วงเวทสีดำซึ่งกลายเป็นพลังแห่งจักรวาล กำลังเปล่งเสียงโอมดังสนั่นหวั่นไหว เรนเดลบังคับใช้พลังในระดับสูงสุด จนร่างกายของเขาเกิดอาการบาดเจ็บ เลือดออกปากและจมูก แต่เรนเดลไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
เหล่าทหารทั้งหลายต่างหวาดกลัว เมื่อต้องเผชิญกับพลังอำนาจที่พวกเขาไม่เคยเจอมาก่อน พลังอำนาจที่สามารถลบล้างทุกสิ่งให้หายไปได้ ถ้าหากไม่เจอพลังระดับเดียวกันต้านทาน แน่นอนว่าคนของราชรัฐจิ้งจอกแดงฝั่งตะวันตก ยังไม่มีใครมีพลังทัดเทียมกับเรนเดล
“จงสะบั้นทำลายซึ่งทุกสิ่งที่ข้าเห็นว่าเป็นศัตรู” เรนเดลกล่าวบทลัดย่อเวท เนื่องจากเขามีพลังไม่พอที่จะกล่าวบทเวทจนจบ “มหาเวทสะบั้นมิติ กระบวนท่าไม้ตาย ลำแสงสุญตา!!”
วงมหาเวททั้งแปดกระหน่ำยิงลำแสงแห่งการลบล้างใส่กลุ่มทหาร เหล่าทหารได้แต่กรีดร้องและสูญหายไปกับลำแสงนั้น ฟิลิปพยายามเอาทหารเป็นโล่กำบัง เพื่อให้ตัวเขาหนีไปได้ แต่เขาประมาทพลังของเรนเดลเกินไป ลำแสงทะลุร่างของทหารนับสิบอย่างง่ายดาย ก่อนจะยิงทะลุร่างของเขาเต็มๆ
ป้าออโรร่าเบือนหน้าหนี เธอไม่ต้องการเห็นจุดจบของสามีตัวเอง แต่เธอก็กล่าวกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ว่าสามีของเธอควรได้รับจุดจบแบบนี้
บัดนี้ด้านหน้าของเรนเดลที่เคยมีทหารของศัตรูนับพันคน เหลือแต่เพียงซากศพและร่างที่ไร้วิญญาณ เรนเดลเดินเข้าไปหาร่างที่ไร้ลมหายใจของฟิลิป ก่อนที่เขาจะทำการปิดตาอีกฝ่าย
“หลับให้สบายเถอะนะ คุณลุงฟิลิป” เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “เดี๋ยวผมจะส่งมาริคไปอยู่เป็นเพื่อนคุณเอง”
“ฉันขออะไรอย่างได้ไหม” ป้าออโรร่ากล่าวเสียงสั่น ก่อนที่เธอจะเข็นรถเข็นมาหาเรนเดล “ยังไงป้าก็อยากให้หนูไว้ชีวิตฟรังซัวร์ เขาไม่ใช่คนชั่วร้ายอะไรเลย เขาเป็นคนดีนะ”
“ผมจะไม่ฆ่าฟรังซัวร์ และไอริน” เรนเดลกล่าวตอบกลับเสียงเรียบ “เพราะพวกเขาต้องอยู่ชดใช้หนี้สงครามที่เขาสร้างครับ ท่านป้า”
“ขอบคุณมากจะ หลานรัก” ป้าออโรร่าตอบเสียงเศร้า ก่อนที่เธอจะเข็นรถเข็นไปหาศพของสามีเธอ แต่ทว่าเรนเดลกลับจับรถเข็นของเธอเอาไว้ก่อน
“ถึงเวลาที่ป้าต้องลุกขึ้นยืนแล้วล่ะครับ” เรนเดลกล่าวก่อนจะร่างวงมหาเวทธาตุแสงของเขาออกมา ซึ่งตอนนี้เรนเดลได้พัฒนามันจนเป็นระดับเจ็ดแล้ว
