ตกค่ำเป็งานเลี้ยงส่งแขกของประมุขชานันภายในหอประชุมจึงคลาคล่ำไปด้วยประมุขเผ่าต่างๆ และผู้ติดตามเมื่อคณะของไซฟาและผู้เฒ่าอดีตประมุขปรากฏตัวขึ้นจึงนับเป็จุดสนใจของผู้คนทั้งหลาย ต่างกล่าวทักทายเสียงอึงมี่ ไซไฟแย้มยิ้มแก่เหล่าประมุขเผ่าในปกครองซึ่งล้วนแต่เคยพบหน้ามาแล้ว
ในงานพิธีสำคัญของโฟอูลจะเชิญประมุขเผ่าทั้งหลายที่อาศัยอยู่ภายในอาณาจักรโฟอุลมาร่วมด้วยเสมอ
ครู่ต่อมาประมุขเผ่าชานันก็ปรากฏกายขึ้นท่ามกลางขบวนผู้าุโทั้งแปด ใบหน้าอ่อนเยาว์งดงามยิ้มแย้มทักทายเหล่าอาคันตุกะ นางคำนับกล่าวทักทายไซฟาและผู้เฒ่าอดีตประมุขเผ่าตามมารยาทก่อนเดินตรงไปยังเก้าอี้ในตำแหน่งประมุขเผ่าที่ถูกจัดวางซ้ายขวาเสียงเล็กดังกังวาลกล่าวเปิดงานด้วยความขอบคุณในน้ำใจของผู้มาร่วมพิธีและชวนดื่มเป็เกียรติแก่ทุกคนในงาน อย่างหลังนี้คงถูกใจผู้เฒ่าอดีตประมุขเผ่าัไม่น้อย ผู้เฒ่ากระดกจอกสุราลงคอซ้ำลอบแลบลิ้นเลียอย่างกระหาย บรรยากาศงานเลี้ยงผ่านไปราวชั่วโมงสุกรผู้คนก็เมามาย ประมุขเผ่าเบงกอลหันมาสนทนาว่ากระไรไซฟาฟังไม่ถนัดเนื่องจากเสียงภายในดังอึกทึกจนฟังไม่ได้สรรพกระนั้นคนผู้นั้นก็หันไปทักผู้เฒ่าอดีตประมุขฮอนอุนแล้วทั้งคู่ก็กอดคอกันดื่มอย่างเมามาย โคเอลเข้ามาชนจอกกับเขาเป็การทักทาย
“สบายดีหรือท่านประมุขโคเอล”
“กระหม่อมย่อมต้องสบายดี แบบเรือที่ไคลีส่งให้ถูกใจพระองค์หรือไม่”
“ข้าชอบมากตอนแรกคิดจะไปเจอท่านที่นั่นแต่มีเทียบเชิญงานอดีตประมุขซาโตเสียก่อน”
“อืมกระหม่อมอยากให้พระองค์ไปเลือกไม้สำหรับต่อเรือด้วยองค์เองแต่คงมีคนไปจัดการแทนกระมัง”
“ข้าส่งเฮนรีไปท่านจะไปพบข้าที่ดานุสไหม” ไซฟาถาม โคเอลหัวเราะ” ท่านช่างเป็คนหนุ่มที่ใจร้อนจริงๆ” เขาไม่ตอบเอาแต่ยิ้มและกระดกเหล้าเข้าปากไซฟายกจอกดื่มบ้างเขายอมรับว่าเป็ใจร้อนและความใจร้อนทำให้เขาขาดความรอบครอบแต่เขาจะมัวลังเลทำไมล่ะในเมื่อทุกอย่างได้วางแผนเอาไว้แล้วร่างอ้วนของโคเอลที่นั่งดื่มกับเขาและคนอื่นๆ นานแล้วจึงลุกขึ้นขอตัวเขาโค้งคารวะแก่ไซฟา เขาก้มศรีษะให้เป็เชิงคารวะตอบ เขารู้ว่าโคเอลมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับชานันแต่เขาจะไม่เอามาขบคิดให้เสียเวลาเพราะโคเอลนับว่าเป็พันธมิตรที่ดีคนหนึ่ง มีประมุขคนอื่นๆ เข้ามาสนทนาและชวนดื่มกับเขามากมายเขาต้องคอยแจกจ่ายลอยยิ้มไปทั่วงานและดื่มตามมารยาทไซฟาลอบมองไปยังใบหน้าอ่อนเยาว์ที่ลอยเด่นอยู่กลางผู้คนนับว่านางและเขาต่างมีสภาพไม่ต่างกันนักในยามนี้ เขาเหลือบมองนางสองสามครั้งหากแต่บัดนี้ไร้ร่างหญิงสาวประมุขเผ่าแห่งชานันเก้าอี้ประจำตำแหน่งตัวนั้นว่างเปล่า ไซฟาเหลือบมองผู้เฒ่าที่ยังนั่งโงนเงนดื่มเหล้าจากไหเพียงผู้เดียวมีร่างประมุขเผ่าเบงกอลหลับคอพับคออ่อนพาดโต๊ะอยู่ข้างๆ ส่วนประมุขโวกกังขอตัวกลับไปนานแล้วไซฟาเรียกชิหลงและราอูลให้นำร่างประมุขไคไปส่งยังหอพักด้านหน้าอันเป็ที่พำนักของเหล่าประมุขทั้งหลายและให้ชินนำพาผู้เฒ่ากลับไปนอนยังหอของตน
เนื่องจากก่อนรุ่งสางคณะของเหล่าประมุขจะทยอยกลับออกจากปราสาท ประมุขเผ่าบางคนที่ติดภารกิจสำคัญก็ขอตัวกลับั้แ่เมื่อเช้า บางคนกลับหลังงานเลี้ยงเสร็จสิ้น ผู้เฒ่าฮอนอุลยังมิยินยอมกลับโดยง่ายจนชินต้องเอ่ยปากว่าจะติดไหสุราไปให้ด้วยนั่นล่ะร่างโงนเงนแอ่นหน้าแอ่นหลังจึงยอมลุกจากเก้าอี้ส่งเสียงอ้อแอ้ให้ชินหิ้วตัวไป ส่วนใหญ่พวกที่เหลืออยู่มักเป็สุนัขสุราทั้งสิ้นที่ยังนั่งดวนเหล้ากันอยู่
ร่างของไซฟาหายลับออกจากหอประชุมแห่งนั้นตามนัดหมายเมื่อออกจากหอประชุมความมืดขมุกขมัวมีมากขึ้นลมหนาวพัดแรงเสียดผิวหน้าคราม แสงไฟจากโครมส่องรำไรตามระเบียงที่ทอดตัวยาวไซฟาหลุดออจากหอประชุมเพียงครู่
เดินตัดตรงเข้าสู่ที่พำนักชั้นในมองเห็นแสงวับแวมจากห้องชินกับผู้เฒ่าฮอนอุนคงกลับถึงห้องแล้ว เขาหักเลี้ยวเลาะระเบียงยาวของหอบัวขาวที่ทอดไปตามแนวตัวอาคารตัดเข้าสวนขั้นในครั้งนี้โดยอาศัยเงามืด หอชั้นในสุดมิได้ติดโครมไฟดวงใหญ่อย่างข้างนอกที่ผ่านมา ไซฟาลัดเลาะกำแพงไปจนถึงหอกลีบเฆมอ้อมออกซ้ายมือเพื่อหาเงาไม้กำบังร่าง
ในสวนยามนี้เ้าชายหนุ่มมองเห็นร่างเล็กของซินอาร์ที่ยืนเขย่งเท้าชะเง้อคอมองหาอะไรสักอย่างท่าทางกระวนกระวายใจท่ามกลางแสงจันทร์ขาวนวลที่สาดส่อง ไซฟาเร้นกายหลบซ่อนสอดส่ายสายตาไปตามเงามืดของต้นไม้ ตามซุ้ม และบริเวณสระน้ำพุว่ามีผู้ใดหลบซ่อนอยู่หรือไม่สำรวจจนแน่ใจว่าประมุขน้อยมีได้เล่นไม่ซื่อให้คนมาดักซุ่มโจมตีเขา ไซฟาทิ้งระยะเวลาให้ผ่านไปนานพอสมควรจนแน่ใจว่าทั่วทั้งสวนแห่งนี้มีเขาและซินอาร์เพียงสองคนเท่านั้น
ท่าทีถอดใจของนางทำเอาไซฟาอดยิ้มไม่ได้นี่ซินอาร์คงคิดว่าเขาเบี้ยวกระมังถึงทำท่าสิ้นหวังขนาดนั้น เอ..ชักอยากรู้แล้วสิว่านางวางแผนอะไรเอาไว้ ไซฟาส่งเสียงเรียกใบหน้ากระวนกระวายหันมาตามต้นเสียงแล้วแปรเปลี่ยนเป็แย้มยิ้มอย่างยินดีเมื่อร่างสูงปรากฏต่อสายตา ซินอาร์นะซินอาร์...หัวใจของไซฟากระตุกวูบ
