มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม

    บทที่ 66 ยืมมือกำจัด

    เสิ่นไทเฮาถูกกักบริเวณ ชิ่งกั๋วกงและครอบครัวถูกเนรเทศออกจากเมืองหลวง ท่านหญิงจากสกุลเสิ่นถูกปลดจากตำแหน่งท่านหญิงเป็นสามัญชนแถมยังถูกริบคืนทรัพย์สินทั้งหมดที่เคยได้รับพระราชทานจากวังหลวง ยามนี้จวนชิ่งกั๋วกงหมดทั้งอำนาจและวาสนา เสิ่นไทเฮาจึงทำได้แค่เพียงเก็บตัวอย่างเงียบเชียบอยู่ในตำหนักของตนเองเพียงเท่านั้น

    ข่าวการตกต่ำของเสิ่นไทเฮาทำให้ฉินซิงเหยารู้สึกยินดีเป็นอย่างมากเกิดเรื่องราวมากมายถึงเพียงนี้สตรีที่อยู่ในวังผู้นั้นจะได้ไม่มีกระจิตกระใจที่จะคิดถึงสาเหตุการตายของเสิ่นหว่านอวี๋ ยามนี้นางกำลังกลัดกลุ้มใจเรื่องวิธีการหาเงินเข้ากระเป๋าก็เป็นเรื่องยุ่งยากแล้ว ยังไม่อยากต้องมากลัดกลุ้มใจว่าจะมีการแก้แค้นจากเสิ่นไทเฮา

    “คุณหนูฉิน องค์ชายทรงส่งคนมาถามข้าว่าคุณหนูฉินคิดหาวิธีสร้างกิจการใหม่ได้แล้วหรือยัง” คำถามของเสี่ยวซุนจื่อทำให้ฉินซิงเหยาพลันนิ่วหน้า

    เดิมทีนางเคยคิดว่าขอแค่เพียงมีเงินทุนนางก็จะสามารถสร้างกิจการใหม่ได้ แต่เมื่อนางว่าจ้างนักบัญชีมาตรวจสอบผลกำไรของร้านฮวาฝูย้อนหลังนางจึงพึ่งจะพบว่าแท้จริงแล้วช่วงหลังมานี้ร้านฮวาฝูหาได้ทำผลกำไรได้มากอย่างที่นางคิดเอาไว้ ตอนที่ทางราชสำนักมาตรวจสอบก็คงจะพบว่าร้านเครื่องหอมร้านนี้หาได้ทำเงินมากดังนั้นโทษขององค์ชายสามจึงเป็นแค่เพียงการถูกกักบริเวณ การลักลอบหาเงินเล็กๆ น้อยๆ เข้ากระเป๋าขององค์ชายผู้หนึ่งหาใช่เรื่องใหญ่เท่ากับการลักลอบสะสมเงินทองเพื่อคิดก่อการกบฏเท่าใดนัก ดังนั้นฉินซิงเหยาจึงคิดว่าอีกไม่นานองค์ชายหกก็คงจะได้รับการปล่อยตัวแล้ว

    “เรื่องกิจการใหม่ข้ายังหาหนทางไม่ได้ แต่เรื่องกานกักบริเวณองค์ชายหกข้าคิดว่าอีกไม่นานองค์ชายก็คงจะได้รับการปล่อยตัวแล้ว” คำพูดของนางทำให้เสี่ยวซุนจื่อมีหน้ายินดีในทันที

    “จริงหรือ เป็นเพราะฝีมือของแม่นางฉินหรือ ท่านทำได้อย่างไรรบกวนแจ้งให้ข้าทราบด้วย ข้าจะได้ไปถวายรายงานเรื่องนี้ให้องค์ชายได้รับรู้” คำพูดของเสี่ยวซุนจื่อทำให้ฉินซิงเหยาพลันมีสีหน้ากระอักกระอ่วน หากนางบอกว่าเป็นเพราะร้านฮวาฝูหาได้ทำผลกำไรมหาศาลอย่างที่นางและองค์ชายหกคิด ก็ไม่รู้ว่าในพระทัยขององค์ชายหกจะยังให้ความสำคัญกับนางอยู่อีกหรือไม่