“ตัวข้าเรนเดล ฟอกการ์ด จอมเวทผู้สืบทอดเจตนารมณ์แห่งมนตรา ขอบัญชามหาเวทวิหารแห่งความศรัทธา ด้วยพลังอันสูงสุด”
วงมหาเวทสีรุ้งของเรนเดล แตกออกและกลายเป็นวิมานสวยงาม เรนเดลบังคับให้มันลอยอยู่เหนือร่างของป้าออโรร่าและเขาทันที
“จงช่วยขจัดปัดเป่า และนำพาสันติสุขมาสู่มวลมนุษย์” เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเทา เขาไม่อาจร่ายเวทต่อได้แล้ว แต่คิดว่าพลังเพียงเท่านี้ ก็น่าจะพอรักษาป้าของเขา
ร่างของป้าออโรร่าเรืองแสงสว่างจ้า ก่อนที่เธอจะรู้สึกถึงความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่าง ความรู้สึกของร่างกายช่วงล่างเธอกลับมาอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะตัดสินใจค่อยๆลุกขึ้นยืน
เรนเดลช่วยประคองเธอ เพราะเธอไม่ได้เดินมานาน แม้จะรักษาหายแล้ว แต่ดูเหมือนว่าจะต้องทำกายภาพบำบัดอีกนานเลยทีเดียว
“นานแค่ไหนแล้วนะ ที่ฉันไม่ได้อยู่ใกล้เขาขนาดนี้” ป้าออโรร่ากล่าวก่อนจะสัมผัสกับใบหน้าของสามีเธอ “แต่ทุกครั้งที่เขาเข้าใกล้ฉัน ฉันมักจะถูกทุบตีเป็นประจำ...เขาไม่เคยรักฉันเลยด้วยซ้ำ แต่งงานกับฉันเพื่อหวังสิทธิในการครองบัลลังค์ พอไม่ได้ก็ก่อกบฏ”
“ผมจะทำพิธีศพเขาอย่างสมเกียรติครับ” เรนเดลกล่าวพลางจับที่หลังป้าของเขา “ไม่ต้องห่วง”
เรนเดลจับสัมผัสได้ถึงพลังเวทที่รุนแรง และพลังเวทนั้นก็คือฟรังซัวร์ เขาพบว่าฟรังซัวร์กำลังบินมาด้วยความเร็วสูง ใบหน้าเขาฉายแววอาฆาตอย่างมาก
“เรนเดล แกต้องตาย!!” ฟรังซัวร์ตะโกนทั้งน้ำตา ก่อนที่มหาวงเวทสีรุ้งทั้งเจ็ดของเขาจะปรากฏออกมา ศรสีชมพูกระหน่ำยิงใส่เรนเดลนับไม่ถ้วน
แต่ทว่าวงเวทธาตุมืดของเรนเดลก็ขึ้นมาคุ้มกันได้ ถึงแม้มันจะมีรอยร้าวก็ตามที เรนเดลถึงกับตาค้าง เมื่อเห็นพลังเวทของฟรังซัวร์
“แกไปได้มหาเวทของเมกุมิมาได้ยังไง” เรนเดลเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
“เทพผู้สร้างสรรค์กำหนดมาให้ฉันฆ่าแกยังไงล่ะ” ฟรังซัวร์กล่าวก่อนจะเรียกคันศรขนาดใหญ่สีรุ้ง ขึ้นมาใช้แทนหอก เขาพุ่งเข้าแทงเรนเดลระยะประชิดทันที
