บทที่ 1 พร์ 'วิถีกระบี่บรรลุเทพ' (รีไรต์)
โลกเทียนหยวน
แดนเหนือ
สำนักกระบี่สู่ซาน
"เมิ่งฝาน การทดสอบศิษย์สายงานจิปาถะครั้งนี้ เ้าได้คะแนนต่ำที่สุดในบรรดาศิษย์ทั้งหมด ตามธรรมเนียมแล้วผู้ที่อยู่อันดับสุดท้ายจะต้องถูกคัดออก เ้าจึงต้องถูกขับออกจากสำนักกระบี่สู่ซาน"
เมิ่งฝานมองดูผู้คุมกฎสำนักกระบี่สู่ซานที่ปรากฏตัวตรงหน้า ใบหน้าเผยความประหลาดใจเล็กน้อย
เขาเพิ่งทะลุมิติมายังโลกนี้ยังไม่ทันเต็มสองวัน ก็จะถูกขับออกจากสำนักแล้วหรือ?
เริ่มต้นเื่แบบนี้มันไม่ถูกต้องสิ!
หลังจากหลอมรวมความทรงจำของเ้าของร่างเดิม เขานึกย้อนกลับไปเล็กน้อยก่อนจะถามด้วยความสงสัยว่า "ผู้คุมกฎหวัง ข้าจำได้ว่าการทดสอบครั้งนี้ ข้าน่าจะอยู่อันดับรองสุดท้ายนะขอรับ"
แม้ว่าอันดับรองสุดท้ายจะน่าอับอายมาก แต่ตามธรรมเนียมแล้วมีเพียงอันดับสุดท้ายเท่านั้นที่จะถูกคัดออก
ผู้คุมกฎหวังกล่าวด้วยใบหน้าเ็าว่า "หยางเฉียนที่ได้อันดับสุดท้ายทำผิดกฎสำนัก จึงถูกขับออกจากสำนักไปแล้ว ดังนั้นตอนนี้เ้าจึงกลายเป็อันดับสุดท้าย"
เมื่อได้ยินดังนั้น เมิ่งฝานถึงกับอึ้งจนทำตัวไม่ถูก
แบบนี้ก็ได้หรือ?
เขาเพิ่งทะลุมิติมายังโลกนี้ และกำลังเตรียมจะอาศัยสำนักกระบี่สู่ซานเพื่อทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด
หากถูกขับออกจากสำนัก กลายเป็ศิษย์ที่ถูกขับไล่ของสำนักกระบี่สู่ซาน การจะไปกราบไหว้เข้าสำนักอื่นก็แทบจะเป็ไปไม่ได้เลย
อีกทั้งโลกใบนี้ยังอันตรายอย่างยิ่ง!
จะออกจากสำนักกระบี่สู่ซานไม่ได้เด็ดขาด มิฉะนั้นอาจจะตายโดยที่ไม่รู้ตัวว่าตายอย่างไร!
เมิ่งฝานรีบกล่าวว่า "ผู้คุมกฎหวัง พอจะผ่อนปรนให้หน่อยได้หรือไม่ขอรับ? แม้หยางเฉียนจะทำผิดกฎสำนัก แต่อันดับสุดท้ายของการทดสอบครั้งนี้ก็ยังคงเป็เขา ดังนั้นสิทธิ์การคัดออกควรจะตกอยู่ที่เขาไม่ใช่หรือขอรับ?"
ขณะที่พูดเขาหยิบหินิญญาระดับต่ำก้อนหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ แล้วยื่นให้ผู้คุมกฎหวัง
หินิญญาระดับต่ำก้อนนี้ พลังิญญาภายในถูกใช้ไปแล้วสามส่วน นับว่าไม่ใช่ของดีอะไรนัก
แต่นี่คือทรัพย์สินทั้งหมดของเมิ่งฝาน ในฐานะศิษย์สายงานจิปาถะที่คะแนนรั้งท้าย ซึ่งมีความเสี่ยงจะถูกคัดออกได้ทุกเมื่อ การที่เมิ่งฝานจะหาเงินนั้นยากลำบากเหลือเกิน!
