เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นคนเห็นผีในยุค Y2K!

    ตอนที่ 42: ส่องบ้านผีสิง

            ไตเติ้ลยืนส่อง

            อยู่ที่ด้านนอกประตูของบ้านผีสิง… 

             

            บ้านหลังนั้นเป็นบ้านเดี่ยวสองชั้นขนาดกะทัดรัดเมื่อมองจากภายนอกเข้าไปอย่างนี้ให้เดาก็น่าจะมีอยู่ประมาณสามห้องนอนและสองห้องน้ำมีพื้นที่บริเวณสวนค่อนข้างกว้าง ยังมีด้านข้างต่อหลังคา ออกมาทำเป็นโรงรถนับว่าเป็นบ้านที่กว้างมากพอควร เข้าซอยมาก็ไม่ลึกเท่าไหร่ด้วย ทำเลแบบนี้กลางมหานครแบบนี้… เอาจริง ๆ ราคาน่าจะอยู่ที่สักสี่ห้าล้านได้ 

             

            ในปี พ.ศ.2538 ระบบเงินกู้ของธนาคารยังไม่รองรับสำหรับคนทำงานฟรีแลนซ์หรือค้าขายที่ไม่มีเงินเดือนประจำสักเท่าไรนักแม้จะรายได้ดีแต่อาชีพอันปราศจากประกันสังคมอย่างภานุวัฒน์ไม่มีทางกู้ผ่านกับบ้านราคาหลักล้านอย่างแน่นอน

             

            แต่พูดถึงแล้วการตรวจสอบเอกสารในการเดินเรื่องกู้เงินของยุคนี้มันก็หละหลวมมากเหมือนกันนี่หว่าถ้าอยากจะซื้อเขาก็แค่รออีกสักหกเดือนแล้วให้เฮียฮั้วใช้ชื่อโรงพิมพ์ออกเอกสารใบรับรองเงินเดือนให้ก็น่าจะได้อยู่เชื่อมั่นว่าเฮียฮั้วจะต้องยอมออกหน้าให้อย่างแน่นอน 

             

            แต่ก็อีกแหละ โดยนิสัยจริง ๆ แล้วไตเติ้ลไม่ชอบการเป็นหนี้ในชีวิตก่อนเขาเคยเป็นหนี้บัตรเครดิตแล้วผันเงินไม่ทันอยู่ครั้งหนึ่ง ก็ปรากฏว่าทั้งค่าปรับทั้งดอกเบี้ยทบต้นทบดอกทบปลายทบรากจนพอกพูนเต็มไปหมด 

             

            มารู้ตัวอีกทีจากเงินต้นแค่สองหมื่นแต่ยอดหนี้กลับพุ่งไปถึงแสนจนถึงขนาดผ่อนต่อไปทั้งชีวิตให้จ่ายเงินเกินล้านแล้วก็ยังเคลียร์หนี้ไม่ได้อย่างแน่นอน 

            สุดท้ายแล้วตอนนั้นเขาจึงตัดสินใจหยุดผ่อนทุกสิ่งอย่างรอให้ธนาคารฟ้องร้องแล้วค่อยเจรจาขอประนอมหนี้จึงสามารถเคลียร์หนี้บัตรเครดิตทุกใบได้ในที่สุด

             

            ถึงแม้ว่าตอนนั้นเขาจะจัดการเคลียร์ยอดหนี้ได้แต่ความวุ่นวายของชีวิตในช่วงนั้นก็ยุ่งยากพอดูจนเขาเข็ดขยาดและตัดสินใจว่าจะไม่ยอมเป็นหนี้อีกต่อไปอะไรที่สถานะทางการเงินของตัวเองพอซื้อได้ก็ซื้อไปแต่ถ้าไม่ไหวถึงขั้นต้องกู้เงินแล้ว เขาจะยอมตัดใจไม่ซื้อของชิ้นนั้นก็ได้

             