เรนเดลรีบบินหลบออกมาเพื่อไม่ให้ป้าของเขาโดนลูกหลง ดูเหมือนตอนนี้ฟรังซัวร์จะเลือดขึ้นหน้าจนมองไม่เห็นใคร นอกจากเรนเดลเสียแล้ว
“ไอ้บ้าเอ้ย ทำไมต้องมาเจอแกตอนนี้ด้วยนะ” เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบ เม็ดเหงื่อใบใหญ่ผุดเต็มใบหน้าของเขา เพราะเขาใช้มหาเวทไปถึงสองครั้งในวันเดียว พลังของเขาในตอนนี้ไม่พอที่จะสู้กับฟรังซัวร์
ออโรร่าทำท่าจะห้ามฟรังซัวร์ลูกชายของเธอ แต่แล้วสามัญสำนึกของเธอกลับสั่งให้หยุด เธอจ้องมองไปยังศพของสามีเธอ สิ่งนั้นทำให้เธอไม่อาจฝืนความรู้สึกของตัวเองได้ เธอต้องการเห็นคนฆ่าสามีเธอตาย นั่นคือสามัญสำนึกที่แท้จริงของเธอ
แต่แล้วเธอกลับมองขาของตัวเองที่ขยับได้ และนึกถึงเรนเดลในวัยเด็ก ที่โตมาพร้อมกับฟรังซัวร์ ความรู้สึกผิดของเธอพรั่งหรูออกมาทันที เมื่อนึกได้ว่าที่เรนเดลต้องกำพร้า เพราะสามีของเธอ และมาริค ทำเอาเธอสะอื้นไห้ และทำอะไรไม่ถูก
โคโตโนฮะที่กำลังดูการต่อสู้อยู่ เธอตัดสินใจจะเข้าไปห้ามการต่อสู้ แต่ทว่าข้อมือของเธอกลับถูกใครบางคนคว้าเอาไว้ก่อน
“อย่าพึ่งยุ่งกับลูกศิษย์ฉันนนะจ๊ะ แม่นักบวชสาว” เมกุมิกล่าวพลางร่ายเวทผนึกสมบูรณ์ขั้นเจ็ดใส่ที่ร่างของโคโตโนฮะ เธอไม่สามารถขยับร่างกายได้เลย แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องตกใจ เธอรู้สึกแปลกใจมากกว่า ที่อีกฝ่ายเข้าข้างหลังเธอได้ โดยที่เธอไม่รู้ถึงตัวตนของอีกฝ่ายเลย
“เมกุมิ ปล่อยโคโตโนฮะเดี๋ยวนี้นะ” ดาร์คเนสกล่าวพลางเห่าใส่เมกุมิรัวๆ เมกุมิเอียงคอดาร์คเนสด้วยความสงสัย ก่อนเธอจะพุ่งเข้าประชิดดาร์คเนสได้อย่างง่ายดาย และอุ้มมันขึ้นมากอดเล่น
“ว้าย น่ารักจังเลย” เมกุมิกล่าวพลางคลอเคลียดาร์คเนส “นายนี่หน้าตาเหมือนดาร์คเนส สุนัขของอาร์กัสไม่มีผิดเพี้ยนเลยนะ”
“ฉันเอง...เมกุมิ” ดาร์คเนสกล่าวอย่างยากลำบาก เพราะเมกุมิกำลังใช้สองมือลูบไปทั่วทั้งตัวของมัน “ฉันคือดาร์เนส สัตว์ภูติของอาร์กัส”
“งั้นหรือจ๊ะ” เมกุมิกล่าว “ถ้านายยังอยู่ ก็แสดงว่าอาร์กัสก็อาจจะมีชีวิตอยู่น่ะสิ...แล้วอาร์กัสอยู่ไหนกันล่ะ”
“นู่น” ดาร์คเนสกล่าวพลางหันไปมองเรนเดล ที่กำลังวิ่งหลบศรพรหมมาสตร์ของฟรังซัวร์อย่างไม่คิดชีวิต “ลูกศิษย์เธอกำลังจะใช้วิชาของเธอฆ่าอาร์กัสที่เกิดใหม่อยู่นะ”
