อี้เฉินที่นั่งอยู่ริมธารน้ำหลาก พร้อมกับเยว่ชิงเซียน รอคอยวันครบกำหนดนัดหมาย พวกเขาต่างก็นั่งมองท้องฟ้า สว่างพร่างพราว เต็มไปด้วยรอยแตกร้าว ดวงดาวแตกดับ ทำให้ความรู้สึกเก่าๆ พวกเขาเริ่มกลับมาอีกครั้ง เมื่อสบสายตากัน มันก็ทำให้พวกเขาประหม่า ภายในใจขึ้นมาไม่น้อย ราวกับได้ย้อนวันวาน ที่พวกเขาได้พบเจอกัน
ก่อนอี้เฉินจะยกฝ่ามือ กระแอมไอออกมา เบาๆ อะแฮ่ม!! เมื่อรับรู้สายตามิตรสหาย แม้แต่บุตรสาวของเขา ยังคงแอบมองมาที่ตัวเขากับ เยว่ชิงเซียน อยู่บริเวณพุ่มไม้เหนือธารน้ำ ด้วยสายตาจดจ่อเป็นประกาย
อี้เฉินส่ายหัว เอ่ยพูดเสียงเนิบช้า พร้อมรอยยิ้มบางออกมา “เจ้าอย่าถือสาพวกเขาเลย เยว่ชิงเซียน”
ครั้นเห็นสายตาพวกเขา รวมถึงอี้หลิน ต่างก็เชียร์ตัวท่านพ่อนางออกมา อย่างออกนอกหน้า แม้แต่เยว่ชิงเซียน ที่เห็นพวกเขามาแอบดู นางยังป้องปากหน้าแดงขึ้นมาน้อยๆ ไม่มีท่าทางเย็นชาเหมือน ในยามก่อนอีกต่อไป
“อืมๆ ข้าไม่ถือสาพวกเขาหรอกอี้เฉิน ..ว่าแต่นี่ก็ใกล้ได้เวลาครบกำหนด ตามที่ตกลงกันแล้วซินะ” ครั้นนางหันปรายตาไปมองปราการธรรมชาติ บัดนี้เต็มไปด้วยเหล่าจอมยุทธ์ ทั่วสารทิศมารวมตัวกันมากมาย พร้อมภายในใจนางรู้สึกเป็นกังวลอย่างมาก นางรออี้เฉินมาตลอด เกือบจะครึ่งชีวิตของนาง หากคราวนี้นางไม่เห็น ใบหน้าอี้เฉินอีกครั้ง เกรงว่าหัวใจนาง คงจะแตกสลายไม่น้อยแน่
อี้เฉินที่เห็นสายตาภายในรูม่านตาดำ หดขยาย เป็นกังวลของเยว่ชิงเซียน เล็ดลอดออกมา พร้อมริมฝีปากสีแดงสด เผยอขึ้น เม้มเข้าหากัน น้อยๆ เขากล่าวบอกนางออกไปทันที รับรู้ว่าเยว่ชิงเซียน รอคอยเขามาตลอดเช่นกัน แม้จะรู้สึกผิดต่อหลินเฟยภายในใจก็ตาม “หากเรื่องทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี เจ้าอยากจะไปท่องโลกกว้าง พร้อมกับข้าหรือไม่ เยว่ชิงเซียน”
คำพูดของอี้เฉินแม้จะเป็นการถามอ้อมๆ ทว่าสั่นสะท้านหัวใจ เยว่ชิงเซียนไม่น้อย ห่างตานางที่แดงระเรื่อ พร้อมใบหน้างามล่มเมือง ขาวเนียนละเอียด ราวกระเบื้องแก้ว รีบพยักหน้ารับคำอี้เฉิน ด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ
“อืมๆ เจ้าสัญญานะ อี้เฉิน”
ชายหนุ่มผมสีขาวปลิวสยายไปกับสายลมเย็น พยักหน้าหญิงสาว ก่อนเอื้อมฝ่ามือ เช็ดหางตาที่มีน้ำใสไหลซึม ของเยว่ชิงเซียน ออกด้วยความทะนุถนอม พร้อมรอยยิ้มบางของอี้เฉิน ทำให้นางกลับมามีรอยยิ้ม ทอประกายอีกครั้ง
เมื่อฝ่ามือพวกเขาประสานเข้าหากันอย่างมั่นคง รับรู้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่าน ออกมาจากฝ่ามืออย่างแจ่มชัด ก่อนจะดึงร่างอีกฝ่ายขึ้นยืน เมื่ออี้เฉินเห็นร่างเหล่าจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ สืบฝีเท้า ทยอยมารวมตัวยังปราการธรรมชาติ เขตชายฝั่งทะเลมืด หยงหย่วน อย่างพร้อมเพรียงกัน
