ความเงียบที่อบอุ่นเข้าปกคลุมห้องนั่งเล่นของเมโลดี้หลังจากคำพูดที่เปิดเผยความรู้สึกจากก้นบึ้งหัวใจของทั้งสองคน แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างดูนุ่มนวลและ อ่อนโยน ราวกับกำลังอวยพรให้กับ่เวลาที่เปราะบางแต่สำคัญยิ่งนี้ เอเดนและเมโลดี้ต่างมองตากัน ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
ทั้งความเข้าใจ ความเห็นอกเห็นใจ ความหวัง และ
ความรักที่กำลังเบ่งบานอย่างช้าๆ
“ฉันก็ไม่อยากเสียคุณไปเหมือนกันค่ะคุณเอเดน” คำพูดของเมโลดี้ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของเอเดน มันเป็คำพูดที่ปลดปล่อยเขาจากความกลัวที่กัดกินหัวใจมานาน ความกลัวที่จะต้องโดดเดี่ยวอีกครั้ง ความกลัวที่จะต้องสูญเสียคนที่เขารักไปอีกคน
เอเดนค่อยๆ เอื้อมมือออกไปััแก้มของเมโลดี้อย่างแ่เบา ใบหน้าของเมโลดี้แดงระเรื่อเล็กน้อย เธอไม่ได้หลบสายตา แต่กลับจ้องมองเอเดนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความปรารถนาที่ซ่อนอยู่ภายในใจของเธอฉายชัดออกมาจากดวงตาคู่นั้น
“เมโลดี้...” เอเดนเรียกชื่อเธอเสียงแ่เบา เสียงของเขาแหบพร่าด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน
เมโลดี้ไม่ได้ตอบ เธอเพียงแค่พยักหน้าช้าๆ เป็สัญญาณให้เขาพูดต่อ หรือ อาจจะเป็สัญญาณให้เขาทำในสิ่งที่หัวใจของพวกเขากำลังเรียกร้อง
เอเดนค่อยๆ โน้มตัวเข้าไปใกล้เมโลดี้ ใบหน้าของพวกเขาอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่เิเ ลมหายใจอุ่นๆ ของพวกเขาัักันความตึงเครียดที่แสนหวานเข้าปกคลุมไปทั่วบริเวณมีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของพวกเขาทั้งสองเท่านั้นที่ยังคงดังอยู่แล้วริมฝีปากของพวกเขาก็แตะกันอย่างแ่เบา...
“อื้อ … อื้มม”
คราวนี้มันไม่ใช่จูบที่เต็มไปด้วยความสับสน และ ความรู้สึกผิดเหมือนครั้งก่อน แต่มันเป็จูบที่อ่อนโยน นุ่มนวล และเต็มไปด้วยความเข้าใจที่ลึกซึ้ง มันเป็จูบที่บ่งบอกถึงการยอมรับ การให้อภัย และ การเริ่มต้นใหม่
เอเดนรู้สึกเหมือนหัวใจของเขากำลังจะะเิออกมาด้วยความสุข ความเ็ปที่เคยฝังลึกมานานหลายปีเริ่มจางหายไป ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย เขาััได้ถึงความรักที่บริสุทธิ์และแท้จริง
ที่กำลังเบ่งบานในใจของเขา
เมโลดี้เองก็หลับตาลง ปล่อยให้ความรู้สึกเ่าั้โอบล้อมตัวเธอ เธอรู้สึกถึงความปลอดภัย ความอบอุ่น และ ความเข้าใจที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้ััอีกครั้งหลังจากที่เสียลูน่าไป รสจูบของเอเดนไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกผิดต่อลูน่าเลยแม้แต่น้อย
แต่กลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนลูน่ากำลังอวยพรให้พวกเขาทั้งสอง
ในห้วงจูบนั้น ภาพของลูน่าไม่ได้ผุดขึ้นมาในความคิดของเอเดน และ เมโลดี้เลยแม้แต่น้อย ไม่มีเงาของความรู้สึกผิด ไม่มีเสียงตำหนิจากอดีต มีเพียงความรู้สึกที่บริสุทธิ์ของความรักที่กำลังก่อตัวขึ้นระหว่างพวกเขาทั้งสอง
พวกเขาต่างเข้าใจแล้วว่า ลูน่าคงไม่อยากให้พวกเขาทั้งสองจมดิ่งอยู่ในความทุกข์ตลอดไป เธอ้าให้พวกเขามีความสุข เธอ้าให้พวกเขาก้าวเดินต่อไปในชีวิต และ เปิดใจรับความรักครั้งใหม่ ไม่ว่ามันจะมาในรูปแบบไหนก็ตาม
จูบนั้นยาวนานและลึกซึ้ง มันเป็การสื่อสารที่ไร้คำพูด เป็การบอกเล่าเื่ราวของความเ็ปที่ผ่านมา การเยียวยาที่เกิดขึ้น และ ความหวังที่กำลังจะเบ่งบาน
มันเป็การยืนยันว่าพวกเขาทั้งสองพร้อมที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยกัน
เมื่อริมฝีปากของพวกเขาค่อยๆ คลายออกจากกัน แสงจันทร์ที่ส่องเข้ามาทางหน้าต่างดูสว่างไสวกว่าเดิม
เอเดนและเมโลดี้มองตากัน ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความสุข ความโล่งใจ และความรักที่ชัดเจนยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
“เมโลดี้...” เอเดนเรียกชื่อเธอเสียงแ่เบา เขาไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี ความรู้สึกมากมายอัดแน่นอยู่ในอกของเขา
เมโลดี้ยิ้มอ่อนโยน เธอใช้ปลายนิ้วััริมฝีปากของเอเดนเบาๆ
“ฉันรักคุณค่ะเอเดน”
คำพูดของเมโลดี้เหมือนบทเพลงที่ไพเราะที่สุดที่เอเดนเคยได้ยิน มันเป็คำพูดที่ปลดปล่อยเขาจากความเ็ปทั้งหมด ปลดปล่อยเขาจากความกลัว และปลดปล่อยเขาให้เป็อิสระจากอดีต
“ผมก็รักคุณครับเมโลดี้” เอเดนตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงใจ และนั่นเป็ครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขากล้าที่จะพูดคำว่า “รัก” ออกมาอีกครั้ง
พวกเขาโอบกอดกันแน่น ปล่อยให้ความรู้สึกมากมายถาโถมเข้ามาในใจ ความอบอุ่นจากร่างกายของกันและกันทำให้พวกเขารู้สึกปลอดภัยและมั่นคง
ในคืนนั้น พวกเขาไม่ได้พูดถึงลูน่าเลยแม้แต่น้อย ไม่ใช่เพราะพวกเขา้าลืมเธอ แต่เป็เพราะพวกเขารู้ว่าลูน่าจะยังคงอยู่ในใจของพวกเขาเสมอ และ ความรักที่พวกเขามีให้กันในตอนนี้ ไม่ได้เป็การทรยศต่อความทรงจำของเธอเลยแม้แต่น้อย แต่มันคือการสานต่อความปรารถนาสุดท้ายของลูน่า
ที่้าให้คนที่เธอรักได้มีความสุข
Alice คนชอบทะเล