ตอนที่ 49
หลังจากที่นิลกาฬสั่งโนราและคิริน โนราได้เข้าสู่โหลดต่อสู้ทันที โนราใช้นาโนบอทสร้างเป็นชุดสูทนาโนสีดำคล้ายๆกับเกราะIronmanzสำหรับการรบ ถือปืน Kriss SV type - 88 สีดำเงา 2 กระบอก ส่วนคิรินเองก็เปลี่ยนเป็นร่างคิจินพร้อมกลับปลดปล่อยโหมดบ้าคลั่ง ถือดาบซามุไรนาโนสีดำเงาที่นิลกาฬสร้างให้
เมื่อยูกิ เสวียนซิน ริน และเมาชิง เห็นโนราและคิรินในโหลดพร้อมรบทำให้พวกนางตกใจเป็นอย่างมาก พวกนางไม่คิดว่าคิรินจะเป็นผลึกวิญญาณสัตว์เลี้ยงโหมดบ้าคลั่งได้ โดยปกติมอนสเตอร์โหลดบ้าคลั่งจะพบได้ในมอนสเตอร์ระดับกษัตริย์ขึ้นไปและหายากเป็นอย่างมาก
ส่วนหลินเองเหมือนจะไม่แปลกใจกับเหตุการณที่เกิดขึ้นสักเท่าไร
“นิลอาละวาดให้เต็มที่นะ”
“มันแน่นอนอยู่แล้ว พยายามอย่าเข้ามาใกล้การต่อสู้ของข้าและสหัสเดชะ ข้าคิดว่าการต่อสู้จะต้องรุนแรงเป็นอย่างมาก ถ้าพวกเจ้าไม่สามารถสู้พวกลูกน้องไปไหว ให้หนีไปทันทีเข้าใจไหม”
““อืม””
ขณะที่นิลกาฬกำลังจะเดินเข้าไปภายในฐานที่มั่นของกลุ่มทศกัณฐ์
“อย่าฆ่าสหัสเดชะนะราหู”
เสียงปริศนาดังออกมาจากด้านหลังของนิลกาฬ นิลกาฬหันหลังกับมาทันที
“เมื่อกี่มีใครพูดอะไรไหม”
สาวๆหันมามองหน้ากันด้วยความสงสัย พวกนางไม่เข้าใจว่านิลกาฬพูดถึงสิ่งใด
เมื่อนิลกาฬเห็นสีหน้าของสาวๆ ทำให้เขาคิดไปว่าเขาคงหูฝาดไปเอง
“ไม่เป็นไร ยังไงพวกเจ้าก็ระวังตัวกันด้วยละ”
นิลกาฬเรียกชุดเกราะทมิฬออกมาและพุ่งไปยังฐานที่มั่นทันที
‘สุวรรณเจ้าออกมาได้อย่างไร และเมื่อกี่เจ้าคุยอะไรกับนิลกาฬ’
‘เจ้าไม่ต้องกังวลไปข้าไม่ได้พูดอะไรไม่ดีออกไป ข้าเพียงแค่ให้เขาไว้ชีวิตของสหัสเดชะเอาไว้ ตอนนี้สหัสเดชะแค่กำลังหลงผิด ปกติแล้วเขาไม่ใช้คนโหดเหี้ยมแบบนี้’
***
“ข้าว่าข้าได้ยินเสียงคนจริงๆนะ ถึงจะบอกให้อย่าฆ่าสหัสเดชะ ยังไงข้าก็ไม่ฆ่าหมอนั้นอยู่แล้วเพราะยังไงซะหมอนั้นก็เป็นเหมือนกับน้องชายของข้าละนะ แต่คนที่เรียกข้าว่าราหูก็มีเพียงแค่สุวรรณคนเดียว เป็นไปไม่ได้หรอกก็นาง… ช่างเหอะเรามาคิดว่าจะจัดการกับสหัสเดชะยังไงดีกว่า”
“พวกแกทุกคนจงฟังตอนนี้ฐานลับของเรากำลังจะถูกจู่โจมในอีกไม่ช้า พวกแกจงไปจัดการกับผู้บุกรุกซะ ข้าคิดว่ามันน่าจะมาคนเดียว แล้วก็ส่งลูกน้องคนอื่นๆออกไปตรวจบริเวณรอบๆด้วยเผื่อมีศัตรูที่ไม่คาดคิดโผล่มาอีก”
““ขอรับท่านหัวหน้า””
พวกลูกน้องของสหัสเดชะรีบวางแผนเตรียมป้องกันและจัดการกับผู้บุกรุก พวกเขาได้สั่งลูกน้องระดับล่างๆ ออกไปตรวจตราบริเวณรอบๆฐานลับ
