ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

    ตอนที่ 32 ม่านดำ

    ตกลงตามนั้นก้อนละ 1 ล้านเหรียญ      “แค่นี้ก็สิ้นเรื่องจะยุ่งยากกันไปทำไมว่ามั๊ย พี่หยวน         ผู้จัดการหยวน พูดด้วยความฉุนเฉียว “เอาบัตรประจำตัวเจ้ามาให้เจ้าหน้าที่ข้า    “นาฟงุนงง  หันไปมอง หัวหน้าอังเก้

    หัวหน้าอังเก้ พยักหน้า      นาฟ ยื่นบัตรให้เจ้าหน้าที่  ต่อจากนั้นเจ้าหน้าที่นำบัตรของนาฟเข้าไปเสียบเข้ากับตู้กลไกชนิดหนึ่ง คล้ายๆ ของหน่วยคัดกรองแต่ขนาดเล็กกว่าจู่ๆ ได้ยินเสียง ปี๊ดๆ  เจ้าหน้าที่ดึงออกบัตรมายื่นให้กับ ผู้จัดการหยวน  หลังจากมองไปที่บัตรเหมือนมีความในใจหลายอย่าง สุดท้าย ผู้จัดการหยวนก็วางบัตรลงบนโต๊ะ        “มีเงิน 4 ล้านเหรียญอยู่ในบัตรประจำตัวเจ้าแล้ว

    หัวหน้าอังเก้ หยิบกล่องจากมือนาฟเดินไปวางที่โต๊ะ และหยิบบัตรมาให้นาฟ   หันกลับไปมอง ผู้จัดการหยวน

      ”แค่นี้ก็สิ้นเรื่องพวกเรากลับ   พร้อมตะโกนเรียก “เจ้าแม็คกลับได้แล้ว จะอยู่ทำไม?   “ครับหัวหน้า”        ทั้งกลุ่มเดินออกจากหน่วยแลกสิทธิ์ ออกไป

     

         ผู้จัดการหยวนเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง อยู่สักพักหนึ่ง หน้านิ้วคิ้วขมวดอยู่สักพักหนึ่ง หันมองหินเท็นซี่สีแดงที่อยู่ในกล่องไม่นานก็สงบสติลง แถมยิ้มขึ้นที่มุมปาก

     

     

    กลุ่มของนาฟเดินออกมาสักระยะหนึ่ง  หัวหน้าอังเก้ เอ่ยขึ้น 

    “เจ้าบ้าแม็ค สอนการใช้เงินในบัตรประจำตัวให้เขาด้วยละ   “ข้าไปละ!”

    ขณะหัวหน้าอังเก้ จะจากไปนาฟ เร่งกล่าว  “ขอบคุณมากครับ”   ไม่เป็นไรหรอก ท่านคักโปฝากให้ดูแลเจ้า          นาฟถึง กับชะงักไป “ข้ามีเรื่องอยากถามว่ากลุ่มของท่านคักโป จะออกมาอีกไหมครับ     “คงไม่ได้ออกมาในระยะเวลาอันสั้นนี่หรอก เพราะว่าภายในอาณานิคมเกิดเรื่องยุ่งเหยิงบางเรื่องขึ้น“เจ้าเป็นพลเมืองอาณานิคมแล้วนี่ เขาไม่ออกมา เจ้าก็เข้าไปหาสิ แล้วก็หัวเราะ ฮ่าๆๆเดินจากไป

       แม็ค บอกว่าบัตรประจำตัวเสมือนเครื่อง รับข้อมูลอย่างหนึ่ง และใช้เป็น เหมือนบัตรรับรองเงินตราได้สามารถจะเติมจำนวนเงินเข้าไปได้ และสามารถจะจ่าย เงินผ่าน บัตรได้

       “ที่นี้จะเอาไงต่อนาฟ ข้าว่า ไอ้ผู้จัดการหยวน คงไม่หยุดแค่นี้หรอกเจ้าต้องระมัดระวังตัวให้มากข้ารู้จักมันดี ความต้องการของมันคงอยากได้ตำแหน่งที่เจ้าได้หินพวกนี้มา     “ไม่เป็นไรหรอกข้าดูแลตัวเองได้ อีกอย่าง หินพวกนี้หมดแล้วจริงๆ    “ท่านแม็ค ข้าสามารถใช้เงินจ้างคนของหน่วยความมั่นคงได้หรือไม่?    “ได้สิ! เจ้าจะให้หน่วยไปดูแลสินค้าที่จะซื้อใช่มั๊ยหน้าที่ดูแลทรัพย์สิน เป็นหนึ่งในหน้าที่พวกเราอยู่แล้ว     “ข้าขอเรียบเรียงสินค้าทั้งหมดว่าจะใช้อะไรบ้างและจำนวนเท่าไหร่ เสร็จแล้วข้าจะไปแจ้งท่าน   “ได้เลยน้องชาย

     

     