    “ไม่ใช่วิธีการแยบยลอันใด แต่เจ้าไปถวายรายงานให้องค์ชายหกทรงทราบเถิดว่าอีกไม่นานองค์ชายก็คงจะได้เป็นอิสระ ส่วนเรื่องกิจการใหม่ข้ากำลังวางแผนอยู่” เมื่อฉินซิงเหยาเอ่ยเช่นนี้เสี่ยวซุนจื่อก็ขายรับแล้วรับปากกับฉินซิงเหยาด้วยน้ำเสียงประจบประแจง

    “ขอคุณหนูฉินโปรดวางใจ ข้าจะต้องหาวิธีถวายรายงานให้องค์ชายหกได้ทรงทราบอย่างแน่นอนว่าคุณหนูทุ่มเทเพื่อองค์ชายมากเพียงใด” คำพูดของเสี่ยวซุนจือทำให้ฉินซิงเหยายิ้มออกมาในทันที นางไม่ได้รู้เลยสักนิดว่าทุกการกระทำและคำพูดของฉินซิงเหยาที่เอ่ยกับเสี่ยวซุนจื่อถูกรายงานให้เจียงฉิงฟางได้รับรู้อย่างละเอียด

    “เด็กที่พยายามจะเติบโตก่อนวัยอันควร แม้ว่าจะทำให้ข้ารู้สึกนับถือแต่เมื่อคิดได้ว่าเด็กคนนี้เคยทำได้แม้กระทั่งการสั่งฆ่าคนอย่างอำมหิต ข้าก็ชื่นชมนางไม่ลง แต่แม้ว่านางจะมีความสามารถมากเพียงใดความเป็นเด็กของนางก็ยังคงอยู่ นางคิดว่าองค์ชายหกจะไม่รู้หรือว่าแท้จริงแล้วผลกำไรจากกิจการที่ฉินซิงเหยาดูแลแท้จริงแล้วเป็นเช่นไร” เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยออกมาเช่นนี้ซางผิงก็อดเอ่ยถามออกมาไม่ได้

    “เหตุใดฮูหยินจึงได้สนใจคุณหนูฉินผู้นี้นักเล่าเจ้าค่ะ” คำถามของซางผิงทำให้เจียงฉิงฟางนิ่งงันไปครู่หนึ่งแล้วนางจึงได้เอ่ยออกมาตามที่ใจคิด

    “เด็กคนนี้เกลียดชังข้าและลูกๆ ของข้า ต่อให้ไม่มีเรื่องมารดาของนาง ข้าก็ไม่คิดจะปล่อยนางไป หากไม่ใช่เพราะนักพรตฉินซวงช่วยนางเอาไว้ยามนี้นางก็คงจะตายไปเพราะแผนการของข้าไปแล้ว” เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยเช่นนี้ซางผิงก็จดจำได้แล้วว่ามารดาของฉินซิงเหยาตายไปเพราะการวางแผนของเจียงฉิงฟาง

    “บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ บ่าวจะสั่งให้คนของเราจับตาเด็กคนนี้ให้มากขึ้น หากมีหนทางก็จะรีบกำจัดนางเสียจะไม่ปล่อยให้นางมาทำให้ฮูหยินต้องระคายใจอีก” ซางผิงเอ่ยพลางจ้องมองหน้าท้องที่สามารถมองเห็นได้ชัดของเจียงฉิงฟางแล้ว เจียงฉิงฟางเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงของซางผิงแล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้

    “เจ้าไม่ต้องกังวลหรอกซางผิง ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าต้องออกหน้าทำเรื่องแปดเปื้อนด้วยมือของเจ้าเองหรอก” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางหัวเราะหึหึ ออกมา

