ขณะที่ฉันกับเลวี่ออกจากบ้านและมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือของเมืองแต่จะเดินไปก็ยังไงยังไงอยู่นะ
“ท่านพี่…”
ในขณะที่ฉันเดินอยู่เสียงเลวี่ก็ดังขึ้นฉันหันไปเห็นเธอกำลังเหนื่อยหอบอยู่ ทำให้ฉันนึกถึงน้องสาวไม่ได้ความในโลกเดิมที่ชอบเดินตามฉันเหมือนกัน
ฉันเลยคิดอยู่ครู่หนึ่งสร้างพรมขึ้นมาจากเวทมนตร์ของฉันนี่ไม่ใช่เวทมนตร์มนุษย์หรือเวทมนตร์แฟร์รี
แต่เป็พลังของปีศาจในตัวฉันนั่นแหละ
“ขึ้นมาสิ”
ถึงฉันจะไม่อยากเชื่อใจใครนักแต่เพราะเลวี่เป็น้องสาวล่ะนะเพราะงั้นไม่เป็ไรหรอกที่จะแสดงเวทมนตร์ให้เห็น..
เพราะเป็ ‘น้องสาว’ น่ะนะ
“ว้าวว ท่านพี่นี่มันอะไรเหรอคะ?”
เลวี่เบิกตากว้างตบผ้าสีดำที่เกิดจากพลังเวทของปีศาจดวงตาของเธอดูจะสดใสแล้วก็สนใจอยู่มาก
“มันคือพรมบินได้ไงล่ะ เธอก็รีบๆ ขึ้นมาสิ”
“ท่านพี่ มันบินได้จริงๆ เหรอ?”
ถึงจะเห็นอยู่ว่ามันลอยอยู่ในตอนนี้เธอดูเหมือนไม่เชื่อที่ฉันพูด ฉันเลยรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาในฐานะของพี่สาวถ้าน้องสาวไม่เชื่อฟังฉันก็รู้สึกสูญเสียคุณสมบัติในการเป็พี่ไป
ความเป็พี่สาวมันรู้สึกสั่นคลอนฉันจึงพูดออกไปว่า
“ไม่ต้องห่วง นี่ไม่ใช่พลังเวทมนตร์อบบที่เธอรู้จักหรอก!”
เลวี่ก็คงเรียนเื่เวทมนตร์มนุษย์มาแล้วจริงอยู่เวทมนตร์ธรรมชาติมันทำอะไรก็ได้ แต่ถ้ามันอยู่นอกขอบเขตของคำอธิบายอย่างพรมบินได้
การจะทำคงต้องแทรกแซงให้พรมปรากฏขึ้นแทรกแซงให้มวลอากาศพัดพาพรมบิน อะไรแบบนั้นนอกจากจะเสียเวลาแล้วก็ยังเสียพลังมากเกินกว่าความจำเป็
แต่ของพลังปีศาจที่ฉันมีฉันแค่สร้างพรมที่บินได้ก็แค่นั้นแหละไม่ยุ่งยาก เลวี่เหมือนจะไม่เข้าใจ
“ไม่ใช่เวทมนตร์มนุษย์..?แล้วท่านพี่ใช้อะไรเหรอคะ?”
“เอ่อ.. นั่นมันก็...”
ถึงจะพูดไปเพราะี้เีจะพูดถึงและคิดว่าเลวี่คงจะตามมาง่ายๆไม่คิดว่าเธอจะตั้งคำถามขึ้นมาอีกนะ ฉันเกาหัวแกรกๆ
“พลังจากสายเืละมั้ง?”
ฉันตอบออกไปแล้วไม่มองหน้า ฉันไม่ได้โกหกน้าพลังนี่น่าจะเป็พลังจากสายเืจอมมารนั่นแหละ
ซึ่งเลวี่ไม่รู้ว่าฉันไม่ใช่พี่สาวแท้ๆ ของเธออันที่จริงแม้แต่ฉันเองก็ไม่ควรรู้นะ …
ดังนั้นนี่น่าจะอธิบายได้จบและง่ายสุดดวงตาเลวี่เหมือนจะมองฉันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยประกายลุกวาว
“ท่านพี่สุดยอดที่สุดเลยค่ะ!”