“ทำไมมาช้านัก” เสียงเล็กๆ ต่อว่า ซินอาร์คิดว่าเขาจะตามมาติดๆ หลังจากไม่เห็นตนอยู่ในหอประชุมนั่นซะอีกแต่จนแล้วจนรอดเขาก็ยังไม่ปรากฏตัวขึ้นซะทีจนนางคิดว่าไซฟาไม่มาแล้วนั่นแหละเขาถึงได้โผล่ออกมา
“ข้ามาตามเวลานัด” ไซฟาบุ้ยปากแหงนมองท้องฟ้าที่มืดสนิทยามนี้มีดาวเต็มฟ้าระยิบระยับดวงจันทร์เต็มดวงลอยเด่นสว่างตางดงามแต่ซินอาร์ไม่มีอารมณ์ชื่นชมความงามของมันด้วยจิตใจร้อนรุ่ม
“จะว่าหม่อมฉันมาก่อนเองใช่ไหม แต่ช่างเถอะเรารีบไปกันดีกว่า” นางกล่าวมือเล็กๆ คว้าหมับไปที่ข้อมือใหญ่จับจูงไปอย่างเร่งร้อนโดยไม่ทันคิดต่อเมื่อมือใหญ่เปลี่ยนข้างเกาะกุมมือเล็กๆ ไว้นั่นแหละที่ซินอาร์รู้สึกตัวขึ้นมานางชักมือกลับอย่างเคอะเขิน
คนร่างสูงสาวเท้าตามคนร่างเล็กที่นำหน้าอย่างว่องไวไซฟาสังเกตุว่าซินอาร์พาเขาตัดออกจากหอกลีบเมฆฝั่งเหนือสุดของตัวปราสาทชั้นในหักเลี้ยวออกทางขวามือเลาะกำแพงไปออกประตูด้านหลังสุดที่มีกำแพงหนากั้นอยู่ตอนแรกไซฟาคิดว่าเป็ประตูทางออกนอกปราสาทจากด้านหลัง แต่กลับกลายเป็ว่าเมื่อผ่านประตูนั้นออกไปสายตาที่มองฝ่าความมืดแต่ยังมีแสงจันทร์ส่องพอมองเห็นเค้าโครงของปราสาทอีกหลังที่ไม่ใหญ่เท่าหมู่ปราสาทที่เขาพำนักภายในนี่คงไม่ใช่หอประมุขที่ซินอาร์ใช้พำนักแน่แต่เป็สถานที่ใดก็ยากจะคาดเดา ทว่าในหัวของไซฟากลับสว่างวาบขึ้นหรือนี่จะเป็หอประมุขมาร์โคที่มีทางลับอย่างที่ผู้เฒ่าฮอนอุนกล่าวไว้แต่ทางลับนั้นน่าจะอยู่ในหอของซินอาร์มิใช่หรือ ไซฟายังสับสนขณะเร่งฝีเท้าตามนางไปติดๆ
“เราจะไปไหนกัน”
“อ้าวก็ที่พำนักของประมุขไงล่ะ นั่นไงหอกลางน้ำ” นางบอกชี้นิ้วไปยังปราสาทข้างหน้า
“พระองค์อยากชมนักมิใช่ เอะหรือพระองค์ไม่ไว้ใจหม่อมฉันคิดว่าหม่อมฉันจะลวงมาสังหาร” ร่างเล็กหันกลับมาตอบและถามในคราวเดียวกัน นางเดินนวยนาดนำหน้าอย่างไม่เร่งร้อนเอียงหน้ามาชม้ายชายตาถามไถ่อย่างข้องใจ
“เปล่าหรอกเพียงแต่คิดว่าประมุขน้อยจะพำนักในปราสาทนั่นไม่ใช่ที่เช่นนี้” เขาไขข้องข้องใจของนาง ซินอาร์หัวเราะออกมาในที่สุด ผลักบานประตูใหญ่ให้เปิดออกเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด คงไม่ค่อยได้เปิดกระมังเ้าชายหนุ่มคิด ก้าวเท้าผ่านประตูที่หญิงสาวเชื้อเชิญ
ปราสาทแห่งนี้มีทั้งหมดห้าชั้นทรงหกเหลี่ยมยอดแหลมคล้ายเจดีย์มีระเบียงรอบทุกชั้นไป เมื่อเข้าไปภายในจึงพบว่าชั้นแรกเป็ห้องโถงกว้างมีประตูรอบทิศทั้งหกด้านสามารถเปิดออกสู่ระเบียงด้านนอกได้ ไซฟามองสำรวจโดยรอบกลาง