3 นั้นใบที่มีระดับต่ำที่สุดก็คือ 17 ดาว...
ในที่สุดมอนสเตอร์2 ตนก็ปรากฏร่างออกมาในครั้งแรกแทนคิดว่ามันน่าจะเป็นมอนสเตอร์ที่มีร่างกายใหญ่โตหรือทรงพลังแต่เมื่อมอนสเตอร์ทั้ง 2ตัวนั้นปรากฏตัวออกมาแทนก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นร่างกายที่รูปร่างเหมือนกระจกบานใหญ่ซึ่งมีขอบสีทองละด้านบนมีใบหน้าของปีศาจมันเป็นมอนสเตอร์ที่ดูแล้วไม่ได้มีพลังโจมตีอะไรเลย และมันก็ไม่ได้มีพลังโจมตีใดๆอย่างที่รูปร่างลักษณะของมันบอก มันเป็นมอนสเตอร์ที่ปกติไม่ค่อยจะมีผู้เล่นจัดใส่เด็คเพื่อใช้งานเนื่องจากเงื่อนไขในการเรียกออกมานั้นยุ่งยากมาก ต้องสังเวยมอนสเตอร์ถึง 4ตัวเพื่อเรียกใช้แถมผู้เล่นยังจะต้องทิ้งการ์ดทุกใบบนมือเมื่อมันปรากฏตัวออกมามอนสเตอร์ระดับ 17 ดาวที่ใส่ได้เพียง 1ใบในเด็คและมีข้อแม้ในการเรียกใช้ที่ยุ่งยากทำให้ราคาของมันไม่แพงนัก
และในขณะเดียวกันนั้นเองมอนสเตอร์อีกตนหนึ่งก็ปรากฏตัวออกมาก๊อปลินสีแดงตัวเล็กถือโคมไฟเล็กๆ และแบกหม้อใบใหญ่กว่าตัวของมันเองไว้กลางหลังแบคกัส...ก๊อปลินครีเอเตอร์ มอนสเตอร์ระดับ 18ดาวที่สามารถใส่ได้ใบเดียวในเด็ค การ์ดมอนสเตอร์ที่บางคนเห็นว่ามันเป็นการ์ดขยะซึ่งไม่ได้มีประโยชน์อะไรมากนัก...แต่สำหรับนิกกี้ดูเหมือนจะไม่ใช่
“เธอเรียกตัวอะไรออกม๊า!” เอ็ดเวิร์ดที่อยู่ใกล้ๆนิกกี้พูดออกมาเมื่อเห็นมอนสเตอร์ท่าทางไร้พลังทั้ง 2 ตัว
“รอดูไปก่อนเถอะน่า!” หญิงสาวตะโกนตอบกลับมา