“อะ.. โอ้”
ถึงจะไม่รู้ว่าสุดยอดยังไงก็เถอะนะ …ว่าแล้วเลวี่ก็ปีนขึ้นมานั่งบนพรม ก่อนที่จะขยับเข้ามาใกล้ฉันแล้วก็กอดแขนฉันเข้าให้
“เฮ้ย?”
“หนูกลัวว่าหนูจะตกนะ ท่านพี่”
“งั้นเหรอ?”
ฉันตอบออกไปแบบนั้นแต่พรมนี้มีระบบแรงดึงดูดอยู่นะ
ก็แบบว่าพอขึ้นมาจะมีแรงดึงติดพรมไม่มีทางพลัดตกจากพรมโดยเด็ดขาด ก็มันไม่มีที่ยึดนี่น่าถ้าขืนไม่ป้องกันไว้คงร่วงไปแน่ๆ
แถมพรมนี่ก็ไม่ใช่ช้าๆ เหมือนในหนังอาลาดินเพราะทันทีที่ฉันกับเลวี่ขึ้นมานั่งและสั่งให้เคลื่อนไหว มันก็พุ่งไปข้างหน้า
“เร็วไปแล้วเฟ้ย เร็วไป!”
ฉันร้องออกมาไม่รู้ว่าเลวี่ฉวยโอกาสตอนฉันเผลอหรือบังเอิญ ในตอนแรกที่เธอเพียงแค่กอดแขนฉันเฉยๆก็พุ่งมากอดทั้งตัวแถมเอาหน้าถูไถฉัน
เอ่อ.. เอาเป็ว่ามองไม่เห็นแล้วกันตาฝาดๆ ..
ผ่านไปสักพักพรมก็หยุดลงฉันกับเลวี่มองไปรอบๆด้วยสีหน้าเปล่าเปลี่ยว.. ว่าไปที่นี่มันที่ไหนกันแน่นะ?
“ว้าว ท่านพี่สุดยอดที่สุดเลยค่ะ”
“เอ่อ.. แล้วเมื่อไหร่เธอจะเลิกถูไถหน้าฉันสักที”
เลวี่ยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุดจนฉันต้องพูดออกมาทำเอาเลวี่สะดุ้งแล้วรีบถอยตัวออกทันที แปลกจังเลยน้า..ช่างมันแล้วกํัน เพราะเป็น้องสาวหรอกนะ
“ขอโทษค่ะ มันเผลอเหมือนทุกที…”
“ห้ะ เมื่อกี้ว่าไรนะ ทุกที?”
ฉันเหงื่อแตกพรากทันทีเมื่อกี้ไม่ได้หูฝาดใช่มั้ย ฉันหันไปมองหน้าเลวี่ที่ตอนนี้หน้าก็เปลี่ยนสีเช่นกัน
“เปล่าค่ะ.. ไม่มีอะไร..”
“อืมมมม ช่างมันเถอะ”
เพราะเป็น้องสาวหรอกนะ เลยมองข้ามไปได้น่ะ – (?)
ถึงจะไม่รู้ว่าที่นี่เป็ที่ไหนก็เถอะแต่ก็เป็ป่ารกร้าง แถมมีเสาอะไรไม่รู้สูงเสียดฟ้า เป็เป้าซ้อมใช้เวทที่ดีได้เลย
ที่นี่เต็มไปด้วยพืชไม้นานาชนิดแล้วใจกลางของป่าแห่งนี้มีเสาเหมือนหอคอยอะไรสักอย่างที่สูงขึ้นไปบนฟ้าเหมือนเป็ศูนย์กลางของป่า
มาไกลถึงขนาดนี้เชียว ฉันถอนหายใจออกมา..ว่าแล้วเชียวพลังปีศาจเนี่ยจะใช้สุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้สินะ
ก็แน่นอนมันเป็พลังของปีศาจนี่น่า!ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแม้แต่พลังในตัวฉันเองยังเชื่อใจไม่ได้ขนาดนี้
ถ้าหากไม่ติดตั้งระบบแรงดึงดูดฉันคงปลิวไปแล้ว…ไอ้พลังบ้านี่มันคิดจะฆ่าฉันแล้วกลับไปหาจอมมารที่แท้จริงสินะ
บ้าชะมัดโลกนี้จะโหดร้ายไปแล้วแม้แต่พลังตัวเองยังเชื่อใจไม่ได้ขนาดนี้เชียวเหรอฟระน่ากลัวเป็บ้า
ฉันสาบานว่าจะไม่ใช้พลังนี้อีก..เลวี่จ้องฉันด้วยสายตาคาดหวัง ดูเหมือนว่าจะอยากให้ฉันใช้เวทให้ดูสินะ
“ท่านพี่จะฝึกที่นี่ใช่ไหมคะ?”