      ผ่านมาอีกวันนาฟจัดแจงซื้อของตามรายการที่ เรียบเรียงไว้ตั้งแต่เมื่อคืนเดินเตรียมของตามตลาด แลกเปลี่ยนแบ่งไว้เป็นอย่างๆ แยกเป็นอาหารแห้ง ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม น้ำสะอาด เตรียมใส่รถเลื่อนขนาดใหญ่จำนวน20 คัน  แม็คมองดูของที่เต็มรถเลื่อน  

      “นี่เจ้าจะเอาทั้งหมดนี้ไปไหน”    

       “ข้าจะเอาไปแจกที่ด้านนอก

     “ข้าเข้าใจความรู้สึกของเจ้านะที่เจ้าอยู่ด้านนอกเห็นสภาพ ที่เลวร้ายขนาดนั้นเจ้าก็อยากให้ความช่วยเหลือ  “แต่ข้าอยากบอกว่า แดนนอกรอบๆ นั้นไม่ได้มีแค่ละแวกที่เจ้าอยู่ ยังมีอยู่อีกมากมาย รอบๆ อาณานิคมมีคนจำนวนมากมาย  ที่อยู่ด้านนอก ที่อยู่ในสภาพที่เลวร้าย  เจ้าคงช่วยเหลือได้ไม่หมดทุกคนหรอก “บางทีเจ้าอาจจะนึกถึงตัวเองไว้บ้าง

    “ไม่เป็นไรข้าทำแล้วรู้สึกดี ให้ข้าทำเถอะ

     

         วันต่อมา นาฟจ้างหน่วยความมั่นคงกว่า 30 นายไปพร้อมกับรถ เลื่อน 20 คันเดินทางไปที่ชุมนุมแคมป์ แดนนอก  นาฟก็อยู่ในขบวนด้วย ก่อนหน้านั้น  นาฟจ้างคนส่งข่าวไปแจ้งทางแคมป์ 13 ไว้แล้วว่าวันนี้จะส่งเสบียงสัมภาระ ไปให้ทั้งหมด       พอกลุ่มคาราวานของนาฟมาถึง กลุ่มคนแดนนอกรู้สึกยินดี โห่ร้อง ดีใจเป็นอย่างมาก    นาฟส่งต่อสัมภาระให้ผู้เฒ่ากุ้มหลงแห่ง แคมป์ 13 ตามที่จัดเตรียมไว้     และเริ่มแจกจ่ายแบ่งบันไปยังแคมป์อื่นที่อยู่รอบๆ  

         เข้าใจว่า ถ้าทุกคนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นสักหน่อย ความรุนแรงในการแย่งชิง ในพื้นที่ ก็จะลดลง        ช่วง 2-3 วันที่อยู่แดนนอกชาวแดนนอกหลายคน เด็กบ้าง คนแก่บ้าง ต่างๆ แวะเวียนมาขอบคุณ นาฟ

    ในแต่ละวัน นาฟ ยังมองภูมิประเทศแถบนี้อยู่ตลอด   นึกเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้เดินไปปรึกษารองหัวหน้าชุมชนตอนซึ่งตอนนี้เป็นหัวหน้าชุมชนแคมป์ 13แล้ว         “ท่านกุ้มหลง ข้าอยากรู้เรื่องผลกระทบจากภัยพิบัติที่เกิดแต่ละครั้งว่าคนแดนนอกตายจากสาเหตุอะไรเป็นส่วนใหญ่

      ทุกครั้งที่ นาฟเข้ามาพูดคุย กุ้มหลงจะรู้สึกเป็นเกียรติ และให้ความเคารพนาฟ อย่างกับเป็นวีรบุรุษ     “ส่วนใหญ่แล้วเกิดจากแรงลมที่พัดเข้ามาอย่างรุนแรงราวกับพายุ ลูกใหญ่ มีลูกหิน แมกไม้ขนาดใหญ่ถูกพัดพามาด้วย   ชาวแดนนอกส่วนใหญ่ไม่รู้ล่วงหน้าเตรียมตัวไม่ทัน

    นาฟรับฟังและพยักหน้าตาม “ท่านกุ้มหลง ภายใน 3-5วันนี้ ให้ท่านลองหาอาสาสมัคร ชายฉกรรจ์  ให้ได้มากที่สุด บอกพวกเค้าว่าข้ามีงานจ้างให้พวกเค้า      “ตกลงท่านนาฟเดี๋ยวข้าจัดการให้”   

        วันต่อมา นาฟ อาศัยช่วงกลางคืนเดินทาง กลับไปที่แคมป์กลาง โดยบอกเฉพาะคนใกล้ชิดให้รับรู้   เดินทางมาสักพักถึง ลานโล่งๆ สักแห่งหนึ่ง

      “เอาล่ะ!ติดตามข้ามาหลายวันแล้ว ไม่คิดจะออกมาคุยกันหน่อยเหรอ?

     จู่ๆ ชายหนุ่มคนหนึ่งออกมาจากที่มืดเสื้อผ้าเป็นลักษณะพิเศษ ใส่ชุดคลุม มีฮู้ดคลุมหัวด้านหลังเสื้อเป็นสัญลักษณ์ไม้กางเขน

     

     

      “ถ้าไม่ใช่ ช่วงกลางคืนก็ไม่ปรากฏตัวออกมา อยากได้อะไรจากข้า

      “ก็ไม่มีอะไร แค่อยากได้สถานที่   ที่อยู่ในหัวนายไง!