“เด็กคนนั้นคืออาร์กัสหรือ” เมกุมิกล่าวพลางทำท่าวิเคราะห์ ก่อนจะหัวเราะด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“ถ้าเขาคืออาร์กัสจริง เขาจะไม่ตายด้วยเวทศรพรหมมาสตร์ระดับเจ็ดหรอกนะ”
“โถ่ถัง” ดาร์คเนสกล่าวพลางถอนใจ “อาร์กัสพึ่งสำเร็จมหาเวทสะบั้นมิติระดับแปด เขาไม่เก่งเหมือนแต่ก่อน อย่าเอาตัวเขาในชาติที่แล้วมาเปรียบเทียบสิ”
เมกุมิถอนใจ ก่อนที่เธอจะเตรียมไปห้ามฟรังซัวร์ แต่แล้วเท้าของเธอก็ก้าวออกจากจุดที่ยืนอย่างรวดเร็ว ก่อนที่คมดาบวัชระของโคโตโนฮะจะฟาดลงมาตรงจุดที่เธอยืนอยู่อย่างหวุดหวิด
“เอ๋...ปลดล็อคเวทพันธนาการสมบูรณ์ของฉันได้หรือจ๊ะ” เมกุมิกล่าวด้วยท่าทีร่าเริง “ไม่ธรรมดาเลยนะ แม่สาวน้อย”
“อย่ามาดูถูกกันนะ” โคโตโนฮะกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ถึงยังไงฉันก็เป็นว่าที่มิโกะศักดิ์สิทธิแห่งจักรวรรดิ ฉันไม่กลัวในพลังอำนาจของคุณหรอกค่ะ อดีตจอมเวทเจ็ดดาราธาตุแสง นานะ เมกุมิ”
“รู้ด้วยหรือว่าฉันเป็นใคร” เมกุมิเอ่ยถาม “ชักสนุกแล้วสิ ที่มีคนในยุคนี้กล้ามาท้าทายฉัน”
โคโตโนฮะหลับตาทำสมาธิ ก่อนที่เธอจะใช้ศาสตร์เวทนอกคัมภีร์พระเวท ยันต์สีเหลืองลงอักขระเวทที่ไม่คุ้นตาของเมกุมิ ถูกดึงออกมาไว้ในมือของโคโตโนฮะ
“เวทยันตระหรือ” เมกิมุเอ่ยถามพลางเอียงคอ “พลังนอกคัมภีร์พระเวทสินะ...เดาว่าคงเป็นของพวกพุทธวัชรยาน หรือว่าลัทธิชินโตแน่ๆ”
โคโตโนฮะไม่ตอบอีกฝ่าย เธอสวดบริกรรมคาถาฉบับรวบลัดแบบไม่เปล่งเสียง ก่อนที่ยันต์สีเหลืองของเธอจะเรืองแสง เธอสั่งให้ยันต์นับสิบบินไปหาอีกฝ่ายทันที
เมกุมิไม่ได้ดูถูกพลังของอีกฝ่าย เธอเคลื่อนตัวหลบยันต์ไปมาไม่ให้โดนเธอ ก่อนจะพุ่งเข้าประชิดโคโตโนฮะ ดาบแก้วปรากฏในมือขวาของเธอทันที เมื่อเธอเหวี่ยงมือใส่ร่างโคโตโนฮะ ทำเอาโคโตโนฮะต้องยกดาบวัชระของเธอขึ้นมาต้านเอาไว้
เกิดแรงระเบิดสนั่นหวั่นไหว จนเรนเดลและฟรังซัวร์ต้องหยุดหันมอง พวกเขาทั้งสองพบว่าโคโตโนฮะ กำลังสู้กับเมกุมิอยู่ แม้ว่าโคโตโนฮะจะดูเสียเปรียบ เธอตกเป็นฝ่ายตั้งรับและถอยร่นตลอด แต่อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้แพ้อีกฝ่ายอย่างหมดรูป
