เมืองไทย
อันนาหายใจลึกสูดเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าปอด ั้แ่เล็กจนโต ไร่แสงทิพย์แห่งนี้ก็เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของเธอ เธอชอบความเงียบสงบของที่นี่เป็ชีวิตจิตใจ วิถีชีวิตของผู้คนที่นี่คือสิ่งที่เธอใฝ่ฝันอยากจะมี ตอนแรกที่เธอทำงานเก็บเงินเพียงเพื่อหาเงินรักษาแม่ที่ป่วย แต่ตอนนี้ท่านหายขาดแล้วเธอจึงมีเป้าหมายใหม่และนั่นก็คือการย้ายมาอยู่ที่นี่เมื่อเริ่มทำงานไม่ไหว แล้วใช้บั้นปลายของชีวิตอยู่ที่นี่อย่างสงบโดยที่ไม่ต้องคิดถึงเื่เงินๆทองๆ
เธอเดินเล่นไปเรื่อยๆ สายตาก็สอดส่องมองดูนกดูไม้ตามสองข้างทาง จนมาถึงบ้านสองชั้นหลังใหญ่ของเ้าของไร่ที่ตั้งอยู่บนเนิน บรรยากาศรอบด้านนั้นช่างเงียบสงบและเต็มไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับ มันเป็บ้านที่สวยและดูอบอุ่นที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมา
แต่แล้วสายตาของเธอก็พลันปะเข้ากับผู้ชายตัวโตที่เธอนั้นจำเขาได้ขึ้นใจแม้จะเห็นเพียงข้างหลังเธอก็รู้ว่าเป็เขา หัวใจดวงน้อยสั่นไหว น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัวจนต้องรีบยกมือขึ้นมาเช็ด ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีเธอก็ยังรักเขา และได้แต่แอบมองเขาแบบนี้อยู่เรื่อยไป ถึงจะบอกว่าตัวเองเกลียดเขามากแค่ไหน แต่ใจเ้ากรรมมันกลับไม่ยอมทำตาม เขาเป็รักแรกและรักเดียว ที่เธอคิดว่าชาตินี้คงไม่มีใครมาแทนที่เขาได้อีกแล้ว
อันนายืนมองสุริยันที่ตอนนี้นั่งเหม่อมองไปข้างหน้าอยู่บนรถเข็น บนตักนั้นมีผ้าห่มผืนไม่ใหญ่มากคลุมขาไว้อยู่ ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาบัดนี้เต็มไปด้วยหนวดเครา ผมเผ้าก็ดูเหมือนคนที่เพิ่งตื่นนอน และที่สำคัญในมือนั้นยังมีแก้ววิสกี้ถืออยู่... นี่เขากำลังจะฆ่าตัวตายด้วยการกินเหล้าประชดชีวิตหรือยังไงกัน
" จะกินให้ตายหรือยังไงกัน " เธอพูดขึ้นเมื่อเดินมาใกล้เขา สุริยันหันมาขมวดคิ้วมองเธอก่อนจะยกยิ้มมุมปากเยาะเย้ย
" ฮึ! เธอคงจะมาดูว่าฉันตายรึยังสินะ ขอโทษด้วยที่ฉันยังไม่ตายอย่างที่เธอ้า " พูดจบเขาก็กระดกเหล้าเข้าคอจนหมดแก้ว ส่วนเธอก็ได้แต่ยืนเม้มปากมองเขา
" พูดแบบนี้คุณหมายความว่ายังไง " สุริยันหัวเราะเสียงดังก่อนจะเงียบเสียงลงแล้วมองเธอด้วยสายตาดุดัน
" ไม่ใช่เธอรึที่บอกให้ฉันไปตาย แล้วให้หายไปจากชีวิตเธอ!" สุริยันตะคอกใส่เธอเสียงดัง ร่างบางชาวาบไปทั้งร่างจนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น... วันที่เธอจะเดินทางกลับเขาเข้ามาหาเธอที่บ้าน ขอร้องให้เธออยู่ต่อ พอเธอบอกว่าอยู่ไม่ได้เขาก็รุกหนักเข้ามากอดเธอไว้แน่นจนเธอใจอ่อนยวบ แต่แล้วภาพของเขาที่ยืนคลอเคลียกับผู้หญิงคนอื่นและคำพูดของเขาที่ทำร้ายจิตใจก็ดังขึ้นในโสตประสาทของเธอ เธอจึงผลักเขาออก ' ออกไปจากชีวิตฉัน จะไปตายที่ไหนก็ไป ฉันไม่อยากจะเสียใจกับผู้ชายอย่างคุณอีกแล้ว!' นั่นคือคำพูดของเธอ