นิลกาฬยังไม่ได้เรียกอาวุธใดๆออกมา เขาใช้เพียงแค่หมัดเปล่าๆ ต่อยไปยังทางเข้าฐานลับ
ตูม~
ประตูทางเขาพังกระจุยกระจายทันที นิลกาฬพุ่งเข้าไปในฐานที่มั่น เขาใช้สันมือจัดการกับลูกน้องจนสลบ เขามาที่นี้เพื่อที่จะสะสางความแค้นของเขากับสหัสเดชะเท่านั้น เขาไม่ต้องการให้คนอื่นๆเดือดร้อนไปด้วย
“จัดการมันให้ได้”
“อ๊ากกก”
“ไม่ไหวแล้วครับหัวหน้า หมอนั้นมันสัตว์ประหลาดชัดๆ”
“อ๊ากกก”
“พวกเราถ่อยไปตั้งหลัก”
“ถอย ถอย ถอย” พวกลูกน้องได้ถอยกลับไปตั้งหลักทันที
“ยังพอมีความฉลาดอยู่บ้างสินะคนพวกนี้”
หลังจากที่พวกลูกน้องของสหัสเดชะหนีไป นิลกาฬได้ใช้สัมผัสจักรวาลสัมผัสถึงที่อยู่ของสหัสเดชะ เขาพบว่าสหัสเดชะไม่ได้ขยับไปจากที่เดิมเลย ทำให้นิลกาฬสงสัยเป็นอย่างมากว่าสหัสเดชะคิดอะไรอยู่ นิลกาฬใช้สสารมืดทำเป็นสว่านขนาดใหญ่เพื่อที่จะเจาะพื้นลงไปหาสหัสเดชะ
ฟิ๊นๆ~ คลุกๆ~
ดินค่อยๆล่วงหล่นลงมาจากเพดาน
ปรู๊ง~
ก้อนกินและหินล่วงลงมายังชั้นที่สหัสเดชะอยู่ ฝุ่นจากการเจาะสว่านของนิลกาฬ ทำให้ภายในห้องมีเกิดฝุ่นหนา
“ไหนขอดูหน่อยสิใครกันที่กล้ามาบุกกลุ่มทศกัณฐ์ วิรุฬหก ไมยราพ หรือพิเภกกัน”
“ดูเหมือนว่านายจะเดาไม่ถูกนะสหัสเดชะ ถึงแกจะหัวดีแต่เรื่องเดาสุ่มยังไม่ได้เรื่องเหมือนเดิม”
“เสียงนี้มัน…”
“ใช่ข้าเองเจ้าตามหาข้าอยู่ไม่ใช่หรอก”
“แก~”
บู๊ม~
สหัสเดชะปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมาทันที ใบหน้าของเขาตอนนี้หน้ากลัวเป็นอย่างมาก
สหัสเดชะไม่รอช้าเขาพุ่งเขาหานิลกาฬทันที เขาชกหมัดขวาไปที่ใบหน้าของนิลกาฬ
ปัง~ นิลกาฬกระเด็นไปติดกำแพงห้องทันที
“ไม่คิดเลยว่าแกจะมารนหาที่ตายเองนะนิลกาฬ เป็นบังไงบ้างละหมัดของข้า”
นิลหาฬค่อยๆรุกขึ้นมาจากซากก้อนหินที่หล่นทับ
“ก็ยังเบาเหมือนเดิม”
“หน่อย~”
สหัสเดชะพุ่งเขาไปจัดคอมโบชุดใหญ่ใส่นิลกาฬ
ปัง ปัง ปัง ปัง
นิลกาฬไม่ได้คิดที่จะป้องกันแต่อย่างใด แถมตอนนี้เขาไม่ได้สวมเกราะทมิฬแล้วด้วยทำให้ตอนนี้เขารับการโจมตีจากสหัสเดชะโดยตรง
“แกคิดจะทำอะไรกันแน่ห่ะ นิลกาฬ แกคิดว่า แกมาให้ข้าอัดแกเพื่อระบายอารมณ์แล้วมันจะจบง่ายๆอย่างงั้นหรอห่ะ” สหัสเดชะยังคงโจมตีนิลกาฬต่อไปเรื่อยๆ
“แกยังคงจมอยู่กับอดีตอีกหรอ อุส่าได้มาโลกใหม่ทั้งที ได้ใช้ชีวิตใหม่ ทำไมยังคงคิดถึงเรื่องนั้นอยู่ละ”
“จะไม่ให้คิดถึงได้ยังไง ก็ทั้งหมดมันเป็นเพราะแก เพราะแกคนเดียวเลย ทำไม ทำไม ทำไมกัน ถ้าวันนั้นแกไม่ฆ่าพวกรัสเซียให้หมด ท่านพี่ ท่านพี่ของข้าก็คงไม่ต้องมาตายเพราะแก เข้าใจไหมไอ้คนฆ่าท่านพี่” สหัสเดชะต่อยหมัดขวาใส่หน้าของนิลกาฬสุดแรง