"เมิ่งฝาน ไม่ใช่ว่าข้าจะว่าเ้านะ แต่ระดับของเ้า เ้าเองก็น่าจะรู้ดี ต่อให้ครั้งนี้รอดไปได้ ครั้งหน้าที่ต้องคัดออก สิทธิ์นั้นก็ต้องตกเป็ของเ้าอยู่ดี จะดิ้นรนไปเพื่ออะไรกัน?"
ผู้คุมกฎหวังรับหินิญญาของเมิ่งฝานไปอย่างแเี
แม้จะเป็เพียงเศษเสี้ยวเล็กน้อยแต่ก็ยังมีค่า หินิญญาระดับต่ำที่มีพลังิญญาเหลือเพียงเจ็ดส่วนก็ยังเป็หินิญญา
ไม่เอาไว้ก็โง่แล้ว!
ข้างกายผู้คุมกฎหวังมีศิษย์สายงานจิปาถะคนหนึ่งกล่าวขึ้นว่า "ศิษย์น้องเมิ่ง เ้าควรจะรู้ดีว่าด้วยรากปราณขยะของเ้า เ้าไม่สามารถเอาตัวรอดในสำนักกระบี่สู่ซานได้หรอก สู้รีบออกจากสำนักไปหาทางเลี้ยงชีพอื่นจะดีกว่า"
ศิษย์สายงานจิปาถะคนนี้ชื่อหยางเฟย แม้ทุกคนจะเป็ศิษย์สายงานจิปาถะเหมือนกัน แต่หยางเฟยได้คะแนนการทดสอบติดสามอันดับแรกทุกครั้ง เมิ่งฝานไม่อาจเทียบกับเขาได้เลย
เมื่อไม่นานมานี้ หยางเฟยถูกผู้คุมกฎหวังรับเป็ศิษย์จดนาม เรียกได้ว่ามีอนาคตอีกยาวไกล
'รากปราณขยะ'
เมื่อได้ยินคำสี่คำนี้ ในใจของเมิ่งฝานรู้สึกจนปัญญาเล็กน้อย
รากปราณขยะคือรากปราณที่แย่ที่สุด แย่กว่ารากปราณระดับต่ำอยู่มาก!
รากปราณขยะ ระดับต่ำ ระดับกลาง ระดับสูง ระดับสุดยอด ระดับ์และระดับเทพ
ด้วยระดับรากปราณที่หลากหลายขนาดนี้ เพียงแค่ดูผ่าน ๆ ก็รู้แล้วว่ารากปราณขยะนั้นไร้ค่าเพียงใด!
แม้รากปราณขยะจะเป็รากปราณ แข็งแกร่งกว่าคนธรรมดาและสามารถฝึกตนได้ แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าต้องเป็เพียงเบี้ยใช้แล้วทิ้งในโลกผู้ฝึกตน
อาจกล่าวได้ว่าร่างเดิมของเมิ่งฝานคือจุดเริ่มต้นของ 'ขยะ' อย่างแท้จริง
แต่เมิ่งฝานที่ทะลุมิติมานั้นไม่ใช่ตัวขยะ!
แม้ร่างกายนี้จะยังคงเป็รากปราณขยะ แต่การทะลุมิติครั้งนี้ได้มอบสิ่งพิเศษบางอย่างให้แก่เขา
พร์ 'วิถีกระบี่บรรลุเทพ'
พร์นี้น่ากลัวเพียงใด?
เกิดมาพร้อมจิตใจแห่งกระบี่!
เกิดมาพร้อมจิติญญากระบี่!
เกิดมาเป็เทพกระบี่!