“นั่นคือท่านอาจารย์ของฉัน” ฟรังซัวร์กล่าว “ท่านจะฆ่าแก ฆ่าทุกคนที่เกี่ยวข้องกับแก คอยดูเถอะ”
“อย่ามั่นใจนักเลย” เรนเดลกล่าว ขณะที่เขาแอบฟื้นพลังในตัวไปด้วย “ขอแค่ฉันได้คุยกับอาจารย์ของแกสักหนึ่งนาที อาจารย์ของแกจะประหารแกด้วยตัวของเธอเองเชียวล่ะ”
“น่ากลัวจังเลย” ฟรังซัวร์กล่าว “งั้นฉันคงต้องฆ่าแกก่อนเลยสินะ กันไว้ดีกว่าแก้”
ฟรังซัวร์เรียกวงเวททั้งเจ็ดของตนมาไว้ด้านหน้า ก่อนจะรวมพลังทั้งหมด เพื่อใช้ศรพรหมาสตร์ระดับไม้ตายจัดการเรนเดล แต่ทว่าเรนเดลรวบรวมพลังเพียงพอแล้ว ที่จะทำอะไรบางอย่างที่ทุกคนจะคาดไม่ถึง
“นามนั้นคือศิวะ องค์พระผู้เป็นสยมภู” เรนเดลกล่าวเอ่ยชื่อเทพโดยตรง ด้วยน้ำเสียงอันทรงพลัง “มหาเทพผู้เป็นพลังของข้า ผู้เป็นที่พึ่งพิงแห่งข้า และข้าขอหยิบยืมพลังของพระองค์ เพื่อชำระล้างโลกใบนี้ให้ไร้มลทิน”
เกิดเสียงฟ้าผ่าดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วผืนฟ้า พร้อมกับท้องฟ้าค่อยๆมืดลงจนสังเกตุได้ชัด เมกุมิหยุดการกลั่นแกล้งโคโตโนฮะทันที ก่อนที่เธอจะมองไปที่เรนเดล
เสียงโอมดังลงมาจากท้องฟ้าสนั่นหวั่นไหว ก่อนที่วงเวททั้งแปดของเรนเดล จะขยายเป็นสิบสองวง พร้อมกับเกิดคลื่นพลังแห่งความมืดกระจัดกระจายรอบตัวของเรนเดล และคลื่นพลังนั้นทำเอาฟรังซัวร์กระเด็นไปไกลหลายสิบเมตร
“แกทำอะไร” ฟรังซัวร์กล่าวด้วยน้ำเสียงตะลึง “พลังเวทของแกเลื่อนมาเป็นระดับสิบสองตั้งแต่เมื่อไหร่”
“อาจารย์เมกุมิของแกไม่ได้สอนหรือ หนูน้อยฟรังซัวร์” เรนเดลกล่าวพลางส่งยิ้มให้กับอีกฝ่าย “วิธีลัดพลังมหาเวทชั่วคราว ด้วยการหยิบยืมพลังจากเทพเจ้าโดยตรงน่ะ...แต่ข้อเสียมันก็มีนะ ชดใช้ค่อนข้างแพงเลยทีเดียว”
เรนเดลไม่รอฟรังซัวร์ตอบ ลำแสงสุญตาของเขาเริ่มยิงใส่อีกฝ่ายกลับคืน จนฟรังซัวร์ที่ต้านพลังไม่ไหว ตกเป็นฝ่ายตั้งรับและถอยร่นแทน
“ดูเหมือนที่ดาร์คเนสพูด จะเป็นจริงสินะ ว่าเขาคืออาร์กัส” เมกุมิกล่าวพลางหันหลังให้กับโคโตโนฮะ เพื่อดูท่าทีของเรนเดล โคโตโนฮะอาศัยจังหวะนี้ ซัดดาบใส่เมกุมิ แต่ทว่าวงเวทธาตุสายฟ้าระดับเก้าผุดขึ้นมาจากแผ่นหลังของเมกุมิ เพื่อป้องกันเธอเอาไว้ ทำเอาโคโตโนฮะที่ฟาดดาบมาเต็มแรงถูกบาเรียเวทสะท้อนกลับทันที