    “แค่เพียงเผยเบาะแสบางอย่างว่าคนที่ลงมือคือเด็กน้อยนามฉินซิงเหยา คนอย่างองค์ไทเฮาจะต้องไม่ปล่อยให้นางลอยนวลไปได้แน่” เจียงฉิงฟางคิดพลางยิ้มออกมา

    ‘ยิ่งถ้าหากองค์ไทเฮาทรงรู้ว่าฉินซิงเหยาคือคนขององค์ชายหก พระนางจะต้องเข้าพระทัยว่าองค์ชายหกรู้เห็นเรื่องการตายของเสิ่นหว่านอวี๋ด้วยเป็นแน่’ เจียงฉิงฟางคิดอยู่ในใจด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ยามนี้นางตั้งครรภ์แล้วย่อมจะต้องรู้สึกรักตัวกลัวตายมากยิ่งขึ้น คนที่มีแนวโน้มว่าจะสามารถทำอันตรายต่อนางและครอบครัวได้ นางย่อมไม่คิดจะปล่อยเอาไว้

    ตำหนักโซ่วหัวเงียบเหงาราวกับตำหนักร้าง เสิ่นไทเฮาและสกุลเสิ่นหมดอำนาจวาสนาทุกคนที่สามารถเลี่ยงได้ก็ย่อมจะเลี่ยงไป ยามนี้คนที่เข้าออกตำหนักโซ่วหัวมีแค่เพียงจางหมัวมัวและนางข้าหลวงแค่เพียงไม่กี่คนที่คอยรับใช้เสิ่นไทเฮาเพียงเท่านั้น

    “ทูลไทเฮา มีความคืบหน้าเรื่องสาเหตุการตายของท่านหญิงแล้วเพคะ” จางหมัวมัวเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาทำให้เสิ่นไทเฮาที่ในยามนี้กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าพระพุทธรูปลืมตาขึ้นมาแล้วเอ่ยถามในทันที

    “เป็นผู้ใด คนที่กล้าทำร้ายหว่านอวี๋ของข้าคือผู้ใด” พระนางตรัสถามพยางหลุบสายพระเนตรลงไปจับจ้องลูกประคำในพระหัตถ์

    เสิ่นหว่านอวี๋คือหลานสาวที่พระนางนำมาชุบเลี้ยงในวังตั้งแต่เด็ก นางมีใบหน้าละม้ายคล้ายองค์หญิงน้อยที่พระนางเคยมีพระประสูติกาล องค์หญิงน้อยสิ้นพระชนม์เพราะอาการประชวรเป็นเรื่องที่ทำให้องค์ไทเฮาทรงเสียพระทัยมาโดยตลอด เมื่อได้พบกับเสิ่นหว่านอวี๋พระนางก็ขอรับตัวเสิ่นหว่านอวี๋มาเลี้ยงในวังเพื่อคลายความเสียพระทัยในทันที แน่นอนว่าชิ่งกั๋วกงย่อมจะต้องยินดีกับเรื่องนี้ สำหรับเสิ่นไทเฮาแล้วเสิ่นหว่านอวี๋คือสิ่งล้ำค่า ดังนั้นพระนางจึงย่อมจะรู้ดีว่าเสิ่นหว่านอวี๋ไม่ใช่คนที่จะทำเรื่องที่เป็นการลดเกียรติของตนเอง พระนางจึงได้ส่งคนไปตรวจสอบเรื่องนี้อย่างลับๆ