เสียงแค่นคนดินแดนจักรพรรดิ ภายในกลุ่มคนเข้าร่วมศึกสงคราม พวกเขาถึงกับก่นด่าออกมาอย่างไม่พอใจ ไม่มีความเกรงใจอี้เฉินออกมาแม้แต่น้อย เนื่องด้วยพวกเขาต่างก็เกิดยุคสมัยเดียวกับอี้เฉิน ทว่าเมื่อเทียบความโดดเด่น รุ่งโรจน์ คงจะเทียบกับอี้เฉินไม่เห็นฝุ่น “ไอ้เวรนั้นมันไปไหน คงไม่ได้ลืมเวลานัดหมายหรอกนะ เหตุใดยังไม่มาอีก ปล่อยให้ผู้ยิ่งใหญ่ จักรพรรดิแสง ซานซี ที่มาเข้าร่วมสงคราม รอได้อย่างไร”
ด้านคนทวีปมืดจักรวรรดิเหยียน ภายในกลุ่มคน พวกเขาเองก็พยักหน้า กล่าวพูด ออกมาเช่นกัน “จักรพรรดิตระกูลราชัน จักรพรรดิ เหยียนหรู เขาเองก็มารอ อยู่นานแล้วเช่นกัน ไหนจะผู้อาวุโสคนอื่นๆ ที่รออยู่อีก เหตุใดอี้เฉินยังไม่มาอีก”
“ใช่ๆ ช่างเสียมารยาท กับพวกผู้อาวุโสเหล่านี้จริงๆ”
ก่อนเสียงฝีเท้า ฟึบ!! อี้เฉินจะดังออกมาก้องฟ้า มาพร้อมเยว่ชิงเซียน ที่สืบฝีเท้ามาอย่างแช่มช้า ตัดฉับ เสียงพูดคุยของหมู่ชนดังออกทันใด เมื่อเห็นจักรพรรดิผู้อาวุโส ทั้งสองท่าน เป็นที่ยำเกรงของหมู่ชน ยืนมือไพล่หลัง พร้อมปราณพลัง แรงกดดัน ที่แผ่ซ่านบ่งบอกถึงความโดดเด่น น่าคร้ามเกรงของพวกเขา ทว่า จู่ๆ ชายแก่ทั้งสองต่างก็ประสานฝ่ามือ คำนับออกมาหาอี้เฉิน รับหน้าชายหนุ่ม ด้วยความจริงใจ
ภาพนั้นจะไม่ทำให้พวกเขา หมู่ชนหัวใจไม่สั่นสะท้าน ได้อย่างไร เมื่อจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ ระดับผู้อาวุโส ยังคำนับทักทายอี้เฉิน ออกมาอย่างนอบน้อม
แม้แต่ตัวอี้เฉินเอง ยังรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย ผู้ยิ่งใหญ่พวกเขาต่างก็หยิ่งยโส และโอหัง ไม่ยอมก้มหัวให้ผู้ใดง่ายๆ ข้อนี้อี้เฉินล้วนรู้ดี เขารีบสืบฝีเท้าลงไป ประสานฝ่ามือคำนับ ชายแก่สายตานุ่มลึกทั้งสอง ด้วยความนอบน้อม “ขออภัยท่านผู้อาวุโส ที่ข้าเสียมารยาท” เมื่ออี้เฉินเจอคนดีมา เขาดีกลับอย่างไม่ลังเล รู้สิ่งไหนควรไม่ควร
จักรพรรดิแสง ซานซี อาภรณ์ตัดลวดลายทอง ปลิวสะบัดไหว เดินเข้ามาตบไหล่อี้เฉิน อย่างฉับไว จนหลายคนมองตาเปล่าไม่ทัน พร้อมกล่าวพูดเสียงเรียบออกมา “ผู้มีพลังย่อมมีอำนาจ ได้รับการยกย่องเป็นเรื่องธรรมดา เจ้าหนุ่ม” แม้แต่ จักรพรรดิ เหยียนหรู ที่จ้องมองอี้เฉินด้วยสายตาคมกล้า เขายังพยักหน้าออกมา เห็นด้วยกับคำพูดของ ชายแก่
หมู่ชนพวกเขาได้ยินเต็มสองรูหู ต่างก็ไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน เช่นนี้จะไม่เป็นอี้เฉิน ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุด ของมวลมนุษยชาติหรอกหรือ
ปากพวกเขาอ้าออกกว้าง พะงาบๆ ไปหลายเสี้ยวอึดใจ ราวกับปลาหายใจรวยริน ก่อนเสียงอี้เฉินจะเอ่ยสั่ง พร้อมชี้นิ้วออกไปเบื้องหน้าทะเลมืด หยงหย่วน เรียกสติหมู่ชนพวกเขา ให้กลับมาได้สติอีกครั้ง
เมื่อเสียงแข็งกร้าว คำรามออกมาก้องฟ้า “ไป!!!!!!”