กระบวนท่ากระบี่ใด ๆ เพียงเรียนรู้ครั้งเดียวก็เชี่ยวชาญ
เจตจำนงกระบี่ใด ๆ เพียงตระหนักครั้งเดียวก็บรรลุแจ้ง
ขุมพลังกระบี่ใด ๆ มองเพียงครั้งเดียวก็เข้าใจ
วิถีกระบี่ใด ๆ ... ล้วนสามารถหลอมรวมให้เป็หนึ่งได้!
ขอเพียงให้เวลากับเมิ่งฝาน เขาถูกกำหนดให้กลายเป็เซียนกระบี่แห่งยุค
น่าเสียดายที่เขาเพิ่งทะลุมิติมา ยังไม่ทันได้สำแดงฤทธิ์ ก็ต้องเผชิญกับวิกฤตการถูกขับออกจากสำนัก
แม้จะกล่าวว่าด้วยพร์ 'วิถีกระบี่บรรลุเทพ'ของเมิ่งฝาน ต่อให้ถูกขับออกจากสำนักกระบี่สู่ซาน ก็ยังมีความหวังที่จะผงาดขึ้นมาได้
แต่ในเมื่อมีจุดเริ่มต้นที่สูงอย่างสำนักกระบี่สู่ซาน จะยอมตกระกำลำบากไปเพื่ออะไรกัน?
"ผู้คุมกฎหวัง พอจะให้โอกาสศิษย์อีกสักครั้งได้หรือไม่ขอรับ? ศิษย์จะตั้งใจฝึกฝนอย่างแน่นอน การทดสอบครั้งหน้า ศิษย์จะไม่เป็อันดับสุดท้ายแน่นอนขอรับ!" เมิ่งฝานกล่าวกับผู้คุมกฎหวังด้วยใบหน้าจริงจัง
"ศิษย์ทุกคนที่กำลังจะถูกคัดออกต่างก็อ้อนวอนข้าแบบนี้ทั้งนั้น แต่ครั้งหน้าพวกเขาก็ยังถูกคัดออกอยู่ดี" ผู้คุมกฎหวังถอนหายใจกล่าว
"แต่ที่เ้าพูดมาก็มีเหตุผลอยู่บ้าง อันดับสุดท้ายของการทดสอบครั้งนี้คือหยางเฉียนจริง ๆ ตามหลักแล้วเ้าคืออันดับรองสุดท้าย การที่ข้าจะคัดเ้าออกในตอนนี้ ดูจะไม่ค่อยเหมาะสมนัก!"
เมิ่งฝานลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขารู้ว่าหินิญญาก้อนนั้นได้ผล
มิฉะนั้นในเมื่อผู้คุมกฎหวังมาถึงที่นี่แล้ว ย่อมต้องคัดเขาออกแน่นอน!
"ขอบพระคุณผู้คุมกฎหวังขอรับ!" เมิ่งฝานรีบกล่าวขอบคุณผู้คุมกฎหวัง
ผู้คุมกฎหวังพยักหน้า แล้วหันหลังเตรียมจะจากไป
ทว่าเพิ่งก้าวออกไปได้เพียงครึ่งก้าว เขาก็หันกลับมามองเมิ่งฝาน
"ผู้คุมกฎหวัง ท่านยังมีคำสั่งอะไรอีกหรือขอรับ?" เมื่อเห็นอีกฝ่ายหันกลับมา เมิ่งฝานจึงรีบถามอย่างรู้ความ
ผู้คุมกฎหวังมองเมิ่งฝานแวบหนึ่ง ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มบาง ๆ แล้วกล่าวว่า "ต่อให้ครั้งนี้ข้าปล่อยเ้าไป การทดสอบครั้งหน้าเ้าก็ต้องถูกคัดออกอยู่ดี เอาเป็ว่าข้าจะชี้ทางสว่างให้เ้าดีหรือไม่?"
ชี้ทางสว่างให้ข้า?