            แต่บ้านไม่เหมือนกับสินค้าฟุ่มเฟือยอื่น ๆ ราคาของบ้านหลักล้านไม่ใช่จำนวนเงินที่ทั่วไปแล้วจะเก็บซื้อเองได้โดยไม่ต้องกู้ธนาคารแต่เอาจริง ๆ ตอนนี้กำลังจะเข้าปี 2539 แล้ว ปีต่อไปจะเป็น 2540 ที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจพอดีหากมีเวลาเก็บเงินสักปีในรายได้ขนาดนี้ ช่วงนั้นราคาอสังหาจะตกลงมามากอยู่เงินเก็บของเขาก็น่าจะพอซื้อทาวน์เฮาส์เล็ก ๆ ได้สักหลังอย่างไรเสียตอนนี้ก็คงต้องอดทนจ่ายค่าเช่าบ้านไปก่อนจริง ๆ นั่นแหละ

             

             

            "เอ่อ…สนใจบ้านหลังนี้เหรอคะ?"

            อยู่ ๆ ก็มีเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งเอ่ยขึ้นจากด้านหลัง 

             

            ไตเติ้ลหันไปมอง เห็นหญิงสาวอายุวัยราวสามสิบกว่าใส่เสื้อสีส้มอิฐ ตัดเย็บด้วยผ้าชีฟองคอกลมติดระบายแขนเสื้อยาวสามส่วนมีระบายพองย้วยออกมาจนถึงข้อมือ กางเกงผ้าสีดำขาบานทรงกระดิ่งเส้นผมยาวเคลียร์ไหล่ ไดร์ผมบานออกเป็นทรงสวอนคาดผ้าคาดผมหน้ากว้างอันใหญ่ลายดอกไม้สีขาว สวมใส่รองเท้าส้นตึกผู้หญิงคนนั้นขี่จักรยานมาหยุดจอดอยู่ใกล้ ๆ กับมอเตอร์ไซต์พ่วงข้างของเขา

             

            หือ…? แฟชั่นย้อนยุค?

             

            ปี พ.ศ. นี้มันคือช่วงหวนคืนของแฟชั่นย้อนยุคเหรอหว่า?

             

            เออ… ก็น่าจะใช่แฮะถ้าจำไม่ผิดเหมือนช่วงนี้จะมีหนังเรื่องมนต์รักลูกทุ่งฉายอยู่นี่นะ ในชีวิตก่อน น่าจะช่วงราวๆ ปี พ.ศ. นี้แหละที่แม่ของไตเติ้ลดูหนังเรื่องนี้แล้วเกิดอินจัดอยากเป็นนางทองกาว[1] ลุกขึ้นมาเจาะเวลาหาอดีตแต่งกายด้วยแฟชั่นย้อนยุคเกล้าผมทรงสูง ใส่รองเท้าส้นตึกที่เวลาเขาเห็นทีไรก็แทบจะข้อเท้าเคล็ดแทนสาว ๆ ย้อนยุคพวกนั้นไปเสียทุกทีสาวคนนี้ยังดีที่แค่คาดผมลายดอกไม้ยังไม่ถึงขั้นเกล้าผมสูงให้คนคุยด้วยต้องชะเง้อมองจนปวดคอ

             

            “คือพี่เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ค่ะพอดีขี่จักรยานผ่านมาแล้วเห็นคุณยืนอยู่…” 

            สาวย้อนยุคอธิบายด้วยท่าทางดูอ้ำอึ้ง 

             

            อืม…เห็นเฮียฮั้วกำชับมาหนักหนาว่าอย่าให้รู้เด็ดขาดว่าเธอรู้มาจากเฮียฮั้วเห็นบอกว่าอีกฝ่ายเป็นคนขี้เกรงใจมาก ๆ ถ้ารู้ว่าเฮียฮั้วแอบเจรจาช่วยเหลืออยู่ก็จะถูกปฏิเสธเอาได้ถ้าบอกว่าบังเอิญปั่นจักรยานมาก็คงจะได้ล่ะมั้ง บ้านเธออยู่แค่ปากซอยนี่เองผ่านไปมาที่บ้านหลังนี้ก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว

             

            สุกัญญาไม่ได้มีความคิดอยากจะขายบ้านมากมายจนถึงขั้นกลัวคำปฏิเสธขนาดนั้นแต่เฮียฮั้วบอกเอาไว้ว่าคนคนนี้มีบุญเป็นคนที่เคยตายแล้วฟื้นมาแล้วครั้งหนึ่งจึงมีบุญญาธิการมากมายถ้าได้ช่วยเหลือคนคนนี้แล้วปัญหาหนักอกที่มีอยู่ก็จะคลี่คลายไปด้วยชีวิตจะรุ่งเรือง มีแต่เรื่องดี ๆ เข้ามาหาอย่างแน่นอน

