นี้แหละคุณพ่อของพวกเรา

    บทที่ 43


    เอกเดินเข้าไปในสวนหลังบ้านแล้วมองไปที่สวนของเขาที่อยู่ข้างหน้าก็ตกตะลึงเล็กน้อยหลังจากที่เขามีระบบค่อยช่วยเหลือมันก็ได้แนะนำการดูแลพืชผักที่เขาพึ่งจะปลูกมันไม่นานรวมถึงการบำรุงรักษา
    แตงโม สตรอเบอรี่ ฟักทอง ตะไคร้ ต้นหอม หัวหอม กระเทียม ถึงแม้ในตอนแรกที่เขาปลูกพืชผักพวกนี้ตัวเขาเองก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรกับมันมากนัก เพราะคิดว่าแค่เขามีน้ำยาค่อยหล่อเลี้ยงพืชผักทั้งหลายพวกมันก็จะโตขึ้นเองอย่างงดงาม แต่เมื่อระบบได้มาเห็นสิ่งที่เขาทำมันถึงกับส่งข้อความตำหนิเขาทันที หลังจากที่เขาเถียงมันอยู่สักพักก็ต้องยอมมัน เพราะเขาไม่สามารถเถียงด้วยเรื่องเหตุผลของมันได้เลย
    และตอนนี้ผลลัพธ์มันก็ได้ปรากฏออกมาตรงหน้าเขาแล้วทั้งสีสันของพืชผักทั้งหลายล้วนแตกต่างจากที่เขาเป็นคนดูแลเองอย่างสิ้นเชิง ทั้งใบผักสีเขียวสด ผลไม้ต่างๆ ล้วนลูกโตและหวานฉ่ำอย่างไม่น่าเชื่อ ถ้าให้ย้อนกลับไปเทียบในตอนนั้นและตอนนี้คงต้องเปรียบราวฟ้ากับเหวเลยละ
    “เหอะๆ นี้นะเหรอความแตกต่างความสามารถของฉันและของระบบที่แนะนำมา” เอกรู้สึกละอายตัวเองเมื่อเขาจำคำที่ระบบว่าเขาได้
    “เจ้าของร่างก็แค่มีดีที่น้ำยาค่อยช่วยเหลือเจ้าของร่าง ถ้าเจ้าของร่างไม่มีมันพืชผักพวกนี้ก็คงตายไปตั้งแต่พวกมันยังเจริญเติบโตไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ” แค่นึกถึงคำพูดของมันตัวเขาก็อยากจะเอาหน้ามุดดินจริงๆ
    “เอาละแค่สองลูกคงจะพอ” เอกหยิบแตงโตแล้วเดินไปหาคนงานแล้วสอนพวกเขาว่าต้องดูแลมันยังไงในส่วนที่เหลือซึ่งเขาเองก็ไม่ต้องสอนอะไรพวกเขามากนักเพราะเมื่อวานเขาเองก็สอนและให้พวกเขาลองทำดูกันบ้างแล้ว
    “ไม่ต้องห่วงครับนายพวกเราทุกคนในที่นี้จำที่นายท่านสอนพวกเราหมดแล้วครับ” หนึ่งหัวหน้าคนงานที่ดูแลสวนแทนเขาเมื่อเขาไม่อยู่ได้พูดกับว่าพวกเขาจำมันได้เป็นอย่างดีแล้ว
    เมื่อเห็นว่าใกล้เวลาที่สองแสบนั้นจะเลิกเรียนแล้วก็รีบกลับบ้านไปอาบน้ำทันทีเมื่อเอกไปรับสองแสบกลับบ้านแล้ว สองแสงเองก็รีบวิ่งไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วลงมาหาเขาทันที เมื่อเขาบอกพวกเธอว่าวันนี้มีแตงโมอร่อยๆ ให้ทั้งสองด้วย
    ไมค์และน้ำทิพย์ที่มองดูลูกแตงโมลูกใหญ่ขนาดใหญ่ตรงหน้าอย่างแปลกใจถึงสองแสบจะรู้ว่าแตงโมที่สวนของพวกเธอจะลูกใหญ่มากแต่แตงโมที่สองแสบเห็นอยู่ตรงหน้ากับลูกใหญ่กว่าที่พวกเธอเคยเห็นมาทั้งหมด
    “ฮู้ว..ทำไมแตงโมลูกนี้ใหญ่จังค่ะคุณพ่อ” น้ำทิพย์ถามเอกในขณะที่ตัวเองก็ลองอุ้มแตงโมทั้งสองข้างด้วยสีที่บ่งบอกถึงความหนักของมัน
    “เอาละๆ น้ำทิพย์แตงโมก่อนลูก” พูดเสร็จเอกก็เดินไปแย่งแตงโมจากมือน้ำทิพย์มาก่อนจะหั่นแตงโมออกมาเป็นส่วนๆ ทำให้สองแสบมองตาเป็นมันเมื่อเห็นว่าภายในของแตงโมมันหน้ากินขนาดไหน
    เอกที่เห็นก็ส่ายหน้า ถ้าเป็นเรื่องกินเขาจะยกให้เจ้าสองตัวแสบนี้เป็นที่หนึ่งในด้านกิน