กองทัพขนาดใหญ่หลายสิบล้านชีวิต เคลื่อนทัพมุ่งหน้า เข้าไปภายในทะเลมืด หยงหย่วน กันอย่างไม่มีหวาดเกรง สะทกสะท้าน ไปด้วยกำลังใจเต็มเปี่ยม
พร้อมอายปราณพลังพวกเขาที่ซัดสาด เขย่าโยกคลอน ออกไปทั่วจักรวาลอย่างบ้าคลั่ง เมื่อกองทัพเคลื่อนกองกำลัง แม้แต่เสียงฝีเท้า พวกเขาเหยียบย่ำ ลงบนทะเลมืด หยงหย่วน ยังดังก้องกังวานออกไปไกล หลายหมื่นล้านลี้ ส่งคลื่นน้ำสีดำกระเพื่อมไหว ออกไปเป็นระลอกคลื่น
ดวงดาวบนท้องฟ้า ยังเกิดการแตกดับ เขย่าโยกคลอนอย่างหนักหน่วง เมื่อปราณพลังมากมายโพยพุ่งขึ้นสู่ชั้นฟ้า มิติ ท้องฟ้า พังทลายเสียหายอย่างหนัก ออกไปเป็นทางยาว เมื่อขบวนทัพห้อตะบึง พุ่งทะยานเข้าไปด้านในส่วนลึก ของทะเลมืด ที่ถูกเรียกขานว่า ทะเลชั่วนิจนิรันดร์
...เพียงเวลาไม่ถึง10วัน กองทัพพวกเขา ก็ปะทะเข้ากับกองกำลังของผู้ตกลงสู่บาป มาพร้อมผู้เชี่ยวชาญ บนจุดสูงสุดของโลกหล้า เข้าขัดขวางพวกเขาเอาไว้
ทำให้พวกเขารับรู้ถึงความยากลำบาก การจะข้ามผ่านทะเลมืด หยงหย่วน ไปด้านในส่วนลึกนั้นไม่ง่ายเลย ไหนจะต้องคอยระวังสัตว์ร้าย ภายใต้ท้องทะเลดำมืด ไหนจะต้องระแวง กลุ่มคนที่ถูกความมืดเข้าครอบงำ
แต่เมื่อเหล่าจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ออกโรง เข่นฆ่าศัตรูออกไปเบื้องหน้า ราวกับเครื่องจักรสังหาร ส่งโลหิตสีดำพุ่งกระฉูด อาบนองย้อมแต่งแต้มทะเลมืด มันก็ไม่ใช่เรื่องยาก สำหรับสงครามแรกอีกต่อไป
ตลอดการเดินทางกองกำลังใหญ่ ที่พยายามจะบุกฝ่าฟัน เข้าไปด้านในส่วนลึกของทะเลมืด หยงหย่วน ไม่มีสถานที่ใด ที่พวกเขาเดินทางอย่างง่ายดาย ...เพียงแค่การปะทะ ฝ่าฟันเข้าไปภายในทะเลมืดแค่ช่วงเวลา20ปี ผู้คนกว่าครึ่งต่างก็ต้องยอมจำนน ถอดใจ ถอยกองกำลังกลับไป ด้วยความน่าอดสู เนื่องด้วยพวกเขาดูถูกดูแคลน ทะเลมืด หยงหย่วนมากเกินไป
กองทัพที่เหลือต่างก็เดินทาง เข้าไปด้านในส่วนลึกกันอย่างไม่ย่อท้อ พวกเขาที่กรำศึกหนักมาตลอดทาง ภายในทะเลมืด หยงหย่วน สายตาต่างก็เผยความอิดโรย เหนื่อยล้าออกมาอย่างเห็นได้ชัด
แม้แต่ตัวของอี้เฉินยังต้องกำชับ จักรพรรดิเต่าชรา ให้คอยคุ้มกันบุตรสาว กับมิตรสหายของเขาให้ดี เมื่อรับรู้พวกเขาคนภายในทะเลส่วนลึก แท้จริงพวกเขา แค่ต้องการถ่วงเวลาพวกเขาเอาไว้เท่านั้น มันจึงทำให้อี้เฉิน รู้สึกไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมากในข้อนี้
ทว่าสายตาอี้เฉินเขายังคงไม่เคยยอมแพ้ ดวงตาเปล่งประกาย เต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังของเขา อยากจะรู้จอมยุทธ์ ภายในนิมิต พู่กันด้ามเก่า เขาเป็นใครกันแน่ บางทีอี้เฉินอาจจะพบเจอ ชายผู้นั้น ให้เขาช่วยจบสงครามครั้งนี้ก็เป็นได้
***นิยายเดินทางมาถึงส่วนสุดท้ายแล้วครับ ช่วงต่อจากนี้ไป ไรต์จะติดเหรียญ ยาวจนจบ ขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนค่าน้ำค่าไฟ