ปัง~
ทำให้นิลกาฬกระเด็นไปติดกำแพง และกระอักเลือดออกมาเล็กน้อย
“แกอย่าคิดว่าทำแบบนี้แล้วข้าจะหายแค้นแกนะนิลกาฬ ถ้าข้าไม่ได้ฆ่าแกด้วยมือของข้า ข้าก็คงจะไม่หายแค้นหรอก ย๊ากกกกกก~”
สหัสเดชะปลดปล่อยพลังเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น ร่างกลายของเขาค่อยๆขยายใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น สีผิวค่อยๆกลายเป็นสีขาวเผือก
ห้องใต้ดินตอนนี้มีขนาดเล็กไปสำหรับสหัสเดชะแล้วตอนนี้ ตัวของเขาค่อยๆกลายเป็นยักษ์ตัวสีขาว มีเขี้ยวงอกขึ้นมา 2 ข้าง และมีเขายื่นออกมาจากหน้าฝาก 1 เขา
“ข้าจะฆ่าแกให้จงได้นิลกาฬ”
“แย่แล้วไอ้เจ้าหมอนั้นมันยอมให้ร่างยักษ์กลืนกินเพื่อแลกกับพลังยังงั้นหรอ ไม่ดีแน่ ขนาดข้าเองถ้าไม่มีหลวงตามาช่วยไว้ละก็ข้าคงจะกลายเป็นอสูรกายยักษ์กินคนไปแล้ว ยังไงก็ต้องช่วยหมอนั้นละนะ ย๊ากกกก”
นิลกาฬเองก็ปลดปล่อยพลังยักษ์เช่นกัน พลังของเขาเพิ่มขึ้นแต่ขนาดตัวเท่าเดิม ผิวค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีดำ ดวงตาสีแดง เขี้ยวงอกออกมา 2 ข้าง และมีเขางอกออกมาจากหน้าฝาก 1 เขา
ทางฝั่งของหลิน พวกนางกำลังรับมือกับลูกน้องระดับผู้วิวัฒนาการ ผู้เป็นเลิศ และระดับกษัตริย์ พวกนางสามารถรับมือกับลูกน้องระดับวิวัฒนาการและผู้เป็นเลิศได้ แต่ไม่สามารถรับมือกับระดับกษัตริย์ได้ จึงต้องให้ทางโนราและคิรินเป็นคนจัดการ พวกลูกน้องระดับกษัตริย์รู้อยู่แล้วว่าโนราและคิรินดูอันตรายมากกว่า 5 สาว จึงมำให้พวกระดับกษัตริย์ทั้งหมดหันมาสนใจเพียงแค่โนราและคิริน
โนราและคิรินถูกนิลกาฬสั่งมาว่าให้ปกป้องพวกหลินสุดชีวิตโดยใช้ทุกอย่างที่มีได้ พวกนางรู้ว่านิลกาฬไม่ได้สั่งให้ฆ่าพวกเขาแต่เป็นทำให้สลบแทน
“ทำการกำจัดเป้าหมาย เปลี่ยนลูกกระสุนนาโนเป็นกระสุนยาสลบเรียบร้อย เริ่มทำการกวาดล้างได้” โนราพุ่งเขาไปหาพวงลูกน้องระดับกษัตริย์ทันที
ปังๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
พวกลูกน้องโดนกระสุนยาสลบของโนราเข้าไปทำให้สลบกันในทันที ลูกน้องบางคนก็สามารถหลบกระสุนของโนราได้
“ยัยนี้มันเป็นตัวอะไรกัน แถมอาวุธนั้นอีกอาวุธบินยังงั้นหรือ ความไวในการยิงแบบนั้นยิงกว่าอาวุธบินของพวกเราอีก พวกเราปล่อยยัยนี้เอาไว้แล้วไปจัดการกับอีกคน”
““ขอรับ””
พวกลูกน้องโจรได้เปลี่ยนเป้าหมายจากโนรามาเป็นคิรินทันที