    นาฟ เปิดสัมผัสทั่วร่างออก แต่ก็รู้สึกว่าช้าไป  มีความรู้สึกแปลกประหลาดรอบๆตัว  แต่ยังตั้งสติได้ปรับลมหายใจให้อยู่ในสภาพปกติ

       “จิตใจ สมาธิ มั่นคงมากเหมือนที่ได้ข้อมูลมาเลย แต่เสียดายจัง เด็กหนุ่มที่ดูแล้วจะมี พรสวรรค์ ยังไม่ทันก้าวไปสู่ระดับต่อไปก็ต้องจบชีวิตลง

    นาฟ ยังคงนิ่งไม่หวั่นไหวไปตามคำพูด     “ฮ่าๆ ๆ  เด็กหนุ่มแบบนายเนี่ย นะ ข้าเห็นมาเยอะแล้วมีพรสวรรค์ ตั้งแต่วัยหนุ่ม โดดเด่นเกินไป อายุสั้นทุกราย       “นายพูดเยอะนะ!”     “ฮ่าๆ ๆ ๆ

     จู่ๆ รอบๆ ตัวของนาฟ ทุกอย่างเริ่มมืดมิดเริ่มจะมองสิ่งรอบข้างไม่เห็น หายใจเริ่มไม่สะดวก ร่างกายเริ่มติดขัดขยับตัวยากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนความมืดคืบคลานปิดร่างกายทีละเล็กละน้อย    “เราประมาทเกินไปไม่มีหนทางตอบโต้เลย น่าจะศึกษาเรามาเป็นอย่างดี ไม่แม้กระทั่งเข้าใกล้เรา

      “อย่าฝืนเลยเจ้าหนุ่ม ข้าเป็นสายมิติ ใช้พลังความมืด   ถ้าสู้กันตอนค่ำแม้กระทั่งระดับ 4 ข้าก็มั่นใจว่าสามารถกักตัวได้  ข้อมูลบอกว่าแกมีพลังโจมตีระยะประชิดที่รุนแรง  แต่คงช่วยอะไรไม่ได้ในสถานการณ์นี้

       นาฟ เริ่มรู้สึกบางอย่างเคลือบคลานเข้ามาในร่างกายทำให้เสียสภาพและค่อยๆจะหมดสติลง   “ไม่ไหวครั้งนี้สู้ไม่ได้จริงๆ  จากนั้นเปิดประสาทสัมผัสอีกครั้งรวบรวมพลังลงที่ ต้นขา ย่อตัวลง  “ตูมมมม! “

     

     

     “ฟุบ!” นาฟกระโดดทะลุบางอย่างออกมาคล้ายๆลูกโป่ง ขณะทะลุออกไปทัศนะวิสัย เริ่มแจ่มชัดอีกครั้ง หันไปมองตำแหน่งที่ต่อสู้ เมื่อตะกี้เห็นเป็นกลุ่มม่านดำขนาดใหญ่ปกคลุมอยู่การกระโดดครั้งนี้เพิ่มองศาให้ได้ระยะมากขึ้น ไม่ได้กระโดดเป็นแนวตรงอย่างครั้งก่อน  ไม่นาน “ฟ้าว ตุบ!”  นาฟ เริ่มคุ้นเคยในการเหยียบอากาศอีกครั้งก่อนลงครั้งนี้ไม่ถึงกับเสียพลังจากร่างกายไปเยอะมาก แสดงว่าเราก้าวหน้าขึ้นกว่าเดิม  นาฟ เร่งหาจุดหลบซ่อน พลางตัวอย่างมิดชิด    “ไม่นานฟ้าว! บุรุษชุดคลุมดำ เคลื่อนที่มาด้วยความเร็ว เริ่มสำรวจรอบๆ ผ่านไปสักพักระยะหันไปมองทางทิศอื่นแล้วพุ่งตัวออกไป

    นาฟไม่ประมาท รออยู่สักพักใหญ่ๆ ค่อยเปิดประสาทสัมผัส สูดดมกลิ่นอากาศ“ฝุด ๆ “    ค่อยๆ ออกมาจากที่หลบซ่อน นาฟ ครุ่นคิดอยู่สักพักหนึ่งเกิดความคิดว่าอยากรู้ความสามารถในการกระโดดของตัวเอง   เคลื่อนตัวกลับไปที่ตำแหน่งเดิมที่ต่อสู้กับคนชุดคลุม   พอมาถึงนาฟสังเกตจุดกระโดด  “500 เมตรรึ !” นี่คงเป็นระยะทางที่เรากระโดดได้ในตอนนี้

    นาฟ คิดว่าต้องพยายามเรียนรู้ขีดความสามารถของตัวเองให้ได้มากที่สุด เพราะรู้ว่าต่อจากนี้ต้องโดนโจมตีอีกแน่

    นิยายแนะนำ