พ่อค้าตัวอ้วนที่เป็นเจ้าของแผงผงะหากเป็นคนอื่นคงไม่รู้ แต่เขานั้นเป็นคนที่ขนส่งและนําหินพวกนี้มากับมือดังนั้นในก่อนหน้านี้ก่อนที่จะนําพวกมันมาที่นี่เขาได้ลองทดสอบดูจํานวนหนึ่งและพบว่ามันเป็นขยะหมดเลย เขาจึงมั่นใจถึงที่สุดว่ากองนี้แม้จะมีหยกก็เป็นไปไม่ได้ที่จะทําให้คนๆหนึ่งรํ่ารวยหรือมั่งคั่งแน่นอนว่าที่เขามั่นใจเช่นนี้เพราะพวกมันถูกพบในแหล่งเดียวกัน
แล้วทําไมหมอนี่ถึงได้ดูตื่นเต้นซะขนาดนั้น?
มองไปยังชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่เดินเข้ามาคนอื่นๆก็ต่างชะงักไป เพราะก่อนหน้านี้ไม่มีใครไม่ได้ยินเลยว่าเขาพูดอะไรออกมาบ้าง
ด้านลู่เฉินและปรมาจารย์เมิ่งก็ชะงักไปเหมือนกันแต่เมิ่งชิงนั้นต่างออกไป เธอประหลาดใจ เพราะเธอไม่เคยเห็นใครที่หล่อเหลาขนาดนี้มาก่อนหนําซํ้าเธอสามารถบอกได้เลยยว่าเขาคนนี้ดูแลตัวเองดีมาก ดีซะจนมีผิวพรรณที่เธอยังต้องอิจฉา
ผู้ชายคนนี้เป็นใครกันแน่?
สุดท้ายเมิ่งชิงก็อดสงสัยไม่ได้ในความคิดของเธอคนที่เด่นซะขนาดนี้อย่างน้อยต้องมาจากตระกูลใหญ่ที่มั่งคั่งเหมือนกับลู่เฉินไม่อย่างนั้นมันคงเป็นไปไม่ได้ที่จะดูแลตัวเองได้ดีขนาดนี้
ลู่เฉินที่สังเกตเห็นว่าหญิงที่ตัวเองหมายปองเอาไว้ไปสนใจชายหนุ่มก็ขมวดคิ้ว‘ไอ้หมอนี่มันเป็นใครกันแน่?’
ในเมืองหลวงไม่มีใครไม่รู้จักลู่เฉินและตระกูลลู่ลู่เฉินก็เช่นกัน เขาไม่มีทางที่จะไม่รู้จักคนโดดเด่นเช่นนี้เพราะส่วนใหญ่แล้วแม้จะไม่ได้มาจากตระกูลที่มั่งคั่ง แต่ถ้าหากพวกเขาหน้าตาดีพอที่จะไปเป็นดาราได้คนพวกนั้นย่อมต้องมีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักแต่เท่าที่เขาจําได้เขาจําไม่เห็นได้เลยว่าเคยเห็นหน้าชายหนุ่มคนนี้มาก่อน
ดังนั้นคนๆนี้ย่อมต้องเป็นคนจากต่างเมือง!