             

            แต่เรื่องนี้เป็นความลับสินะเห็นเฮียฮั้วบอกว่าเจ้าตัวเป็นคนไม่หวังลาภยศเงินทอง เกรงการสรรเสริญและไม่ชอบหวังเอาแต่ได้จากคนอื่น จะมีโอกาสได้ต่อบุญด้วยการช่วยเหลือคนแบบนี้จึงเป็นเรื่องที่ยากมาก

             

            สุกัญญาไม่ค่อยเชื่อเรื่องดวง บุญคุณไสย์อะไรพวกนี้อย่างที่ชาวบ้านเขาเชื่อ ๆ กันนักหรอก เพราะเธอเป็นคนเลือดกรุ๊ปโอราศีกุมภ์จึงไม่ใช่คนที่เชื่ออะไรง่ายๆ อยู่แล้ว แต่นิสัยของคุณอภิวัฒน์…? หรือ ปัญญาวัฒน์…? 

             

            เออ! อะไรสักอย่างวัฒน์ ๆ นี่แหละฟังจากเฮียฮั้วแล้วเธอรู้สึกว่าน่าสนใจดี คนเราตายแล้วฟื้นได้ ถ้าเรื่องนี้ถึงหูสื่อรับรองได้เลยว่าจะต้องเป็นข่าวใหญ่โตมีคนพาไปออกงานวัด ออกรายการสี่ทุ่มสแควร์[2] ได้ค่าโชว์ตัวรายการละเป็นพัน[3] หรือถ้าฐานะไม่ค่อยจะดีก็เอามาเป็นประเด็นดราม่าขอเงินบริจาคชนิดว่าหนึ่งคืนได้ยอดทะลุล้านกันเลยทีเดียว

             

            แต่กับคุณวัฒน์อะไรสักอย่างคนนี้ มีประสบการณ์แปลกๆ ที่เอามาขายได้แท้ ๆ กลับกลายเป็นกำชับทุกคนให้เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับแล้วมาเลือกทางยากลำบาก ขี่ซาเล้งเก็บขยะขายไปวัน ๆ แทนแบบนี้

             

            อันที่จริงแล้วสุกัญญานั้นถึงแม้จะเป็นคนเรียบร้อยนิสัยดี ไม่ถือเนื้อถือตัว แต่เธอก็เกิดมาในครอบครัวผู้ดีเก่าที่มีฐานะค่อนข้างดีอาจจะไม่ถึงขั้นเกิดมาบนกองเงินกองทองในตระกูลเจ้าสัวระดับประเทศแต่ก็ดีมากเกินพอที่เธอจะแทบไม่ต้องขยับตัวทำงานก็มีเงินอยู่ในบัญชีได้อย่างเหลือกินเหลือใช้ 

             

            ด้วยเพราะเหตุนี้สังคมรอบตัวเธอโดยส่วนใหญ่จึงมักเป็นคนมีฐานะและแต่งตัวค่อนข้างดีทำให้หญิงสาวมีความเข้าใจจากภาพลักษณ์ภายนอกของคนว่า ทำงานดี มีเงินเยอะเท่ากับแต่งตัวดี ใส่สูท ดูภูมิฐาน ส่วนคนทำงานเก็บขยะขาย ใส่แค่เสื้อยืดธรรมดา ๆ กับกางเกงขาสั้นทรงลุงอย่างคุณชื่ออะไรวัฒน์ๆ คนนี้ เท่ากับจน 

             

            ก็นะ… รายได้จากการขายขยะที่คนอื่นเขาทิ้งแล้วมันจะได้สักเท่าไหร่กันเชียวไม่สู้เอาเรื่องราวของตัวเองมาขายจนโด่งดังยังได้ทั้งชื่อเสียงแถมมีเงินใช้ไม่สบายกว่าหรือไง

             