    “เป็นอย่างที่องค์ไทเฮาทรงคาดการณ์เอาไว้เพคะ มีคนวางแผนสร้างสถานการณ์ทำให้ท่านหญิงต้องสิ้นชีพไปอย่างมีราคีเพคะ” จางหมัวมัวเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ การตายของเสิ่นหว่านอวี๋ไม่ใช่แค่เพียงเป็นการทำลายเกียรติของจวนชิ่งกั๋วกง แต่ยังเป็นการทำลายเกียรติของราชวงศ์อีกด้วย ดังนั้นหลังจากที่มีการปลดเสิ่นหว่านอวี๋ออกจากตำแหน่งท่านหญิงก็ไม่มีผู้ใดสนใจที่จะตรวจสอบสาเหตุการตายของเสิ่นหว่านอวี๋อีก แม้กระทั่งสามีอย่างไป๋หลินก็ยังไม่คิดจะเรียกร้องให้ทำการตรวจสอบสาเหตุการตาย ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดคิดจะขุดคุ้ยเรื่องนี้ขึ้นมาด้วยเกรงว่าจะเป็นการล่วงเกินราชวงศ์

    “มันผู้นั้นคือใคร”

    “ฉินซิงเหยานางข้าหลวงตำหนักขององค์ชายหกเพคะ” เมื่อจางหมัวมัวเอ่ยเช่นนี้องค์ไทเฮาก็พลันขมวดคิ้วในทันที

    “เหตุใดจึงกลายเป็นคนในตำหนักของอวิ๋นเอ๋อร์ไปได้” คำถามประโยคนี้ของเสิ่นไทเฮาทำให้จางหมัวมัวทอดถอนใจออกมา

    “หม่อมฉันยังสืบหาแรงจูงใจมิได้ แต่หม่อมฉันแน่ใจว่านางทำคนเดียวไม่ได้แน่ เด็กน้อยอายุไม่ถึงเก้าขวบแต่กลับไปว่าจ้างนักฆ่าให้ลงมือทำร้ายท่านหญิง แถมวิธีการยังโหดร้ายใส่ความท่านหญิงจนทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าสืบสวนเรื่องนี้ด้วยเกรงว่าจะล่วงเกินฝ่าบาทและองค์ไทเฮาเข้า” คำพูดของจางหมัวมัวทำให้เสิ่นไทเฮาทรงหรี่พระเนตรแล้วตรัสออกมาด้วยพระสุรเสียงที่เต็มไปด้วยความแค้นเคือง

    “กำจัดนักฆ่าเหล่านั้นเสียให้หมด โยนซากศพของพวกมันให้เป็นอาหารของสัตว์ป่า ส่วนองค์ชายหกและนางข้าหลวงผู้นั้นข้าจะทำให้พวกมันต้องชดใช้” เมื่อเสิ่นไทเฮาทรงตรัสเช่นนี้จางหมัวมัวก็ขานรับแล้วออกไปดำเนินการในทันที

    ยามที่เจียงฉิงฟางได้รับข่าวว่านักฆ่าที่ลงมือทำร้ายเสิ่นหว่านอวี๋ถูกจับตัวไปนางก็ยิ้มออกมาด้วยความยินดี ด้วยรู้ดีว่าหลังจากนี้เสิ่นไทเฮาจะไม่ทำให้นางต้องผิดหวัง หากนางสามารถยืมมือของเสิ่นไทเฮามากำจัดพระเอกและนางเอกในนิยายเรื่องนี้ได้ จุดจบของนิยายเรื่องนี้ก็จะไม่เป็นดังเช่นที่นางเคยอ่านมาแล้ว

    ‘หวังว่าเสิ่นไทเฮาจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง’ เจียงฉิงฟางได้แต่ภาวนาให้เสิ่นไทเฮาลงมือได้สำเร็จ นางไม่อยากจะใช้ชีวิตด้วยความกังวลใจอีกต่อไป ยิ่งยามนี้นางกำลังจะมีลูกน้อยเพิ่มขึ้นมาอีกคน นางยิ่งจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องคนในครอบครัวของนางให้ได้

     

     

    คล้ายกับเรื่องมารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม ที่คุณอ่าน