“ดูเหมือนว่าพวกนั้นจะไม่สามารถสัมผัสได้ถึงออร่าที่บ้าคลั่งของคิรินสินะ ดิฉันขอบอกว่าคิรินโหดกว่าดิฉันอีกนะค่ะ”
““ห่ะว่ายังไงนะ”” พวกลูกน้องที่กำลังพุ่งเข้าไปหาคิริน
ชิ้งๆๆๆๆๆๆๆๆๆ พรึ๊บ~
พวกลูกน้องสลบอย่างไม่ทราบสาเหตุ ส่วนคิรินเองตอนนี้ก็ไม่ได้ยืนอยู่ที่เดิมแล้ว ตอนนี้นางกำลังเดินมาหาหัวหน้าที่ค่อยสั่งการอยู่ ไม่มีแม้แต่เสียงฝีเท้าในการเดิน
“อะไรกันทั้งยัยนี้และยัยนั้นมันเป็นปีศาจมันหรือยังไง ไม่ๆๆๆๆๆๆๆๆ ไม่ต้องไม่ใช่แบบนี้สิ ไม่ต้องไม่ช่ายแบบนี้~”
ชิ้ง~ พรึ๊บ~
คนสั่งการล้มสลบลงกับพื้นทันที
“วิชาดาบอิไอสุดยอดมากค่ะคิริน ดิฉันคิดว่าขนาดใช้สันดาบยังขนาดนี้ถ้าใช้ด้านคมดาบ พวกนั้นคงจะหัวหลุดออกจากบ่าเป็นแน่ค่ะ”
คิรินพยักหน้าให้กับโนราและเดินไปจัดการพวกลูกน้องคนอื่นๆที่กำลังต่อสู้กะบพวกหลินอยู่
“หยิ่งจังเลยนะค่ะดิฉันอุส่าพูดด้วย ถ้าไม่ใช้เจ้านายเธอคงจะไม่พูดด้วยสินะ ถึงเสียงของเธอจะเบาจนเจ้านายไม่ได้ยินแต่ดิฉันได้ยินนะค่ะ “รักนายท่านที่สุด”
เคร้ง~
“แหม่ๆ ดิฉันล้อเล่นนิดเดียวเองทำเป็นจริงจังไปได้ นิถึงกลับจะฆ่ากับเลยหรือค่ะ ถ้าเป็นคนอื่นเมื่อกี้คงจะตายไปแล้วนะค่ะหรือไม่ก็บาดเจ็บสาหัส”
คิรินพุ่งเข้ามาฟันโนราอย่างรวดเร็ว แต่โนราเองก็เปลี่ยนจากปืนนาโนมาเป็นดาบนาโนทันทำให้สามารถป้องกันการโจมตีของคิรินได้
“ท…ทำไมเจ้าถึงได้ยินกัน” คิรินพูดเสียงเบามากๆ
“คิดว่าดิฉันเป็นมนุษย์ยังงั้นหรือค่ะ ดิฉันคือสุดยอด AI ที่ท่านนิลกาฬสร้างขึ้นมาเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและตรวจจับคลื่นต่างๆ ดิฉันคิดว่าเสียงของเธอยังดังกว่าเสียงความถี่คลื่นอีกค่ะ”
คิรินหน้าแดงด้วยความเขินอายทันที
“ถ้าเจ้าไปบอกนายท่านละก็ ข้าจะฆ่าให้ดู”
“ขอโทษด้วยค่ะ ดิฉันไม่กลัวเธอหรอก แต่ดิฉันว่าตอนนี้เรามาสงบศึกกันก่อนไหมดูเหมือนว่า พวกท่านหลินจะแย่แล้วถ้าพวกนางมีเพียงแม้แต้รอยขีดข่วนเดียวเจ้านายเอาพวกเราตายแน่ๆค่ะ” คิรินค่อยๆเก็บดาบเข้าฝักและไปช่วยพวกหลินทันที แต่จู่ๆก็...
บรึ๊ม~
เสียงภูเขาตะวันร้อนแรงระเบิดออกมา ทำให้พวกสาวๆหันไปมองทางต้นเสียงทันที พวกนางเห็นยักษ์ตัวสีขาวสูง 5 เมตร กำลังสู้กับ ยักษ์สีดำที่ขนาดตัวพอๆกับมนุษย์
ปล.ผมต้องขอโทษด้วนนะครับหลังจากหยุดยาวไปงานยังไม่เคลียเต็มเลยไหนจะไปอบรมกับออกพื้นที่อีก ช่วงนี้ผมของดลงนิยายก่อนครับ ขออภัยมานะที่นี้ด้วยนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนิยายของผมนะครับ ขอบคุณครับ