            “คือเห็นว่าติดป้ายขายอยู่ แต่จริง ๆ แล้วผมกำลังหาบ้านเช่าอยู่น่ะครับ”ภานุวัฒน์ว่า

             

            “พี่ให้เช่าได้นะคะ เพราะยังไงบ้านปิดเอาไว้เฉย ๆ ก็จะโทรมหรือถ้าน้องไหวกับการเช่าซื้อ พี่ไม่ได้ลำบากต้องรีบใช้เงินก้อนอะไรถ้าคุณโอเคกับบ้านอยากเช่าซื้อก็ได้เหมือนกันค่ะ”

             

            “เช่าซื้อได้ด้วยเหรอครับ?”

            ไตเติ้ลถามเสียงตื่นเต้นถ้าเช่าซื้อได้แบบนี้ก็โอเคเลย ไม่ต้องจ่ายเงินค่าเช่าแบบจ่ายเปล่าทุกเดือน ๆ ไปฟรีๆ เขาก็พอจะลุ้นไหวอยู่

             

            “ได้ค่ะ พี่ตั้งราคาขายอยู่ที่สองล้านห้าแสนแต่ถ้าคุณคิดจะเช่าซื้อราคาจะขึ้นเป็นสามล้านห้าแสนมีมัดจำค่าสัญญาแรกเข้าอีกหนึ่งแสน พอไหวไหมคะ?” สุกัญญาแจงรายละเอียด

             

            อันที่จริงหญิงสาวไม่มีแพลนสำหรับการขายแบบเช่าซื้ออยู่ในหัวเลยแม้แต่น้อยหากตอนที่เฮียฮั้วโทรมาเจรจาขอให้เธอปล่อยบ้านหลังนี้ให้คุณอะไรวัฒน์ ๆ นี่ก็ย้ำนักหนาว่าถ้าได้ทำบุญช่วยเหลือคนดีๆ ชีวิตจะโชคดีมาก 

             

            เฮียฮั้วบอกว่าบ้านหลังนี้ใคร ๆ ก็ลือกันว่าผีเฮี้ยนไม่น่าจะขายออกได้ง่าย ๆ ไม่สู้เอามาปล่อยเช่าซื้อให้คนดี ๆ ได้มีที่อยู่อาศัยไม่ดีกว่าเหรอรับรองว่าต่อให้ในบ้านหลังนี้จะมีผีเฮี้ยนมากมายขนาดไหนแต่จะต้องถูกออร่าความดีบารมีของทิดวัฒน์ดีดกระเด็นไปได้เองอย่างแน่นอน

             

            หืม….? คนอะไรมันจะดีงามรัศมีบารมีแผ่กว้างจนผีกระเด็นได้ถึงขนาดนั้นกันเลยรึ? 

             

            ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความการันตีของเฮียฮั้วชักจะทำให้สุกัญญารู้สึกสนใจในความศักดิ์สิทธิ์ของคุณอะไรวัฒน์ๆ คนนี้ขึ้นมาอยู่บ้างดังนั้นแพลนขายบ้านแบบเช่าซื้อจึงเพิ่งจะโผล่เข้ามาเป็นตัวเลือก

             

            ก่อนที่เธอจะขี่จักรยานมาที่นี่เพียงเมื่อครู่นี้นี่เอง.


    [1]ทองกวาว นางเอกเรื่องมนต์รักลูกทุ่ง ส่วนแม่ของไตเติ้ลนั้นลูกชายว่านางเมากาวจึงเรียกนางว่าทองกาวค่ะ

    [2]สี่ทุ่มสแควร์เป็นรายการโทรทัศน์ประเภทวาไรตี้ทอล์กโชว์ที่โด่งดังในยุคนั้นภายหลังได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นรายการตีสิบในปี 2540

    [3]ค่าตัวรายการ ระดับสามัญชนที่ไม่ใช่ดาราออกรายการแนวนี้ก็จะมีค่าตัวตั้งแต่ 1000-3000 ตามแต่รายการจะตกลง

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นคนเห็นผีในยุค Y2K! ที่คุณอ่าน

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.02M 3752
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    นิยาย แฟนตาซี
    103K 226
    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เทพมังกรเหนือปฐพี

    เทพมังกรเหนือปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    741K 474
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199