เมิ่งฝานรู้สึกสงสัยเล็กน้อยว่า การที่เขามอบหินิญญาก้อนนี้ไปจะได้ผลดีขนาดนี้เชียวหรือ?
ผู้คุมกฎหวังผู้นี้ดูไม่ใช่คนละโมบถึงเพียงนั้น!
"ผู้คุมกฎหวังโปรดกล่าวมาเถิดขอรับ ทางสว่างที่ว่านั้นคืออะไร?"
"เ้าไปเป็ศิษย์เฝ้ากระบี่ที่หอคอยกระบี่เสียเถิด"
"หอคอยกระบี่? ศิษย์เฝ้ากระบี่?"
"ถูกต้อง ศิษย์เฝ้ากระบี่แห่งหอคอยกระบี่ได้รับการปฏิบัติเทียบเท่ากับศิษย์สายนอก ต่อไปเ้าไม่ต้องเข้าร่วมการทดสอบของศิษย์สายงานจิปาถะอีก และไม่ต้องกังวลว่าจะถูกคัดออก"
ศิษย์สายงานจิปาถะอย่างเมิ่งฝาน ไม่มีคุณสมบัติที่จะเข้าไปในหอคอยกระบี่ได้เลย
มีเพียงผู้โดดเด่นในหมู่ศิษย์สายนอก รวมถึงศิษย์สายในที่ระดับสูงกว่าเท่านั้น จึงจะมีคุณสมบัติเข้าไปหยิบกระบี่ที่หอคอยกระบี่ได้
ดังนั้นเมิ่งฝานจึงไม่ค่อยรู้จักหอคอยกระบี่นัก แต่เพื่อที่จะได้อยู่ในสำนักกระบี่สู่ซาน เขาจึงตกลงตามข้อเสนอของผู้คุมกฎหวัง
...
เวลาต่อมา เมิ่งฝานรับป้ายคำสั่งศิษย์เฝ้ากระบี่แห่งหอคอยกระบี่จากมือของผู้คุมกฎหวัง และเตรียมตัวไปรายงานตัวที่หอคอยกระบี่
แม้เขาจะเคยสงสัยว่าผู้คุมกฎหวังไม่น่าจะใจดีให้เขาได้รับประโยชน์เช่นนี้
แต่มีผลประโยชน์อยู่ตรงหน้า หากไม่ตักตวงย่อมโง่เต็มทน ต่อให้มีปัญหาอะไร ก็ค่อยแก้ปัญหาไปตามสถานการณ์แล้วกัน!
อีกอย่าง เขาเป็เพียงศิษย์สายงานจิปาถะที่กำลังจะถูกคัดออก ไม่มีสิ่งใดมีค่าพอจะทำให้ผู้คุมกฎหวังเกิดความโลภได้
หินิญญาก้อนเดียวที่มีติดตัว เขาก็มอบให้ผู้คุมกฎหวังไปแล้ว!
หยางเฟยที่อยู่ข้างกายผู้คุมกฎหวัง มองตามแผ่นหลังของเมิ่งฝานที่เดินจากไป คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย และถามด้วยความไม่เข้าใจว่า "ท่านอาจารย์ ศิษย์พี่เฉียนไม่ได้สั่งให้ท่านไล่เมิ่งฝานไปหรอกหรือขอรับ?
เหตุใดท่านไม่เพียงแต่ให้เมิ่งฝานอยู่ต่อ แต่ยังให้เขาเข้าหอคอยกระบี่อีก?
ทำเช่นนี้จะไม่เป็การขัดใจศิษย์พี่เฉียนหรือขอรับ?
ศิษย์พี่เฉียนเป็บุตรชายของผู้าุโเฉียน ท่านไม่จำเป็ต้องล่วงเกินเขาเลยนะขอรับ!"
ผู้คุมกฎหวังแค่นยิ้ม
"เ้าจะไปรู้อะไร? เ้าเด็กนั่นต้องตายอย่างแน่นอน!"