จิ้กจองน้ำแข็งเมื่อได้ยินประโยคที่ดูมั่นใจเช่นนี้ ตัวของมันก็ถึงกับอึ้งไปนิดๆ ใครจะไปคิดว่าเด็กน้อยคนนึงที่มีพลังเพียงแค่จิตยุทธแห่งปฐพีขั้นต่ำจะมีความทะเยอทะยานมากถึงเพียงนี้ ในช่วงที่เห็นถึงภาพความทรงจำบางส่วนของหลินตงก็ยิ่งทำให้มันตัดสินใจได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่ทว่าเขาต้องได้รับคำตอบจากปากของมันเอง ถ้าไม่เป็นแบบนั่นก็เหมือนกับว่าจะขาดอะไรไปบางอย่างและมันก็เป็นอย่างที่คาดหวังเอาไว้ หลินตงคนนี้พูดขึ้นมาจริงจังจนทำให้อดที่จะยกยิ้มอยู่ไม่ได้
"ยอดเยี่ยม ผู้ที่มีความทะเยอทะยานเช่นเจ้า ข้ารอคอยมาเนิ่นนานแล้ว ดูเหมือนว่าชีวิตที่น่าเบื่อหลังจากนี้ตัวของข้าจะได้มีเรื่องตื่นเต้นแล้วสิน่ะ นับแต่วันนี้ไปข้าสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์จิ้งจอกน้ำแข็งสามหางจะขอติดตามเจ้าไปจนกว่าสุดขอบล่า พวกเราจะผลักดันพร้อมกับเป็นพลังให้เจ้าขึ้นสู่ผู้ปกครองของเหล่าราชันย์อสูรทั้งมวล..!!"
ร่างเงาที่ใหญ่โตถึงกับหมอบกรอบลงต่อหน้าชายหนุ่มอย่างเคราพและวินาทีนั่นชายชราจู่เก้อก็ถึงกับอ้าปากค้าง มันจ้องมองไปยังร่างเงาสีฟ้าครามที่หยิ่งยโสโอหังอย่างอึ้งๆ ใครจะไปคิดว่าจิ้งจอกน้ำแข็งที่ไม่ได้สนใจอะไรเพียงแค่นอนหลับจะแสดงจุดยืนเช่นนี้ ตัวของมันที่อยู่มากับมันมาเนิ่นนานนับหมื่นปีก็ยังไม่สามารถทำให้มันเคราพได้แต่ทว่าในตอนนี้มันกลับยอมรับในตัวของชายหนุ่มคนนึงที่ไม่ธรรมดา
"ขอบคุณท่านจิ้งจอกน้ำแข็ง ข้าสัญญาเลยว่าท่านจะไม่ผิดหวังที่ได้ติดตามข้า..!!"
หลินตงยกมือคำนับเขาอย่างเคราพพร้อมกับพูดขึ้นด้วยความจริงใจ นัยน์ตาสีแดงเพลิงสบเข้ากับดวงตาประกายครามที่ใหญ่ยิ่ง ขณะเดียวกันทั้งสองก็หัวเราะร่าออกมาอย่างยินดี เสียงของพวกเขาดังก้องไปทั่วทั้งห้องโถงใหญ่ โดยเฉพาะกับร่างเงาสีขาวอมฟ้านั่น หางทั้งสามที่ฟูฟองและงดงามถึงกับโบกสบัดไปมาเพื่อแสดงให้เห็นว่ามันในตอนนี้ดูอารมณ์ดีเป็นอย่างมาก
"ข้าจะเรียกเจ้าว่าตงน้อยอย่างเช่นเจ้าพวกนั่นละกัน ข้าได้คุยรายละเอียดบางส่วนจากพวกนั่นมาแล้ว เจ้ามีศาสตร์อะไรซักอย่างใช่ไหมละ..?"