“อืม.. ก็น่าจะเป็แบบนั้นแหละ”
ฉันตอบออกไปแล้วก็ยืนบนพรม เวทนี้เป็เวทโจมตีที่ฉันไม่สามารถใช้อยู่ในมิติส่วนตัวนั้นได้เพราะว่ามันแรงเกินไป
ฉันหลับตาลงยื่นมือไปข้างหน้าแล้วก็เริ่มใช้เวทก่อนอื่นก็สร้างอนุภาคขึ้นมาอาศัยหลักการเดียวกันกับนิวเคลียร์
แล้วก็ผสมผสานกับการแทรกแซงที่ฉันเคยใช้ไปตอนแรกนั่นคือแทรกแซงเข้าไปในโครงสร้างของมิติ
ก่อนจะย้ายเวทมนตร์การแทรกแซงโครงสร้างมิติเข้าไปในอนุภาคโดยให้มันสัมพันธ์กับโครงสร้างมิติโดยตรง
ว่าง่ายๆก็คือทำให้แรงะเิส่งผลถึงโครงสร้างมิติโดยตรงนี่ไม่ใช่การแทรกแซงโครงสร้างมิติให้เกิดมิติใหม่ขึ้น
แต่เป็การแทรกแซงโครงสร้างของมิติความเป็จริงผสมกับแรงะเิโดยตรงซึ่งผลที่ได้ก็คือ…
แสงถูกยิงออกจากฝ่ามือของฉันไปพุ่งดิ่งไปใส่หอคอยอะไรสักอย่างด้วยความเร็วสูงมากก่อนจะ…
“ตู้มมมมมม!”
ดอกเห็ดั์ปรากฏขึ้นมาในทันทีแต่ก่อนที่จะได้ขยายใหญ่ขึ้นทุกอย่างก็สูญหายไป แม้แต่เสียงยังหายไป
เพราะในพริบตานั้นใจกลางแรงะเิกลายเป็หลุมสีมืดทมิฬที่ไม่สะท้อนแสง ไม่สิ.. ถ้าจะพูดให้ถูกคือมันกลืนกินแม้แต่แสงจากดวงจันทร์
“หลุมดำ…”
ใช่.. มันคือหลุมดำถ้าฉันยิงใส่มิติที่ฉันสร้างผลกระทบมันต้องส่งมายังนอกมิติอย่างแน่นอน
ถามว่าทำไมต้องฝึกถ้าอันตรายแบบนี้ด้วยน่ะเหรอมันก็แน่นอนอยู่แล้วโลกนี้เป็โลกที่ใครๆ ก็ทำแบบนี้ได้นะ!
ใช่ทุกคนทำแบบนี้ได้หมดหรืออาจจะแค่มีไม่มากเท่านั้นเองแต่คำพูดที่ว่าใครๆก็ทำได้หากมีความเข้าใจโครงสร้างมิติและทำให้มันสัมพันธ์กับแรงะเิ
ใช่ นี่เป็การประกันไว้ก่อนไงล่ะอีกอย่างถ้ามีคนหนีไปในมิติแบบที่ฉันทำก็ไม่มีทางโจมตีโดนดังนั้นจึงเตรียมท่านี้ไว้ไงล่ะ!
“ว้าว… ท่านพี่สุดยอดไปเลย นั่นมันอะไรเหรอคะ?”