“แกร่งเกินไปแล้ว” โคโตโนฮะกล่าวเสียงสั่น “ฉันไม่มีทางที่จะชนะเธอเลยสินะ ยัยปีศาจ”
“ใช่แล้วล่ะ” เมกุมิตอบอย่างไม่ใส่ใจ เพราะเธอกำลังจับจ้องเรนเดล “เธอไม่มีวันช่วยคนรักของเธอได้หรอกนะ สาวน้อย...และคนรักของเธอ จะต้องเป็นของฉัน”
เมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดมาแบบนี้ โคโตโนฮะรู้สึกเจ็บใจอย่างมาก อันที่จริงใจของเธอเจ็บปวดตั้งแต่รู้ว่าเมกุมิเป็นแฟนเก่าของเรนเดล เธอรู้สึกพ่ายแพ้ขึ้นมาทันทีเมื่อรู้เช่นนั้น เพราะเธอเชื่อว่าเรนเดลเองก็ยังไม่สามารถลืมเมกุมิไปได้ เมื่อทั้งสองยังคงรักกันอยู่ เธอก็คือส่วนเกินของพวกเขา
“เรนเดลน่ะ...เป็นของฉันนะ” โคโตโนฮะกล่าวเสียงสั่น น้ำตาของเธอเริ่มไหลริน “เรนเดลเป็นของฉัน เธอไม่มีสิทธิแย่งเขาไปอย่างเด็ดขาด”
“ถ้าฉันจะแย่งแล้วทำไมหรือจ๊ะ”
“ก็จะใช้ทุกอย่างที่มีเพื่อกำจัดเธอยังไงล่ะ”
ดวงตาของโคโตโนฮะที่เป็นสีเขียวมะกอก กลายเป็นสีแดงเพลิง ก่อนที่ผมสีน้ำตาลเงางามของเธอ จะกลายเป็นสีแดงเช่นเดียวกัน
รัศมีแห่งเพลิงอันร้อนแรงปรากฏโอบล้อมรอบตัวโคโตโนฮะ เพลิงนั้นรุนแรงมากจนแม้กระทั่งเมกุมิยังต้องถอยห่าง
“พลังเธอเป็นธาตุสายฟ้ามิใช่หรือ” เมกุมิเอ่ยด้วยความประหลาดใจ “แต่พลังเวทธาตุไฟนี่มันอะไรกัน”
“รู้เอาไว้ซะ ยัยจอมเวทตกยุคสามร้อยปี” โคโตโนฮะกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ว่าหลังยุคที่โลกล่มสลายไปแล้วน่ะ เวทนอกพระเวทไม่ได้สูญหายหรอกนะ แต่มันถูกผสม และหลอมรวมจนเป็นหนึ่ง...และสิ่งที่ฉันจะใช้ต่อไปนี้ ก็คือพลังแห่งการผสมผสานยังไงล่ะ”
แสงสว่างสีแดงเพลิง จากมหาวงเวททั้งสิบสองวงปรากฏออกมาจากร่างของโคโตโนฮะ ก่อนที่มหาวงเวทจะแตกสลายออก ปรากฏรูปร่างที่แท้จริงของพลัง นั่นคือดวงอาทิตย์ทั้งสิบสองดวง
“นามนั้นคืออามาเทราสึ คามิ โนะ คามิ เทพของเหล่าทวยเทพ” โคโตโนฮะกล่าวบทเวทอัญเชิญพลังของเทพโดยตรง เช่นเดียวกับเรนเดล “ข้าขอหยิบยืมเพลิงอันศักดิ์สิทธิของพระองค์ เพื่อชำระล้างมลทิณที่แปดเปื้อนด้วยเถิด”
โคโตโนฮะในตอนนี้ มีพลังที่ใกล้เคียงกับเรนเดล หรือแม้แต่เมกุมิมาก เพราะพลังของเธอทัดเทียมกับมหาเวทถึงสิบสองระดับ แต่แทนที่เมกุมิจะตกใจหรือหวาดกลัว แต่เธอกลับยิ้มที่มุมปาก