จิ้งจอกน้ำแข็งพูดขึ้นอย่างคาดหวัง นัยน์ตาของมันถึงกับเปล่งประกายอย่างถึงที่สุด ช่วงก่อนหน้านี้เล็กน้อยตัวของมันได้สัมผัสเข้ากับพื้นที่ห้วงมิติจิตแห่งมังกรแล้ว เพียงไม่นานที่มันได้ไปปรากฏยังที่แห่งนั่นก็ทำให้ขั้นพลังที่หยุดนิ่งมานานก็เริ่มเคลื่อนไหว พลังสัตว์อสูรระดับเจ็ดที่ตกค้างกำลังจะทะยานไปยังระดับแปด เจ้าพวกนั่นทั้งสามตนมันไม่ได้โกหก ชายหนุ่มคนนี้มีห้วงมิติเอกเทศที่ทรงพลังสำหรับพวกมัน ยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นเต้นนัก
"ใช่แล้ว งั้นเราเริ่มกันเถอะ ท่านต้องปล่อยวางร่างกายและดวงวิญญาณ เพื่อที่ข้าจะได้ไม่ถูกพลังวิญญาณสะท้อนกลับในการทำพันธสัญญา"
หลินตงพูดขึ้นพลางประกบฝ่ามือของตน คลื่นพลังยุทธสีแดงเพลิงลุกโชนขึ้นตามนิ้วมือพร้อมกับมีแสงประกายที่โผล่ออกมา
ระหว่างนั่นเขาค่อยๆยกแขนของตนขึ้นและชี้นิ้วมือไปยังด้านหน้าพร้อมกับวาดมันออกมาอย่างเชียวชาญ สัญลักษณ์โบราณสีแดงเพลิงก่อตัวกันเป็นรูปลักษณ์วงกลมอย่างรวดเร็วตามนิ้วมือที่เขาลากออกไป ประกายวงแหวนเพลิงที่แปลกประหลาดผุดออกมาจากห้วงอากาศของความว่างเปล่าอย่างน่าตื่นตะลึง
"นี่คือวิชาลับของนายน้อยยังงั้นเหรอ..?"
ชายชราเมื่อเห็นมันก็ถึงกับสูดหายใจเข้าลึกๆ ชั่งกลิ่นอายที่น่าสะพรึงนัก นี่นะหรอศาสตร์ลึกลับบงการอสูรที่เขาเคยอยากจะได้ สำหรับชายชราแล้วมันให้้ความรู้สึกว่าวงแหวนสีแดงเพลิงนั่นเหมือนกับเป็นโลกอีกใบที่ใหญ่ไร้้ที่สิ้นสุดและไม่มีสิ่งใดที่จะต้านทานมันได้
จิ้งจอกน้ำแข็งก็ปล่อยวางทุกสิ่งตามที่ตงน้อยบอก ว่ากันว่าเมื่อมีศาสตร์เทพบงการอสูรอยู่ภายในร่างแล้ว ทั้งคนและสัตว์อสูรจะเชื่อมต่อกันเสมือนกับเป็นพันธสัญญอะไรบางอย่าง พวกเขาจะผูกพันธ์กันไปชั่วชีวิตและที่สำคัญของวงแหวนโบราณนี้ก็คือ มันทำให้สัตว์อสูรที่ทำสัญญากับชายหนุ่มได้ไปยังสรวงสวรรค์ที่ไร้เทียมทานของสัตว์อสูร พื้นที่ห้วงมิติจิตมังกรที่มีพลังในการพัฒนาสัตว์อสูรเช่นมันให้ถึงขีดสุด มิติเอกเทศที่ทรงพลังมากยิ่งกว่าสิ่งใด แม้แต่ตัวของมันที่มีชีวิตมาเนิ่นนานก็ยังไม่เคยพบเจอกับอะไรเช่นนี้มาก่อน
"ศาสตร์เทพบงการอสูร ประทับ..!!"
