เมื่อคิดได้ดังนั้นแล้วพ่อเลี้ยงเกื้อจึงจำใจต้องกล่าวออกไปว่า
“โธ่เอ๊ย! ไอ้พัฒน์แกนี่มันไวไฟจริงๆ เลยนะ”
พ่อเลี้ยงเกื้อแสร้งหัวเราะกลบเกลื่อนความรู้สึกที่แท้จริงของตนเองรีบเปลี่ยนสีหน้าจากเคร่งขรึมกลายเป็นตลกเฮฮาในทันใด
“ฉันไม่ขัดขวางแกหรอกนะนวลเป็นเด็กดี แต่ฉันอยากให้แก รอนวลโตกว่านี้อีกสักหน่อย ... สักปีสองปีนี่แหละหล่อนยังเป็นเด็กไม่ประสีประสานักหรอก”
พ่อเลี้ยงเกื้อใช้เหตุผลอ้างอิงถึงความเหมาะสมทางสังคม
“อีกอย่าง... ฉันอยากให้ป้าน้อยช่วยสอนวิชาการบ้านการเรือนให้นวลคล่องๆ ก่อนจะได้เหมาะสมกับตำแหน่งของแกที่ทำงานราชการมีหน้ามีตาในสังคมชั้นสูงแกจะได้ไม่อายเวลาพานวลออกงานสังคมน่ะ”
พัฒนะได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าเห็นด้วย
“เอ่อ ก็จริงของคุณเกื้อ...งั้นผมจะรอจนกว่าคุณเกื้อจะเห็นสมควรแล้วผมจะค่อยให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอนวลเมื่อถึงเวลานั้น”
คำตอบของพัฒนะทำให้พ่อเลี้ยงเกื้อถอนหายใจโล่งอกอย่างเงียบๆเขาไม่ได้ยกนวลให้พัฒนะในทันที
นั่นหมายความว่าเขายังพอมีเวลาที่จะได้ “เสพสุข” กับนวลไปได้อีกสักพักก่อนที่เธอจะกลายเป็นของคนอื่นอย่างสมบูรณ์แบบ
…
เช้าวันหนึ่งที่อากาศแจ่มใสคุณนายประยงค์ยังคงรักษาหน้าที่เมียหลวงมานั่งร่วมโต๊ะอาหารเช้ากับคุณเกื้อที่เรือนใหญ่
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบงันมีเพียงเสียงช้อนส้อมกระทบจานเบาๆ สะท้อนความห่างเหินระหว่างสามีภรรยาที่ยากจะประสานรอยร้าว
เมื่ออาหารเช้าเสร็จสิ้นคุณเกื้อขอตัวจะไปเขียนหนังสือในห้องทำงานตามปกติ
ส่วนคุณนายประยงค์ก็เลือกที่จะนั่งร้อยดอกไม้และปักผ้าอยู่ที่ห้องโถงใหญ่กลางบ้านเพียงลำพังเพื่อยืนยันว่าเธอคือเจ้าของบ้านที่แท้จริง ไม่มีใครสามารถก้าวข้ามเส้นนี้ได้
ในขณะที่คุณนายประยงค์นั่งง่วนอยู่กับงานฝีมือพ่อเลี้ยงเกื้อก็เดินออกมาจากห้องอาหาร
สายตาของเขาเหลือบไปเห็น เนื้อนวลกำลังนั่งพับเพียบถูบ้านอยู่บริเวณทางเดินใกล้ห้องทำงานของเขา
นวลวันนี้สวมเพียงเสื้อคอกระเช้าตัวเก่าที่ซักจนซีดจางกับผ้าถุงธรรมดา ๆ แต่ทว่า...กลับไม่อาจซ่อนเร้นสรีระที่กำลังผลิบานของเธอไว้ได้เลย
ยามที่นวลก้มตัวลงถูพื้นกระดานบ้านให้เป็นเงาตามความเคยชินและตั้งใจทำหน้าที่อย่างดีเยี่ยมคอเสื้อคอกระเช้าที่กว้างอยู่แล้วก็ห้อยลงมาจนปิดอะไรไว้ไม่มิดภาพที่ปรากฎใต้คอเสื้อตัวเก่านั้นช่างน่ามอง
เผยให้เห็นร่องอกที่ขาวผ่องเป็นยองใยสองเต้าอวบอัดเต่งตึงเกินกว่าสาววัยรุ่น ส่ายสะบัดไปมาตามแรงขัดถูพื้นบ้าน
คุณเกื้อสอดส่ายสายตามองเข้าไปจนแทบจะถึงสะดือของเธอยอดถันสีชมพูเรื่อๆ ชูชันขึ้นอย่างน่ารักน่าชัง ราวกับจะทักทายสายตาที่จ้องมองอยู่
พ่อเลี้ยงเกื้อยืนมองภาพนั้นตาไม่กะพริบความปรารถนาที่ถูกกดทับมานานพลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง แววตาของเขาฉายแววหิวโหย
เขารู้สึกอยากจะลองสัมผัสอยากจะลองดูดยอดอกสีชมพูคู่นั้นดูให้หายงุ่นง่านอารมณ์ที่ถูกคุณนายประยงค์ปฏิเสธมานานเริ่มคุกรุ่นอยู่ในอก
‘อ่าาา... ถ้าได้ลองดูดสักนิด...คงจะชื่นใจไม่น้อย’
คุณเกื้อคิดในใจอย่างกระหายเขาไม่สามารถละสายตาจากภาพตรงหน้าได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว ทุกการเคลื่อนไหวของนวลทุกจังหวะที่เธอขยับตัวก้มลงถูพื้นยิ่งเป็นการเชื้อเชิญให้ความต้องการของเขาพุ่งสูงขึ้นไปอีก