    หลังจากที่เอกตัดแบ่งให้ทั้งสองแล้วน้ำทิพย์กับไมค์ถึงกับยิ้มหวาน ใช้แล้วเพราะมันหวานจริงๆ นั้นเองแถมเนื้อของแตงโมก็ไม่เละอีกด้วยทำให้เรากินมันได้เต็มปากเต็มคำโดยเฉพาะน้ำในเนื้อของแตงก็มีเยอะจนมันพอดีกับเนื้อแตงโมพอดี
    เอกที่พึ่งนึกขึ้นได้ว่าเขาสัญญาว่าจะพาไปทั้งสองซื้อของที่พวกเธอชอบเนื่องจากวันเกิดของขวัญที่เขาจะมอบให้กับโดนเจ้าอนันต์เผ่าเป็นจุณ
    เมื่อเห็นสองแสบกินกันจนอิ่มแล้วเขาก็เรียกทั้งสองมาหาเขาทันที
    “เอาละ ทั้งสองไปล้างหน้าล้างตาล้างปากเดี๋ยววันนี้พ่อจะพาพวกเราไปข้างนอกกัน” น้ำทิพย์ที่ได้ยินและสงสัยเป็นคนแรกก็ได้ถามเอกว่า
    “คุณพ่อจะพาพวกเราไม่ไหนเหรอคะ” เอกมองน้ำทิพย์อย่างเอ็นดูดูเหมือนทั้งสองคงจะลืมสัญญาที่เขาให้ไว้กับพวกเธอไปแล้วสินะ
    “พ่อจะพาไปของที่พวกชอบตามที่พ่อให้สัญญากับพวกเราไว้ไงครับ” ไมค์และน้ำทิพย์ที่ได้ยินว่าพ่อของพวกเธอได้เคยสัญญาอะไรกับพวกเธอไว้ก็พากันนึกสักพักหนึ่งก่อนจะพากันดีใจกันยกใหญ่ เมื่อรู้ว่าคุณพ่อของพวกเธอไม่ลืมสัญญาที่ไว้ให้กับพวกเขา
    “เย้ๆ น้ำทิพย์รักคุณพ่อที่สุดเลย จุ๊บๆ” น้ำทิพย์ดีใจที่พ่อของเธอไม่ลืมสัญญาของพวกเธอก็หมุนตัวล่าก่อนจะวิ่งมาหอมแก้มของเอก
    ไมค์เองก็ดีใจที่พ่อของเขาไม่ลืมสัญญาที่ให้ไว้แล้วนึกว่าเมื่อออกไปข้างนอกพวกเขาอยากจะเอาอะไรดี
    “ป่ะ พวกลูกไปแต่งตัวกันได้แล้วด้วยพ่อจะรอข้าง”
    “คร้าบบบ/ค่า....” ทั้งสองขานรับเสียงใสก่อนจะวิ่งขึ้นไปที่ห้องใครห้องมันทันที
    จากนั้นไม่สามพ่อลูกก็ออกจากบ้านด้วยเสียงที่เป็นเอกลักษณ์
    “ซื้อของของ คุณพ่อไม่ลืมสัญญา พวกเราเลยได้ไปซื้อของ....”
    เมื่อสามพ่อลูกมาถึงห้างดังในตัวเมืองเชียงใหม่ต่างก็ดูนั้นดูนี้แต่ก็ไม่มีใครเลือกอะไรเลยสักอย่าง แถมเอกยังชวนทั้งสองแวะกินนั้นแวะกินนี้จบลงที่ร้านไอติมที่หนึ่งก่อนจะเดินดูสินค้าด้วยพลังที่เต็มเปี่ยมอีกครั้ง
    ในขณะที่เอกและลูกๆ ของเขากำลังดูสินค้าภายในอย่างเพลิดเพลินก็ได้มีเสียงเอะอะโว้ยวายออกมาจากข้างหน้า
    “นี่มันอะไรกันห๊ะ....ทำไมถึงบอกพวกเราไม่มีปัญญาซื้อแค่เสื้อผ้าชุดเดียวเนี่ยนะพวกเราไม่มีปัญญาซื้อ” หญิงสาววัยรุ่นกลุ่มหนึ่งกำลังโต้เถียงกับพนักงานฝ่ายขายอย่างฉุนเฉียว
    ทำให้เอกที่กำลังจะพาลูกๆ ของเขาหนีออกจากที่แห่งนี้ก็ต้องหยุดชะงักเพราะหนึ่งในกลุ่มนั้นมีคนรู้จักของเขาอยู่ทำให้เอกตัดสินใจว่าจะไปช่วยดีรึเปล่า                     
    แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องอะไรของเขาอยู่ดีทำให้เอกเลิกสนใจที่จะช่วยและทั้งสองไปดูของต่อ                                                                                                          แต่ก่อนที่เอกจะเดินหันหลังกลับสายตาของเขาดันไปเหลือบมองที่หน้าร้านอีกครั้งด้วยความบังเอิญ ทำให้เขาที่มีความคิดว่าจะไม่ยุ่งเรื่องของชาวบ้านก็ต้องมีอันเป็นล้มเลิกไปเพราะถ้าเขาไม่จัดเรื่องนี้เองคงเป็นไปไม่ได้

    "เฮ้อ ถ้าไม่ถือว่าพวกเราเป็นเพื่อนกันฉันจะไม่ยุ่งเรื่องนี้เลยนะเนี่ย"ก่อนที่จะเอกวิดีโอคอ ไปหาใครคนหนึ่ง