หลินตงผลักวงแหวนโบราณขนาดเท่ากับมือออกไป มันล่องลอยไปยังร่างเงาสีฟ้าครามอย่างเชื่องช้า
เพียงชั่วครู่เดียววงแหวนก็ผสานเข้ากับร่างกายที่ใหญ่โตนั่น พริบตาเดียวคลื่นพลังสัตว์อสูรที่ทรงพลังก็ปะทุออกมาอย่างรุนแรง หอคอยสัตว์อสูรสั่นสะเทือนอย่างหนักราวกับว่าจะพังทลายลงแถมมันยังไม่หมดแค่นั่น ทั่วทั้งอาณาจักรชิวซุ่ยสั่นสะท้านราวกับเกิดแผ่นดินไหว ฝูงชนมหาศาลทำได้เพียงตื่นตกใจกันยกใหญ่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ส่วนที่มีพลังหลายคนทำได้เพียงเบิกตากว้างมองไปยังจุดสูงสุดของหอคอยสัตว์อสูร
ที่ด้านนอกบนท้องฟ้าเหนือเมืองเกิดปรากฏการณ์ที่แปลกประหลาด ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยแสงแดดตอนนี้ถูกแทนที่ด้วยหิมะที่ขาวโพลนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง พวกมันงดงามยิ่งกว่าสิ่งใดจนทำให้ชาวหลายคนต้องก้มกราบอย่างเคราพ
แต่ก็มีหลายคนที่บ่งบอกถึงเหตุการณ์เช่นนี้ได้ พวกเขาทำได้เพียงเบิกตากว้างและอ้าปากค้าง
"สะ.สะ.สัตว์อสูรระดับแปด? เขาทำให้สภาพอากาศแปรเปลี่ยนไปได้ในพริบตา..!!"
ผู้ทรงพลังหลายคนอุทานออกมา อยู่ดีๆก็มีพลังของสัตว์อสูรระดับนี้ปรากฏขึ้น ว่าแต่ที่แห่งนั่นมันคือที่อยู่อาศัยของจิ้กจอกน้ำแข็งสามหางไม่ใช่หรอ เป็นไปไม่ได้ อย่าบอกนะว่ามันทะลวงพลังไปเป็นสัตว์อสูรระดับแปดแล้ว นี่คือผู้ทรงพลังของทวีปชิงหลงที่แท้จริง ยิ่งคิดก็หวาดสะพรึงนัก
บนหอคอยเสียงหัวเราะที่น่ายินดีของจิ้งจอกน้ำแข็งสามหางดังก้องไปทั่ว มันตอนนี้ได้พัฒนาขึ้นไปอีกขั้นนึงแล้ว ร่างกายของมันใหญ่ขึ้นอีกถึงหนึ่งร้อยเมตร เส้นขนที่งดงามก็ดูจะแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะกับพลังธาตุน้ำแข็งที่เป็นเอกลักษณ์ของมัน ในตอนนี้มันสามารถแช่แข็งสัตว์อสูรระดับเจ็ดหรือผู้ฝึกยุทธที่มีพลังจิตแห่งสวรรค์ได้อย่างง่ายดาย เรียกได้ว่าแข็งแกร่งกว่าสิ่งอื่นใด
"ขอบคุณตงน้อย เป็นอย่างที่เจ้าพวกสองตัวนั่นบอกเลย ข้าติดค้างอยู่ในระดับเจ็ดมาเนิ่นนานแล้ว พอได้ศาสตร์ลึกลับของเจ้าช่วยกระตุ้นก็ทำให้ตัวของข้าพัฒนาไปอย่างใหญ่หลวง ในตอนนี้ข้าคือสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ระดับแปด มีพลังเพียงพอที่จะปกป้องเจ้าได้อย่างสบายๆ ฮ่าฮ่า"
ร่างเงาขนาดใหญ่โบกหางทั้งสามไปมาอย่างอารมณ์ดี ขณะเดียวกันมันก็ใช้อุ้งเท้าของตนโอบร่างของหลินตงและวางเขาไว้บนหัวของมัน ชายหนุ่มที่เห็นก็ต้องประหลาดใจที่เขาทำเช่นนี้ การที่สัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ยอมให้เผ่าพันธุ์มนุษย์คนนึงยืนหรือนั่งบนหัวก็แสดงว่าเขานั่นยอมรับในตัวตนแล้วนั่นเอง