" ใครก็ได้เอาเหล้ามาให้ฉันที แล้วเอาผู้หญิงคนนี้จับโยนออกไปจากบ้านฉันด้วย!" สุริยันะโเรียกลูกน้อง และเพียงไม่นานก็มีผู้ชายตัวโตถือขวดวิสกี้เดินออกมาให้เขา อันนาคว้าขวดวิสกี้จากผู้ชายคนนั้นก่อนจะจับมันเขวี้ยงโยนออกไปกระทบกับหิน
" เพล้ง! " สุริยันหันมามองเธออย่างเคืองโกรธก่อนจะหันไปสั่งลูกน้อง
" จับผู้หญิงคนนี้ออกไปให้พ้นบ้านฉัน แล้วอย่าให้เธอเข้ามาที่บ้านฉันอีก! "
" ครับนาย " ผู้ชายตัวโตเดินเข้ามาเชิญเธอออกไป แต่เธอก็ยืนนิ่ง และพอผู้ชายคนนั้นจะยื่นมือมาจับแขนเธอๆก็จับเขาทุ่มทันที
" อยากให้ฉันออกไปก็ลุกขึ้นมาจับฉันโยนออกไปเอง " สุริยันขบกรามกรอดมองเธอ
" ฉันเกลียดเธอ! " อันนายืนสบตาเขานิ่งแต่ในใจนั้นกลับแสนเ็ปกับคำว่าเกลียดจากปากเขา
" เกลียดฉันก็ดี! เกลียดให้มากๆด้วยล่ะ เพราะต่อจากนี้คุณจะได้เห็นฉันทุกวัน วันละยี่สิบสี่ชั่วโมงด้วยสิ " เธอส่งยิ้มมุมปากให้เขาอย่างถือดี
" เธอหมายความว่ายังไง "
" ก็หมายความอย่างที่พูด ต่อจากนี้ฉันจะเป็คนมาดูแลคุณเอง " สายตาเขาเกรี้ยวกราดจนแทบจะลุกเป็ไฟมองเธออย่าง้าจะเผาไหม้ให้เธอเป็จุล
" ฉันไม่้าให้คนอย่างเธอมาดูแล... ออกไป! " เขาขับไล่เธอแต่เธอก็ยังยืนนิ่งกอดอกมองเขา
" ถ้าอยากให้ฉันไปจากคุณ ก็รีบๆหายเสียสิจะได้ลุกขึ้นมาจับฉันโยนออกไปเองไง... คุณก็รู้ว่าฉันหน้าเงินแค่ไหน หากงานนี้ไม่สำเร็จฉันก็อดได้เงิน และฉันก็ไม่ยอมไปไหนจนกว่าจะทำให้คุณเดินได้ "
" อยากได้เงินมากนักใช่ไหม! ได้! จะเอาเท่าไหร่ฉันจะให้เธอเอง!... ปั้นไปเอาเช็คมา!" เขาสั่งลูกน้องที่ยืนก้มหน้าอยู่
" อย่าเสียเวลาเลยค่ะ เพราะถึงฉันจะหน้าเงินแต่ฉันก็ไม่เคยรับเงินใครฟรีๆ และฉันก็เซ็นสัญญาว่าจ้างไปแล้ว " เธอโกหกเขาเื่เซ็นสัญญาเพียงแค่อยากจะเอาชนะคนอารมณ์ร้าย เขาเปลี่ยนไปมากอย่างที่พี่สาวเธอว่าจริงๆ ผู้ชายที่มีแต่ความขี้เล่นคนนั้นหายไปไหน เขาคงจะทุกข์ใจมากสินะที่ต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้
" ไม่ไปใช่ไหม...ได้! " พูดจบเขาก็เขวี้ยงแก้วในมือเข้าใส่เธอ ระยะแค่นี้หากเธอจะหลบนั้นง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากแต่เธอก็ไม่หลบ
" ตุ๊บ!..เพล้ง!" เสียงแก้ววิสกี้ใบหนากระทบเข้าที่ไหลเธอก่อนจะตกกระทบกับหินจนแตก อันนายืนจ้องตาเขานิ่งก่อนจะหลับตาลงเมื่อความเจ็บวิ่งเข้าหา
" อะ อัน..พี่.." สุริยันถึงกับเรียกเธอเสียงสั่น เพราะที่ขว้างไปเพราะรู้ดีว่าเธอหลบได้ แต่เธอกลับไม่หลบ
" กลับไป...ปั้นฉันจะเข้าบ้าน " เธอยืนมองเขานิ่งจนเขาละอายใจไม่อยากจะสู้หน้าเธอต่อ
" ฉันจะมาเริ่มงานพรุ่งนี้ " พูดจบเธอก็เดินหันหลังให้เขาแล้วเดินออกมา พอออกมาไกลจากบ้านเขาอันนาก็ทรุดตัวลงนั่งกุมหน้าร้องไห้ ความเ็ปที่ไหล่ยังไม่สู้กับความเ็ปที่ใจ ความเกลียดชังที่เขาแสดงออกมานั้นมันเหมือนกับมีดนับพันเล่มที่ค่อยๆทิ่มแทงเชือดเฉือนหัวใจเธอออกจากกันทีละนิด จะอยู่ก็ไม่ได้ จะตายก็ไม่ได้เช่นกัน... นี่ใช่ไหมที่เขาเรียกว่าตายทั้งเป็