เกิดแผ่นดินไหวสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง และครั้งนี้มันรุนแรงกว่าทุกครั้ง ผืนดินที่ทุกคนยืนอยู่ กลายเป็นหลุมลึกน่ากลัวทันที ก่อนที่อะไรบางอย่างจะผุดขึ้นมาจากหลุมนั้น
ทุกๆคนต่างบินหนีตัวประหลาดที่ออกมาจากหลุมยักษ์ เรนเดลรีบพุ่งเข้าไปประคองป้าออโรร่าทันที ทำให้ฟรังซัวร์จำใจต้องหยุดการต่อสู้เอาไว้ก่อน เขาตัดสินใจบินเข้าไปหาเรนเดล เพื่อช่วยประคองแม่ของเขาด้วย
ตัวประหลาดนั้นมีรูปร่างคล้ายปลาขนาดใหญ่ ตัวของมันสีเงิน แต่หัวมันนั้นกลับคล้ายมังกร
“ข้าสัมผัสได้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่...ยิ่งใหญ่มากๆ มากเสียจนข้าหิวเหลือเกิน” ปลาหัวมังกรตัวนั้นเปล่งเสียงของมันออกมา จนทุกคนได้ยินกันทั่ว
“บาฮามุท” เมกุมิเอ่ยเรียกนามของมัน ทำเอามันหันมามอง “ดูเหมือนแกจะยอมโผล่ออกมาจากใต้ผืนดินแล้วสินะ”
“นังมนุษย์ผู้ต่ำช้า” บาฮามุทกล่าว “ข้าได้รับการสักการะ ในฐานะผู้มอบพลังเวทให้กับเหล่าจอมเวทที่นับถือข้า แกกล้าดียังไง มาตีตัวเสมอกับข้า”
“เพราะแกไม่ใช่บาฮามุทยังไงล่ะ” เมกุมิกล่าว “แกคือความผิดพลาด ที่ภัยพิบัติเมื่อสามร้อยปีก่อนทิ้งเอาไว้ และภัยพิบัตินั้นจับกลุ่มก้อนของตำนานจอมเวท จนออกมาเป็นตัวแกยังไงล่ะ แกคือส่วนเกินของโลกใบนี้”
เมกุมิหันไปมองฟรังซัวร์และเรนเดล ก่อนจะหันไปมองโคโตโนฮะ
“หากเรากำจัดตัวตนแห่งภัยพิบัตินี้ลงได้ จะไม่มีอันเดดหรือปีศาจในเขตแดนนี้อีกต่อไป...พวกเธอจงร่วมใจกันจัดการบาฮามุทซะ”
“และทำไมฉันต้องฟังเธอ” โคโตโนฮะกล่าวเสียงขุ่นทันที
“เพราะโลกที่แสนสงบสุข กำลังรอเธออยู่ยังไงล่ะ” เมกุมิกล่าวพลางส่งยิ้มให้กับอีกฝ่าย “ตัวตนแห่งภัยพิบัติบนโลกใบนี้ มีมากเกินกว่าจะนับ แต่เมื่อใดที่มันหายไปจากโลกจนหมด โลกก็จะพ้นจากคำสาปที่น่าเศร้านี้ยังไงล่ะ”
“ฉันเชื่อเธอ เมกุมิ” เรนเดลกล่าวก่อนจะส่งป้าออโรร่าให้ฟรังซัวร์ “จอมเวทเจ็ดดาราเที่ยงแท้ถึงสองคนอยู่ตรงนี้ มีหรือที่เราจะทำอะไรไม่ได้”
“อย่าถ่วงฉันก็แล้วกัน อาร์กัสที่เกิดใหม่” เมกุมิกล่าวท้าทาย “เพราะงานนี้ฉันเอาจริงนะ”
“ฉันเองก็เอาจริง” เรนเดลกล่าวพลางจ้องมองไปที่บาฮามุท ราวกับว่าปีศาจยักษ์ตัวนี้ เป็นแค่เหยื่อชิ้นโต