“น้องชายเธอสนใจหินหยาบแผงนี้งั้นเหรอ?ถ้าใช่พี่ชายคนนี้ขอแนะนํานะว่าอย่าเลยเพราะเท่าที่มองดูก็รู้แล้วว่ามันเป็นขยะล้วน!’’ ถึงอย่างนั้น ลู่เฉินก็คิดว่าควรจะทําความรู้จักไว้ก่อนเขาจึงเดินเข้าไปแล้วยิ้มทักทาย
“ใช่แล้วหนุ่มน้อยหินแผงนี้ฉันรับมาจากคนๆหนึ่ง ซึ่งเขาก็ได้บอกเอาไว้ว่ามันไม่ค่อยมีหยกอยู่เลยดังนั้นเธอเชื่อฟังคุณชายลู่จะดีกว่านะ’’ เห็นว่าเป็นถึงคุณชายลู่แม้พ่อค้าตัวอ้วนจะรู้สึกเคืองอยู่บ้าง แต่เขาก็ไม่ลังเลเลยที่จะพยักหน้าเห็นด้วยทั้งหมดที่ทําไปนี้ก็เพราะต้องการประจบประแจงคุณชายเล็กอย่างลู่เฉิน
ต้องรู้ก่อนในที่นี้ลู่เฉินและปรมาจารย์เมิ่งนั้นเป็นที่รู้จักกันไปทั่วดังนั้นแม้จะเป็นคนโง่ก็ยังรู้เลยว่าพวกเขามีอํานาจมากแค่ไหน
ลู่เฉินนั้นเป็นคุณชายเล็กจากตระกูลลี่ที่มีทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่าห้าหมื่นล้านหยวนเช่นกันแม้ปรมาจารย์เมิ่งจะไม่ได้มีทรัพย์สินมากขนาดนั้นแต่เขาก็ครอบครองทรัพย์สินเป็นอย่างน้อยพันล้านหยวน สําคัญเลยด้วยชื่อเสียงนักประเมินวัตถุแห่งเมืองหลวงมันจึงทําให้เขาเป็นที่รู้จักจนแม้แต่คนโง่ก็ยังรู้เลย
ดังนั้นไม่มีทางที่พ้อค้าตัวอ้วนจะไม่รู้จักเด็ดขาด!
“นายเป็นใครแล้วการที่ฉันจะซื้อหินแผงนี้มันเกี่ยวอะไรกับนายด้วย?’’เห็นว่ามีคนเข้ามาสอดรู้สอดเห็น มู่หลินก็เริ่มมีอารมณ์ขึ้นมาเขารู้เลยว่าครั้งนี้จากการซื้อหินธรรมดาจะกลายเป็นเรื่องใหญ่
แย่จริงๆ!
ลู่เฉินที่ถูกตอกหน้าก็ชะงักไป
ปรมาจารย์เมิ่งเสวียนเองก็เหมือนกันเขาคิดไม่ถึงเลยว่าจะมีคนที่กล้าตอกหน้าคุณชายเล็กแห่งตระกูลลู่หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของเมืองหลวงเช่นนี้
เมิ่งชิงก็อึ้งเธออึ้งเป็นอย่างมาก เพราะเท่าที่เธอรู้มาแม้ลู่เฉินจะมีชื่อเสียงไม่ดีบ้างแต่ก็ไม่มีใครเลยที่จะกล้ายั่วยุเขา
นี่มัน…
ชายหนุ่มคนนี้ช่างน่าสนใจจริงๆ!
“ส่วนคุณ!ตอนแรกไม่ใช่คุณยิ้มแป้นเชียวเหรอ? แล้วตอนนี้นี่มันอะไรกัน?ถ้าต้องการจะประจบประแจงเขาก็พูดไปเลยไม่ต้องมาทําตัวไร้สาระให้ขายขี้หน้าเช่นนี้!’’ ตอกหน้าลู่เฉินเสร็จมู่หลินก็หัวเราะเยาะพ่อค้าตัวอ้วน ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนอยู่ในการสังเกตของเขาเมื่อครู่แทบทั้งสิ้นดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่ล่วงรู้ถึงความคิดของคนพวกนี้
พ่อค้าตัวอ้วนที่ได้ยินก็กัดฟันกรอด ตัวของเขาสั่นเทิ้มอย่างเห็นได้ชัดแต่เมื่อรู้ว่าคุณชายเล็กอย่างลู่เฉินต้องการตีสนิทกับอีกฝ่าย เขาจึงยิ้มแห้งๆ “หนุ่มน้อยมันเป็นธรรมดาที่พ่อค้าอย่างฉันจะยิ้มเมื่อมีลูกค้าดังนั้นถ้าเธออยากจะซื้อก็ซื้อเลย ฉันไม่สามารถห้ามเธอได้!’’ ขณะเดียวกันเขาก็คิด‘ไอ้โง่! ถ้าแกไม่เชื่อคุณชายลู่แกก็พบกับหายนะไปเสียเถอะ!’
เหล่าผู้คนที่อยู่รอบๆเองก็สนทนากันอย่างเห็นด้วยมันไม่มีทางที่หินหยาบแผงนั้นจะน่าซื้อเลยสักนิดชายหนุ่มที่คิดจะซื้อมันย่อมเป็นคนโง่อย่างไม่ต้องสงสัย
“น้องชายพี่ชายคนนี้ชื่อลู่เฉินดังนั้นแม้เธอจะยังไม่รู้ แต่พี่ชายจะบอกให้ว่าชายชราคนนี้น่ะคือ ปรมาจารย์เมิ่งหากน้องชายไม่เชื่อพี่ชายก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นปรมาจารย์เมิ่งน่ะเชื่อถือได้เพราะเขาเป็นที่รู้จักกันไปทั่วว่าเป็นถึงนักประเมินวัตถุอันดับหนึ่งของเมืองหลวงและสามารถบอกได้เลยว่าการประเมินของเขาน่ะแม่นยําถึง 97% ดังนั้นถ้าให้เขาดูรับรองได้เลยว่าเชื่อถือได้แน่นอน!’’ ลู่เฉินข่มความโกรธเอาไว้และพูดอย่างใจเย็นถึงเขาจะถูกตอกหน้าแต่เขาก็ยังไม่อยากมีเรื่องกับคนที่ไม่ทราบที่มาดังนั้นการตีสนิทย่อมดีกว่า
“เป็นไปอย่างที่คุณชายเล็กพูดฉันคือนักประเมินวัตถุอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวงดังนั้นฉันขอแนะนําเลยว่าหินผยาบแผงนี้เธอไม่ควรซื้อมันเด็ดขาดเพราะอัตราที่เธอจะได้หยกจากมันนั้นมีค่าเท่ากับ 3% ดังนั้นถึงต่อให้เธอซื้อมันทั้งแผงการจะได้หยกจากมันย่อมได้ไม่ถึงสี่ก้อน!’’ด้านปรมาจารย์เมิ่งที่ถูกยกยอจนตัวลอยก็ออกมาแล้วแนะนําตัวเองด้วยรอยยิ้ม เขาพึงพอใจเป็นอย่างมากอีกอย่างตอนนี้เขาก็รับปากแล้วว่าจะเป็นนักประเมินวัตถุให้กับอีกฝ่ายหนึ่งวันดังนั้นกรณีนี้เขาจะถือว่าช่วยเป็นพิเศษ
“ใช่แล้วปู่ของฉันน่ะไม่มีวันประเมินพลาดเด็ดขาด เพราะถึงมีก็แค่ครั้งเดียวดังนั้นถ้านายไม่เชื่อคุณชายเล็ก นายก็ควรเชื่อการประเมินของปู่ฉันนะ!’’เมิ่งชิงที่สนใจชายหนุ่มก็ยิ้มทักทายแล้วแนะนําเธอเองก็ภูมิใจในตัวปู่ของเธอเหมือนกัน ดังนั้นถ้าให้เลือกเธอขอเลือกอยู่ข้างปู่จนถึงที่สุด
กลับกันลู่เฉินที่เห็นก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆเขาล่ะนึกอิจฉาไอ้หมอนี่จริงๆที่ได้หญิงสาวพูดให้ฟัง
“3% ? คุณนี่เก่งกาจเสียจริง!’’มู่หลินเองก็อดที่จะชมไม่ได้ แต่ใบหน้าของเขากลับแสดงให้เห็นถึงความดูถูกอย่างชัดเจน
เห็นดังนั้นลู่เฉินปรมาจารย์เมิ่งเสวียน และเมิ่งชิงต่างรู้สึกแปลกๆพวกเขารู้ได้ทันเลยว่าอีกฝ่ายกําลังดูถูกพวกเขา
อย่างไรก็ตามในวินาทีต่อมาสิ่งพวกเขาไม่คาดคิดว่าจะได้ยินก็ดังขึ้นออกจากปากของชายหนุ่ม
“3% ! แน่นอนว่าคุณประเมินถูก!ทว่ามันไม่ใช่จํานวนหยก! แต่เป็นจํานวนของหินหยาบที่ไม่มีหยกต่างหาก!’’ท่ามกลางสายตาจับจ้อง ชายหนุ่มพูดด้วยนํ้าเสียงๆดังฟังชัด “เพราะอย่างนั้นถ้าพวกคุณยังไม่เชื่ออีกก็สามารถมาพนันกับผมได้!’’
3% งั้นเหรอ?
เหอะ!น่าหัวร่อสิไม่ว่า!